ความเ็ปจากาแทำให้ฟู่หนิงหนิงลืมตาขึ้น ในยามนี้รอบกายของนางมืดมิดได้ยินเพียงเสียงโหยหวนของเหล่าสุนัขจิ้งจอกที่ถูกจับมาพร้อมกับนางเท่านั้น
ดวงตาสีฟ้าพยายามปรับให้เข้ากับความมืด โชคดีที่พอมีแสงสว่างจากคบเพลิงด้านนอกส่องลอดเข้ามาทำให้นางพอจะเห็นสภาพภายในได้ ฟู่หนิงหนิงเห็นสุนัขจิ้งจอกหลายตัวล้วนาเ็ ตอนนี้ในหัวของฟู่หนิงหนิงต่างเกิดคำถามขึ้นมามากมายว่าแท้จริงแล้วพวกเขาจับนางมาเพื่อจุดประสงค์อันใดกันแน่ หรือพวกเขา้าขนของพวกนางเท่านั้น แต่ว่าจับตัวสุนัขจิ้งจอกที่โตเต็มวัยไม่ดีกว่าหรือ เหตุใดต้องโหดร้ายถึงขนาดเผาแหล่งที่อยู่ของปีศาจเช่นนางด้วย
แม้นางจะเคยเป็มนุษย์มาก่อน แต่ฟู่หนิงหนิงไม่ค่อยพอใจกับการกระทำเช่นนี้ของพวกเขานัก ปีศาจล้วนหลบพวกมนุษย์มานับพันปี แต่มนุษย์กลับกระตุ้นความโกรธของพวกปีศาจอย่างนั้นหรือ…
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังแว่วเข้ามา ยิ่งพวกเขาเข้ามาใกล้เท่าไหร่ เสียงโหยหวนของลูกสุนัขก็ดังขึ้นเท่านั้น
'ข้าจะหาท่านแม่ อีกแค่ปีเดียวข้าก็จะกลายเป็มนุษย์ได้แล้ว ข้าอยากกลับบ้าน ฮือๆ'
'ข้ายังไม่อยากตาย' แต่ละคำที่พวกเขาล้วนเปล่งออกมาล้วนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้แต่ฟู่หนิงหนิงเองก็อดตัวสั่นเทาไม่ได้ นางเองก็อยากที่จะหนีออกไปจากที่นี่เช่นกัน…
หนี…
ใช่สิ หนี นางต้องพาลูกจิ้งจอกเหล่านี้หนีออกจากที่นี่ไป แต่จะทำเช่นไรเล่าในเมื่อพวกเขาเฝ้าพวกนางอยู่ที่นี่
ฟู่หนิงหนิงเดินด้วยสามขาไปยังมุมที่ว่างอย่างทุลักทุเล นางมองรอบด้านอย่างประเมินพร้อมกับมองไปยังไม้ที่ขัดกรงไว้อยู่หลวมๆ ดวงตาของนางเปล่งประกายขึ้นในความมืดทันที นี่พวกทหารรู้ฤทธิ์ของลูกสุนัขจิ้งจอกน้อยไปสินะ ไม่อย่างนั้นคงไม่เลินเล่อถึงขึ้นปิดกรงไม่มิดชิดเช่นนี้
ฟู่หนิงหนิงลองยื่นขาหน้าไปเปิดกรง เมื่อเห็นว่ามันสามารถดันออกอย่างง่ายดายนางจึงไม่เสียเวลาที่จะดันออกให้สุด
ปึก! กรงไม้เปิดออกมาทำให้เหล่าสุนัขจิ้งจอกมองหน้ากันทันที พวกเขาต่างเงียบพร้อมกันกะทันหันเช่นนี้อาจจะเป็ที่สงสัยของทหารได้
'พวกเ้าร้องต่อไป ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกจับได้' ฟู่หนิงหนิงส่งสายตาตักเตือนไปให้พวกเขา หากจะหนีก็ต้องอาศัยเวลาที่พอเหมาะ และใช้ความรวดเร็วในการวิ่งหลบ
มีหรือพวกจิ้งจอกจะฟังนาง เมื่อเห็นว่ากรงถูกเปิดออกพวกเขาก็รีบกรูกันออกไปโดยไม่เกรงกลัวสักนิด เพราะแต่ละตัวล้วนหวาดกลัวต่อความตาย เมื่อเห็นช่องทางมีหรือที่พวกเขาจะไม่หลบหนี
'พวกเ้า!' ฟู่หนิงหนิงะโในใจอย่างเดือดดาล เมื่อเห็นว่าพวกเขาต่างออกไปกันหมดแล้วนางจึงวิ่งออกมาข้างนอกโดยใช้สามขา นางไม่อาจวิ่งได้เร็วนัก ดังนั้นจึงทำได้เพียงหลบเลี่ยงและคอยระแวดระวังรอบด้าน
ภาพของเ้าตัวเล็กที่วิ่งเวียนวนหาทางออกสร้างเสียงหัวเราะอย่างพอใจให้กับเซียวหู่เป็อย่างยิ่ง เขาโอบเอวบางรั้งเข้ามาหากายก่อนจะชี้ให้นางดู
"เ้าดูสิ เ้าจิ้งจอกน้อยฉลาดไม่เบา ไหนมีตัวไหนบ้างที่เป็ลูกเ้า?" เขาก้มลงสูดดมความหอมจากเรือนผมหอมกรุ่น มุมปากเขายกขึ้นน้อยๆ อย่างพอใจกับท่าทีไร้ซึ่งพิษสงของหญิงงาม "นับว่าข้าเมตตาเ้าที่จะรับลูกของเ้าเข้าวังไปด้วย" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยอย่างเอาใจ
ฟู่เจินพยายามหลบหนีจากััเขาอย่างรังเกียจ นางเหลือบมองเซียวหู่ด้วยสายตาโกรธแค้น "ปล่อยพวกเขาไป"
"หากข้าปล่อยพวกเขาไปแล้วข้าจะได้อะไรตอบแทนเล่า?" เซียวหู่เอ่ยพลางก้มหน้าลงชิดกับริมฝีปากอมชมพูระเรื่ออย่างหยอกเย้า "หากข้าไม่ปล่อยไปเล่า" เขายกมือขึ้นเป็สัญญาณบอกให้ทหารเงื้อธนูขึ้น ทหารนายนั้นมีความแม่นยำยิ่งนัก เพียงแค่ไม่กี่เสี้ยวอึดใจเขาก็ปล่อยลูกธนูไปยังจิ้งจอกสีน้ำตาลผู้เคราะห์ร้ายตนหนึ่ง
ปัก! ธนูปักลงบนตัวของจิ้งจอกตนนั้นจนกระเด็นไปด้านหน้าราวๆ สามก้าว มันไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องออกมาด้วยความเ็ป
ดวงตาของฟู่เจินเบิกโพลง นางมองเซียวหู่อย่างไม่เชื่อสายตา เหตุใดเขาจึงโหดร้ายเช่นนี้ เขากล้าฆ่าเผ่าพันธุ์ของนางเช่นนี้หรือ ที่ผ่านมาเขากักขังนางไว้บุรุษผู้นี้ยังไม่พอใจอีกหรือ...
"ว่าอย่างไร? ข้าโเี้ใช่หรือไม่ แต่ที่ข้าทำเพราะ้าเ้า…" เขาเชยคางนางขึ้น "ว่าอย่างไรแม่จิ้งจอกน้อย…"
หัวใจของฟู่เจินหนักอึ้งยิ่งนัก นางรังเกียจมนุษย์เช่นเขาที่สุด ดวงตาคู่งามเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้น นางเบือนหน้าหันไปมองลูกสุนัขจิ้งจอกด้วยความสงสารจับใจ
ภาพจิ้งจอกตัวน้อยที่วิ่งสามขาออกมาอย่างทุลักทุเลยิ่งทำให้ฟู่เจินเ็ป นั่นไม่ใช่ฟู่หนิงหนิงบุตรสาวของนางหรือ? เหตุใดนางจึงได้รับาเ็เช่นนั้น
ฟู่เจินพยายามรักษาอาการตื่นใทางสีหน้าไว้ นางจะไม่มีวันให้บุตรสาวของนางถูกจับจนไร้ซึ่งอิสระเช่นนางแน่
มุมปากของเซียวหู่ยกขึ้นเมื่อเขามองตามสายตาของนาง ดวงตาหวานล้ำของนางจะปกปิดความรู้สึกจากเขาได้อย่างไร ดูจากท่าทีที่หวั่นวิตกของนางแล้วจิ้งจอกตนนั้นคงจะเป็บุตรของนางอย่างแน่นอน
"เสิ่นหง ยิงจิ้งจอกตนนั้น" เขาชี้ไปยังฟู่หนิงหนิงที่กำลังหาทางหนีทีไล่อยู่
"ท่านจะทำอะไร?" ฟู่เจินคว้ามือเขาไว้ นางมองเขาอย่างใ
"ขนของจิ้งจอกตนนั้นช่างงดงาม ข้าจะนำขนของมันมาตัดเป็ชุดให้เ้าดีหรือไม่?"
เสิ่นหงขานรับพระบัญชาของฮ่องเต้ เขาเงื้อธนูขึ้นก่อนจะเล็งไปยังจิ้งจอกหิมะที่าเ็อยู่ แต่ก่อนที่เขาจะได้ปล่อยลูกธนูออกไป เสียงอ่อนหวานของสตรีผู้ที่อยู่ข้างกายของฮ่องเต้ก็ดังขึ้น
"อย่า!!" นางะโลั่นพร้อมกับมองเซียวหู่อย่างจำยอม "ข้ายอมทุกอย่าง อย่าทำอะไรนาง" ขณะเอ่ยมือขาวนวลก็กำแน่นเข้าหากันอย่างคั่งแค้น
เซียวหู่ยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ เขาส่งสัญญาณให้กับนายทหารลดคันธนูลงก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาองอาจเหนือบุรุษก้มลงประทับริมฝีปากหยักบนริมฝีปากของฟู่เจินด้วยความพึงพอใจ
ริมฝีปากของนางช่างนุ่มราวสุรารสเลิศ ยิ่งได้ดื่มด่ำยิ่งลุ่มหลง ยิ่งยากจะถอนตัว
ฟู่เจินหลับตาลง นางพยายามข่มกลั้นความรู้สึกอันแสนอัปยศไว้ มือน้อยถูกเขากุมไว้จนไม่อาจขยับกายได้เลยแม้แต่น้อย ภายในใจของนางร่ำไห้ด้วยความเ็ป นางคงต้องผิดคำมั่นที่ให้ไว้แก่เขา...บิดาของฟู่หนิงหนิง
ดวงตาของฟู่หนิงหนิงมองไปตามทิศทางของลูกธนูอย่างตื่นตะลึง เหมือนว่าในยามนี้นางจะเห็น...ท่านแม่
แต่ทว่าก่อนที่ฟู่หนิงหนิงจะได้กระทำสิ่งใด บุรุษผู้ที่นั่งอยู่ข้างมารดาก็คว้าร่างของฟู่เจินเข้าไปจุมพิต!!
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดมารดานางจึงถูกจับมายังที่แห่งนี้ได้ นางพยายามจะเดินไปยังทิศทางที่ท่านแม่อยู่ หากทว่าคนร่างั์คนหนึ่งกลับขวางกั้นนางไว้
เขานั่งลงก่อนจะอุ้มนางขึ้น "เ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะพาเ้าไปหาท่านแม่ของเ้า" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยกับฟู่หนิงหนิง เขาเหลือบมองทหารก่อนจะให้พวกเขาจัดการนำสุนัขจิ้งจอกพวกนั้นไปปล่อยกลับคืนสู่ป่าเช่นเดิม
เมื่อได้ยินว่าเขาจะพานางไปหาท่านแม่ ฟู่หนิงหนิงก็ไม่ดิ้นอีก นางนิ่งอยู่ในอ้อมแขนแกร่งอย่างว่าง่าย
หวังจิ้นพาฟู่หนิงหนิงไปยังกระโจมหลังหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้พานางไปหาท่านแม่ฟู่หนิงหนิงจึงรีบโวยวายทันที
'ไหนเ้าบอกจะพาข้าไปหาท่านแม่?' นางพยายามหลบหนีจากการเกาะกุมของเขาแต่ทว่าก็ไม่เป็ผล
"พรุ่งนี้ ข้าจะพาเ้าไปหาท่านแม่ของเ้า" เขาตอบราวกับรับรู้ได้ถึงสายตาของนาง แม่ทัพหนุ่มวางฟู่หนิงหนิงลงบนเตียง เขาจับขาหน้านางขึ้นมาพินิจ
'หงิง~' นางครางด้วยความเจ็บเนื่องจากน้ำหนักมือของเขาไม่เบานัก
หวังจิ้นเหลือบมองนางก่อนจะเอ่ยต่อ "เ้าคงจะเจ็บน่าดู ข้ารู้ว่าเ้าน่าจะฟังรู้เื่ เ้ามีชื่อเรียกว่าอย่างไร?"
'ฟู่หนิงหนิง!' นางเอ่ยแต่ทว่าเสียงที่เปล่งออกมาของนางมีเพียงเสียงเห่าเบาๆ เท่านั้น
"นุ่มฟู?"
ฟู่หนิงหนิงแยกเขี้ยว นุ่มฟูกับบิดาเ้าน่ะสิ!
หวังจิ้นหัวเราะเบาๆ อย่างขบขัน "ไง นุ่มฟู นั่งนิ่งๆ ข้าจะทำแผลให้เ้า"
เขาลุกขึ้นก่อนจะเดินไปหยิบขวดยาและผ้าสะอาดออกมา เมื่อได้สิ่งที่้าแล้วร่างสูงจึงนั่งลงคุกเข่าต่อหน้าฟู่หนิงหนิง "มารดาของเ้าในยามนี้มีตำแหน่งเป็สนมของฮ่องเต้ หากเ้าอยากอยู่ใกล้มารดาก็จงเชื่อฟัง" เขาเอ่ยพลางเช็ดแผลให้นางอย่างเบามือก่อนจะเทยารักษาแผลลงไป
ความแสบทำให้ฟู่หนิงหนิงตัวสั่นเทา นางพยายามดึงมือเล็กๆ ของตนกลับไป
เมื่อเห็นดังนั้นหวังจิ้นจึงก้มลงเป่าเบาๆ ที่แผลของฟู่หนิงหนิง ใครจะนึกว่าท่านแม่ทัพผู้ห้าวหาญจะอ่อนโยนต่อสัตว์ตัวน้อยเช่นนี้
"เจ็บหรือไม่?"
ฟู่หนิงหนิงพยายามขยับ เมื่อเห็นว่าความเจ็บทุเลาลงแล้วนางจึงส่ายหน้า หางเล็กๆ ของฟู่หนิงหนิงส่ายเบาๆ อย่างไม่รู้ตัวเนื่องจากนางคลายความระแวงลง
"เด็กดี" เขาลูบหัวของนาง มือหนาชะงักเมื่อนึกได้ว่านางหาได้เป็สุนัขธรรมดา เขายิ้มแห้งๆ ก่อนจะชักมือกลับ "พอดีที่จวนของข้าเลี้ยงเ้าขนปุยไว้ตัวหนึ่ง จึงอดไม่ได้ที่จะเอ็นดู"
มุมปากของฟู่หนิงหนิงยกขึ้น ไม่นึกว่าทหารที่ท่าทีโเี้เช่นนี้จะกลายเป็ทาสสุนัขไปได้
"เอาล่ะ พักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้ข้าจะพาเ้าไปพบมารดา" เอ่ยจบเขาก็คลี่ผ้าห่มคลุมให้กับฟู่หนิงหนิงก่อนจะเดินออกไปโดยไม่เอ่ยกำชับสิ่งใดอีก
ฟู่หนิงหนิงมองตามแผ่นหลังของเขาก่อนจะนอนลง นางมองประตูกระโจมอย่างหวาดระแวง อีกกี่วันนะนางถึงจะกลายเป็มนุษย์ได้ การเป็สุนัขจิ้งจอกที่ไม่อาจพูดหรือทำอะไรได้ด้วยตนเองมันช่าง...ทรมานเหลือเกิน