สาเหตุ ที่อูจินเอาชีวิตรอดบนดาวอาร์เฟนมาได้
เป็เพราะที่แห่งนั้นเหมือนโลกในเกมไม่สิ บางทีอาจเป็เพราะอูจินเป็ชาวโลกที่คุ้นเคยกับเกมถึงได้รู้สึกอย่างนั้น
นั่นอาจจะเป็กฎของโลกใบนั้นก็ได้แต่สำหรับอูจินแล้วเขารู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมมากกว่าหากมีข้อแตกต่างก็คงเป็เื่ที่โลกใบนั้นเป็ของจริงไม่ใช่โลกที่สมมติขึ้นมา
ที่นั่นมีระบบเลเวลและอูจินก็พัฒนาตัวเองจนกลายเป็เนโครแมนเซอร์เลเวลสูงสุดตอนนั้นเขายังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของการเดินทาง แต่เมื่อได้พบผู้ดูแลมิติเขาก็เลือกกลับมายังโลกโดยไม่ลังเล
ถึงพลังเวทที่สั่งสมมาจะหายไปทั้งหมดก็ไม่เป็ไรเพราะคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งจำเป็สำหรับโลกที่ไม่ต้องคอยกังวลเื่ความเป็ความตายอีกต่อไปแต่ในตอนที่ต้องมาติดแหง็กอยู่ในดันเจี้ยนโดยไม่รู้สาเหตุแบบนี้แน่นอนว่าก็อดเสียดายขึ้นมาไม่ได้
อย่างเ้าเดรบบิตน่ะถ้าไม่ผลีผลามเกินไป จะโผล่มาสักกี่ตัว เขาก็รับมือได้แต่หากมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่านั้น เขาอาจตกอยู่ในอันตรายขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้ดังนั้นการหาศิลาย้อนกลับให้เจอแล้วหนีออกไปจากดันเจี้ยนก่อนจะเจอมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่านี้จึงเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด
“ถ้าคล้ายกับที่อาร์เฟนละก็สิ่งที่เรียกว่าศิลาย้อนกลับน่าจะอยู่ที่มอนสเตอร์หรือไม่ก็ต้องมีพลังงานพิเศษอะไรสักอย่างแผ่ออกมาสิ”
หินหรือวัตถุที่กักเก็บพลังพิเศษบางอย่างเอาไว้จะมีพลังงานอยู่ในตัวเช่นเดียวกับมอนสเตอร์ที่แผ่จิตสังหารออกมา
อูจินหยิบเศษกระเบื้องขึ้นมาก่อนจะใช้ด้านที่มีคมกรีดหนังของเดรบบิตแล้วคว้านดูด้านในเขาลองสำรวจเดรบบิตทั้งสองตัวแต่กลับไม่พบวี่แววของบลัดสโตนซึ่งเป็หินมานาชนิดพิเศษที่มีอยู่ในตัวของมอนสเตอร์เลย
“เ้าพวกไร้ประโยชน์เอ๊ย”
อูจินทิ้งซากเดรบบิตเอาไว้อย่างนั้นแล้วหลบไปซ่อนตัวที่เสาด้านหนึ่งถ้ามีมอนสเตอร์ที่อยู่แถวนี้ได้กลิ่นเืแล้วตามมาก็ดีหรือต่อให้ไม่มีก็ถือว่าเขาได้พักสักครู่แล้วค่อยเริ่มออกสำรวจอีกครั้ง
กี๊?
เดรบบิตสองตัวโผล่ออกมาสำรวจดูซากเดรบบิตที่ตายแล้วพลางหันมองรอบตัว
แม้จะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนสุนัขแต่พวกเดรบบิตไม่ได้มีประสาทรับกลิ่นที่ดีมากนัก พวกมันจึงหาตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆผ่านการได้ยินแทน
แกร๊ก
เศษกระเบื้องที่แตกอยู่บนพื้นถูกเหยียบโดยฝ่าเท้าที่ยื่นออกมาอย่างจงใจเผยการมีตัวตนของอูจินให้พวกมันรับรู้
เดรบบิตทั้งสองตัววิ่งมาพร้อมกันก่อนจะกระโจนเข้าใส่อูจินเขากระชับชะแลงในมือแล้วฟาดไปราวกับกำลังหวดไม้เบสบอล
ผัวะ!
อูจินฟาดหัวเดรบบิตแต่ละตัวที่พุ่งเข้าใส่ในเวลาไล่เลี่ยกันในจังหวะเดียวกันนั้นก็มีข้อความปรากฏขึ้นตรงหน้า
[เลเวลอัป!]
“ฮะเอาจริงดิ”
เื่น่าเหลือเชื่อนั้นทำให้อูจินรีบเปิดหน้าต่างสเตตัสขึ้นมาดูเป็อันดับแรก
[เลเวล : 1]
[ชื่อ :คังอูจิน]
[คลาส :เนโครแมนเซอร์ (สืบทอด)]
[ระดับ :ยังไม่จัดอันดับ]
[ผลงาน : 4]
[พลังเวท: 0/0 พลังกาย : 0/0]
[สเตตัส]
[พละกำลัง: 15 ความว่องไว : 13 สเตมินา[1] : 17 สติปัญญา : 15
พลังเวท : 0พลังกาย : 0 ฟื้นฟูพลังเวท : 0 รักษา : 0 ควบคุม : 0]
[พอยต์ที่ยังไม่ถูกแบ่งใช้: 99]
[สกิล]
[อัญเชิญหีบผสานสรรพสิ่ง(Lv.1) (สกิลสืบทอด) (ไม่สามารถจัดสรรได้)]
[ใช้งานร้านค้าผลงาน(Lv.1) (สกิลสืบทอด) (ไม่สามารถจัดสรรได้)]
[พอยต์ที่ยังไม่ถูกแบ่งใช้: 99]
เขารู้สึกงุนงงหลังเห็นหน้าต่างสเตตัสที่ต่างไปจากตอนถูกอัญเชิญไปที่ดาวอาร์เฟนครั้งแรกอย่างสิ้นเชิงแต่ไม่นานก็เข้าใจความหมายของมัน
“หึยังไม่หายไปสินะ”
เขาคิดว่าพลังทั้งหมดที่สั่งสมมาจากดาวอาร์เฟนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้หายไปแล้วในระหว่างกระบวนการกลับมายังโลกแต่แท้จริงกลับไม่ใช่อย่างนั้น
การสืบทอด
หากเป็ในเกมทั่วไปตัวละครที่เลเวลตันเรียบร้อยแล้วจะจุติใหม่เป็เลเวลหนึ่งอีกครั้งและจะได้รับสิทธิประโยชน์หลายประการ
เท่าที่เห็นคร่าวๆ ดูเหมือนเขาจะมีสกิลที่สืบทอดมาสองอย่างแม้ค่าสเตตัสจะลดลงแต่ก็ให้พอยต์มาเทียบเท่าเลเวลก่อนการสืบทอด
“คลาสยังเป็เนโครแมนเซอร์เหมือนกันด้วย”
เขาบรรลุทุกสิ่งในฐานะเนโครแมนเซอร์แล้วแม้แต่พวกอันเดด[2]ที่ว่ากันว่าโหดสุดๆ ก็ยังตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขามาแล้ว
คงไม่มีอะไรเลวร้ายเกินไปนัก
ตอนนี้ดูเหมือนว่ากรุงโซลจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่แปลกประหลาดเสียแล้วเขาไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น แต่ตราบใดที่เขายังมีพลังอยู่ก็คงไม่มีเื่แย่ๆ เกิดขึ้นหรอก
ยังไม่ต้องมองไปถึงอนาคตอันไกลโพ้นแค่จะออกจากดันเจี้ยนนี้ได้อย่างปลอดภัยก็จำเป็ต้องอาศัยพลังด้วยเช่นกัน
อูจินรู้สึกโล่งอกทันทีที่เลเวลอัปตามมาด้วยความสบายใจ
ความสามารถของเขาไม่ได้หายไปไหนพอคิดว่ามันแค่เกิดการรีเซตเท่านั้นก็รู้สึกราวกับจิตใจอันเหนื่อยล้าที่ต้องรับมือกับภัยคุกคามนั้นผ่อนคลายขึ้นมากทีเดียว
อูจินย้อนกลับไปทางเดิมเผื่อว่าพวกมอนสเตอร์จะได้กลิ่นเืแล้วมารวมตัวกันพอกลับมาถึงโถงทางเดินที่มีร้านค้าในสภาพพังเสียหายตั้งเรียงรายเขาจึงใช้จังหวะนี้พิจารณาสกิลสืบทอดที่ได้มาใหม่อย่างจริงจัง
[หีบผสานสรรพสิ่ง]
[ท่านสามารถรับไอเท็มใหม่จากการรวมวัตถุดิบหลากหลายชนิดหรือบรรจุไอเท็มเข้าไปเพื่อสกัดเอาวัตถุดิบอันเป็ส่วนผสมหลักออกมา]
“ใช้ยังไงกันนะ”
เนื่องจากเป็สกิลที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจึงสงสัยว่าจะใช้งานได้ยังไงเขาลองหาวิธีไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็สามารถตรวจสอบภายในช่องเก็บของได้
หีบผสานสรรพสิ่งวางอยู่ในส่วนล่างของช่องเก็บของพอลองแตะดูหน้าต่างช่องเก็บของอีกหน้าหนึ่งก็เด้งขึ้นมาด้านล่างมีปุ่มสองปุ่มที่มีคำว่า[ผสม] และ [สกัด]กำกับไว้
“หน็อยนี่ย้อนกลับไปตอนก่อนขยายช่องเก็บของด้วยเหรอเนี่ย”
ช่องเก็บของมีช่องว่างเพียงสามช่องเท่านั้นถ้าขยายช่องพร้อมการอัปเลเวลก็คงจะเพิ่มจำนวนได้เรื่อย ๆ แต่ก็น่าเสียดายที่ส่วนนี้เหมือนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากการสืบทอดมาด้วย
แน่นอนว่าสิ่งที่เขาเสียดายที่สุดก็คือการที่ไอเท็มต่าง ๆ ที่เขาเก็บสะสมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหายวับไปจนหมด
อูจินแตะดูร้านค้าผลงานซึ่งเป็อีกหนึ่งสกิลสืบทอดหลังจากลองจับพลัดจับผลูไปเรื่อย ๆ ร้านค้าผลงานก็ถูกเปิดใช้งาน พอเรียกซํ้า ๆหลายครั้งเข้า เขาก็สามารถเรียกมันออกมาได้โดยไม่ต้องเอ่ยปาก
ในร้านค้ามีรายการไอเท็มเรียงกันเป็แถวไม่ว่าจะเป็สมุดสกิลอุปกรณ์ และไอเท็มประเภทของใช้สิ่งที่ต้องใช้ในการซื้อก็คือพอยต์จากผลงานที่ทำสำเร็จ
“สนุกดีแฮะ”
ที่ดาวอาร์เฟนไม่มีร้านค้าผลงานอะไรแบบนี้สิ่งนี้จึงดูเหมือนกับการช็อปปิงทางอินเทอร์เน็ตโดยปราศจากข้อจำกัดด้านสถานที่
“ไม่มีอะไรที่ซื้อได้เลยแฮะ”
เขาว่าจะซื้ออุปกรณ์สักหน่อยแต่สิ่งที่ซื้อได้ตอนนี้กลับมีแต่ของคุณภาพตํ่าเท่านั้นสิ่งที่มีประโยชน์สูงสุดคือสกิล แต่สกิลระดับตํ่าสุดก็ยังต้องใช้พอยต์ผลงานถึง 10พอยต์ด้วยกัน
สุดท้ายสกิลที่อูจินเลือกแล้วเลือกอีกจึงมีด้วยกันสามอย่าง
‘สำรวจ’‘ตรวจจับ’ และ ‘อัญเชิญทหารโครงกระดูก’
ทั้งหมดต้องใช้พอยต์ผลงาน10พอยต์ ‘สำรวจ’ เป็สกิลที่จะช่วยค้นหาสิ่งของมีค่าต่าง ๆในบริเวณโดยรอบ ซึ่งเป็สกิลที่จำเป็ต้องใช้สำหรับค้นหาศิลาย้อนกลับ
‘ตรวจจับ’เป็สกิลที่จำเป็ต่อการเอาชีวิตรอด เนื่องจากเป็สกิลแพสซีฟ[3] ที่ช่วยให้รู้ถึงอันตรายล่วงหน้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้นและสุดท้ายคือ‘อัญเชิญทหารโครงกระดูก’ซึ่งเป็หนึ่งในสกิลพื้นฐานของเนโครแมนเซอร์
ไม่รู้ว่าเป็ผลจากการสืบทอดหรือเปล่าที่ทำให้คลาสของเขาถูกกำหนดเอาไว้เรียบร้อยแล้วดังนั้นเขาจึงมีข้อจำกัดในการเรียนรู้สกิล
เขาสามารถเรียนรู้สกิลเวททั่วไปหรือสกิลเกี่ยวกับทักษะต่อสู้ได้แต่สำหรับสกิลเฉพาะคลาส เขาเรียนรู้ได้แค่สกิลของเนโครแมนเซอร์เท่านั้น
“เอาเถอะถึงคิดไปตอนนี้พอยต์ก็ไม่พออยู่ดี”
ดูจากพอยต์สะสมในตอนนี้ที่มีเพียง4พอยต์ก็พอจะเห็นหลักการได้ชัดเจน เดรบบิตหนึ่งตัวมีค่าเท่ากับ 1พอยต์ หากจัดการเดรบบิตได้อีกหกตัวก็จะซื้อได้หนึ่งสกิล
ถ้าจะออกไปจัดการมอนสเตอร์แบบปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนเขาจะต้องมีพลังสำหรับต่อสู้ซึ่งนี่เป็ปัญหาที่สามารถจัดการได้โดยไม่จำเป็ต้องพึ่งสกิล
[สเตตัส]
[พละกำลัง: 30 ความว่องไว : 30 สเตมินา : 30สติปัญญา : 30
พลังเวท : 10พลังกาย : 0 ฟื้นฟู : 10 รักษา : 10 ควบคุม : 9]
[พอยต์ที่ยังไม่ถูกแบ่งใช้: 0]
อูจินมองดูหน้าต่างสเตตัสหลังจัดสรรพอยต์เรียบร้อยแล้วจากนั้นก็ลองกวัดแกว่งชะแลงดู
วูบบบบ
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นต่างจากเมื่อกี้ลิบลับเมื่อลองขยับตัวก็พบว่าร่างกายเบาลงกว่าที่ผ่านมาและความเร็วในการตอบสนองก็อยู่คนละระดับกับก่อนหน้านี้
มนุษย์ทั่วไปจะมีค่าสเตตัสพื้นฐานอย่างละ10หน่วยขณะนี้อูจินมีพละกำลังแข็งแกร่งกว่ามนุษย์เพศชายวัยผู้ใหญ่ทั่วไปถึงสามเท่าว่องไวกว่าสามเท่า และมีสเตมินาสูงกว่าสามเท่า
“บางทีอาจจะฉลาดกว่าสามเท่าด้วยก็ได้มั้ง”
แม้จะรู้สึกว่าสมองแล่นไวขึ้นราวกับศักยภาพในการจดจำและการคิดคำนวณดีขึ้นก็ตามแต่สิ่งที่เขารับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนในตอนนี้คือการเคลื่อนไหวทางกายภาพมากกว่า
“เอาละลุยกันเลย”
เป้าหมายของเขาชัดเจน
จัดการเดรบบิตเพิ่มอีกหกตัวซื้อสกิลสำรวจ ค้นหาศิลาย้อนกลับจากนั้นก็ออกไปจากดันเจี้ยน
อูจินกระชับชะแลงในมือแล้วมุ่งหน้าลงไปข้างล่าง
“เฮ้อ เยอะชะมัด”
เดรบบิตเป็มอนสเตอร์ที่มีอยู่ทั่วไปบนดาวอาร์เฟนทั้งพบเห็นได้ง่ายและจัดการได้ง่ายเช่นกันแต่หลังจากต้องเผชิญหน้ากับพวกมันในโถงทางเดินแคบ ๆ อย่างต่อเนื่องความเหนื่อยล้าก็ถาโถมเข้าใส่
อูจินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ทันทีที่เดินลงบันไดมาเขาก็จัดการกับพวกเดรบบิตที่เรียงแถวออกมาเผชิญหน้าพร้อมรวบรวมพอยต์ผลงานอย่างต่อเนื่องเฉพาะเดรบบิตที่เขาจัดการระหว่างเดินผ่านโถงทางเดินมืด ๆไปก็มีจำนวนถึงยี่สิบเจ็ดตัวแล้ว
อูจินใช้พอยต์ผลงานซื้อสกิลสำรวจและตรวจจับที่จำเป็อย่างยิ่งแล้วเรียนรู้พวกมันผ่านสมุดสกิลที่ปรากฏขึ้นในช่องเก็บของ
เขาลองร่ายสกิลสำรวจซึ่งต้องใช้พลังเวทในการร่ายครั้งละ1หน่วยทว่ากลับไม่เห็นไอเท็มที่พอจะเรียกว่าศิลาย้อนกลับในบริเวณรอบๆ นี้ได้เลยแม้แต่อย่างเดียว
เขาลองย้อนกลับไปร่ายสกิลตามทางที่เคยเดินผ่านมาแต่ก็ไม่พบศิลาย้อนกลับเช่นกัน ดังนั้นจึงเหลืออีกเพียงที่เดียวเท่านั้น
“ต้องลงไปตรงนั้นหรือเปล่านะ”
อูจินซ่อนตัวตรงราวบันไดก่อนชะโงกมองลงไปด้านล่างในนั้นมีรถไฟใต้ดินจอดอยู่ในสภาพเสียหายยับเยิน
มองแวบเดียวก็เห็นพวกเดรบบิตกว่ายี่สิบตัวรวมกันอยู่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด
เขาสามารถจัดการกับเดรบบิตพร้อมกันสามหรือสี่ตัวในโถงทางเดินแคบๆ ได้ แต่ถ้าถูกเดรบบิตกว่ายี่สิบตัวรุมล้อมในพื้นที่กว้างแบบนั้นมั่นใจได้เลยว่ามีแต่จะต้องเจ็บตัวแน่นอน
“เฮ้อการฉายเดี่ยวนี่ไม่ถูกกับนิสัยฉันเลยจริง ๆ”
อูจินมองชะแลงที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเืของเดรบบิตแล้วยิ้มกริ่ม
เขาเปิดร้านค้าผลงานขึ้นมาแล้วใช้พอยต์ที่เหลือซื้อสกิลอัญเชิญทหารโครงกระดูก
[อัญเชิญทหารโครงกระดูก]
[ใช้ซากมอนสเตอร์เป็เครื่องสังเวยเพื่อเรียกทหารโครงกระดูกออกมาด้วยสเตตัส(พลังกาย 5 หน่วย ความว่องไว 8 หน่วยสเตมินา 5 หน่วย)]
[พลังเวทที่ใช้: 1 พลังควบคุมที่้า : 1]
จากนั้นอูจินก็จัดการเดรบบิตเพิ่มอีกยี่สิบเจ็ดตัวแล้วเลื่อนขึ้นเป็เลเวล3จากการอัปเลเวลอีกสองครั้ง เขาแบ่งสเตตัสพอยต์ 10 พอยต์ที่เพิ่มขึ้นจากการอัปเลเวลครั้งละ 5 พอยต์แล้วเลือกลงทุนกับการอัปเกรดค่าพลังเวทและการควบคุม
[พลังเวท: 15 ควบคุม : 14]
เขาสามารถเรียกทหารโครงกระดูกได้สูงสุดสิบห้าตัวและสามารถควบคุมได้สิบสี่ตัวจากจำนวนทั้งหมดส่วนที่เกินมาหนึ่งตัวจะถือว่าอยู่นอกเหนือการควบคุมและกลายเป็มอนสเตอร์ไป
“ตื่นได้แล้วพวกลูกกระจ๊อก”
อูจินเป็เนโครแมนเซอร์ผู้บรรลุขั้นสูงสุดแม้จะต้องมาเริ่มต้นใหม่ด้วยเลเวลตํ่าสุดจากการสืบทอดพลังแต่ก็เป็เพียงการก้าวไปตามเส้นทางที่เคยผ่านมาแล้วอีกครั้งหนึ่งเขาจึงไม่ต้องร่ายเวทใด ๆ ทั้งสิ้น
อาศัยเพียงเจตจำนงของตัวเขาเวทมนตร์อันแสนคุ้นเคยที่ใช้จนชำนาญก็สำแดงออกมา
ตูมมมม
ศพเดรบบิตสามตัวที่อยู่แถวนั้นะเิออกพร้อมทหารโครงกระดูกสามตนที่ถูกอัญเชิญมาพวกมันค่อนข้างอ่อนแอจึงทำให้่หลังเขาไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไรแต่พอได้มาพบกันเช่นนี้อีกครั้งกลับทำให้รู้สึกยินดีมากเหลือเกิน
“ไปกันเลย”
แม้อูจินจะยังไม่มีเวทมนตร์สำหรับสนับสนุนแนวหลังแต่ระดับเดรบบิตก็ไม่ได้จำเป็ต้องใช้ ทันทีที่อูจินและทหารโครงกระดูกทั้งสามตนลงบันไดไปพวกเดรบบิตก็มีปฏิกิริยาตอบสนองแล้ววิ่งกรูเข้าใส่ทันที
“จู่โจม!”
กี๊ซซซซ!
เหล่าทหารโครงกระดูกส่งเสียงร้องพร้อมกวัดแกว่งดาบกระดูกด้วยท่าทางข่มขวัญขณะพุ่งออกไป
[1]ค่าความอึดและถึกทนทางพลังกาย
[2] มอนสเตอร์ที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตที่ตายไปแล้วและถูกฟื้นคืนชีพด้วยเวทมนตร์
[3] สกิลประเภทติดตัวจะแสดงผลทันทีเมื่อมีสถานะตรงตามเงื่อนไขโดยไม่ต้องร่ายสกิล