บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความสงัดเงียบแม้แต่เสียงสะอื้นไห้ของเคลลี่ก็พลอยหยุดเงียบไปด้วย
“ลุกขึ้นมาสิเ้าปิศาจทั้งหลาย ข้าขอออกคำสั่งแก่เ้าข้าเอาชีวิตมนุษย์มาเป็เครื่องสังเวยแก่เ้าแล้วยังไงล่ะ”
เคลลี่ครวญครางขึ้นมาอีกครั้งนี้เขาตบหูเต็มแรงเพื่อให้เด็กหญิงเงียบเสียง หลังจากนั้นก็ถึงวาระอันยากยิ่งเมื่อเขาจะต้องเอ่ยนามปิศาจที่ตนกำลังเซ่นสรวงด้วยเครื่องสังเวยออกมา
“อาซ...เด...เคอร์...มา...ดอแน๊กซ์...ข้าขอเชิญิญญาท่าน...”เมื่อทุกสิ่งยังเงียบอยู่เขาก็พร่ำเรียกเป็ครั้งที่ 2
“อาซเดเคอร์มาดอแน๊กซ์...ข้าเรียกิญญาท่าน...”
ภายในห้องสงัดเงียบ...
“เพื่อแลกเปลี่ยนกับชีวิตน้อยๆนี้ ข้าขอให้เ้าจงมารับข้าไป...จงเข้ามาจิติญญาของข้า...”
เสียงเคลลี่ครวญคร่ำคราวนี้เขาไม่ได้ทำร้ายเด็กหญิงด้วยการตบตี แต่กระซวกมีดเข้ากลางแผ่นหลังเด็กหญิงกรีดร้องออกมาเพียงครั้งเดียว เหมือนสุนัขที่ถูกตบแรงๆ ครั้งแรกร่างนั้นกระถดถอยหนีโดยไม่รู้ตัวแล้วก็นิ่งเงียบเขาคลำหาซี่โครงเมื่อพบจุดที่้าก็ปักมีดลงร่างของเด็กหญิงไม่ได้สะท้านะเือีกเลย
เวย์นสูดลมหายใจลึกเดินกลับไปยังห้องน้ำเปิดไฟแล้วก็ยืนพิจารณาภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาอยู่อีกเป็ครู่แววในดวงตายังคงเหมือนเดิม ไม่ได้มีแววปราโมทย์แต่อย่างใด
“ชิท...” เขาด่าตัวเองออกมาดังๆ
เขาทุบกำปั้นใส่กระจกราวจะตัดพ่อต่อว่าที่สะท้อนรูปเงาเช่นนั้นออกมาให้เห็นความฝันที่เกิดขึ้นกับเขาล้วนหลอกลวงทั้งสิ้น ความฝันที่จะได้เข้าสู่อาณาจักรหนึ่งยังเป็เื่ที่ไกลเกินกว่าจะไขว่คว้าได้
เขาสูดลมหายใจลึกอีกครั้งพยายามกล้ำกลืนความผิดหวังลงไว้ ความผิดหวังที่เอ่อท้นขึ้นมาตีบตันอยู่ในช่องปากแทบจะทะลักทลายออกมาจากภายใน
เขาแน่ใจอย่างที่สุดว่าสิ่งที่เขาฝันถึงตลอดเวลาจะต้องเป็สัญญาณอะไรสักอย่าง เป็สัญญาณที่บ่งบอกว่ามันถึงเวลาที่เขาจะต้องเริ่มลงมือฆ่าอีกครั้งแล้ว ่เวลาแห่งการรอคอยถึง 3ปีนั่นได้ผ่านพ้นไปแล้วและครั้งนี้มันจะต้องประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย
ในความฝันรูปเงามหึมาตระหง่านเงื้อมอยู่เหนือร่างของเขามันหยิบยื่นทุกคำตอบที่เขาเอ่ยถามอย่างเปี่ยมอยู่ด้วยความหวังความทนทุกข์ทรมานควรจะได้ยุติลงแล้วและแสงสว่างอันเรืองรองก็ควรจะได้พุ่งผ่านเข้ามาในชีวิตเสียที
แต่ทว่า...ในกระจกเงาบานนี้ดวงตาที่ปราศจากวี่แววแห่งความหวังก็ยังมองตอบเขากลับมา...
“เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน”เขาให้สัญญาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
เขาเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของเคลลี่เพื่อทำความสะอาดบ้างบางส่วน...
เสียงกริ่งโทรศัพท์ปลุกให้เทย์เลอร์ตื่นเขาผลุดลุกขึ้นนั่งเหงื่อชุ่มไปทั้งตัวแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างทอดทาบลงบนผ้าห่มเขาปล่อยให้โทรศัพท์กริ่งเรียกอยู่อีก 2 ครั้งจึงได้เอื้อมมือไปรับ ปรากฏว่าเป็ซาแมนธา
“คุณไม่ได้เป็อะไรใช่ไหม...รู้ไหมว่านี่มันกี่โมงกี่ยามเข้าไปแล้ว?”
เขามองไปทางนาฬิกาตั้งโต๊ะเข็มชี้อยู่ที่ 06.45น...
“เกือบ 7โมงเช้า” เขาตอบห้วนๆแต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่ามันน่าจะสายกว่านั้นเพราะแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาก็บอกอยู่ น่ากลัวว่านาฬิกาจะตายเสียั้แ่ตอนนั้นมากกว่า
“นี่มัน 9โมง 45 แล้วนะคะและหุ้นส่วนของคุณก็กำลังเดือดพล่านด้วยมิสเตอร์กาโดซ์อยากจะคุยกับคุณเื่สเตนแมนและมิสเตอร์พอลเมอร์ก็...เอ้อ...คุณพอลเมอร์...”เสียงพูดของซาแมนธาขาดหายไปเมื่อมีเสียงพอลเมอร์พูดขึ้นแทน
“คุณทิ้งเื่สเตนแมนไปเฉยๆได้ยังไงไม่มีแม้แต่โน้ตที่จะเขียนบอกให้เรารู้ว่าคุณได้ทำอะไรลงไปบ้างหรืออะไรมันเป็อะไรอยู่?”
“อ้าว...ก็ผมทิ้งเื่ไว้ที่คล็อดแล้วยังไงล่ะ”
“แต่ว่านี่มันอยู่ในความรับผิดชอบของคุณนะคุณเดินออกจากสำนักงานไปเฉยๆ โดยไม่พูดจาอะไรเลยแม้แต่คำเดียวคุณคิดว่าตัวเองเป็เ้าของบริษัทหรือยังไง...เพียงแค่ที่มีลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งติดต่อมาหาคุณโดยตรงทำให้คุณคิดว่าตัวเองใหญ่มากแล้วใช่ไหม?”
“แต่คุณเองก็จงอย่าได้ลืมว่าลูกค้ารายใหญ่ที่ว่านั้น สามารถจะทำให้เราสบายกันไปได้ตลอดไตรมาสแรกก็แล้วกัน”
“เรามาพูดกันที่นี่ดีกว่า”
“ถ้าผมจะเข้าไปเมื่อไหร่แล้วจะบอกให้รู้”เทย์เลอร์วางหูโทรศัพท์ลงทันทีไม่วางเปล่ายังเอาออกจากตัวเครื่องอีกด้วย เขาชิงชังทุกครั้งที่
พอลเมอร์กล่าวตำหนิเขาได้อย่างถูกต้องเขารู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปนั้นมันไม่ถูกต้อง เป็การปฏิเสธหน้าที่ความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง
และเมื่อคืนนี้ฝันร้ายนั้นก็ติดตามมาอีกแล้วเขายังััความตึงเครียดที่เกิดขึ้นกับตนเองได้อย่างชัดเจนตอนที่ความเย็นเยือกเข้าเกาะกุมไขสันหลังและยังเมื่อวานนี้...จีซัส...เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันวาน...
เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำจัดแจงล้างหน้าตาเพื่อให้คลายความง่วงงุนกระจกเงาสะท้อนให้เห็นสภาพของตัวเองที่ย่ำแย่ที่สุด ดวงตาแดงช้ำน่าเกลียดยิ่งมองภาพสะท้อนของตัวเองนานเท่าไร ก็ยิ่งชิงชังมากขึ้นเท่านั้นและมันสร้างความหม่นหมองให้เกิดขึ้นกับจิตใจอย่างช่วยไม่ได้
ในช่องว่างของ 2วันที่ผ่านมานั้นเขามีความรู้สึกเหมือนตัวเองตกอยู่ในฝันร้ายโดยตลอดถ้ามันจะเป็ฝันร้ายที่เกิดขึ้นตอนที่เขาหลับก็คงไม่สู้กระไรนักแต่การที่มันปรากฏขึ้นทั้งในยามตื่นราวจะเดินเข้ามาหาเขาเมื่อใดก็ได้ในทุกโมงยามใดก็ได้นั้นมันเป็สิ่งที่เหลือจะทนได้จริงๆ
เขาหมุนฝักบัวไปยังปุ่มร้อนที่สุดเท่าที่จะทนได้ต้องใช้เวลาอยู่นานมากกว่าที่น้ำร้อนจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดให้หายไปได้หลังจากนั้นเขาจึงหมุนไปที่ปุ่มน้ำเย็น ยืนกัดฟันแน่น ขณะปล่อยให้น้ำหลั่งชโลมกาย
ขณะเช็ดเนื้อตัวความรู้สึกของเขาดีขึ้นมาก สติอารมณ์เริ่มเป็ปกติขึ้น
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มโกนหนวดเคราหวีผมจนเรียบแปล้ มันช่วยให้อารมณ์และความรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมได้จริงๆ
เขาเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อแต่งตัวแต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ รอนด้ายืนรออยู่ตรงหัวบันไดเืลามไหลลงจากเรือนร่างกองเป็วงอยู่บนพื้นพรม มือทั้งสองข้างโชกเื
“เทย์เลอร์...”เธอเรียกชื่อเขาขึ้น
และเทย์เลอร์ก็ร้องโวยวายออกมาด้วยความตระหนก...
เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังอยู่ 2ครั้ง ปลายสายจึงมีผู้รับ
“สำนักงานนายแพทย์อาร์โนลด์ค่ะ”
“เฮลโลผมชื่อเทย์เลอร์ โฮลด์แมนนะครับ ผมขอพูดกับหมออาร์โนลด์หน่อย”
“คุณเป็คนไข้ของท่านหรือเปล่าคะ?”
“เป็เมื่อ 2ปีก่อน หมอบอกไว้ว่าถ้าผมมีปัญหาสามารถติดต่อมาได้”
“เมื่อกี้คุณบอกว่าชื่ออะไรนะคะ?”
“โฮลด์แมน...เทย์เลอร์โฮลด์แมน”
“เทย์เลอร์โฮลด์แมนเป็ชื่อหลังหรือคะ?”
“ไม่ใช่...นั่นน่ะทั้งชื่อแรกชื่อหลังเลย...ผมชื่อเทย์เลอร์นามสกุลโฮลด์แมน”
มีความเงียบเกิดขึ้นอยู่ครู่สั้นๆ
“แล้วดิฉันจะช่วยอะไรคุณได้บ้างล่ะคะคุณโฮลด์แมน?”
คราวนี้ความอดทนของเทย์เลอร์สิ้นสุดลง...
“ก็ผมบอกอยู่เมื่อตะกี้นี้ยังไงล่ะว่าผม้าพบคุณหมออาร์โนลด์”
“ดิฉันคงพอจัดให้ได้แต่เห็นจะต้องเป็อีกหนึ่งอาทิตย์หลังจากนี้...”
“ขอบใจแต่ผม้าพบเขาวันนี้”
“คงเป็ไปไม่ได้หรอกค่ะ”
“ก็ตอนนี้หมออาร์โนลด์อยู่หรือเปล่าล่ะ?”
“อยู่ค่ะแต่กำลังมีคนไข้”
เทย์เลอร์สูดลมหายใจลึกพยายามจะใจเย็นอย่างที่สุดแต่ก็ทำไม่สำเร็จ
“ฟังนะครับผมกำลังมีเื่เดือดร้อนอย่างยิ่งและจำเป็จะต้องพบหมออาร์โนลด์วันนี้ให้ได้ด้วย”
“คุณโฮลด์แมนคะก็ดิฉันบอกคุณแล้วไงล่ะคะว่ามันเป็ไปไม่ได้...”
“หยุดนะ...แล้วฟังที่ผมจะพูดต่อไปนี้ให้ดี...ตั้งใจฟังด้วย...คุณมีทางเลือกอยู่แค่สองทางเท่านั้นคือไปบอกให้หมอรู้ว่า ว่าผมโทรศัพท์มามีเื่ด่วนที่จะต้องพบเขามันเป็ความจำเป็อย่างที่สุด คุณจะบอกเขาด้วยก็ได้ว่าผมเล่าให้คุณฟังว่าเวลานี้ผมคุยกับคนตายได้แล้วได้ยินไหม...ผมเก่งฉิบหายเลยคุณว่าไหม...ที่ผมสามารถคุยกับคนตายได้เพราะฉะนั้นเขาควรจะต้องพบผมเสียดีๆไม่เช่นนั้นผมจะไปที่นั่นโดยไม่มีการบอกให้รู้ตัวเลยแล้วคุณจะได้เห็นภาพที่น่าดูที่สุด เพราะจะต้องมีทั้งตำรวจทั้งปืนแถมอาจจะมีการยิงกันให้ดูอีกด้วย”
มีความเงียบเกิดขึ้นเป็ครู่ก่อนจะมีเสียงตอบกลับมาว่า
“รอสักครู่นะคะคุณโฮลด์แมน”
เทย์เลอร์กัดเล็บรออยู่ประมาณ 1นาทีก่อนจะได้ยินเสียงพูดมาตามสายอีกครั้ง
“คุณโฮลด์แมนคะ?”
“กำลังฟังอยู่”คุณหมออาร์โนลด์ให้คุณมาพบได้ตอน 11 โมงค่ะ”
“ดี ขอบใจ”
“คุณโฮลด์แมนคะ?”
“ว่าไง?”
“คุณหยาบคายมากนะคะคราวหน้าคราวหลังฉันอยากจะให้คุณพูดจากับฉันให้สุภาพกว่านี้หน่อย”
“ก็ต้องขอโทษด้วย”เทย์เลอร์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“คุณยังมีอนาคตนะคะเพราะฉะนั้นไม่ควรสร้างศัตรู”
“ผมจะจำไว้”