ท่ามกลางเส้นทางที่เงียบสงบ ทั้งสองเดินทางไปตามถนนเล็กๆ ที่ล้อมรอบด้วยป่าเขา เสียงนกและลมพัดผ่านเป็เพียงสิ่งเดียวที่ทำลายความเงียบ หยางลี่เจินที่นั่งอยู่บนหลังม้ามองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกสบายใจ
“ที่นี่ดูเงียบดีนะ” เธอพูดขึ้นพลางมองวิวทิวทัศน์รอบตัว
“ความเงียบไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย” เหวินเจาเหยียนตอบเสียงเรียบ เขาเหลือบตามองไปตามแนวป่าอย่างระมัดระวัง
หยางลี่เจินมองเขาด้วยความสงสัย “คุณดูเหมือนจะระวังตัวอยู่ตลอดเวลา… หรือคุณรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ?”
เขาไม่ได้ตอบในทันที แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังป่ารอบตัว “ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ”
เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดเบาๆ “คุณคิดว่า… มีคนตามเราอยู่เหรอ?”
“ใช่” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเร่งม้าให้เดินเร็วขึ้น “เตรียมตัวไว้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ข้าจะจัดการเอง”
หยางลี่เจินพยักหน้า แม้จะรู้สึกกังวล แต่เธอก็พยายามไม่แสดงออก ไม่กี่นาทีต่อมา ท่ามกลางความเงียบสงบ เสียงฝีเท้าของม้าที่กำลังไล่ตามดังขึ้นมาจากด้านหลัง หยางลี่เจินหันไปมอง เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำจำนวนหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามา
“พวกเขาอยู่ข้างหลังเรา!” เธอะโ
“จับม้าไว้ให้แน่น!” เหวินเจาเหยียนสั่ง ก่อนจะหยุดม้าของเขาแล้วะโลงมายืนประจันหน้ากับศัตรู
กลุ่มชายชุดดำล้อมรอบพวกเขาอย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เหวินเจาเหยียน… ในที่สุดก็เจอตัว! คราวนี้เ้าหนีไม่พ้นแน่”
เหวินเจาเหยียนยกดาบขึ้น น้ำเสียงของเขาเ็าและหนักแน่น “ถ้าพวกเ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เื่นี้จบง่ายๆ ก็ลองดู”
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นทันที ชายชุดดำพุ่งเข้ามาโจมตีพร้อมกัน เหวินเจาเหยียนสู้กลับอย่างดุเดือด แม้เขาจะเหนือกว่าด้านฝีมือ แต่จำนวนของพวกมันทำให้เขาต้องออกแรงมากกว่าปกติ
หยางลี่เจินที่นั่งอยู่บนหลังม้ามองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความใ เธอไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดเช่นนี้มาก่อน เธอะโออกไป “คุณไหวไหม?”
“อยู่บนม้า อย่าลงมา!” เขาะโตอบ แต่ในตอนนั้นเอง หนึ่งในศัตรูพุ่งเข้ามาด้านหลังของเขา ดาบในมือของมันฟันเข้าไปที่ด้านข้างลำตัวของเขา
เืพุ่งออกมาทันที เหวินเจาเหยียนเซเล็กน้อยแต่ยังคงยืนหยัดสู้ต่อ
“ไม่!” หยางลี่เจินกรีดร้อง ก่อนจะะโลงจากม้าและวิ่งเข้าไปหาเขา
“ข้าบอกให้เ้าอยู่บนม้า!” เขาะโ แต่เธอไม่สนใจ
หยางลี่เจินพยายามช่วยเขา แต่ศัตรูจำนวนมากทำให้เธอไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้ เหวินเจาเหยียนที่าเ็หนักพยายามปกป้องเธอ ขณะที่เธอพยายามดึงตัวเขาถอยหนี
“เราต้องออกไปจากที่นี่!” เธอร้องบอก
เขากัดฟันแน่นพยักหน้า “รีบหนี ข้าจะกันพวกมันไว้”
“ไม่ ฉันจะไม่ทิ้งคุณ!” เธอะโตอบ
ในตอนนั้นเอง ลูกน้องของเขาที่ติดตามมาจากอีกเส้นทางหนึ่งมาถึงทันเวลา พวกเขาช่วยกันขับไล่ศัตรูจนพวกมันล่าถอยไปในที่สุดหลังจากการต่อสู้สิ้นสุด หยางลี่เจินรีบเข้าไปหาเหวินเจาเหยียนที่นั่งพิงต้นไม้ ใบหน้าของเขาซีดเผือดจากการเสียเื
“คุณโอเคไหม?” เธอถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
“แค่าแเล็กน้อย” เขาตอบเบาๆ แต่สายตาของเขาดูอ่อนล้า
“เล็กน้อยอะไรกัน! คุณเสียเืเยอะมาก” เธอพูดพลางพยายามกดแผลของเขาเพื่อหยุดเื
เขามองเธอด้วยสายตาที่แฝงความอบอุ่นเล็กน้อย “เ้ากล้ากว่าที่ข้าคิด”
“ฉันจะไม่ทิ้งคุณ” เธอตอบหนักแน่น
เขาหลับตาลงเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำเบาๆ “ข้ารู้แล้ว… เ้าไม่เคยทิ้งข้า”
หยางลี่เจินกอดเขาไว้แน่น น้ำตาไหลอาบแก้มขณะที่เธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ให้เขาต้องเป็อะไรไปอีก
หลังจากที่กลุ่มศัตรูถูกขับไล่ไป เหล่าลูกน้องของเหวินเจาเหยียนช่วยกันจัดการเก็บกวาดพื้นที่ ขณะที่หยางลี่เจินรีบประคองเขาไปยังที่พักชั่วคราวใต้ต้นไม้ใหญ่ ใบหน้าของเขาซีดลงอย่างเห็นได้ชัดจากการเสียเื
“คุณต้องพัก” เธอพูด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล
“ข้าไม่เป็ไร” เขาตอบเบาๆ ขณะที่พยายามลุกขึ้นยืน
“ไม่!” เธอพูดเสียงดังขึ้น “คุณไม่ต้องแกล้งทำเป็แข็งแรง ฉันเห็นว่าคุณเจ็บแค่ไหน”
เขานิ่งไปเมื่อเห็นน้ำตาที่เอ่อคลอในดวงตาของเธอ
“ข้าไม่ได้แกล้ง” เขาพูดเสียงเบา “แต่ข้าไม่มีเวลาให้พัก”
หยางลี่เจินกัดฟันแน่น ก่อนจะพูดขึ้น “งั้นฉันจะไม่ปล่อยให้คุณทำแบบนี้คนเดียวอีก คุณต้องพักก่อนที่จะทำอะไรมากกว่านี้”
เธอหันไปบอกลูกน้องคนหนึ่งให้หาผ้าสะอาดและน้ำมาใช้ล้างแผล ขณะที่เธอนั่งลงข้างเขาและค่อยๆ ตรวจดูาแ
“เ้าไม่ต้องทำแบบนี้” เขาพูดขณะมองเธอที่ตั้งใจดูแลเขา
“ฉันจะทำ” เธอตอบโดยไม่เงยหน้า “เพราะถ้าฉันไม่ทำ คุณก็จะเอาแต่พูดว่าคุณไม่เป็ไร แล้วก็ฝืนตัวเองต่อไป”
เขามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย
“เ้าดูดื้อกว่าที่ข้าคิด”
“แล้วคุณล่ะ?” เธอตอบกลับ “คุณก็ไม่ได้ต่างกัน”
เขาเงียบไป แต่มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยราวกับกำลังยิ้ม
เมื่อเธอเริ่มล้างแผลและพันผ้า เธอพยายามทำอย่างระมัดระวัง แม้เขาจะไม่แสดงอาการเ็ปออกมา แต่เธอก็รู้ว่าเขาคงทรมานไม่น้อย
“ขอโทษนะ” เธอพูดเบาๆ ขณะที่พันแผลให้เขา
“เ้าขอโทษทำไม?” เขาถาม
“เพราะฉันไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้เลย” เธอตอบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“เ้าทำมากพอแล้ว” เขากล่าว “ข้าไม่เคยคิดว่าจะมีใครเสี่ยงชีวิตเพื่อข้าแบบเ้า”
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย “คุณเคยคิดว่าฉันจะทิ้งคุณเหรอ?”
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเบาๆ “ข้าเคยคิด… แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเ้าไม่ใช่คนแบบนั้น”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินรู้สึกอุ่นใจ น้ำตาเอ่อคลอในดวงตาของเธออีกครั้ง แต่เธอกลั้นไว้และพยายามยิ้ม “งั้นคุณต้องพัก แล้วหายเร็วๆ นะคะ”
เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า ขณะที่เธอนั่งเฝ้าข้างเขาอย่างไม่ห่าง
ความเงียบในยามค่ำคืนที่กำลังจะมาถึงไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะเธอรู้ว่าตอนนี้เธอและเขากำลังเริ่มเข้าใจกันมากขึ้นทีละน้อย
หลังจากที่หยางลี่เจินพันแผลให้เหวินเจาเหยียนเสร็จ เธอถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก แม้สีหน้าของเขาจะยังดูอิดโรย แต่เืหยุดไหลแล้ว เธอรู้ว่าตอนนี้สิ่งที่เขา้าที่สุดคือการพักผ่อน
เธอจัดการจัดแจงให้เขานอนพิงต้นไม้ใหญ่ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยเหมือนทุกครั้ง แต่แววตาที่อ่อนล้าทำให้เธอรู้สึกเ็ปลึกๆ
“พักเถอะค่ะ คุณต้องพักเพื่อให้แผลหายเร็วๆ” เธอพูดเบาๆ ขณะดึงเสื้อคลุมของตัวเองมาห่มให้เขา
เขาเหลือบตามองเธอเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงโดยไม่ได้พูดอะไร
หยางลี่เจินนั่งลงข้างเขา เธอมองดูใบหน้าของเขาในยามหลับไหล รอยแผลและสีหน้าที่ซีดเซียวทำให้เธอนึกถึงอดีต ความทรงจำในยุคปัจจุบันของเธอเริ่มหวนกลับมา
เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ “ในยุคของฉัน… แม้ว่าเราจะไม่สมหวังกัน แต่ตอนนี้เราได้มาอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยา…”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง น้ำตาเอ่อคลอในดวงตา “คงเป็เพราะ์สงสารฉันสินะ ถึงให้ฉันได้โอกาสนี้อีกครั้ง”
เธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม “ครั้งนี้ฉันจะปกป้องคุณเอง… ฉันจะไม่ยอมให้คุณต้องตายอีก”
แม้จะเป็คำพูดที่เปล่งออกมาอย่างแ่เบา แต่ในใจของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอรู้ว่าชะตากรรมได้นำพาเธอมาอยู่ในโลกนี้เพื่อเหตุผลบางอย่าง และเธอจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้สูญเปล่า
ในความเงียบงันของค่ำคืน ลมเย็นพัดผ่านใบไม้ที่ไหวเอน เสียงลมหายใจแ่เบาของเหวินเจาเหยียนคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเขายังคงอยู่ตรงนี้
หยางลี่เจินหลับตาลงเล็กน้อย มือของเธอจับดาบที่เขาใช้ต่อสู้อยู่ใกล้ๆ เธอรู้ว่าอันตรายยังไม่หมดไป แต่ครั้งนี้เธอจะไม่ปล่อยให้เขาต้องเผชิญทุกอย่างเพียงลำพังอีกต่อไป