เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 35 เข้าใจผิดไปเอง

    ลูเชียโน่กลับมาจากแนวหน้าของกลุ่มหลังจากกำจัดพวกมอนสเตอร์และพวกเจ้าตัวประหลาดทั้งหมดไปได้ เขาก็ดูจำนวนคนยังเหลือรอดก็โล่งใจขึ้นมาเพราะสูญเสียไปไม่กี่สิบคน ส่วนมากจะได้รับบาดเจ็บหนักเท่านั้น เขาคิดว่าตนเองจะตรวจดูความเรียบร้อยให้กำลังใจคนบาดเจ็บ คนสูญเสีย และจัดการเรื่องต่างๆ
    แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ทำให้ลูเชียโน่ต้องวางเรื่องทั้งหมดลงหลังจากที่คุณเลขากลับไปที่จุดปลอดภัยแล้วไม่พบตัวของเอมิเลียทำให้เขากังวลจะว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอรึเปล่าจึงปล่อยให้คนจัดการในส่วนนี้ไปแทนก่อน
    ลูเชียโน่กลับมาที่จุดปลอดภัยก็พบกับคุณเลขาและคนอื่นๆอีกห้าคนที่กำลังสอบสวนคนที่จับมาได้สามคนที่เห็นเหตุการณ์และเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับนิโค
    ลูเชียโน่ไม่ถามอะไรกับพวกที่สอบสวนไปก่อนแล้วแต่มุ่งคำถามไปที่ตัวคนที่จับมาได้
    “เธอไปไหนบอกฉันมาเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่บอกอะไรกับฉันคงรู้นะว่าถ้าฉันเอาจริงขึ้นมาจะเป็นยังไง ไม่เห็นฉันคนนี้ในสายตาก็เตรียมตัวไปโลกหน้าได้เลย หากคำตอบที่ออกมาไม่พอใจฉันคนนี้ละก็...”
    “ลูกพี่ใหญ่พวกเราผิดไปแล้ว พวกเรากลัวว่าลูกพี่นิโคจะทำร้ายพวกเราก็เลย...”
    ลูเชียโน่มองท่าทีของคนในกลุ่มของเขาที่ทำผิดไปกำลังตัวสั่นเทาด้วยความกลัว และสำนึกผิดอย่างรุนแรงลูเชียโน่ก็เลยคิดว่าอย่างน้อยก็เป็นคนในกลุ่มเดียวกันและพวกเขาก็โดนบังคับด้วย เขาเคยเห็นมาก็บ่อยนิโคมันจะทำแบบนี้กับคนที่มันสอบสวนหรือคนที่มันรับผิดชอบให้จับตัว นิโคจะใช้จุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามเป็นประเด็นหลักในการถามกับพวกเขาเหล่านั้นและทำการทรมานทางจิตใจที่น่ากลัว
    “ชั่งเถอะ ตอนนี้พาฉันไปที่นั่นเดี๋ยวนี้ บ้าจริง ทำไมมันต้องเกิดเรื่องนี้ด้วย ขอให้ปลอดภัยเถอะนะ เอมิเลีย”
    ลูเชียโน่ตามพวกที่นำทางไปอย่างรีบร้อนเพราะเกรงว่านิโคมันจะทำเรื่องอย่างว่ากับเธอไปก่อน เขาเกิดความรู้ผิดอย่างรุนแรงถ้าเธอโดนทำแบบนั้นไปจริงเขาก็คงต้องฆ่าเจ้านิโคให้ตายไปซะ
    พวกเขาพาลูเชียโน่เข้าไปยังช่องเขาที่หนึ่งจากนั้นก็เดินเข้าไปหลายกิโลเมตรก่อนจะเห็นปากทางเข้าที่จะเข้าไปทางโซนถ้ำที่นิโคพาตัวของเอมิเลียไป
    “ที่นี่ครับลูกพี่ใหญ่”
    ลูเชียโน่ไม่รอที่จะให้คนนำทางไปอีก เขารีบพุ่งแซงหน้าพวกคนนำทางไปในทันทีก่อนจะไปเจอเข้ากับกลุ่มของผมที่กำลังเดินออกมาจากโซนถ้ำที่ว่า
    ลูเชียโน่มองผมด้วยแววตาไม่เป็นมิตรก่อนที่เขาจะเห็นเอมิเลียเดินออกมาจากทางด้านหลังของผม
    “แกร่วมมือกับเจ้านิโคใช่ไหม? ปล่อยเอมิเลียนะไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
    ลูเชียโน่กำลังเตรียมการโจมตีที่แรงที่สุดของตนเอง ทางด้านกลุ่มของผมอีเมอร์สันก็กำลังเตรียมการป้องกันเอาไว้ แต่ว่าเอมิเลียก็พูดขึ้นมาก่อน
    “เดี๋ยวก่อนลูเชียโน่ เขา...”
    ลูเชียโน่กลับยิ่งมองมาทางผมด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรมากกว่าเดิม ทำไมไปที่ไหนผมต้องถูกเข้าใจผิดว่าเป็นศัตรูอยู่เรื่อยเลยนะ ทั้งที่ไปในแต่ละที่ก็ไปช่วยคนมาทั้งนั้น
    “เขา?”
    ตัวฉันที่อยู่ในรูปลักษณ์ของเอมิเลียก็พูดด้วยสีหน้าที่แดงระเรื่อ
    “เขาเป็นสามีของฉันเอง”
    ลูเชียโน่ถึงกับตกตะลึงเอมิเลียไม่เคยเล่าอะไรให้เขาฟังเลยมันก็เลยทำให้เขาไม่เชื่อใจผม
    “หืม! สามีเหรอ เธอไม่เห็นเคยบอกฉันนี่หรือว่าเจ้านี่มันล้างสมองของเธอ”
    “ไม่ใช่ เป็นเขาจริงๆ สามีของฉันเอง”
    ไอรีนทนฟังเรื่องไร้สาระต่อไปไม่ไหวก็เดินออกมาจากทางด้านหลังของผมแล้วเดินมาบังร่างของผมเอาไว้
    “พอได้แล้วละลูเชียโน่นายคงรู้ใช่ไหมว่าฉันเป็นใคร”
    “ไอรีนเธอก็อยู่ที่นี่เหรอ?”
    ลูเชียโน่แปลกใจเพราะคนที่ได้ชื่อว่าเจ้าหญิงแห่งดาบที่มีชื่อเสียงด้านดาบอันเป็นเอกลักษณ์เคยมีคำเล่าขานมากมายเกี่ยวกับเธอเรื่องดาบและที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คงเป็นเพราะวีรกรรมอันโด่งดังที่เธอเคยทำเอาไว้นั่นก็คือการประลองหนึ่งต่อหนึ่งกับนักผจญภัยแรงค์ S ที่มีฝีมือด้านดาบแต่ก็พ่ายแพ้เธอที่มีฝีมือเพียงแค่นักผจญภัยแรงค์ A
    และยังได้ยินอีกว่าเธอเป็นคนที่เย็นชากับเพศตรงข้ามเอามากๆขนาดว่าไปปาร์ตี้ไหนก็ห้ามมีผู้ชายสักคนเดียวแต่นี่มันหมายความว่ายังไงลูเชียโน่งุนงงกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า
    “ทำไมฉันจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ เขาก็เป็นสามีของฉันเหมือนกัน”
    “สามีของเธอด้วยเหรอ”
    ผู้หญิงที่เย็นชาคนนั้นเนี่ยนะมีสามีแล้วและยังเป็นคนเดียวกับเอมิเลียด้วย หรือว่าเธอก็โดนเจ้านี่ล่อลวงไปอีกคนต้องใช่แน่ๆ
    ผมไม่อยากมาดูการกระทำอันไร้สาระอีกต่อไปก็เลยบอกให้ไอรีนกับเซล่าถอยออกไป ก่อนจะเดินเข้าไปประจันหน้ากับลูเชียโน่อย่างไม่เกรงกลัวอะไร มีอะไรให้เขาต้องกลัวถ้ามันเกินไปก็แค่ใช้กลืนโลหิตออกมาก็แค่นั้น
    “อย่ามาพูดว่าฉันล้างสมองพวกเธอเลย การกล่าวหาคนของฉันแบบนี้นายรู้ไหมว่ามันมีบทลงโทษอะไร ฉันไม่สนใจหรอกนะว่านายจะเก่งกาจมาจากไหนหรือว่าเป็นเพื่อนกับภรรยาของฉัน ต่อให้นักผจญภัยแรงค์ SS อยู่ที่นี่วันนี้ก็หยุดฉันไม่ได้หรอกนะ”
    ลูเชียโน่กำลังจะพูดตอบโต้กลับไปก็ถูกตัวของเซล่าที่อยู่ในรูปลักษณ์ของเอมิเลียเข้ามาขวางเอาไว้และพูดกับลูเชียโน่
    “ถ้านายคิดจะทำอะไรโรเบิร์ตละก็ ต่อไปนี้เราก็อย่าได้รักษาความสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนกับฉันอีกเลย ขนาดว่าฉันเองอธิบายไปขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจ นายก็ไปตามทางของนายเถอะนะลูเชียโน่ เขามาแล้วฉันจะไปกับเขาได้”
    ลูเชียโน่ถึงกับตกตะลึงกับการพูดออกมาแบบนั้นของเอมิเลีย แต่มันก็จริงเขาไม่เชื่อคำพูดของเธอแล้วจะให้เชื่อใครบนโลกใบนี้อีก เพราะเธอเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เขาเชื่ออย่างสุดหัวใจต่อให้ต้องเดินไปขอบเหวนรกก็ตาม
    คนอื่นๆที่เป็นคนในกลุ่มของลูเชียโน่อยากพูดตอบโต้กลับไปบ้างแต่นั่นเธอคือเอมิเลียเลยนะ จะให้พูดแทรกได้ยังไงและเธอก็ยังเป็นหนึ่งในจุดอ่อนไหวที่สุดของลูเชียโน่ที่เป็นลูกพี่ใหญ่ของพวกเขาทั้งหมดด้วย
    ลูเชียโน่ลดการวางท่าเป็นศัตรูกับผมไปก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้ผมแล้วยื่นมือขวาออกมา
    “ถ้าอย่างนั้นก็ขออภัยด้วยที่ผมเสียมารยาทกับคนที่ช่วยชีวิตเพื่อนสมัยเด็กเพียงหนึ่งเดียวของผมเอาไว้ได้”
    ผมก็ยื่นมือขวาไปจับมือกับลูเชียโน่
    “ไม่เป็นไรหรอก เป็นผมเองที่ทำให้มันเป็นเหมือนเรื่องเข้าใจผิด แล้วก็นะเจ้าสารเลวนั่นผมฆ่ามันไปแล้วแหละ เพราะอะไรก็คงเข้าใจนะ ถ้าผมไปไม่ทันเธอโดนไอเจ้านั่นขืนใจไปแล้ว”
    “ผมไม่ว่าอะไรหรอก เป็นความผิดของมันเองที่ไม่ใช้วิธีปกติจะไปว่ามันก็ไม่ได้เพราะมันเคยเป็นโจรมาก่อน ความอดทนก็ย่อมน้อยถึงแม้จะเปลี่ยนไปมากแล้วก็ตามแต่ถ้ามีของที่ต้องการจริงๆจะเป็นใครก็ห้ามตนเองได้ยาก”
    “เอาเถอะ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้วผมก็ได้ของที่ต้องการมาแล้วถ้าอย่างนั้น...”
    “เดินทางไปด้วยกันเถอะครับกับกลุ่มของผม เพราะผมมีเรื่องที่อยากพูดคุยกับเอมิเลียพอสมควรและหวังว่าผมจะพาเธอไปพบครอบครัวอีกครั้งที่จักรวรรดิเอสโทเนีย”
    ผมพอเข้าใจสถานการณ์คราวๆตั้งแต่ที่เซล่าแปลงตัวตนกลายเป็นมนุษย์แล้วว่ามันเป็นเพราะอะไร? ผมถึงได้ไม่ถามและปล่อยให้เธอตัดสินใจเอาเองเพราะยังไงมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวที่สำคัญมากเรื่องหนึ่ง
    “ผมไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจแทน เซ…เอมิเลียหรอกครับเพราะฉะนั้นก็ให้เธอตัดสินใจของเธอเองเถอะเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ผมไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย”
    เซล่ามองผมด้วยแววตาซาบซึ้งก่อนจะหันไปหาลูเชียโน่แล้วพูดขึ้น
    “ฉันไปแน่ลูเชียโน่หลังจากจบดันเจี้ยนแห่งนี้แล้ว”
    “ถ้าเป็นแบบนั้นผมก็วางใจแล้วครับ”
    หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าผมกับลูเชียโน่ไปสนิทกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนหรืออะไรทั้งที่ในตอนแรกเข้าใจผิดกันจนเห็นเป็นศัตรูกันไปแต่ตอนนี้ผมกับเขากลายเป็นเพื่อนกันแล้ว ใช่แล้วครับฟังไม่ผิดเลย กลายเป็นเพื่อนกันแล้ว ตอนนี้ก็กำลังกอดคอกันยกสุราเข้าปากพูดคุยตามประสาลูกผู้ชายเกี่ยวกับเรื่องภรรยาของกันและกันอยู่
    ทางฝั่งผมก็เล่าเรื่องไอรีนและเซล่าให้เขาฟังแต่ในฉบับของเซล่าจะดัดแปลงเล็กน้อยเพราะเธอยังเป็นรูปลักษณ์ของเอมิเลียอยู่ ส่วนของลูเชียโน่ก็พูดเรื่องความรักของเขากับเจ๊ใหญ่นั่นก็คือหัวหน้ากลุ่มของเขานั่นเองเพราะว่าในตอนนี้เขากำลังตามจีบเธออยู่โดยเป็นฝ่ายรุกอย่างหนักหน่วงแต่ที่เขาไม่เคยตัดใจกับผู้หญิงแบบเธอก็เพราะเธอกำลังให้โอกาสเขาและเขาก็กระซิบผมเบาๆว่าเขาได้จูบแรกของเธอไปแล้วเรียบร้อยก่อนจะมาที่ดันเจี้ยนแห่งนี้
    เธอบอกกับเขาว่าถ้ากลับมาอย่างปลอดภัยเธออาจจะยอมตกลงเป็นแฟนกับเขาก็ได้ ลูเชียโน่ก็เลยรู้สึกมีความสุขไปกับการได้เล่าเรื่องของเธอและต่อจากนั้นเองก็เป็นการแลกเปลี่ยนแนวความคิดของการหยอกล้อกับสาวสวยก็ได้เริ่มเปิดประเด็นขึ้นมาต่อจากนั้นทันที
    ไอรีนกับเซล่าและคนอื่นๆในกลุ่มของลูเชียโน่งุนงงกับภาพที่เห็นเพราะตอนนี้ผมกับลูเชียโน่ไม่ต่างไปจากเพื่อนซี้ที่ห่างหายไปนานกลับมาพบกันอีกครั้ง เพราะตอนแรกเข้าใจผิดกันแทบจะฆ่ากันตายกันไปข้าง แต่มาตอนนี้กำลังดื่มด่ำไปกับรสของสุรา
    ไอรีนส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เข้าใจ
    “พวกผู้ชายนี่นะก็เป็นแบบนี้ไปกันหมด”
    เซล่าก็ไม่ต่างไปจากไอรีนมากนัก เพราะไม่เข้าใจยิ่งกว่า
    “ใช่ไหมละ ผู้ชายก็ทำอะไรแปลกๆแบบนี้แหละผู้หญิงอย่างเราๆก็ไม่เคยเข้าใจหรอก พูดคุยกันนิดหน่อยก็เป็นเพื่อนกันได้แล้ว แต่จะว่าไปมันก็เหมือนพวกเราเลยนะไอรีน”
    “เหมือน?”
    “นี่เธอจำไม่ได้เลยรึยังไง ตอนนั้นเธอรู้ไหมว่าตัวเองเป็นคนที่เย็นชาสุดๆและไม่ยุ่งวุ่นวายกับใครแต่พวกเราก็ยังกลายเป็นเพื่อนกันได้เลย มันก็เลยเหมือนกันที่ฉันว่ายังไงละ”
    “มันก็จริงนะ”
    ในระหว่างที่คุยกับลูเชียโน่อยู่ผมก็ลอบมองไปที่ไอรีนกับเซล่าก็เห็นว่าพวกเธอคุยกันไปหัวเราะไปก็ทำให้ผมรู้สึกเบิกบานใจขึ้นมา
    ต่อจากนี้คงต้องใช้ชีวิตอยู่กับพวกเธอไปจนถึงที่สุดแค่คิดมันก็ยิ่งทำให้ผมมีความสุขและอยากที่จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าตอนนี้เพื่อปกป้องพวกเธอให้ได้ และสร้างโลกที่สามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข.....
    ..........
    ขณะที่โลกภายนอกตอนนี้กำลังจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น
    ณ จักรวรรดิเอสโทเนีย
    ภายในห้องโถงบัลลังก์ทองสองบัลลังก์มีหนึ่งบัลลังก์ที่มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ถ้าจะให้พูดตามเห็นแบบนั้นเธอคนนั้นก็คือจักรพรรดินีที่มีอำนาจมากกว่าจักรพรรดิที่ปกครองโดยตรงเสียอีก ด้วยความสามารถที่มากมายของเธอทำให้อำนาจสูงสุดเป็นของเธอเพียงคนเดียวโดยที่จักรพรรดิไม่มีสิทธิ์ในการคัดค้าน
    ในตอนนี้เธอกำลังหวั่นวิตกอย่างรุนแรงกับน้องสาวเพียงคนเดียวของเธอ เพราะทหารที่มารายงาน
    “ว่ายังไงนะเจ้าหญิงเอลิซาเบธตายแล้ว ได้ยังไงบอกข้ามาเดี๋ยวนี้”
    “เอ่อ...ตามสายข่าวที่รายงานมา พวกเขาเห็นเจ้าหญิงเอลิซาเบธถูกโจมตีด้วยจิตสังหารระดับไร้เทียมทานแต่สามารถเคลื่อนย้ายพริบตาหนีพวกทหารเหล่านั้นได้ด้วยสภาพร่างกายที่สาหัสมากๆแล้วครับ จากนั้นเจ้าหญิงก็หลุดเข้าไปในดันเจี้ยนทันที”
    “ส่งคนเข้าไปเพื่อดูให้แน่ใจถ้าตายก็ต้องเห็นร่างของนาง ถ้านางตายจริงก็เตรียมตัวบุกอาณาจักรคาริทีสเอาให้ล่มสลายไปเลยก็แล้วกัน”
    “แต่ว่าฝ่าบาท…”
    “คิดเหรอว่าจักรพรรดิจะมายุ่งเรื่องนี้ได้ก็ลองดูสิ ทำตามที่บอกไปเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าใจร้อนไปตามนางกลับมาด้วยตัวเอง เข้าใจนะ”
    ทหารที่มารายงานตัวสั่นเทาก่อนกล่าวตอบรับเสียงดังและทำความเคารพจากนั้นก็เดินออกไปโดยที่ขาตัวเองสั่นไม่หยุดเพื่อไปเตรียมการค้นหาเจ้าหญิงเอลิซาเบธในดันเจี้ยนอย่างรวดเร็ว
    หลังจากที่ไม่มีใครอยู่ในห้องโถงบัลลังก์น้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้การที่มายังจักรวรรดิแห่งนี้ก็ลำบากมากพอแล้ว ยังต้องมารู้ว่าเอลิซาเบธตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง เธอยังไม่เคยบอกความจริงกับเอลิซาเบธที่ว่าเธอเป็นผู้หญิงมาโดยตลอดกับน้องสาวของเธอเพราะมันเกี่ยวพันไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคนที่รู้ก็มีเพียงแค่ราชาของอาณาจักรคาริทิสคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเธอคือผู้หญิง
    เพราะเขาสัญญากับเธอแล้วว่าจะปกป้องเอลิซาเบธแต่ตอนนี้เขาไม่สามารถทำตามที่พูดมาได้แล้วทำไมเธอต้องไว้หน้าเขาด้วย เอาเถอะถ้าน้องสาวของเธอตายไปก็ถึงคราวที่เธอจะลากพวกมันไปลงนรกให้หมด
    “น้องพี่ ขออย่าให้เป็นอะไรไปเลยนะ” . .

    .