เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 47 นึกไม่ถึงว่าจะมีจิ้งจอกตัวผู้ด้วย

            เมื่อมีสัญญาอยู่ในมือบ่อนพนันก็กลายเป็นของไป๋เซี่ยเหออย่างรวดเร็ว

            เพียงแต่นางไม่ได้ใช้นามไป๋เซี่ยเหอ

            ทว่าใช้นามจิ้งจอกน้อย

            อันเป็นสมญานามของนางในอดีตชาติ

            แม้จิ่วหานจะสงสัยว่าเหตุใดเจ้านายถึงใช้นามที่แปลกประหลาดเช่นนี้ทว่าเขาก็ไม่ได้ถามให้มากความ

            สิ่งสำคัญคือเขาเองก็ไม่มีเวลาเช่นเดียวกัน

            เพราะเจ้านายผู้นั้นของเขาโบกมือคราหนึ่งก่อนจะสั่งให้เขามาดูแลบ่อนพนัน

            ต้องทราบว่าในช่วงแรกๆของการรับช่วงต่อบ่อนพนัน ภายในย่อมมีคนหลายประเภทปะปนกันเป็นเรื่องยากที่จะควบคุม ทั้งยังมีคนของเถ้าแก่สวีอยู่เป็นจำนวนมาก จิ่วหานจึงต้องค่อยๆตรวจสอบให้ชัดเจน

            เมื่อภาระหน้าที่กดทับไหนเลยจะมีความสามารถไปสนใจเรื่องชื่ออีก?

            ยามที่ออกมาจากบ่อนพนันท้องฟ้าก็สว่างแล้วหลังจากแวะกินซาลาเปาเข่งหนึ่งที่ริมถนน ไป๋เซี่ยเหอก็ปรี่เข้าไปในร้านขายสมุนไพรแห่งหนึ่ง

            “ท่านลูกค้าต้องการสมุนไพรอะไรหรือขอรับ?”

            “ข้าต้องการทราบว่าข้างในนี้คืออะไร”

            ไป๋เซี่ยเหอหยิบถุงกระดาษถุงหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้ววางลงบนโต๊ะก่อนจะวางเงินห้าตำลึงเงินทับลงไปบนถุงกระดาษ

            ตอนนี้บ่อนพนันอยู่ในมือนางก็นับได้ว่านางเป็นคนร่ำรวยแล้ว

            การใช้จ่ายก็ย่อมเป็นไปอย่างใจกว้างเช่นเดียวกัน

            หลังจากหมอตี๋[1]มองปราดหนึ่งก็เดินเข้าไปด้านในก่อนจะพาผู้เฒ่าที่มีเคราสีขาวคนหนึ่งออกมา

            ผู้เฒ่าสวมชุดสีขาวทว่ายากที่จะปกปิดประกายในแววตา “แม่นางอยากรู้สิ่งใดหรือ?”

            ไป๋เซี่ยเหอขลุกอยู่ในบ่อนพนันมาทั้งคืนโดยไม่มีผู้ใดจับได้ว่าเป็นสตรีทว่าหมอชราผู้นี้กลับมองออกอย่างทะลุปรุโปร่งในคราเดียว

            ไป๋เซี่ยเหอเองก็ไม่ได้กระมิดกระเมี้ยนนางไม่ได้รู้สึกกระอักกระอ่วนที่ถูกเปิดโปงเลยแม้แต่น้อย เพียงผลักถุงกระดาษออกไป“ข้าอยากทราบว่าข้างในนี้คืออะไร”

            ผู้เฒ่าหยิบถุงกระดาษขึ้นและเปิดมันออกใช้ปลายเล็บนิ้วก้อยแตะผงในนั้นแล้วเอาขึ้นมาดม ก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง

            เขามองไป๋เซี่ยเหอด้วยท่าทีแปลกประหลาดจากนั้นวางถุงกระดาษลง “แม่นางอย่าได้พกของพรรค์นี้ติดตัวจะดีกว่า”

            “นี่คือยาปลุกกำหนัด”

            นี่คือสิ่งที่ลู่เป๋าเหยาให้หลานชายของนางซ่อนเอาไว้ในกระถางธูปในห้องของไป๋เซี่ยเหอเมื่อวันนั้น

            ไป๋เซี่ยเหอคาดเดาได้อย่างคร่าวๆว่ามันคือของจำพวกกำยานที่ทำให้ลุ่มหลงเกิดอารมณ์ ทว่าสิ่งที่นางสงสัยคือเหตุใดหูจิ้งจอกของนางถึงโผล่ออกมาอย่างกะทันหันในวันนั้น

            หากนางไม่ได้มีไหวพริบรีบใช้สิ่งของมาคลุมศีรษะไว้คงจะเผยความลับของตนเองไปแล้ว

            จากนั้นนางก็ซ่อนตัวอยู่ในเรือนด้านหลังใช้น้ำเย็นล้างหน้าติดต่อกันหลายรอบ จึงเก็บหูจิ้งจอกกลับเข้าไปได้

            “ไม่มีอย่างอื่นปะปนอยู่ในนั้นเลยหรือ?”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ผู้เฒ่าก็แตะผงดังกล่าวขึ้นมาสูดดมอีกครา ก่อนจะมุ่นคิ้วทันที

            “ข้างในนี้เหมือนจะผสมด้วยของเหลวจากจิ้งจอกหิมะพันปีตัวผู้ซึ่งใช้เพื่อเพิ่มสรรพคุณทางยา เมื่อของเหลวในตัวของจิ้งจอกผสมกับยาปลุกกำหนัด ย่อมเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิมที่จะทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น”

            จิ้งจอกหิมะพันปีตัวผู้หรือ?

            นึกไม่ถึงว่าจะมีจิ้งจอกหิมะพันปีตัวผู้ด้วย

            ยังไม่ต้องพูดถึงว่าแท้จริงแล้วนางไม่ใช่จิ้งจอกหิมะพันปีเพียงตัวเดียว ทว่าจิ้งจอกหิมะพันปีตัวผู้นี่คืออะไรกันแน่?

            แล้วของเหลวนั้นตกไปอยู่ในมือของลู่เป๋าเหยาได้อย่างไร?

            น่าเสียดายที่ลู่เป๋าเหยาตายไปแล้วไร้หนทางที่จะสอบถาม ทว่าขอเพียงพวกนางสองแม่ลูกยังไม่รู้ตัวตนจิ้งจอกของนางนางก็วางใจ

            แท้จริงแล้วการตายของสาวใช้ผู้นั้นไม่ใช่อุบัติเหตุ

            ช่างเป็นสตรีที่เปรียบได้กับอสรพิษอย่างที่คาด

            เพียงแต่เวรสนองเวรกรรมสนองกรรม นับว่าลู่เป๋าเหยาเองก็ได้รับผลจากการทำชั่วแล้วเช่นเดียวกัน

            เมื่อกลับมาถึงจวนท้องฟ้าก็สว่างแล้ว

            ฝูเอ๋อร์เองก็เคยชินกับการที่ไป๋เซี่ยเหอไม่อยู่ในจวนเป็นครั้งคราวแล้วเช่นเดียวกัน

            “คุณหนูท่านกลับมาแล้ว...”

            จากนั้นเสียงก็สูงขึ้นหลายระดับทันที

            “คุณหนู ชุดของท่านเล่า? เหตุใดถึงสวมชุดเช่นนี้เจ้าคะ?”

            ชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มมองเพียงปราดเดียวก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ชุดของสตรี หรือคุณหนู...

            ไป๋เซี่ยเหออารมณ์ไม่ดี นางแจกมะเหงกให้ฝูเอ๋อร์หนึ่งที“หากเจ้าตะโกนอีก ทั้งจวนคงได้รู้กันหมดแน่”

            “อย่ามัวแต่ตกใจอยู่เลยภายหลังเจ้าจะรู้เอง”

            ไป๋เซี่ยเหอกลับเข้ามาในเรือนนางหยิบสมุดบันทึกออกมาอ่านตลอดทั้งช่วงบ่าย

            หลังมื้ออาหารกลางวัน

            เสียงฝีเท้ายุ่งเหยิงหลายคู่ดังขึ้น

            “คุณหนูใหญ่เหลาเหยี่ยเชิญท่านไปที่ห้องหนังสือเจ้าค่ะ”

            การตายของลู่เป๋าเหยากอปรกับการที่ไป๋เซี่ยเหอถูกให้ความสำคัญขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้ทุกคนไม่กล้าดูแคลนนางอีกต่อไปหันมาพูดจาพินอบพิเทาและแสดงถึงความเคารพ

            “พี่สาวท่านนี้ ทราบหรือไม่ว่าเหลาเหยี่ยเรียกหาคุณหนูใหญ่ด้วยเรื่องอะไร?”

            แท้จริงแล้วฝูเอ๋อร์เพียงถามไปอย่างนั้นเองนางไม่ได้คาดหวังว่าจะมีผู้ใดตอบนางในอดีตนางเคยโดนกลอกตาใส่บ่อยยิ่งกว่ากินข้าวเสียอีก

            ทว่าคราวนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว

            เมื่อนางกล่าวจบ ใบหน้าของอีกฝ่ายก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มประจบประแจง“แม้จะไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่อารมณ์ของเหลาเหยี่ยดียิ่งนัก”

            ฝูเอ๋อร์ตกใจที่ได้รับความสำคัญขึ้นมาขณะเดียวกันเมื่อรู้ว่าคุณหนูไม่ได้ถูกเรียกหาด้วยเรื่องเลวร้ายอะไร จึงรู้สึกวางใจทันที

            ณ ห้องหนังสือ

            “เหอเอ๋อร์เจ้าคงรู้ว่าน้องสามจะกลับจวนในวันนี้แล้วกระมัง”

            ประโยคที่ไม่มีต้นสายปลายเหตุนี้ทำให้ไป๋เซี่ยเหอรู้สึกงุนงงเล็กน้อย

            ใครกลับมาแล้วเกี่ยวอะไรกับนางด้วย?

            นอกจากนี้ตามความทรงจำของเจ้าของร่างคุณหนูสามสกุลไป๋ผู้นี้ไม่เคยทำเรื่องดีๆ เลยนอกจากพาคนมารังแกนางทุกวันราวกับไม่มีเรื่องอะไรให้ทำอย่างไรอย่างนั้น

            เพียงแต่สองสามวันก่อนที่นางจะทะลุมิติมาอีกฝ่ายไปเยี่ยมเยียนอี๋เหนียงสามที่วัด

            เมื่อกล่าวถึงอี๋เหนียงสามนางก็นับได้ว่าเป็นสตรีที่ลึกลับเช่นเดียวกัน

            หลังให้กำเนิดคุณหนูสามก็เข้าสู่ทางธรรมละทางโลก

            นอกจากคุณหนูสามที่จะไปเยี่ยมเยียนและพักอยู่ที่วัดหลายวันทุกๆครึ่งปีแล้ว นางก็ไม่ได้พบผู้อื่นอีก

            “ไม่รู้เจ้าค่ะ”

            มุมปากของไป๋เสียนอันกระตุกรู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่ว่าไป๋เซี่ยเหอควรตอบว่ารู้เอาไว้ก่อนจากนั้นค่อยถามว่ามีเรื่องอะไรหรอกหรือ?

            ไป๋เซี่ยเหอดันไม่ปฏิบัติตามครรลองเสียอย่างนั้น

            หลังตอบว่าไม่รู้นางก็ไม่พูดอะไรอีกเพียงยืนอยู่ด้านข้างอย่างสงบนิ่ง รอคอยให้อีกฝ่ายเปิดปากสนทนา

            สุดท้ายแล้วไป๋เสียนอันก็พ่ายแพ้อุปนิสัยของบุตรสาวคนนี้นับวันยิ่งเข้าใจได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

            “ระหว่างทางเหอเอ๋อร์ป่วยเป็นไข้หวัดโดยไม่ระวังตอนนี้พักอยู่ที่เมืองข้างๆ ชั่วคราว เจ้าก็รู้ว่าทักษะด้านการแพทย์ของหมอในเมืองนั้นธรรมดามากดังนั้นน้องสามของเจ้าจึงอยากให้เจ้าไปรับนาง”

            หัวใจของไป๋เซี่ยเหอเกิดความระแวดระวังขึ้นมาทันที “ในเมื่ออยู่ที่เมืองข้างๆ แล้วประเดี๋ยวเดียวก็มาถึงจวน เหตุใดถึงต้องทำเรื่องที่ไม่จำเป็นด้วยเล่า? หมอดีๆ ในเมืองหลวงก็มีตั้งมากมาย”

            ไป๋เสียนอันที่ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่ารู้สึกเสียหน้าจนใบหน้าหมองคล้ำ

            “ให้เจ้าไปเจ้าก็ไปเสียจะพูดจาไร้สาระมากมายปานนี้ไปไย? เหตุใดถึงได้เย็นชากับน้องสาวของตนเองปานนี้? จะให้นางกลับมาทั้งที่ป่วยเจ้ามีหัวใจบ้างหรือไม่?”

            “เย็นชาหรือ?”ใบหน้าเล็กที่ขาวผ่องราวกับหยกของไป๋เซี่ยเหอทอประกายเย็นเยียบ

            “หลายปีมานี้มีผู้ใดในจวนไม่เย็นชากับข้าบ้าง? มีผู้ใดมีหัวใจกับข้าบ้าง?”

            “เหิมเกริม ชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว!”ไป๋เสียนอันรู้สึกอับอายขายหน้ายิ่งนัก “บิดาจะบอกเจ้าให้ หากวันนี้เจ้ากล้าไม่ไป ก็พาแม่ของเจ้าไสหัวออกจากจวนสกุลไป๋เสีย!”

            แววตาของไป๋เซี่ยเหอฉายแววดูแคลนคนพรรค์นี้คู่ควรเป็นบิดาได้อย่างไร?

            ไป แน่นอนว่าต้องไปแน่ทว่านางไม่อาจไปโดยที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

            “ได้ ข้าจะไป!”

            หากไม่ไปจะรู้ได้อย่างไรว่า‘น้องสาวแสนดี’ ของนางเตรียมความประหลาดใจอะไรไว้ให้นางกันแน่?

            โทสะของไป๋เสียนอันจึงสงบลงเพียงแต่ความรังเกียจที่มีต่อบุตรสาวคนนี้มีแต่จะเพิ่มขึ้น ไม่มีทางลดลง

            นางไม่ควรมาที่นี่!

            หากไม่ใช่เพราะรูปภาพนั้นเมื่อปีนั้นละก็...

            “หนิงเอ๋อร์คารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ”

            ไป๋หว่านหนิงสวมชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อนใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือดูอิดโรย เห็นได้ชัดว่าเรื่องของลู่เป๋าเหยาส่งผลกระทบต่อนางไม่น้อยเลย

            วันนี้นางไม่ได้ประทินโฉมจึงยิ่งดูบอบบางอย่างชัดเจน

            ------------------------

            [1] หมอตี๋หมายถึง ผู้ขายและแนะนำยาโดยไม่ใช่เภสัชกร

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663