นัทที่กำลังสับฝีเท้านำทางอยู่ ได้ยินแชตกลุ่มแจ้งข่าวถึงกับตาโต แววตาพนักงานคีย์ข้อมูลตื่นตัวทันที เขารีบล้วงมือเข้าไปแกะเอา [กระเป๋าใส่ของเดินทางลายหยาบ] ที่พึ่งกว้านซื้อมาจากตลาดเมื่อวานซืนออกมาถือไว้ จากนั้นลองยื่นตัวกระเป๋าดันพรวดเข้าไปที่หน้าต่างสเปรดชีต Excel โปร่งแสงของตัวเองดูตามคำแนะนำ
วูบ......
พริบตานั้น ตัวก้อนหนังของกระเป๋าเดินทางเลือนหายกลายเป็ละอองแสงสีฟ้าจาง ไหลเข้าไปควบแน่นสร้างเป็คอลัมน์และตารางเซลล์สีขาวสี่เหลี่ยมด้านล่างสเตตัสในหน้าจอทันที! นัทรีบกวดสายตามองแถบคำนวณความจุระบบหลังบ้านในเซลล์ข้อมูล:
"โธ่เอ๊ย... นึกว่าจะได้เป็ร้อยช่อง ที่ไหนได้กระเป๋าขยะอันนี้เก็บของได้เพียงแค่ 10 ช่องเองหรอเนี้ย สเปกพื้นที่หน่วงฉิบหาย" นัทหลุดบ่นอุทานขำแห้งประชดระบบในใจ "สงสัยในอนาคตถ้าอยากได้ช่องเก็บของเยอะๆ คงต้องไปตามหาล่าพวกกระเป๋าระดับตำนานหรือก้อนหนังสัตว์อสูรขนาดั์มาดันยัดใส่ระบบเพิ่มพื้นที่ความจุคลังแหงๆ"
ทว่า ปาฏิหาริย์ช่องมิตินี้ก็ช่วยชีวิตพวกเขาทั้ง 10 คนได้มาก ทุกคนต่างพากันหยุดขบวนรบวินาทีหนึ่งเพื่อดันยัดกระเป๋าเข้าระบบ แล้วจัดแจงเก็บกวาดอุปกรณ์ยังชีพ กระติกน้ำพกพา และเครื่องนอนหยาบๆ ยัดเก็บบรรจุหายวับเข้าไปซ่อนในหน้าจอโปร่งแสงจนเนื้อตัวเบาหวิว คล่องตัวขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ยกเว้นเพียงสิ่งเดียวที่นัท ปฏิเสธที่จะเก็บเข้าคลังระบบเด็ดขาด... นั่นคือ [ขวานั์ออร์คเหล็กกล้า] ที่เขาหนีบกระชับแน่นไว้ที่มือซ้ายมือขวา และ [ดาบขนาดกลาง] ที่สะพายอยู่บนแผ่นหลัง!
"นัท มึงไม่เก็บขวานกับดาบั์นั่นเข้าไปในช่องระบบด้วยวะ? หิ้วไปหิ้วมาให้หนักกล้ามเนื้อทำไม?" โอมที่วิ่งขนาบข้างถามด้วยความฉงน
"ไม่เอาเด็ดขาดโอม!" นัทปฏิเสธทันควัน แววตาดุดันบ้าคลั่งฉายประกาย "นี่มันในป่าดิบชื้นนะเว้ย เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินโดนอสูรซุ่มโจมตีพุ่งพรวดมาจากพุ่มไม้ ขืนกูต้องมานั่งเอามือกดคลิกเปิดหน้าจอระบบสแกนหาไอคอนอาวุธ กว่าจะดึงขวานคู่ออกมาจากช่องมิติได้ กูคงโดนพวกมันจามกะโหลกขาดครึ่งดับอนาถพอดี! สู้กูกำหิ้วขวานคู่ะเิปราณพร้อมสับหวดสดๆ แบบนี้แหละ ปลอดภัยชัวร์ที่สุด!"
พี่กล้าที่วิ่งนำแถวกู่ร้องส่งสัญญาณสั่งการ "ทุกคนเร่งความเร็วฝีเท้าขึ้นอีก! พลังพวกเราอัปเกรดกันมาเยอะแล้ว อย่าให้เสียชื่อเผ่าดาวโลก!"
นักสู้ทั้ง 10 ชีวิตในชุดคลุมหนังหมาป่ารุ่นเดียวกันแป๊ะ พากันสับขาโกยแน่บสปีดจัดเต็มบุกตะลุยฝ่าดงป่าเหนืออันมืดครึ้มอย่างบ้าคลั่ง เป้าหมายเดียวในสายตาคือการเดินทางไปให้ถึงเมืองสายย่อยเบื้องหน้าให้เร็วที่สุดก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ยุทธศาสตร์การเดินทัพในครั้งนี้ถูกวางแผนมาอย่างรอบคอบเฉียบคมโดยสมองคำนวณของนัท
"เมื่อไปถึงพิกัดเมืองถัดไป... พวกเราต้องหาทำเลชัยภูมิที่ปลอดภัยเพื่อจัดตั้ง 'ค่ายพักแคมป์แรมแห่งใหม่' อยู่ที่บริเวณด้านนอกหมู่บ้านประชากรโบราณทันทีนะเว้ย!" นัทะโบอกทุกคนฝ่าสายลมพัดแรง "ขืนพวกเราสิบคนแต่งชุดหมาป่าอาวุธครบมือแห่กันเดินดุ่มๆ เข้าไปนอนเบียดเสียดในโรงเตี๊ยมกลางเมืองของพวกชาวพื้นเมือง มีหวังโดนเพ่งเล็งหรือทำตัวเด่นส่อพิรุธจนสืบข้อมูลลำบากแน่ พวกรีบไปตั้งหลักข้างนอก สลัดความล้า แล้วค่อยส่งคนแฝงตัวเข้าไปหาข้อมูลเื่อาชีพคลาสต่อสู้ในวันพรุ่งนี้!"
ขบวนแถวกองทัพจิ๋วเคลื่อนกายพุ่งทะยานฝ่าพุ่มไม้แห้งอย่างคล่องแคล่วว่องไวปานประกายไฟ ทิ้งเศษซากความพินาศของอสูรสองขาจอมเวทไว้เื้ั เส้นทางสายย่อยระยะ 40 กิโลเมตรกำลังจะถูกฝีเท้าอันดุดันของมนุษย์โลกสลักเปิดแผนที่ Fog of War ให้สว่างไสว พร้อมเผชิญหน้ากับความลึกลับของประชากรโบราณในก้าวถัดไปอย่างไม่เกรงกลัวหน้าไหนทั้งสิ้น!
การเดินทางทรหดฝ่าแนวป่าทิศเหนือระยะทาง 50 กิโลเมตรสิ้นสุดลงเมื่อขบวนแถวของมนุษย์โลกบุกเบิกพุ่งทะยานพ้นชายป่าทึบ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทั้ง 10 ชีวิตคือ เมืองโบราณขนาดย่อมที่สร้างขึ้นจากศิลาสีเทาหนาทึบ ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า บรรยากาศดูเก่าแก่และอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอารยธรรมประชากรดั้งเดิมที่ไม่ใช่ผู้ทดสอบระบบ หน้าต่างระบบกะพริบแจ้งเตือนเวลาจำลองบอกว่าเข็มไมล์มาหยุดอยู่ที่่ "เที่ยงตรง" พอดิบพอดี
"พวกเราถึงแล้วเว้ย!" เพื่อนมนุษย์โลกคนหนึ่งอุทานพลางปาดเหงื่อ
พอมองดูแผนที่ลิงก์ิญญาในตารางสเปรดชีต Excel เพื่อนร่วมทางอีกกลุ่มจำนวน 5 คนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน ก็อาสาขอเป็หน่วยสืบขบวนแฝงตัวเดินเท้าเข้าประตูเมืองศิลาไปก่อน เพื่อสืบเสาะหาข้อมูลเื่คลาสอาชีพและสภาพความเป็อยู่หลังบ้านของชาวพื้นเมืองโบราณ
ทำให้นัทและปาร์ตี้เบญจภาคีรุ่นบุกเบิกรวม 5 ชีวิต (นัท, พี่กล้า, มาร์โก, จีฮยอน, โอม) ตัดสินใจใช้เวลา่บ่ายขยับขยายฝีเท้าออกไป ถางป่าล่าสัตว์อสูรขยายพิกัดแผนที่รอบๆ ตัวเมือง และมองหาชัยภูมินอกกำแพงหินเพื่อจัดตั้งค่ายแคมป์แรมชั่วคราว
ทว่า เพียงแค่ก้าวเท้าเหยียบกิ่งไม้แห้งลึกเข้ามาในผืนป่าชั้นนอกของเมืองที่สองได้ไม่กี่ร้อยเมตร สัญชาตญาณเดือดของทุกคนก็ร้องเตือนขึ้นมาในทันที ผืนป่าแถบนี้ไม่ได้แห้งแล้งพลังงานเหมือนป่ารอบเมืองเริ่มต้นอีกต่อไป ระยะห่าง 50 กิโลเมตรที่พระเ้าทิ้งห่างไว้ ส่งผลให้อสุรกายในพิกัดนี้ได้รับมวลพลังธรรมชาติหนาแน่นหล่อเลี้ยงจนสรีระของพวกมันวิวัฒนาการไปไกล ดุร้ายและหนังหนาหยาบชันกว่าตัวเก่าๆ หลายเท่าตัว!
โฮกฮกกกกกกกกก!
เสียงคำรามแหลมลึกดังกึกก้องกัมปนาทสะท้อนหลืบหินผา ก่อนที่ร่างมหึมาสองร่างจะพุ่งกระโจนแหวกพุ่มไม้หนาโร่งลงมาดักหน้าพวกเขาทั้งห้าคนอย่างดุดัน บาดตาปานลมพายุ
มันคือ [ปีศาจสี่ขาเขี้ยวโลหิต] สองตน! รูปร่างของพวกมันคล้ายสิงโตผสมไฮยีนาั์ ิัไม่มีเกล็ดคริสตัลธาตุใดๆ แต่ถูกเคลือบหุ้มไปด้วยเส้นขนสีแดงชาดหยาบกระด้างที่หนาและแข็งชันดั่งเกราะเหล็กกล้า มัดกล้ามเนื้อขาทั้งสี่ข้างปูดโปนบดขยี้แผ่นดินจนแตกสลาย ั์ตาสีเหลืองอำพันไม่มีประกายเวทมนตร์ แต่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณสัตว์ร้ายกระหายเืที่แข็งแกร่งและรวดเร็วว่องไวปานประกายไฟ!
"ตัวนี้หนาและไวมาก! ตั้งการ์ดล้อมวงรบ!" พี่กล้าแหกปากสั่งการพลางกระชับดาบคาตานะเล่มใหม่มั่น
สัตว์ร้ายสี่ขาตนแรกะเิฝีเท้าฉีกอากาศพุ่งชาร์จเข้าใส่โอมเป็คนแรกด้วยความเร็วสูง โอมกัดฟันกรอด ย่ำเท้าลึกยก [โล่เหล็กกล้าแผ่นหนาของออร์ค] ที่เคลือบแฝงไปด้วยมวลมานาสีฟ้าขึ้นรับแรงกระแทกทันที! โครมมมมมมมม!!!! เสียงปะทะสนั่นป่า คลื่นกระแทกทำเอาโอมถอยกรูไปสองก้าว แต่รอบนี้หน้าโล่เหล็กหนาทนทานกว่าเก่า โอมไม่ยอมจอดง่ายๆ สบโอกาสะเิร่ายศรเพลิงสีฟ้าสวนกลับเปรี้ยงเข้าใส่ลำตัวมันทันที แรงะเิทำเอาขนเกราะสีชาดของมันไหม้เกรียม แต่มันดุร้ายมาก มันสะบัดร่างฝ่ากองเพลิงแว้งฉกกัดโอมต่อทันทีจนสถานการณ์ชุลมุนพัลวัน
ฟึ่บ! ฉึก!
เสียงสายธนูดีดผ่าอากาศจากแนวหลัง จีฮยอน นักธนูสาวเกาหลีใต้เปิดใช้งานเนตรมองไกล ง้างสายรั้งปล่อยลูกธนูเหล็กของจริงพุ่งเจาะเข้าใส่หัวของปีศาจตัวแรก ทว่าในสนามรบจริงที่สัตว์ร้ายเคลื่อนไหวบิดตัวว่องไวสลับไปมาปานผีพราย ลูกธนูจึงไม่ได้พุ่งปักเข้ากลางดวงตาเป๊ะๆ เหมือนจับวางทุกรอบ ลูกแรกพุ่งเฉี่ยวแฉลบเกราะหูของมันจนเกิดประกายไฟ ลูกที่สองปักเข้าที่กล้ามเนื้อต้นคอหนาอย่างจังสร้างแผลฉีกขาดลึกทำเอาสัตว์ร้ายร้องลั่นสะบัดหัวด้วยความคลั่ง
ในขณะที่ปีศาจตัวแรกโดนโอมและจีฮยอนตรึงกำลังไว้ ปีศาจสี่ขาตัวที่สองก็กระโจนพุ่งเข้าใส่นัทและมาร์โกหมายจะขย้ำคอหอย!
มาร์โก สหายอิตาลีสายผ้าขนหนูพาดไหล่ ไม่รอช้า ะเิสกิลพุ่งตัวเลเวล 2 ทะยานร่างฉีกอากาศไปข้างหน้า 3 เมตรในพริบตา เอี้ยวตัวหลบกรงเล็บแหลมคมยาวโง้งได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะตวัดสับ [มีดสั้นคู่เหล็กกล้า] ในสองมือกระหน่ำแทงรัวเข้าที่ข้อต่อขาหลังของมันอย่างช่ำชองดุดันเพื่อตัดกำลังการเคลื่อนไหว เืสีแดงเข้มพุ่งฉีดกระเซ็นเปรอะชุดหนังหมาป่า
"มาลองขวานคู่เล่มใหม่ของกูหน่อยเป็ไง!"
นัทคำรามลั่น สองมือกระชับด้าม [ขวานั์ออร์คเหล็กกล้าถือคู่ขวาซ้าย] แ่า เขาะเิเปิดใช้งานสกิล "ศาสตราไร้ลักษณ์" รีดเร้นกระแสลมปราณร้อนระจุในร่างส่งตรงไปสลักฝังเคลือบตัวคมขวานทั้งสองเล่มพร้อมกัน ส่งผลให้หน้าต่างระบบหลังบ้านคำนวณหักหลอดพลังปราณออกรวดเดียว 10 หน่วยเต็มพิกัด จากการใช้อาวุธคู่สองมือ!
ใบขวานคู่ขนาดั์สั่นะเืส่งเสียงหวีดหวิวแผ่ออร่าความร้อนสีส้มเดือดพล่าน นัทก้าวเท้าสับฝีเท้าฉีกอากาศพุ่งสวนเข้าหาปีศาจสี่ขาที่กำลังคลั่ง ดึงแรงกายภาพสะสมเต็มเหนี่ยวเหวี่ยงจามขวานคู่สับไขว้เป็รูปกากบาทเข้าใส่กลางหัวและลำตัวหนาของมันเต็มแรงเกิด!
บึ้มมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!
คลื่นกระแทก Shockwave ะเิตูมสนั่นสะท้านป่าเหนือ แรงสับอันมหาศาลจากขวานคู่ที่อาบปราณหนาแน่น บดขยี้ผ่านเกราะขนเหล็กสีชาดและชั้นิัหนาชันของอสุรกายสี่ขาแตกกระจายยับเยินปานเนื้อบด กระดูกสันหลังส่วนหน้าของมันหักสะบั้นแหลกเหลวในพริบตา ร่างขนาดั์ล้มตึงแน่นิ่งสิ้นใจตายคาที่คามือทันที!
จังหวะนั้นพี่กล้าสไลด์ร่างมาด้วยปราณวายุ ตวัดดาบคาตานะเล่มใหม่สับฟันเด็ดหัวปีศาจตัวแรกที่าเ็จากศรเพลิงลงจมกองเืตามกันไปในที่สุด มหากาพย์ศึกแรกหน้าเมืองศิลาโบราณจบลงด้วยความพินาศของสัตว์ร้าย และการรู้แจ้งว่า... ยิ่งก้าวลึกเข้ามาเท่าไหร่ พลังทำลายล้างของพวกเขาก็ยิ่งต้องดิบเถื่อนทวีคูณมากขึ้นเท่านั้นเพื่อเอาชีวิตรอด!