ยืนยันได้อย่างแน่ชัดคุณหนูซ่งสามฉีกได้อย่างงดงามยิ่ง
แม้นางเหนื่อยล้าอ่อนเพลียทว่ายังคงอยู่ในรถอย่างไม่ทุกข์ร้อนที่ประตูทางเข้าจวนโหว ปรากฏเรือนร่างรีบร้อนอีกครั้ง
ครั้งนี้เป็หญิงสาวผู้หนึ่งดูเหมือนอายุสิบห้าสิบหกปี ใบหน้างามสวยจนจันทร์หลบมวลผกาละอาย*เร่งรีบออกมา จังหวะก้าวเดินของหญิงสาวผู้นี้อ่อนช้อย ทว่าใบหน้าแฝงไว้ด้วยความคับแค้นใจและกระสับกระส่ายจางๆรีบเดินมาจนถึงประตูทางเข้าจวนเห็นดวงตาคู่หนึ่งดั่งคลื่นซัดสาดของน้ำในฤดูใบไม้ผลิของซ่งิหลานมองมาอย่างไม่ใส่ใจดวงตาทั้งคู่ของผู้เยาว์วัยกว่าฉับพลันนั้นรื้อขึ้นด้วยหยาดน้ำตาแวววาวต่อมาก็คารวะซ่งิหลานพูดด้วยเสียงต่ำว่า “คารวะพี่สาม!” นางเงยศีรษะขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นแววตาเปื้อนยิ้มของซ่งิหลานจึงแก้ต่างด้วยน้ำเสียงอ่อนนิ่มว่า “ความจริงแล้วท่านแม่ป่วยอยู่เ้าค่ะ ที่จริงคิดจะมารับพี่สามเข้าจวนเพียงแต่ลุกไม่ขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงได้ให้น้องสาวออกมา คงไม่ได้ทำให้พี่สาวเสียใจนะเ้าคะ ”
น้ำเสียงของนางอ่อนนิ่มทว่าน่าสงสารอีกทั้งใบหน้างดงาม ย่อมทำให้ผู้อื่นเห็นอกเห็นใจ
ไกลออกไปยังมีคนรู้สึกว่า...
บางทีคุณหนูงามงดผู้นั่งตัวตรงอยู่บนรถนี้ใช่เอาแต่ใจบังคับผู้อื่นเกินไปแล้วหรือไม่?
“จริงหรือ?” ซ่งิหลานยิ้มออกมาเล็กน้อย
นางมองลงไปเบื้องล่างจากรถถึงจวนไปยังเบื้องหน้าของหญิงสาว
ความงดงามอ่อนหวานคิ้วงามละเอียดอ่อน ดูอ่อนแอและเปราะบาง สาวน้อยผู้นี้แม้ไม่มีส่วนไหนงดงามคล้ายคลึงกับตนเองสักส่วนทว่าอย่างไรก็เป็หญิงงามผู้หนึ่ง บางทีอาจทำให้ในใจผู้อื่นบังเกิดความรู้สึกรักใคร่สงสาร้าปกป้องความอ่อนนิ่มบอบบางของนาง
สายตาของนางอยู่ที่เสื้ออาภรณ์ปักลายดอกท้อของหญิงสาวลวดลายดอกท้อบานสะพรั่งซ้อนทับกันเป็ชั้นๆเสริมให้นางงามเพริศพริ้งขึ้นไปอีกด้วยเอวบางสวมกระโปรงยาว เมื่อหญิงสาวขยับกายปรากฏหงส์ตัวหนึ่งพ่นมุกแพรวพราวทุกทีที่เคลื่อนไหวทำให้รู้สึกว่าทั้งร่างเต็มไปด้วยเพชรพลอยลานตา แต่กลับทำให้นางหัวเราะเห็นสายตาของหญิงสาวผู้เยาว์กว่าตื่นตะลึงมองตอบนางจึงจ้องไปที่เครื่องประดับอันวิจิตรบนศีรษะที่แกว่งไกวทุกครั้งที่ก้าวเดินพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า “น้องสี่...” นางหยุดไปครู่หนึ่ง แววตาแฝงรอยยิ้มเย็นยะเยียบวาดผ่านบางเบาน้ำเสียงกระจ่างใสพูดออกไปว่า “อาภรณ์สีดอกท้อยังมีพลอยสีแดงใส่คู่กันยิ่งสวยงามสดใส เ้าว่าอย่างไร? ”
“อะไรนะ?” หญิงสาวคิดไม่ทันในคำพูดของนางอีกทั้งคาดไม่ถึงว่าจะทำให้นางไม่เข้าใจแม้แต่น้อยมองด้วยสายตาฉงนสนเท่ห์ไปที่ซ่งิหลาน
ริมฝีปากแดงของซ่งิหลานยกขึ้นเล็กน้อย
เห็นท่าทีนางเหมือนมองข้ามตัวเองั์ตาของหญิงสาวมีประกายความเกลียดชังพาดผ่านครู่หนึ่งหลังจากนั้นจึงเปลี่ยนเป็ระลอกคลื่นที่กระจ่างสดใสและน่าสงสารเมื่อซ่งิหลานอยู่ใกล้ตัวเองยิ่งพูดเสียงดังแฝงความอ่อนนิ่มว่า “ท่านแม่ให้ข้ามารับพี่สาวกลับจวนเสียนานแล้ว เป็ความผิดของข้าเอง ที่มัวแต่เล่นสนุกกับพี่สาวน้องสาวทั้งหลายด้วยเหตุนี้จึงได้ลืมไป พี่สาวใจคอกว้างขวาง ขอให้พี่สาว...” ท่าทีนางดูเหมือนละอายใจเป็อย่างมากสะอึกสะอื้นไม่หยุดจนขอบตาแดงเรื่อ พูดเสียงต่ำว่า “ขอให้พี่สามยกโทษให้น้องสาวสักครั้งหนึ่งเถอะ!” ถูกความเอาแต่ใจบังคับจนต้องใช้ความน่าสงสารและอ่อนแอชดใช้ความผิดยิ่งทำให้ผู้อื่นรักใคร่สงสารขึ้นไปอีก
ซ่งิหลานมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสงบ
นี่คือน้องสาวต่างมารดาของนางซ่งิเยว่บุตรสาวของหลี่ซื่อฮูหยินจวนจงจิ้งโหว
เห็นได้ชัดว่าบิดาคนเดียวกันทว่าต่างมารดา จึงเป็ดังคู่แค้นก็มิปาน
และมีชะตาชีวิตที่ต่างกัน
นางถูกเนรเทศไปอยู่ถึงหุบเขาป่าลึกฝึกจิตใจแปดปี ทว่าซ่งิเยว่กลับมีชีวิตอย่างหรูหรา เติบโตขึ้นมาบนกองเงินกองทองปัจจัยในชีวิตพร้อมมูล ไม่มีสิ่งไหนไม่ดีที่สุดกลายเป็คุณหนูตระกูลผู้ดีมีศักดิ์ที่กินดีอยู่ดี
นางช่างน่าภาคภูมิใจสมกับเป็บุตรสาวของหลี่ซื่อตอนนี้ยังถึงกับใส่ร้ายนาง
หากว่าซ่งิหลานไม่ยอมให้อภัยซ่งิเยว่ก็เหมือนเอาแต่ใจบังคับผู้อื่น ก็เหมือนเอาแต่เหตุผลไม่รู้จักอภัยผู้อื่นกระทั่งน้องสาวและผู้าุโล้วนถูกคนชั่วเหยียบย่ำ
ทว่า้าให้นางให้อภัย...
จะเป็ไปได้อย่างไร?
นางทอดลมหายใจอย่างสบายอารมณ์ออกมาหนึ่งครั้งส่ายศีรษะอย่างจนปัญญาพูดเสียงต่ำเบาว่า “น้องสาวเ้ายังจะเรียกข้าคนนี้เป็พี่สาวข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว” เห็นซ่งิหลานแม้ว่าใบหน้าไม่ยินดีทว่ายื่นมืออันสั่นเทาบอบบาง้าพยุงตัวเองลงจากรถ นางเพียงแต่ยิ้มและมองมือที่ขาวราวหิมะกำลังสั่นเทาตัวเองลงจากรถเองอย่างเอื่อยเฉื่อย นำพาสาวใช้ของตนก้าวเดินผ่านซ่งิเยว่เข้าจวนเดินไปทางด้านหลังอย่างช้าๆนางไม่ได้กลับมาจวนโหวเสียหลายปี ตอนนี้รู้สึกว่าแปลกตาไปหมด เคยจำได้ว่าสิ่งปลูกสร้างน้อยชิ้นตอนนี้ผุดขึ้นมากมาย
ศาลาเก๋งจีนหลายหลังสะพานเล็กมีสายน้ำไหลผ่าน เนินเกาะโขดหินมากมาย รายล้อมด้วยน้ำใสสีครามยังมีไม้ดอกบานสะพรั่งดั่งดิ้นทองแพรวพราวจับตาเห็นได้ชัดว่า่เวลาในจวนโหวเต็มไปด้วยบรรยากาศงดงามกลมกลืนอย่างที่สุด
ยังมีนั่นที่ไกลออกไปคนสามถึงห้าคนจับกลุ่มเล็กๆเล่นกันสนุกสนานหรือว่าเป็ต้นหลิวหัก หรือว่าปิ่นดอกไม้ของสาวใช้คนงาม ที่ทำให้จวนโหวที่อายุนับร้อยปีเต็มไปความสดสวยมีชีวิตชีวา
ซ่งิหลานหยุดเท้าตัวเองไปชั่วขณะภายใต้การนำทางของฮูหยินผู้หนึ่งที่เอาใจใส่ ย่ำไปบนทางสายหนึ่งซึ่งทั้งสองฟากฝั่งดารดาษด้วยดอกไม้ที่ปลูกเต็มบนทางสายเล็ก
“คุณหนูสี่” คาดไม่ถึงว่าซ่งิหลานไม่รับไมตรีอันดีของซ่งิเยว่เมินเฉยกระทั่งจับยังไม่อยากจะจับแม้เพียงสักนิด เห็นได้ชัดว่าไม่้าไว้หน้าซ่งิเยว่อีกด้านยังมีสาวใช้ที่ไม่พอใจยืนอยู่ด้านหลังซ่งิเยว่บ่นด้วยความแค้นเคืองว่า “คุณหนูสามก็ช่างเหิมเกริมเสียจริง! เห็นอยู่ว่าคุณหนูสี่เป็ที่รักใคร่ของนายท่านโหวที่สุดทว่านางกลับมองไม่เห็นคุณหนูสี่อยู่ในสายตา วันนี้เพิ่งกลับจวนกลับกล้าทำกำเริบเสิบสานกับคุณหนูท่านถึงเพียงนี้ภายภาคหน้าทำไมจะไม่้าเหยียบย่ำข่มเหงคุณหนูทุกวันล่ะ?” นางบ่นไปรอบหนึ่ง เงยศีรษะขึ้นก็ถูกใบหน้าบิดเบี้ยวของซ่งิเยว่ขู่ขวัญไปหนึ่งหน
“นางคิดว่าตัวเองเป็ใคร!” ซ่งิเยว่มองตามหลังซ่งิหลานด้วยความเคียดแค้น
วันนี้นาง้าแสดงอำนาจให้ซ่งิหลานเห็นให้นางเข้าใจฐานะของตัวเอง อย่างน้อยอยู่ในจวนจงจิ้งโหววางตำแหน่งบุตรสาวคนโตของฮูหยินใหญ่ไว้และเพื่อ้าให้พี่สาวน้องสาวทุกคนในจวนได้เห็นอย่างชัดเจน ซ่งิหลานแม้จะเป็บุตรสาวฮูหยินใหญ่แล้วจะอย่างไร
บรรดาพี่สาวน้องสาวมีเพียงนางซ่งิเยว่ที่สูงส่งที่สุด
ใครจะไปรู้ฝีปากของซ่งิหลานจะว่องไวคล่องแคล่วเพียงนี้ไม่เพียงจัดวางตำแหน่งท่านแม่นาง ยังหยามน้ำหน้านาง
ซ่งิเยว่ั้แ่เด็กเป็ที่รักใคร่ของบิดามารดาจวนจงจิ้งโหวแต่ไหนแต่ไรมาทุกเื่สมหวังดังใจจนเคยชิน ในจวนโหวแห่งนี้ ไม่ต้องพูดถึงท่านแม่ว่าเอาอกเอาใจนางเพียงใดแม้แต่ท่ามกลางบรรดาพี่สาวน้องสาว ล้วนแต่ให้ความเคารพนางที่ไหนจะเคยได้คับแค้นใจถึงเพียงนี้ นางกระทั่งเสียหน้าเสียไปด้านนอกถนนใหญ่เกรงว่าพรุ่งนี้ ผู้คนกว่าครึ่งเมืองหลวงย่อมได้รู้พี่สาวของนางปฏิบัติเหมือนนางไม่มีค่า ทั้งหมดล้วนไม่อยู่ในสายตาความอัปยศประเภทนี้ดั่งก้างปลาติดคอ*ทว่าซ่งิเยว่ กลับจนปัญญาที่จะโต้กลับซ่งิหลาน ไม่สามารถทำได้เพราะว่าถูกสบประมาทแล้วก็ขอพุ่งเข้าตบหน้าซ่งิหลานสักฉาดสองฉาดเถอะ?
...แม้ว่านางอยากตบหน้าซ่งิหลานมากก็ตามที
“รอข้าก่อนเถอะ!”
นางหมดปัญญาสู้ซ่งิหลานทว่ายังคงกล่าวคำพูดดุร้ายอาฆาตเหมือนเคย หลังจากนั้นใช้แรงขยี้หัวตาตัวเอง ั์ตาพลันแดงเรื่อเดินไปตามทางที่ซ่งิหลานมุ่งหน้าไป
ทว่าซ่งิเยว่กลับไม่กล้าทำอะไรต่ำช้าเมื่อเผชิญหน้ากับซ่งิหลานด้วยเหตุนี้ซ่งิหลานจึงเดินอย่างสบายอกสบายใจไปตามทางสายเล็กนั่น เห็นเบื้องหน้าฉับพลันนั้นกว้างไกลด้านหนึ่งเป็ห้องโถงใหญ่ปรากฏเบื้องหน้าสายตาตนเอง ภายในห้องงดงามแฝงไว้ด้วยความสุภาพเยือกเย็นยึดครองพื้นที่กว้างขวาง อีกด้านยังมีทางสายใหญ่ทอดยาวไปจนถึงพื้นดินนางจำได้ว่านี่ก็คือเรือนชุนฮุย*ที่ฮูหยินผู้เฒ่าจวนจงจิ้งโหวอาศัยอยู่คิดถึงตัวเองเมื่อวัยเยาว์ครั้งอาศัยเรือนชุนฮุยไม่รู้จะนับได้หรือไม่ว่าผ่านวันคืนอันสงบสุขนางหลุบสายตาตนเองลง เท้าดั่งเหยียบบัวก้าวช้าๆ ค่อยๆเดินเข้าไปยังห้องโถง
ระเบียงของห้องโถงมีสาวใช้สองสามคนกำลังคุยเล่นสนุกสนานท่ามกลางในนั้นมีผู้หนึ่งเหมือนเป็หัวหน้ามองเห็นหญิงสาวงดงามผู้หนึ่งเดินอย่างช้าๆเข้าไป แม้ว่าสายตาหลุบลงนิ่งสงบอย่างไรก็ตามท่วงท่าสง่างามน้อยนักจะพบเห็นทำให้ผู้อื่นไม่สามารถมองข้าม รีบร้อนลุกขึ้นออกมาต้อนรับ
“ท่านคือคุณหนูสาม? ฮูหยินผู้เฒ่ารอคุณหนูสามนานแล้วบ่าวพาคุณหนูสามเข้าไปนะเ้าคะ”
นางคารวะพร้อมทั้งยิ้มให้หนึ่งครั้งนำพาซ่งิหลานเข้าไปในห้อง เพียงเปิดม่านออกก็เรียกพร้อมรอยยิ้มว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าคุณหนูสามกลับจวนแล้วเ้าค่ะ ! ”
ซ่งิหลานให้เสียงหัวเราะว่าอยู่ตรงนี้ก่อนจะก้าวข้ามประตูเข้าไปในห้องพลันได้กลิ่นธูปหอมบางเบาลอยอวลอยู่ภายในห้องนี้ ความคุ้ยเคยอันแรงกล้า กับกลิ่นธูปในอารามเก่าแก่ที่นางเคยอาศัยอยู่มีความคล้ายคลึงกันหลายส่วนในห้องไม่ได้เต็มไปด้วยแสงทองสุกสกาว มีเพียงกระถางเพชรและของเล่นทางตะวันตกหลายชิ้นที่วางตามใจชอบไว้บนโต๊ะสมบัติหลายตัวมองแล้วเหมือนวางไว้ตามใจ ทว่ากลับทำให้เห็นความไม่เดือดเนื้อร้อนใจของผู้มั่งมี จากมุมหนึ่งของห้องมีกลิ่นกำจายจากกระถางธูปรูปนกกระสาหัวแดงสยายปีกพ่นควันหมุนเป็เกลียวลอยวนขึ้นไปกลิ่นธูปหอมยิ่งคละคลุ้งขึ้น อีกด้านยังมีดอกไม้สดปักอยู่มุมหนึ่งของแจกันทรงหญิงงาม
ในห้องไม่ว่าจะเป็โต๊ะเก้าอี้หรือเครื่องเรือนล้วนเป็ไม้แดงแกะสลักลวดลาย ไม่ต้องโพนทะนาก็เห็นถึงความร่ำรวยอย่างเป็ธรรมชาติ
สายตาของซ่งิหลานมองตรงแน่วไปที่ร่างของสตรีผู้มีใบหน้าเต็มไปด้วยความเมตตาซึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตำแหน่งประธาน
นางสวมเสื้ออู่ฝูเฝิ่งโซ่ว* บนหน้าผากคาดไว้ถึงแปดส่วน จิตใจสุขุมเยือกเย็นหน้าตาเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ทำให้ผู้อื่นมองแล้วสนิทใจ
ทว่าความน่าสนิทใจอย่างนี้ของญาติผู้าุโในบ้านกลับส่งหลานสาวตัวเองจากจวนโหวไปอยู่ข้างนอกถึงแปดปี โดยไม่สนใจไยดี
ซ่งิหลานรู้สึกอยากหัวเราะยิ่งนักอย่างไรก็ตามชั่วขณะนี้สายตาของนางกวาดผ่านไปยังผู้ที่มองมาด้วยความใคร่รู้ซึ่งก็คือสตรีาุโสูงศักดิ์ผู้มีวัยใกล้เคียงกันผู้หนึ่งเห็นเครื่องแต่งกายละเอียดอ่อนสูงสง่าของสตรีท่านนี้ สาวใช้นับไม่ถ้วนล้อม
หน้าล้อมหลังล้วนแต่ระมัดระวังฉับพลันนึกได้ถึงคำที่ฮูหยินเพิ่งพูดไป รู้ว่าท่านนี้เกรงเพียงฮูหยินผู้เฒ่าจวนหลัวกั๋วกงผู้นั้นนางหรี่ตาทั้งคู่ลงเหมือนจะให้ขยายไปทั่วดวงตาดอกท้อค่อยๆเดินไปจนถึงเบื้องหน้าของสตรีสูงวัยทั้งสองคน คารวะอย่างแช่มช้าพูดเสียงอ่อนนุ่มมองไปยังสตรีสูงวัยที่มองมาด้วยั์ตารักใคร่เอ็นดูว่า “ฮูหยินผู้เฒ่า หลานกลับมาแล้ว”
นางหลุบตามองมือของตัวเองลูกประคำหยกพวงหนึ่งปรากฏวับแวววาวภายใต้แขนเสื้อ
สายตาของฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวมองไปที่ลูกประคำพวงนี้โดยไม่รู้ตัว ใบหน้าปรากฏความอบอุ่นยิ่งขึ้น
“อยู่ในป่าเขาสบายดี?” นางดึงซ่งิหลานซึ่งดูแล้วทั้งเยือกเย็นทั้งเปราะบางให้นางนั่งลงข้างกายตนเอง
“สบายดีเ้าค่ะ เพียงแต่คิดถึงครอบครัวเท่านั้น”
หญิงงามหยาดเยิ้มถอดคมมีดทิ้งเงยศีรษะขึ้น เห็นฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวปรากฏความภาคภูมิใจและคิดถึง
ทว่ามีเพียง์ที่รู้ที่จริงแล้วนางไม่ได้คิดถึงคนที่อยู่เบื้องหน้าอย่างท่านย่าคนดีผู้นี้นางคิดถึงคือครอบครัวจริงๆของนาง พี่ชายของนางซ่งิแหอ
ทว่าความจริงอันน่าเ็ปนี้ยังคงไมให้ฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวรู้ดีกว่า มิเช่นนั้นพร่ำเรียนคัมภีร์แปดปีของคุณหนูซ่งสามไม่ใช่เสียเปล่าหรอกหรือ?
“เด็กดี ท่านย่าก็คิดถึงเ้า ต้องลำบากหลานข้าแล้ว!” ฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวเห็นั์ตาของนางกระจ่างใสดั่งกระแสคลื่นไม่มีความกลัดกลุ้มใจแฝงอยู่แม้แต่น้อยยิ่งมีความภาคภูมิใจและคิดถึง ความลังเลใจและระแวดระวังทั้งหมดถูกโยนทิ้งไป ตรงกันข้ามกลับยิ่งรักใคร่เอ็นดูซ่งิหลานแล้ว
นางลูบใบหน้าเยือกเย็นของซ่งิหลาน
“ต่อไป ท่านย่าย่อมไม่ให้คุณหนูสามของพวกเราต้องลำบากอีกแล้ว”
เสียงพูดของนางเพิ่งจะหยุดลงพลันซ่งิเยว่เข้าประตูมา เห็นใบหน้าของท่านย่ารักใคร่เมตตาไม่ยอมไต่สวนหาความผิดใบหน้างามพลันเปลี่ยนสี
*闭月羞花สวยจนจันทร์หลบมวลผกาละอายหมายความว่า สวยมากจนกระทั่งดวงจันทร์ยังไม่กล้าส่องแสง ดอกไม้ไม่กล้าแย้มบาน
*如鲠在喉ก้างปลาติดคอหมายความว่า ในใจมีคำพูดมากมายแต่พูดออกมาไม่ได้ ,ไม่สบายใจมาก
*春晖堂 เรือนชุนฮุย หมายความว่า เรือนแสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ
*五福捧寿 อู่ฝูเฝิ่งโซ่ว หมายความว่า ความสุขหรือความโชคดีทั้งห้าประการล้อมรอบด้วยความมีอายุยืน
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/cbd7c044802f07a826abd2eff68d73da
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ยอดพธูแห่งยุคที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ยอดพธูแห่งยุค #readAwrite ด้วยน้า