ฝาแฝด​อันตราย

    ตอนที่​36 ทำความรู้จัก​

    "แล้วคนในบ้านจะไม่คิดว่าหวานเป็นสายขโมยหรอจ๊ะพี่....ที่ไปเยี่ยมๆมองๆบ้านน่ะ..." หวานย้อนถามกลับมาขณะที่กำลัง

    ก้าวเท้าลงจากรถกระบะ...


    "หวานแค่ไปมองดูที่จอดรถก็พอว่ามีรถอยู่กี่คัน...คือพี่ไม่อยากเจอนายชัดเค้าในตอนนี้น่ะ..."


    "จ๊ะ..." หวานรับปากจากนั้นก็เดินไปหน้าบ้านของชายหนุ่ม เดินเมียงมองผ่านเข้าไป แล้วเดินกลับมาหาฉัตรชัยที่รถอีกครั้ง


    "มีสองคันจ๊ะพี่ สีขาวกับสีดำ.." หวานบอกแล้วทำให้ฉัตรชัยมั่นใจว่านายชัดไม่อยุ่บ้านแน่ๆ คงเอารถสปอร์ตสีแดงของ

    ตนเองไปขับเล่น และขณะนี้ก็คงไม่ได้อยู่ในบ้าน..

    .

    "ดีละ...งั้นหวานไปกดกริ่งที่ประตุรั้วนั้นนะ แล้วถามหาคุณนายแจ่มจรัส บอกกับคนในบ้านว่าหวานมาจากชัยนาท แค่นั้นพอ"


    "แล้วถ้าเขาให้หวานเข้าไปหาคุณแม่ละคะ...จะให้หวานบอกว่ายังไง...." หวานมีสีหน้าหวาดหวั่นเมื่อพูดจบ


    "ถ้าเจอแม่...หวานบอกว่ามากับพี่...เดี๋ยวคุณแม่คงจัดการเองได้ว่าควรทำอย่างไร..."


    หลังจากหวานเดินไปกดกริ่งที่ประตุรั้วบ้าน รอสักพักฉัตรชัยก็เห็นป้าแจ่มเดินมาที่ประตุรั้ว จากนั้นก็พูดคุยกับหวานอยู่

    สักพักหวานก็รีบเดินกลับมาที่รถด้วยสีหน้าตื่นๆ ใบหน้าซีดขาว


    "พี่จ๊ะ...ไปโรงพยาลกัน...คุณแม่อยู่ที่นั่น..."


    หวานพูดจบก็หน้าซีดขาวจนฉัตรชัยหวาดวิตกว่าคงมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับมารดาของตนเป็นแน่ หลังจากสอบถามชื่อ

    โรงพยาบาลกับหวานแล้ว ฉัตรชัยก็รีบขับรถออกไปทันที


    พอมาถึงโรงพยาบาลหลังจากที่ฉัตรชัยสอบถามกับประชาสัมพันธ์จึงได้ทราบว่ามารดาของตนนั้นเพิ่งย้ายออกมาจากห้อง

    ไอซียู มาอยู่ที่ตึกผู้ป่วยจึงรีบพาหวานไปหา ขณะที่รอกดเรียกลิฟท์อยู่ที่ชั้นล็อบบี้นั้น พอลิฟท์เปิดออกมาฉัตรชัยถึงกับ

    สะดุ้งเมื่อมองเห็นสาวสวยที่ลงมากับลิฟท์นั้นคือคุณหมิวคู่หมั้นของตนนั่นเอง ดีแต่ว่าขณะนั้นคุณหมิวยืนก้มหน้าอยู่เลย

    ไม่ทันแลเห็นฉัตรชัยที่จูงมือของหวานรอขึ้นลิฟท์ ฉัตรชัยรีบปรับสีหน้าให้เป็นปรกติทำเหมือนตนเองไม่เคยรู้จักคุณหมิว

    มาก่อน พอคุณหมิวเงยหน้าขึ้นมอง ก็ตกตะลึงที่เห็นคุ่หมั้นของตนเองจับจูงมือสาวอีกคนยืนอยุ่หน้าลิฟท์


    "คุณพี่..."


    เสียงคุณหมิวร้องทัก แต่ฉัตรชัยทำเป็นไม่รุ้เรื่องไม่รู้จัก เดินสวนเข้าไปในลิฟท์พร้อมกับจูงมือหวานเข้าไปด้วย แต่หวาน

    กลับหน้าซีดเผือดมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงสาวสวยสง่างามที่ร้องทักฉัตรชัยเมื่อครู่นี้ จนมือเล็กๆของเธอที่ฉัตรชัยกุม

    อยู่สั่นสะท้านพร้อมเย็นเฉียบ ส่วนคุณหมิวถึงกับทะลึงจนหน้าสวยหวานของเธอเหว๋อ ที่คุ่หมั้นหนุ่มทำเหมือนไม่รู้จักเธอ

    แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ประตุลิฟท์ก็ค่อยๆปิด


    ฉัตรชัยถอนหายใจอย่างโล่งอก จนลิฟท์ขึ้นไปถึงชั้นที่มารดาพักอยู่ ฉัตรชัยรีบจุงมือของหวานเดินเข้าไปหาทันที ด้าน

    คุณหมิวที่ยืนอยู่หน้าลิฟท์ชั้นล็อบบี้ เริ่มงุนงงสงสัย กับผู้ชายที่เดินสวนเข้าลิฟท์ไปเมื่อสักครู่นั้น คือฉัตรชัยคู่หมั้นของ

    เธออย่างแน่นอน แม้เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่จะดูแปลกหูแปลกตาไปบ้างก็ตามที เธอจึงยืนรอเรียกลิฟท์ลงมาอีกครั้ง ทั้งๆที่

    ตั้งใจจะกลับไปบ้านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เพราะตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเธออยุ่รอเฝ้าว่าที่แม่สามีของเธอจนกระทั่ง

    คุณหมอนำตัวออกมาจากห้องผ่าตัด แล้วเธอเองเป็นคนจัดการเรื่องห้องพักฟื้นให้กับคุณนายแจ่มจรัสเองทั้งหมด โดย

    ที่ไม่รู้ว่าฉัตรชัยคู่หมั้นหายตัวไปไหน แต่พอตอนนี้คุณหมิวกลับเห็นเขาเดินจุงมือหญิงสาวดูชาวบ้านๆเข้ามาหาคุณ

    นายแจ่มจรัสอีกครั้ง


    ฉัตรชัยกับหวานเข้ามาในห้องพักฟื้นของมารดา เห็นสายน้ำเกลือกับสายอ๊อกซิเย็นระโยงระยางอยุ่ที่ตัวมารดา ส่วนที่

    แขนขาก็มีเผือกดามไว้ รอบๆศรีษะพันผ้าขาวไว้แน่นหนา


    "แม่...."


    ฉัตรชัยเรียกมารดาเสียงดัง แล้วเดินไปเกาะขอบเตียงมารดายืนนิ่งน้ำตาคลอเบ้า แต่นางยังหลับสนิท ลมหายใจระรวย

    รินช้าๆ พยาบาลที่ยังยืนอยู่ภายในห้อง รีบเดินเข้ามาหาฉัตรชัยแล้วกระซิบบอกให้เบาเสียงลงหน่อย สักครุ่เธอก็เดิน

    ออกไปจากห้อง พร้อมกับที่คุณหมิวเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง


    "คุณพี่คะ...หายไปไหนทั้งคืน...แล้วผู้หญิงคนนี้ ใครคะ"  


    เสียงที่เคยหวานไพเราะของคู่หมั้นสาวนั้น ครั้งนี้กลับดูกระด้างซีเรียส เธอมองหน้าฉัตรชัยสลับกับใบหน้าของหวาน

    แล้วคิ้วเรียวงามก็ขมวดมุ่น ในขณะที่ฉัตรชัยพยามยามปั้นสีหน้าเสมือนว่าไม่เคยรู้จักคุณหมิวมาก่อน ส่วนหวานนั้นหลบ

    ไปยืนอิงแอบด้านหลังของฉัตรชัยด้วยหวาดกลัวจนใบหน้าที่ขาวซีด


    ฉัตรชัยพยามคิดอย่างรวดเร็วกับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ว่าจะบอกความจริงทั้งหมดกับคู่หมั้นเลย

    หรือว่าจะค่อยบอกทีหลัง ด้วยว่าสองวันที่ผ่านมานั้นฉัตรชัยไม่แน่ใจว่าน้องชายฝาแฝดของตนกับคุณหมิวพบกันบ้างหรือ

    ยัง แต่ในที่สุดฉัตรชัยก็ตัดสินใจที่จะยังไม่ยอมบอกความจริง



    "เอ่อ...ขอโทษครับ...คุณคงจำคนผิด ผมชัดชาย....เป็นฝาแฝดกับพี่ฉัตรน่ะครับ"


    ฉัตรชัยพูดจบก็ก้มหน้าหลบซ่อนสายตาไม่กล้าสบสายตากับคุณหมิว ทางด้านคุณหมิวพอได้ยินชัดเต็มสองหู เธอก็งุนงง

    ด้วยไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุ่หมั้นของเธอนั้นมีคู่แฝด พร้อมกับไม่อยากเชื่อคำพูดของเขา แต่ครั้นพอนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา

    เมื่อวานที่คุ่หมั้นของเธอรุ้เรื่องมารดาประสพอุบัติเหตุเข้าโรงพยาบาลนั้น ไม่เห็นมีทีท่ารู้สึกรู้สาแต่อย่างใด จนคุณหมิว

    ขัดใจในทีท่าของเขา แต่พอกลับมาวันนี้ ชายหนุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นคุ่แฝด กลับมีทีท่าห่วงกังวลในอาการของคุณนาย

    แจ่มจรัสต่างกับเมื่อวาน ใจคุณหมิวเลยเริ่มลังเลว่าหรือชายหนุ่มคนนี้จะพูดความจริงที่ว่าเขาเป็นน้องชายฝาแฝดกับ

    คุ่หมั้นของเธอ


    อีกทั้งสาวชาวบ้านที่ยืนแอบอยู่ด้านหลังนั้น ดูอาการตื่นกลัวลักษณะบอกชัดเจนว่าคงเป็นภรรยาของเขา ซึ่งไม่มีทาง

    เป็นไปได้ที่คุ่หมั้นของเธอจะเลือกสาวชาวบ้านแบบนี้มาเป็นภรรยาทั้งๆที่ตนเองมีคู่หมั้นเป็นสาวสวยเพรียบพร้อมไป

    ด้วยคุณสมบัติของกุลสตรี


    "เอ่อ...ขอโทษนะคะ...มะกี้บอกว่าเป็นน้องชายฝาแฝดกับคุณพี่ฉัตรหรอคะ..."


    "เอ่อ...ขอโทษนะคะ...มะกี้บอกว่าเป็นน้องชายฝาแฝดกับคุณพี่ฉัตรหรอคะ..." หญิงสาวถามย้ำอีกครั้ง


    "ใช่ครับ...ผมชื่อชัดชาย.." ฉัตรชัยเน้นย้ำชื่อน้องชายอีกครั้ง คุณหมิวพยักหน้าช้าๆ


    "ต้องขอโทษด้วยค่ะ ที่เสียมารยาทไปเมื่อสักครู่ เผอิญหมิวไม่เคยทราบมาก่อนว่าคุณป้ามีลูกชายแฝดน่ะค่ะ..เอ่อ...หมิว

    ลืมแนะนำตัวไปค่ะ..ชื่อมล.ลาวัลย์นะคะ...เป็นคู่หมั้นกับคุณฉัตร..." ฉัตรชัยพยายามหลีเลี่ยงการสบตากับคู่หมั้น ด้วยเกรง

    ว่าจะเปิดเผยความรู้สึกออกมา


    "ยินดีที่ได้รู้จักครับ...นี่หวานภรรยาของผมครับ..."


    ฉัตรชัยแนะนำตัวหวานให้คุณหมิวรู้จัก ตามศักดิ์แล้วหวานเป็นเมียของน้อง แต่เนื่องจากอาวุโสกว่าคุณหมิวอยู่หลายปี

    คุณหมิวจึงเป็นฝ่ายยกมือไหว้สวัสดีขึ้นก่อน หวานก็รับไหว้เงอะงะ ด้วยความประหม่า ใบหน้ายิ่งซีดเผือดเมื่อรู้ว่าผู้หญิง

    สวยสง่างามที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอนั้น คือคุณหมิว หรือมล.ลาวัลย์คู่หมั้นของผู้ชายที่เธอแอบรัก


    "เอ่อ..คุณหมิวพอทราบมั๊ยครับว่าคุณแม่เป็นอะไร...เอ่อประสพอุบัติเหตุอย่างไรถึงได้ดูมีอาการหนักขนาดนี้.."


    ฉัตรชัยถามเสียงเรียบๆ แต่คุณหมิวได้ยินถึงกับชะงักหน้าเปลี่ยนสี ด้วยเธอรุ้ว่าสาเหตุที่ทำให้คุณนายแจ่มจรัสได้รับ

    อุบัติเหตุตกบรรไดนั้น เธอมีส่วนทำให้เป็นไป


    "ทราบว่าคุณป้าตกบรรไดน่ะค่ะ.." คุณหมิวตอบเสียงเบาๆ จากนั้นก็นิ่งเงียบกันไปทั้งสามคน


    ""เอ่อ...หมิวขอตัวกลับก่อนนะคะ...คุณป้าพ้นขีดอันตรายแล้ว หมิวอยู่นั่งรอทั้งคืนยังไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยค่ะ..."

    คุณหมิวพูดเสียงเบาๆ อายๆที่เธอหมักหมมไม่ได้อาบน้ำท่ามาตั้งแต่เมื่อวาน


    "ครับ...เชิญตามสบายครับ ขอบคุณที่คุณหมิวช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องแม่..."


    ฉัตรชัยตอบกลับด้วยความรุ้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของคุ่หมั้น พร้อมกับเผลอตัวเงยหน้าขึ้นมองสบตากับคุณหมิว

    ความรุ้สึกภายในใจก็เผยออกมาทางแววตา จนคุณหมิวถึงกับชะงักงุนงงกับสายตาของแฝดผู้น้อง มันช่างเหมือนกับ

    สายตาของคู่หมั้นที่เธอเคยเห็นบ่อยๆ แตกต่างจากคู่หมั้นที่เธอพบและเกือบเสียตัวให้เขาในวันวาน แต่คุณหมิวก็ไม่

    ได้เอะใจสงสัยอะไรพร้อมกับคิดว่าความเป็นฝาแฝดเลยอาจจะมีอารมณ์และความรุ้สึกไม่ได้แตกต่างกันก็เป็นได้ แต่

    คล้ายกับเรื่องฝาแฝด​อันตราย ที่คุณอ่าน