เมื่ออินเจลแรมมิได้ออกมาต้อนรับ รอยซ์ก็เดาเอาว่า ทหารหนุ่มผู้นั้นคงจะยังอยู่ข้างบน และคงยังจับตามองความเคลื่อนไหวของแม่ชีสุดสวยอยู่ตามประสาหนุ่ม
เพียงแต่คิดถึงแม่ชีชาวแซ็กซอนคนนั้น มันก็คล้ายมีอะไรบางอย่างที่สร้างความอึดอัดใจให้เกิดขึ้น เพียงแต่เขานึกไม่ออกว่ามันเป็เพราะเหตุใดเท่านั้น
บางที...เขาคิดอยู่ในใจ...บางทีมันอาจจะเป็เพราะเธอเป็ผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์อย่างเหลือเกิน สําหรับความคิดของเขามันออกจะเป็เื่น่าอับอายเสียเหลือเกิน ที่ผู้หญิงสวย ๆ เช่นเธอ กลับหันเข้าหาศาสนา ทั้งที่เธอสมควรจะได้รับการยกย่องให้เป็ภรรยาขุนนางผู้ยิ่งใหญ่สักคนมากกว่า
เขาคิดว่ามันน่าจะเป็เพราะความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลี่ยนั่นเอง ที่ทําให้เขาคิดอะไรในทางผิดบาปเช่นนี้ เขาเดินเคียงข้างฮิวจ์เข้าไปในตัวปราสาท ซึ่งบัดนี้ได้มีการตกลงกันแล้วล่วงหน้าว่า ทั้งฮิวจ์และกองทหารของเขาจะพำนักกันอยู่ที่ปราสาทแห่งนี้ เนื่องจากขณะนั้นเป็เวลาใกล้ค่ำเต็มทีแล้ว
ฮิวจ์มีท่าทางอ่อนเพลีย เนื้อตัวสั่นสะท้านด้วยความเหน็บหนาว รอยซ์สั่งให้ทหารติดไฟในเตาผิงขึ้นทันที เพื่อให้เพื่อนรักรู้สึกสบายขึ้น หลังจากนั้นก็สั่งให้ทหารไปนําตัวชาวแซ็กซอนคนที่ฮิวจ์บอกว่าเป็ผู้ให้ข้อมูลกับเขาเข้ามา
ขณะที่ทหารผู้ได้รับคําสั่งออกไปตามตัวชาวแซ็กซอนผู้นั้นตามคําสั่ง อินเจลแรมก็วิ่งเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ทหารหนุ่มผู้มีเรือนผมสีซีดจางโค้งคํานับ ทําความเคารพเ้านายของตน เตรียมพร้อมที่จะรับคําสั่ง
แต่รอยซ์เพียงแต่ออกคําสั่งกับเขาว่า
“ไปเอาตัวแม่ชีมา ข้าจะสอบสวนเสียเดี๋ยวนี้เลย”
สีหน้าของอินเจลแรมบอกความใยิ่งนัก เมื่อได้รับคำสั่งนั้น รอยซ์สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดกับทหารผู้นี้อยู่ เขาเกือบจะออกแรงผลักไสให้อินเจลแรมรีบไปทําตามคําสั่งอยู่แล้ว ก็พอดีกับที่มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นตรงหน้าประตูห้อง ทหารคนที่ได้รับคําสั่งให้ไปตามสายลับชาวแซ็กซอนกลับเข้ามาพร้อมกับคนที่เขากําลัง้าตัว
ผู้ทรยศชาวแซ็กซอนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าขะมุกขะมอม อันบ่งบอกให้รู้ถึงฐานะที่ตกต่ำลงอย่างมาก เสื้อทูนิคสีน้ำตาลที่สวมใส่อยู่เปรอะเปื้อนด้วยคราบโคลนตม เขาเป็คนร่างเตี้ย ไหล่หลุบต่ำเหมือนนกเค้าแมวไม่มีผิด เปลือกตาหนาจนแทบจะปิดบังความคมกล้าของดวงตาไว้เสียสิ้น
รอยซ์ชิงชังคนที่ทรยศต่อเ้านายและพี่น้องร่วมชาติของตนยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด...
“เ้ามายืนตรงนี้เลยเจมส์” รอยซ์ออกคําสั่ง
และชาวแซ็กซอนผู้นั้นก็ปฏิบัติตามคําแต่โดยดี เมื่อเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าขุนนางชาวนอร์มัน เขาก็โค้งคํานับต่ำสุด
“กระผมขอเป็ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของท่านด้วยขอรับใต้เท้า”
รอยซ์ยืนเคียงข้างฮิวจ์อยู่เบื้องหน้าเตาผิง มือทั้งสองไขว้หลัง ฮิวจ์ยังสวมเสื้อคลุมตัวหนาหนักไว้เพื่อป้องกันความหนาวเย็นที่กัดกร่อนเข้าไปถึงกระดูกดําในยามนี้ รอยซ์สังเกตเห็นสีหน้าที่ค่อนข้างเืซีดของเพื่อนรักอยู่ ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นบอกให้รู้ว่ากําลังมีอาการไข้แทรกซ้อน จึงรีบออกคำสั่งให้ทหารยกเก้าอี้เข้ามาตั้ง เพื่อให้ฮิวจ์ได้นั่งลง
“เอาเหล้าเอลมาให้ท่านบารอนด้วย” เขาออกคําสั่งแก่ทหารคนที่ยืนอยู่ใกล้ประตูทางเข้า “อ้อ...แล้วก่อนจะเอาเข้ามาให้ทหารแซ็กซอนดื่มเสียก่อน ถ้ามันไม่ตายก็แปลว่าเ่าั้ไม่ได้ใส่ยาพิษไว้”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่ารอยซ์” ฮิวจ์พูดเสียงเบาอยู่ในลําคอ “ผมยังแข็งแรงเท่า ๆ คุณนั่นแหละ”
“ใช่ ผมรู้ว่าคุณแข็งแรงเท่าผม” รอยซ์สนองตอบ “แต่แค่อาทิตย์เดียวนี่ คุณต้องต่อสู้ถึงสองครั้งแล้วนะ” การที่รอยซ์พูดออกไปเช่นนั้น แม้มันจะไม่ตรงต่อความจริง แต่เขาอยากจะสร้างความภาคภูมิใจให้เกิดกับเพื่อนรัก “ถ้าผมจะต้องทํางานหนักอย่างคุณ นําชัยชนะมาสู่กองทัพของวิลเลียมให้ได้ ผมคงจะแย่ยิ่งกว่าคุณหลายเท่าทีเดียว”
“นั่นสินะ เราคงเหนื่อยยากไม่แพ้กันหรอก” ฮิวจ์สนองตอบด้วยสีหน้าที่บ่งบอกความภาคภูมิใจ ซึ่งทําให้รอยซ์ต้องซ่อนยิ้มไว้ และหันไปให้ความสนใจกับชาวแซ็กซอนผู้นั้นต่อ
รอยซ์เริ่มซักถามด้วยภาษาแซ็กซอนโดยเอ่ยขึ้นว่า
“ไหน เ้าลองเล่าความเป็ไปของครอบครัวนี้ให้ข้าฟังหน่อยสิ เป็ความจริงหรือที่ว่า พ่อแม่ซึ่งเป็เ้าของปราสาทแห่งนี้ตายหมดแล้วทั้งสองคน”
ชายชาวแซ็กซอนก้าวเลี่ยงไปเสียทางหนึ่ง เมื่อทหารแบกเก้าอี้ตัวใหญ่เข้ามาตั้งลงตรงหน้าเตาผิง เขารอเวลาอยู่จนเมื่อฮิวจ์ทรุดตัวลงนั่งเรียบร้อยแล้ว จึงได้ตอบคําถามนั้น
“เป็ความจริงขอรับใต้เท้า ท่านประมุขของปราสาทแห่งนี้กับภรรยาเสียชีวิตแล้วทั้งคู่ ศพของทั้งสองท่านฝังไว้บนสันเขาทางด้านทิศเหนือโน่นแน่ะขอรับ”
ขณะเดียวกัน เจมส์ก็รู้สึกเมื่อยคอยิ่งนักที่ต้องแหงนหน้าพูดกับบุรุษผู้มีเรือนร่างสูงใหญ่อยู่ตลอดเวลา เมื่อไม่อาจจะทนต่อไปได้ เขาก็ก้มหน้าลงมองพื้น ซึ่งมันช่วยให้เขาหายใจคล่องขึ้นกว่าเดิมมาก
และประการสําคัญ เขายอมรับว่าไม่กล้าสู้สายตาอันคมกล้าของขุนนางชาวนอร์มันผู้นี้เลย เพราะแววตาที่ลุ่มลึกคู่นั้นราวเจาะลึกเข้าไปถึงจิติญญา
“เอ้า งั้นลองเล่าถึงสมาชิกคนอื่นในครอบครัวนี้ให้ข้าฟังสิว่าใครเป็ใครมั่ง” รอยซ์ออกคําสั่งต่อ
“ก็มีพี่น้องผู้ชายคู่หนึ่งขอรับใต้เท้า คนโตชื่อเธอร์สตัน แต่ขณะนี้มีข่าวว่าเขาตายเสียแล้ว ด้วยการสู้รบทางภาคเหนือ แต่ว่าข่าวนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันขอรับ”
“แล้วอีกคนหนึ่งล่ะ”
“คนน้องชื่อจัสตินขอรับ เป็คนเล็กสุด ได้รับาเ็สาหัสจากการสู้รบในที่เดียวกัน ตอนนี้กําลังพักรักษาตัวอยู่ที่สํานักนางชี เท่าที่เรารู้จัสตินได้รับาเ็สาหัสมาก มีผู้เชื่อกันว่าเขาอาจจะไม่รอดชีวิตเสียด้วยซ้ำขอรับ”
อินเจลแรมยังคงยืนอยู่ใกล้กับเ้านายของตน เมื่อรอยซ์หันมาเห็นเข้าจึงถามห้วน ๆ ว่า
“เอ๊ะ เมื่อกี้ข้าสั่งให้เ้าไปตามตัวแม่ชีมาหาข้าไม่ใช่หรือ” เขาถามออกไปเป็ภาษาแซ็กซอน และอินเจลแรมก็ตอบกลับมาด้วยภาษาเดียวกัน
“กระผมไม่ทราบว่า ใต้เท้า้าจะซักถามอะไรเธอตอนนี้เลยขอรับ”
“มันไม่ใช่หน้าของเ้าที่จะต้องมารู้นี่ว่า ข้าคิดจะทําหรือไม่ทําอะไร เ้ามีหน้าที่เพียงแค่ปฏิบัติตามคําสั่งของข้าเท่านั้นนะอินเจลแรม”
“เอ้อ...” อินเจลแรมสูดลมหายใจลึก อึกอักตอบออกไปว่า “เธอไม่อยู่แล้วขอรับ”
รอยซ์บังคับใจตนเองอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ฟาดฝ่ามือใส่หน้าทหารผู้นั้น
“หมายความว่ายังไง” เขาตวาดเสียงกร้าว
อินเจลแรมต้องรวบรวมความกล้าอย่างมากที่จะสบตาขุนศึกผู้เป็เ้านายเหนือหัวของตน
“ซิสเตอร์แดเนียลได้ขอร้องให้ทหารพาตัวกลับไปส่งที่สํานักนางชีขอรับ ทั้งนี้เพราะเธอได้ให้สัญญากับแม่ชีอธิการไว้ว่าจะกลับไปถึงที่นั่นก่อนค่ำขอรับ และเธอก็ห่วงอาการของน้องชายมากด้วย เธอบอกว่าเขาเป็ลูกชายคนเล็กของครอบครัว ในฐานะที่เธอเป็พี่สาว เธอจึงถือว่าเป็หน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของน้องขอรับ”
ตลอดเวลาที่อินเจลแรมอธิบายอยู่นั้น รอยซ์มิได้แสดงความรู้สึกใด ๆ ให้ปรากฏแม้แต่น้อย ดังนั้น อินเจลแรมจึงไม่มีทางที่จะรู้ได้ว่าเ้านายของตนกําลังคิดอะไรอยู่ และเพราะความไม่รู้นี่เองที่ทําให้น้ำเสียงของเขากล้าแข็งขึ้น
“เธอบอกกระผม ว่าาแที่น้องชายได้รับในครั้งนี้สาหัสมาก และอาจจะทําให้ถึงตายได้ทีเดียวนะขอรับใต้เท้า และเธออยากจะได้นั่งอยู่เคียงข้างเฝ้าอาการเขาตลอดคืนด้วย เธอให้สัญญากับกระผมไว้แล้ว ว่าจะรีบกลับมาที่นี่พรุ่งนี้เช้าขอรับ กระผมเชื่อแน่ว่าเมื่อเธอเดินทางกลับมาแล้ว เธอจะต้องพร้อมสําหรับการตอบคําถามใต้เท้าแน่ขอรับ”
รอยซ์ต้องสูดลมหายใจลึก ข่มใจและตั้งสติอยู่เป็ครู่ก่อนที่จะหลุดปากย้อนถามกลับไปว่า
“ก็แล้วสมมุติว่าพรุ่งนี้เขาไม่กลับมาที่นี่ล่ะ” คําถามนั้นเปล่งออกมาด้วยเสียงที่ควบคุมอารมณ์ไว้แล้วอย่างดียิ่ง
สีหน้าของอินเจลแรมบอกความตระหนก เมื่อได้ยินคําถามที่ตนเองนึกไม่ถึงในความเป็ไปได้ของมัน
“แต่เธอรับรองกับกระผมอย่างมั่นเหมาะทีเดียวนะขอรับใต้เท้า กระผมรู้ว่าเธอจะไม่มีวันโกหกกระผมแน่ เธอจะทํายังงั้นไม่ได้หรอกขอรับ เพราะเธอเป็นางชีซึ่งจะต้องรักษาศีลบริสุทธิ์ ถ้าเธอขืนพูดโกหกละก็ บาปจะติดตัวไปจนชั่วชีวิตทีเดียว แต่ถ้า...จะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม ที่ทําให้เธอออกมาจากสํานักชีพรุ่งนี้เช้าไม่ได้ กระผมขออาสาเป็ผู้ไปตามตัวเธอกลับมาเองขอรับ”