ในอาทิตย์เดียวกันนั้นเอง เมื่อท่านโหวเสียชีวิตลงหลังบุตรชายแต่งฮูหยินเอกเข้าจวนเพียงสองวัน ซึ่งตัวนางเองไม่รู้ว่าบิดาเขาตายด้วยสาเหตุใด เพราะนางดันไปเข้าห้องน้ำ! กว่านางจะกลับมานั่งก้มหน้าดูจอมือถือข้างเพื่อนสาวอีกที ก็ตอนซื่อจื่อกำลังเข้าพิธีรับ่ต่อจวนโหวจากบิดา เขาทำน้ำตาซึมอยู่หน้างานศพ ทว่าแสยะยิ้มตรงมุมปาก วันต่อมาเขายังตบแต่งยัยนางเอกหน้าใสเข้ามาเป็ภรรยาอีกคน แต่งตั้งเป็ฮูหยินรองทันที
ยัยนางเอกนั่นชื่ออะไรนะ?
หนิงอันขมวดคิ้วใช้ความคิด ก่อนที่ความทรงจำเลือนรางจะแล่นไหลเข้ามาในหัว นางเอกนั่นชื่ออะไรฮวา ๆ สักอย่าง นางไม่ได้ตั้งใจดูละครนัก เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาด่าไอ้พระเอกธงดำกับนางร้ายที่พอตบแต่งเข้าจวนโหวไปกับสามีผู้แสนเ็า เลยรู้สึกอาฆาตแค้นจนทำร้ายคนรอบกายสารพัด มิหนำซ้ำยังวางยาฮูหยินรองจนทำให้นางไม่สามารถตั้งครรภ์ได้
เมื่อพระเอกจับได้ว่าฮูหยินเอกทำอะไรลงไป ก็สั่งขังนางในตำหนักเย็นของจวนโหว โยกหน้าที่มีบุตรมาให้นาง เขาจำใจมาหลับนอนด้วยเพียงเพื่อใช้ครรภ์ของนางเป็เครื่องมือผลิตทายาท พอคลอดบุตร เด็กก็ถูกกระชากออกจากอกมารดา ส่งไปให้ฮูหยินรองเลี้ยงดู นางร้ายผู้ไม่มีโอกาสได้อุ้มชูบุตรของตนเลยสักครั้ง เก็บกดจนเสียสติแล้วอาละวาดอย่างหนัก เข้าไปบีบคอฮูหยินรอง ถูกซื่อจื่อลงมือสังหารปลิดชีพในดาบเดียว สมบทบาทนางร้ายโดยแท้...
ในเมื่อนางมาอยู่ในร่างนี้แล้วก็ไม่มีวันเสียหรอก! ใครมันจะยอมตายอย่างทุเรศขนาดนั้นกัน...
คิดไม่ทันไร ท่านหมอหลวงชราที่ถูกตามตัวมาอย่างเร่งด่วนก็ก้าวเข้ามาในห้องพักรับรอง เขาจัดแจงตรวจดูาแอย่างละเอียดด้วยมืออันสั่นเทา ก่อนจะหันไปรายงานมหาราชครูเซี่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เรียนไท่ซือ าแของคุณหนูใหญ่ บริเวณขมับมีการฉีกขาดจากการกระแทกเข้ากับเหลี่ยมหินของูเาจำลอง เืจึงไหลไม่หยุด ใบหน้าซีกหนึ่งยังบวมช้ำจนผิดรูป โชคดีที่กระดูกใบหน้ามิได้แตกหัก ข้าน้อยจะรีบปรุงยาสมานแผลและยาต้มเพื่อลดอาการบวมช้ำให้ขอรับ”
“รบกวนท่านหมอหลวงด้วย อีกเดี๋ยวข้าจะไปจัดการทวงคืนความยุติธรรมให้บุตรสาวก่อน ทางนี้ก็ฝากด้วยนะ เสี่ยวจู”
“เ้าค่ะนายท่าน บ่าวจะดูแลคุณหนูด้วยชีวิต ไม่ให้ใครมารังแกได้อีกเ้าค่ะ” สาวใช้รับปากเป็มั่นเหมาะทั้งใบหน้าเปื้อนน้ำตา
หนิงอันขยับมือไปดึงรั้งชายอาภรณ์หรูหราเบา ๆ เพื่อไม่ให้บิดาลุกไปจากที่นั่งข้างนาง
“ช้าก่อนเ้าค่ะท่านพ่อ เื่นี้ไม่ใช่ปัญหาของข้าผู้เดียว ทว่าเกี่ยวพันถึงเกียรติของตระกูลเซี่ยและตำแหน่งมหาราชครูของท่านด้วย ท่านจะจัดการอย่างไร สุดแล้วแต่ท่านจะตัดสินใจ ไม่ต้องเกรงใจข้า ข้าไม่มีวันเข้าข้างคนพรรค์นั้นอีก”
นางเว้นจังหวะครู่หนึ่งยามสบเข้ากับสีหน้าประหลาดใจของบิดา ผู้เป็พ่อคงคิดว่านางจะเอ่ยปากอ้อนวอนขอความเมตตาแทนซื่อจื่อผู้นั้นเสียอีก หนิงอันเพียงเอ่ยเสียงเรียบ
“ข้า... อาหนิงคนนี้ จะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ตระกูลเซี่ยและท่านพ่ออย่างแน่นอน ส่วนเื่ของหนิงอันคนเก่าที่ตายไปแล้ว ท่านควรจัดงานศพหรือทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้นางเสียเถิด เมื่อครั้งที่ข้ายังอยู่ในสนามรบ ยามมิตรสหายสิ้นชีพ ข้าไม่เคยละเลยพวกเขาเลยแม้ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย”
สายตาของนางทอดมองไปไกลราวกับกำลังระลึกถึงอดีตอันโหดร้าย บิดามีสีหน้างุนงง ทว่าโดยนิสัยของเขาแล้ว มักจะตั้งใจฟังบุตรสาวพูดจาอยู่เสมอ
“บางครา... ข้าทำได้เพียงนำน้ำสักจอกไปวางไว้ข้างร่างที่แหลกสลายกลายเป็เศษเนืุ้์จากแรงะเิ เอ่ยคำไว้อาลัยให้พวกเขาไปสู่สุคติ ข้าทำได้แค่นั้นจริง ๆ”
“ลูกรัก...” บิดาเอ่ยเรียกเสียงแ่ แววตาเต็มไปด้วยความสับสนระคนปวดใจ “ถึงเ้าจะพูดจาแปลกประหลาดไม่รู้เื่รู้ราวไปบ้าง... แต่พ่อจะยอมทำตามที่เ้าบอกแล้วกัน ในเมื่อพ่อเคยสัญญากับแม่ของเ้าเอาไว้ว่าจะตามใจเ้าทุกอย่าง”
“ขอบคุณที่เข้าใจเ้าค่ะท่านพ่อ”
หนิงอันแย้มยิ้มบางเพื่อปลอบประโลมใจทั้งบิดาและสาวใช้ข้างกาย นางถือว่าวาจาเมื่อครู่ เป็การทำพิธีส่งิญญาให้หญิงสาวคลั่งรักคนเดิมได้ไปสู่สุคติด้วยเลยก็แล้วกัน!
ซื่อจื่อแห่งจวนโหวสามารถมองคนได้อย่างทะลุปรุโปร่งราวกับเข้าไปนั่งอยู่ในใจของคุณหนูเซี่ยทีเดียว เขามั่นใจสิบส่วนว่านางไม่มีทางปริปากฟ้องผู้ใด นางจะต้องบอกบิดาว่าตนเองซุ่มซ่ามหกล้มหัวฟาดหินไปเอง
“ซื่อจื่อ... ท่านลงมือรุนแรงกับคุณหนูเช่นนั้น หากมหาราชครูเซี่ยเอาความขึ้นมาจริง ๆ จวนโหวของเราจะลำบากเอาได้นะขอรับ”
องครักษ์คนสนิทเอ่ยเตือนด้วยสีหน้ากังวล ขณะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ศาลาไม้ริมธารใสของพระราชวังหลวง ใกล้กับตำหนักขององค์รัชทายาท
เสวียนิยกจอกสุราขึ้นจรดริมฝีปาก แววตาฉายความไร้กังวล “เ้าคิดว่าสตรีที่หลงใหลในตัวข้าถึงเพียงนั้นจะกล้าทำให้ข้าขุ่นเคืองใจงั้นรึ?”
“าแบนใบหน้าของคุณหนูเซี่ยดูท่าจะหนักหนานักนะขอรับ ท่านตบหน้านางเสียเต็มแรง ไม่ออมมือสักนิด นางจะไม่โกรธท่านเลยหรือ?”
“หุบปากซะ เ้ายกย่องนางเกินไปแล้ว” ซื่อจื่อหนุ่มแค่นเสียงเหยียดหยาม นึกถึงใบหน้าอ่อนหวานที่แสนจะไร้ศักดิ์ศรีของนาง “ต่อให้นางเจ็บเจียนตาย ตราบใดที่ข้ายังเป็ซื่อจื่อจวนโหวที่นางอยากแต่งงานด้วยจนตัวสั่น นางก็ต้องกลืนเืตัวเองลงคอ ปั้นเื่โกหกว่าซุ่มซ่ามหกล้มเอง หากนางกล้าขัดใจข้าแล้วข้าหมางเมินนาง ข้าไม่แต่งงานด้วยขึ้นมา นางจะทำอย่างไร?”
เสวียนิรู้ดีว่าดรุณีน้อยผู้นั้นเทิดทูนเขาเพียงใด นางยอมทิ้งศักดิ์ศรีของคุณหนูตระกูลใหญ่เพื่อวิ่งไล่ตามเขามาโดยตลอด นับั้แ่ยังเป็เด็กสาวตัวน้อยอายุราวห้าหนาว
ตัวเขาอายุห่างจากนางสองปี เมื่อครั้งในวันวานนั้นเขาได้รู้จักนางผ่านการแนะนำของขุนนางในราชสำนัก ก่อนจะล่วงรู้ในภายหลังว่าบิดาของนางคือมหาราชครูผู้ทรงอิทธิพลที่มักจะพาบุตรสาวออกงานเลี้ยงหลวงอยู่เสมอ
อาหนิงเฝ้าเรียกเขาว่าพี่ชายมาั้แ่เป็เด็กสาวตัวน้อย พอเติบใหญ่เป็สาวสะพรั่ง นางก็ปรารถนาจะเขาเป็สามี ความสัมพันธ์นี้ถึงได้กลายมาเป็สัญญาหมั้นหมายของสองตระกูลเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมือง
ติดเพียง... ซื่อจื่ออนาคตไกลเช่นเขารังเกียจท่าทีร้ายกาจเอาแต่ใจของนางยิ่งนัก
เสวียนิซ่อนความทะเยอทะยานไว้เต็มอก ยามนี้จวนจงหย่งโหวสกุลไป๋กำลังตกต่ำ ไร้กำลังทหารในมืออย่างแท้จริง อำนาจขุนนางฝั่งบู๊สั่นคลอน ต่างจากตระกูลเซี่ยที่เป็ตระกูลมหาราชครูอันดับหนึ่งฝั่งบุ๋น มีลูกศิษย์ลูกหาคุมเสียงขุนนางไปครึ่งราชสำนัก เขาจะทอดทิ้งคุณหนูเซี่ยไปเสียตอนนี้มิได้...
ทว่าการสั่งสอนนางให้นางรู้ว่าสิ่งใดไม่ควรแตะต้องนั้นก็จำเป็ต้องทำ เมื่อตบแต่งนางเป็ภรรยาเอก จะได้ไม่ลำบากกับปัญหาในจวนโหวมากนัก
“ท่านพ่อนี่ก็ไม่ยอมตายเสียที แล้วเมื่อไรลูกชายอย่างข้าจะได้เป็ท่านโหว” เสวียนิถอนหายใจ พลางทอดสายตามองไปยังบิดาบนรถเข็นไม้
ไป๋เฉินเซวียน ขุนศึกผู้เกรียงไกรในอดีตยังคงทอดสายตามองไปข้างหน้าด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว สมกับที่เคยเป็ผู้ปราบฏเจ็ดแคว้น กำราบเผ่าเร่ร่อนทางเหนือจนราบคาบ จนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็จงหย่งโหว
บุรุษวัยสามสิบหกปีผู้นี้แม้ร่างกายจะตกต่ำจนถึงขีดสุด อันเนื่องมาจากาใหญ่ระหว่างสามแคว้น ทำให้สะเก็ดะเิเพลิงฝังลึกเข้ากระดูก บดขยี้เส้นประสาทและเส้นเอ็นจนกลายเป็บุรุษขาอ่อนแรงที่ผู้คนต่างเวทนา อาการาเ็ของเขามิได้หนักหนาถึงขั้นพิการไปตลอดชีวิต
ท่านหมอชราผู้หนึ่งเคยกล่าวไว้ว่าเขายังพอจะลุกขึ้นยืนได้บ้างเป็ครั้งคราว ขอเพียงได้รับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่องในระยะยาวก็ยังพอมีหวัง
นั่นไม่ใช่ความหวังที่บุตรชายปรารถนาจะให้เกิด...
“เอาเถิด เื่ตำแหน่งจวนโหว สุดแล้วแต่วาสนาก็แล้วกัน แต่ถ้า์จะเร่งเร้าให้ข้าเสียหน่อยก็คงดี” รอยยิ้มร้ายตรงมุมปากของเสวียนิบ่งบอกความหมายชัดเจน แม้คนสนิทที่ยืนก้มหน้าอยู่จะพยายามคิดเข้าข้างตนเองว่า...
บุตรชายผู้นี้คงไม่เหี้ยมโหดถึงขั้นลงมือเข่นฆ่าบิดาแท้ ๆ ที่ไร้ความผูกพันกันมาโดยตลอดจริง ๆ หรอก... กระมัง