เทียนใช้เวลาศึกษาวิชาดวงเนตรสวรรค์จนสามารถผ่านระดับต้นได้ ใช้เวลาไปทั้งหมดสามเดือน ทำให้พลังราชันพรหมยุทธ์เพิ่มอีก 2 จากระดับ 63ขึ้นเป็น65
วิญญาณยุทธ์ขึ้นจากระดับ 68 เป็น 70 เทียนออกมาผ่อนสูดอากาศภายนอก
มาที่หาแก๊งห้าพยัคฆ์ พบว่าด้านหน้ามีป้ายเขียนไว้ว่า ตำหนักองค์ชายน้อยและมีตราพยัคฆ์ติดไว้ที่หน้าบ้าน ด้านในเขตบ้านมี คนมายืนเฝ้าเกือบ 20 คน เป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่น มองแล้วคล้ายพวกคุณหนู คุณชายถูกเลี้ยงมาอย่างดี พอทุกคนเห็นเทียนเดินเข้ามาก็เข้ามาต้อนรับ พร้อมส่งเสียงเรียกเทียนพร้อมกัน
“ ลูกพี่”
เทียนสงสัยไม่รู้พวกนี้รู้จักเทียนได้อย่างไร เทียนเข้าไป ก็เจอพี่น้อง ห้าคนออกมาต้อนรับ
“ เดี๋ยวนี้รับคนเพิ่มแล้วหรือ” เทียนนั่งลง แล้วจิบน้ำชาที่ เจ้าสามนำมาให้
“ ใช่แล้ว พวกเรารับเพิ่มมา ยี่สิบคนเท่านั้น” เจ้าหนึ่งรีบเอ่ย
“ ช่วงนี้มีใครมาขอท้าสู้ชิงบ้านอีกหรือไม่”
“ ไม่มีใครกล้าหรอก พวกเขารู้ว่าลูกพี่ เป็นองค์ชายน้อยแห่งจักรวรรดิคิงส์หยาง
และเป็นศิษย์สายตรงเจ้าสำนัก ไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องอย่างแน่นอน” เจ้าหนึ่งรายงาน
“ แล้วใครเอาตราพยัคฆ์อะไรมาติดไว้” เทียนสงสัย
“ นี่คือตราพยัคฆ์ของแก๊งเราเอง” เจ้ารองเอ่ยตอบ
“ ใช่แล้ว เวลานี้ในเมืองเจิ้งหนันเปลี่ยนป็นจักรวรรดิแล้ว ได้มีนักลงทุนเข้ามาสร้างบ่อนพนัน หอนางโลม ศูนย์การค้ามากมาย พวกแก๊งเก็บค่าคุ้มครองก็มากขึ้น เพียงแค่สามเดือน เมืองของเราคนเข้ามาเพืมเป็นหมื่น คน” เจ้าหนึ่งเอ่ย
“ ในสำนักของเราก็มีการตั้งกลุ่มแก๊งขึ้นมา โดยมีการสนับสนุนจากแก๊งภายนอก อย่างสำนักมังกรฟ้า ก็มีแก๊งภายนอกด้วยเช่นกัน” เจ้าสามอธิบายเพิ่ม เทียนมองเห็นตราพยัคฆ์อีกมากมายวางอยู่ เทียนเห็นก็สงสัย
“ แล้วนี่พวกเจ้าทำตราพยัคฆ์ทำไมตั้งมากมาย”
“ ลูกพี่ เวลานี้คนต้องการความคุ้มครองมากมาย หากติดตราพยัคฆ์เอาไว้หน้าร้าน รับประกันโจรผู้ร้าย หรือไม่ว่าแก๊งไหนก็ไม่กล้าแตะ เพราะพวกเขารู้ว่า ลูกพี่เป็นถึงเจ้าชายน้อย และ ศิษย์เอกของเจ้าสำนักม่านกู่” เจ้าหนึ่งรีบบอก
“ เรื่องนี้ไม่ควรนำชื่อขององค์ชายน้อยจักรวรรดิคิงส์หยางหรือศิษย์สำนักม่านกู่มาเกี่ยวข้อง พวกเจ้าไปเก็บป้ายคืนมาให้หมด” เทียนบอกเสียงเรียบ ทั้งหมดฟังจบก็ได้แต่ตกตะลึง หน้าซีด เทียนเริ่มสงสัย
“ เป็นอะไร หรือว่าพวกเจ้าเอาตราพยัคฆ์นี่ไปเก็บค่าคุ้มครองเหมือนแก๊งอื่น”
“ พวกเราเก็บมาแค่ป้ายละ 1 ล้านเท่านั้น แล้ว รับปากให้บุตรหลานมาเข้าเรียนที่สำนักม่านกู่ แล้วให้เข้าแก๊งพยัคฆ์พวกเราได้ด้วย” เจ้าหนึ่งเอ่ยเสียงอ่อย
“ อะไรนะ 1 ล้านแล้วรับปากให้มาเรียนสำนักม่านกู่ พวกเจ้านี่ เกินไปแล้ว”
เทียนโมโหยิ่งนัก เพราะที่ผ่านมาเกลียดการกระทำรับเงินของอาจารย์เซี่ยงอี้
แต่สุดท้ายตัวเองกลับมาเป็นซะเอง ยิ่งเห็นตราพยัคฆ์อีกนับร้อยที่ยังไม่ได้แจก
แสดงว่า น่าจะมีคนจองไว้มากมาย
“ ลูกพี่ แก๊งอื่น ๆ หรือ อาจารย์ท่านอื่น ๆ ก็รับแบบนี้กันทั้งนั้น เราแค่ฝึกพวกเขา แล้วส่งไปสอบ ถ้าได้ก็คือโชคของพวกเขา ถ้าไม่ได้ก็อยู่แบบนี้ไปก่อน” เจ้าหนึ่งยังพูดแบบนี้อีก
“ พอเลย ห้ามแจกป้ายพยัคฆ์ให้ใครอีก ส่วนที่ให้แล้วก็ช่วยดูแลความปลอดภัยให้พวกเขาไป ส่วนเด็ก20 คนที่รับเข้ามา พยายามสอนวิชาให้เขาสอบเข้าสำนักให้ได้ และต่อไป ข้าจะส่ง พี่ชายข้า นามว่า ตี้เทียน มาควบคุมดูแลที่นี่แทนข้า”
เทียนบอกออกไปแล้วบอกพวกเขาว่าจะให้ตี้เทียนมาดูแลแทน มิเช่นนั้นเกรงว่า ต่อไปอาจสร้างความเสียหาย ให้จักรพรรดิและฮองเฮาที่ จักรวรรดิคิงส์หยางได้
ตอนเย็น เทียนมาใหม่อีกครั้ง คราวนี้แปลงร่าง มาเป็น ตี้เทียน คนที่เคยจัดการกับจักรวรรดิเหวินหมิงมาแล้ว หลังจากรู้จักกันดีแล้ว เทียนให้พวกลูกน้องทั้งหมดเรียกเทียนว่าพี่ใหญ่แทน
“ ช่วงนี้เมืองของเรามีอะไรน่าสนใจบ้าง” เทียนเอ่ยถาม
“ มีหอคณิกาเปิดใหม่ชื่อว่า หอจันทราเลี่ยง ว่ากันว่า มีโฉมงามนามว่าเตียวเตียว งามถึงขนาด ดวงจันทร์ต้องหลบเมื่อได้เห็นโฉมของนาง เวลานางดีดพิณ แม้แต่นกยังต้องหยุดบินฟังเสียง” เจ้ารองเอ่ยด้วยสายตาหวานฉ่ำ
“ มีอย่างอื่นอีกไหม” เทียนไม่สนใจ ทำให้ทั้ง ห้าคนสงสัยใจยิ่ง
“ มีงานบูชาเทพธิดาฉางเอ๋อ เทพีจันทรา ที่สำนักเทพวิสุทธิ์ จัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้ไปชมโฉมงามเทพ ธิดาโคมไฟ ล่าสุด นามว่า อวี้หลัน ปีนี้ นางจะร่ายรำบูชาถวายเทพธิดาฉางเอ๋อ เทพีจันทราด้วยตัวเอง” เจ้าหนึ่งเสนอบ้าง
“ งานเริ่มเมื่อไร” เทียนสนใจงานของอวี้หลันมากกว่า
“ คืนนี้” ทั้งห้าคนคิดอยู่แล้วเทียนต้องสนใจงานนี้แน่
“ นี่ก็จะได้เวลาพวกเราเดินทางไปกันเลย งานนี้ผู้คนต่างก็ชมมากันมากมายแน่”
เจ้าสี่รีบเสนอ เทียนก็ออกเดินทาง โดยไปกัน ทั้งหมด ยี่สิบคน เพราะทุกคนก็อยากยลโฉมเทพธิดาโคมไฟปีนี้ เทียนนั่งรถม้าที่ทางราชวงศ์เจิ้งหนันมอบไว้
สถานที่จัดงานอยู่ที่ทะเลสาบสัตบงกช ติดกับเชิงเขาหัวซาน พอใกล้ถึง รถม้าก็ต้องเคลื่อนตัวค่อนข้างลำบาก เพราะคนเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งอยากมาเห็นหน้า เทพธิดาโคมไฟในปีนี้ แล้ว อยากมากราบไหว้บูชา เจ้าแม่โคมวิเศษ ในศาลเจ้าที่อยู่ทางขึ้นเขาหัวซานแห่งนี้
“ทำไมมีคนมากราบไหว้เจ้าแม่โคมวิเศษมากขนาดนี้” เทียนเห็นคนเข้าไปในศาลเจ้าแห่งนี้ แน่นไปหมด ทั้งที่ศาลเจ้าแห่งนี้ก็กว้างมากสามารถจุคนได้ เกือบห้าพันคน แต่ว่าวันนี้กับแน่นไปหมด แทบไม่มีที่จะยืน
“ คนส่วนใหญ่มาขอพรเรื่องความรัก เรื่องสุขภาพ เสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะว่า ในอดีต องค์เจ้าแม่เอง ยังสามารถ ฝ่ากฏสวรรค์มารักกับมนุษย์ได้เป็นผลสำเร็จ” เจ้ารองอธิบายสั้นๆ
“ เล่าให้ข้าฟังหน่อย” เทียนไม่เคยรู้เรื่องนี้ และนั่งอยู่บนรถติดแบบนี้ เลยอยากฟังเรื่องราวดู
“ ในสมัยราชซางตอนปลาย เทพธิดาเหยาจี น้องสาวท่านเง็กเซียนจ้าวสวรรค์ ลงมาปราบมังกรร้ายเกิดได้รับบาดเจ็บ ขุนนางท่านหนึ่งนาม หยางเทียนโย่ว ได้ยอมช่วยรักษา ทำให้ทั้งคู่เกิดความรัก ทำให้กำเนิดบุตรสองคน ธิดาหนึ่งคน
บุตรคนโตคือ หยางเจียว คนรอง หยางเจี่ยน คนสุดท้องคือ หยางฉาน วันหนึ่งเง็กเซียนจ้าวสวรรค์รู้เรื่องที่น้องสาวไปรักกับมนุษย์ ซึ่งผิดกฏสวรรค์ จึงส่งแม่ทัพสวรรค์มาสองคน ให้สังหารตระกูลหยางให้หมดแต่ว่า ขุนพลเทียนเฉิง ได้ปล่อย หยางเจี่ยน กับ หยางฉานไป แล้วจับเทพธิดาเหยาจีไปคุมขังที่ เขาเถาซาน ส่วนลูกชายหยางเจี่ยนภายหลังไปเป็นแม่ทัพสวรรค์ ส่วนหยางฉาน ต่อมา พระแม่หนี่ฮวานำไปชุบเลี้ยง มีอยู่วันหนึ่งหยางฉานเดินผ่านสระบัวศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่หนี่ฮวา ปรากฏว่ามีดอกบัวใหญ่สีขาวบานขึ้นมา แล้วลอยขึ้นมาคอยปกป้อง หยางฉานจากกองทัพสวรรค์ที่ตามมาจับ จนภายหลังเง็กเซียนรู้เรื่องก็เลยยกเว้นโทษให้ และแต่งตั้งเป็นซันซ่างหมู่ เจ้าแม่โคมวิเศษ สุดท้ายเกิดมีความรักกับมนุษย์ชื่อว่าหลิวเยี่ยนชาง ทำผิดกฏสวรรค์ที่ห้ามเซียนสวรรค์มีความรัก
เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมกับแม่อีกครั้ง เทพสามตาหยางเจี่ยนเป็นผู้คุ้มกฏสวรรค์จึงต้องจับ ซันซ่างหมู่เจ้าแม่โคมวิเศษมาขังไว้ที่เขาหัวซาน จนกระทั่งลูกชาย หลิวเฉินเซียงฝึกวิชาเซียนสำเร็จใช้ขวานวิเศษ ทำลายเขาหัวซาน กลายเป็นภูเขาย่อยออกมาหลายภูเขาอย่างที่เราเห็นกันปลดปล่อย เจ้าแม่โคมวิเศษออกมาได้ หลังจากนั้นก็อยู่ร่วมกันสามคนพ่อแม่ลูกอย่างมีความสุข” เจ้าสามเอ่ยอธิบาย เทียนพยักหน้ารับรู้ แล้วบอกว่า จะขอเดินไปดูด้วยตัวเอง ทั้งหมดเลยเดินตามเทียนอย่างใกล้ชิด
“ มาแล้ว อวี้หลัน เทพธิดาโคมไฟปีนี้” มีเสียงคนตะโกน เทียนใช้สายตาเพ่งมองแต่ไกล ก็พบอวี้หลันในชุดสีขาว ลอยตัวไปบนแท่นบูชากลางน้ำ มีเครื่องดนตรี
ส่งเสียงเป็นจังหวะ อวี้หลันยืนอยู่บนแท่นบูชาที่ขนาดกว้างประมาณ 20เมตรยาวยี่สิบเมตร พอเสียงดนตรีขึ้น อวี้หลันก็ปักธูปแล้วร่างรำ ไปรอบๆ ผู้คนต่างฮือฮายิ่งนัก มีชายหนุ่มมากมาย ทุกระดับ ต่างมองอวี้หลันอย่างชื่นชม โดยมีเจ้าสำนักเทพวิสุทธิ์ และอาจารย์เหมยซาน กับศิษย์นับร้อยมายืนดูด้วย ด้านข้างมีพวกสำนักยุทธ์เกือบ สิบสำนัก ต่างมองอวี้หลัน อย่างชื่นชม ในขณะที่อวี้หลันร่ายรำอยู่นั้น ดอกบัวที่อยู่รอบๆ ก็ค่อยเบ่งบานออกมาเรื่อย ทำให้ทุกคนต่างตื่นตกใจยิ่งนัก ส่วนเทียนมองเห็นแล้วเหมือนกับว่า มีรัศมีพลังคล้ายเทพบริสุทธิ์ของเทียนเปล่ง
ประกายออกมาจากอวี้หลัน ทำให้ดอกบัวบานแล้วขึ้น และก็มีแสงจันทราที่ส่องมาเหมือนกับว่าเทพจันทราได้รับรู้กับการร่ายรำถวายในครั้งนี้ พลังยุทธ์ที่เทียนมองเข้าไปในร่าง ของอวี้หลันเวลานี้คือ อัครพรหมเทพระดับ 50 แล้ว เพียงไม่ถึงหกเดือน สามารถเพิ่มพลังได้ ถึง 9 ระดับเชียวหรือนี่ เทียนอึ้งไปกับพลังของอวี้หลันเช่นกัน หลังจากที่อวี้หลันร่ายรำเสร็จก็รีบย้ายร่างกลับมาที่นั่งของสำนักเทพวิสุทธ์ เทียนกำลังเพ่งมองเรือมังกรลำใหญ่ ที่จอดนิ่ง อยู่ด้านบนไม่รู้มีเจตนาอะไร
เทียนกำลังคิด ทันใดนั้นก็มีคน ลอยลงมาจากเรื่องมังกรสีทอง ลงมาที่แท่นพิธี สิบคนทุกคนสวมเกราะสี่ทอง มีอาวุธครบมือ โดยทุกคนมีพลังจักรพรรดิพรหมเทพระดับ กลางแทบ มีชายชราคนหนึ่งอยู่ถึงระดับสูง
โดยมีผู้นำซึ่งอายุไม่เกิน 20 อยู่คนหนึ่งจ้องมองหน้า อวี้หลันพร้อมรอยยิ้มที่มันคิดว่าหล่อที่สุด มีองครักษ์คนหนึ่งเดินมาข้างหน้าแล้วเอ่ยต่อหน้าอาจารย์เกือบสิบสำนักที่นั่งอยู่ว่า
“ ท่านนี้คือองค์ชายหลิวเซียง จากจักรวรรดิเมฆคราม พระองค์ทรงพอพระทัย แม่นางน้อยคนนี้ อยากจะเชิญไปจิบน้ำชา ที่พระราชวังสัก 7 วัน ไม่ทราบว่าใครในที่นี้มีปัญหาบ้างไหม” องครักษ์กล่าวจบ ทุกคนก็ส่งเสียงฮือ กันลั่นไปทั่วบริเวณ
โดยเฉพาะเจ้าสำนักเทพวิสุทธ์ ถึงกับยืนขึ้น จ้องหน้าคนทั้งสิบ อวี้หลันเข้ามาเกาะแขนอาจารย์ด้วยความหวั่นใจ
“ ทำเกินไปแล้ว ถึงพวกท่านจะมาจากจักรวรรดิเมฆคราม แต่มาหาเรื่องกันแบบนี้ ชั่วช้าเกินไปแล้ว” เจ้าสำนักเทพวิสุทธ์เอ่ยออกไปด้วยความโมโห
เทียนมองดูคนจากจักรวรรดิเมฆคราม แล้วคิดว่าพวกมันมีอะไรดี ทำไมถึงได้กล้าวางอำนาจมากขนาดนี้ ดูจากพลังแล้วมีเพียงคนเดียวที่อยู่สูงกว่าคนที่นี่ทั้งหมด
แต่จำนวนเพียงน้อยนิด ไม่น่าเหิมเกริมขนาดนี้ได้ เทียนเห็นทุกคนปลดปล่อยสัตว์วิญญาณมังกรระดับ 1 แสนปีออกมาทั้งหมดเก้าตัว ลอยล่องไปทั่วทะเลสาบ
สัตตบงกช สร้างความแต่ตื่นยิ่งให้คนนับหมื่นที่มาเที่ยวงานนี้ แล้วเทียนเห็นองค์ชายหลิวเซียง ปล่อยโคมดอกบัวสีเขียว ออกมา จากอันเล็กเท่าฝ่ามือ พอปล่อยออกไปก็กลายเป็นอันใหญ่ ส่องแสงแวบโดนทุกคน ทำให้ใครที่โดนแสงล้วนอ่อนแรง ไม่สามารถขยับตัวได้ วิญญาณยุทธ์ถูกสะกด ไม่สามารถใช้พลังใดใดออกมาได้ เจ้าสำนักทั้งสิบสำนัก ถึงกับนั่งทรุดตัวไปที่พื้น พยายามฟื้นคืนพลัง
แต่ว่าอวี้หลันกลับยืนมั่นได้คนเดียว ไม่เป็นอะไร
“ นี่คือโคมวิเศษของเจ้าแม่ซันซ่างหมู่นี เขาเอามาได้อย่างไร” มีเสียงพูดดังออกมาจากเจ้าสำนักทั้งสิบ ซึ่งทุกคนที่มาในงานก็ตกใจเช่นกัน
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทุกคนไม่ต้องตกใจองค์ชายหลิวเซียงของ เราเป็นทายาทของเจ้าแม่โคมวิเศษ แค่ปล่อยพลานุภาพแค่ให้พวกท่านอ่อนแรงเท่านั้น ไม่มีอันตรายเลย แม่นางน้อยท่านนี้เชิญไปกับเราเถิด” องครักษ์ใช้มือแล้วดูด ร่างของอวี้หลันลอยเข้าไปในกลุ่มของพวกมันที่ยืนกันอยู่ ส่วน 5 พยัคฆ์เวลานี้แม้แต่ยืนยังยืนไม่ได้ ลงไปนอนกับพื้นหมดแรงเพราะพลังโคมวิเศษ
แต่ว่าเทียนยังยืนได้ไม่มีปัญหาเพราะเทียนใช้พลังนิรันดร์ของเทพฝูซูส่วนโคมวิเศษเป็นของวิเศษที่เจ้าแม่หนี่ฮวาประทานให้หยางฉานไว้ป้องกันตัว ซึ่งไม่มีทางที่จะทำอันตราย ต่อพลังของเทพฝูซูได้ แล้ว อีกทั้งเทียนยังมีพลังตัดกิเลสของพระยูไล ซึ่งแม้แต่สวรรค์ยังต้องยอมนับประสาอะไรกับโคมวิเศษ เทียนอัดพลังฝ่ามือยูไลพันกร เข้าใส่คนทั้งสิบโดยไม่ลังเล ปรากฏเงาฝ่ามือเล็กใหญ่ออกไปเป็นพัน พุ่งเข้าใส่คนทั้งสิบคน โครม !
ทั้งสิบคนไม่มีใครได้ทันตั้งตัว จึงถูกกระแทก กระเด็นตกน้ำไปพร้อมกันทั้งสิบคน สัตว์วิญญาณมังกรคุ้มกายก็โดนฝ่ามือยูไลเข้าอัดด้วยเช่นกัน จนต้องรีบสลายหายไปในทันที เจ้าสำนักทั้งสิบหันมามองที่ ตี้เทียนเป็นจุดเดียว
“ ฝ่ามือยูไลพันกร” ทุกคนตกใจที่เห็นเทียนใช้ฝ่ามือยูไลพันกรได้...