ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน

    61. ยาที่ดีคือก็ยาขม

    หลังกลับมาจากตรวจงาน หนิงหนิงก็พาตัวอันธพาลคนนั้นที่นางต้องการไปยังห้องทดลองใต้ดินที่อยู่ข้างล่างเรือนเพาะชำ นางจับเขาไปมัดไว้กับเก้าอี้ในห้อง ตามด้วยล่ามโซ่เขาไว้เพื่อกันเขาหนี จากนั้นนางก็เดินออกจากห้องใต้ดินไป ทิ้งไว้คนตัวโตที่นั่งหลับอยู่บนเก้าอี้

    “จัดการเรียบร้อยแล้วหรือ?” ชิงหลงเอ่ยถามนางเมื่อเห็นนางกลับเข้ามาในบ้าน

    “อื้ม”

    “ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่”

    “ไม่ต้องหรอกพี่ชิงหลง เรื่องนี้ข้าจัดการเองได้” นางเอ่ยบอกเขาก่อนจะกลับเข้าห้องของตนไปเพื่อเขียนสูตรยาที่นางต้องทำ

    หลังจากที่หนิงหนิงกลับห้องของตนไปแล้ว ชิงหลงก็ยืนมองนางอยู่ครู่นึงก่อน จะเดินกลับห้องของตนแล้วเรียกอาอู๋มาเพื่อถามเรื่องที่เขาให้ไปสืบ

    “เรื่องที่ให้ไปสืบเป็นอย่างไรบ้าง”

    “เรียนนายน้อย ทุกอย่างเป็นฝีมือของคุณหนูหยวนจริงๆ ขอรับ” อาอู๋ตอบคำถามไปตามรายงานที่ตนได้รีบมา

    “เป็นนางจริงๆ ด้วยสินะ” ชิงหลงที่พอจะเดาได้อยู่แล้ว เขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่ได้รู้ว่าคุณหนูหยวนเป็นคนทำ เพียงแต่เขาค่อนข้างจะรู้สึกหงุดหงิดที่ผู้หญิงคนนี้ดันเข้ามาทำให้เรื่องดีๆ ของเขามีอันต้องสะดุด

    “นายน้อยคิดจะจัดการยังไงต่อหรือขอรับ”

    “ไปก่อกวนพวกเขาเหมือนกับที่พวกเขาทำ ในเมื่อพวกเขาอยากจะก่อกวนกิจการของหนิงเอ๋อร์ ถ้าเช่นนั้นก็ให้พวกมันได้ลิ้มรสของการโดนเองบ้างแล้วกัน” ชิงหลงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรสำหรับเขาเลย ในขณะที่คนฟังนั้นก็ได้ไว้อาลัยให้คนทำคนนั้นเรียบร้อยแล้ว

    “ขอรับนายน้อย” อาอู๋ได้แต่ไว้อาลัยให้คุณหนูหยวน ที่ดันยุ่งกับใครไม่ยุ่งแต่ดันมายุ่งกับคนรักของนายน้อยเสียได้ เฮ่อหวังว่านางคงจะไม่โกรธจนตายหรอกนะ ได้ข่าวว่าการค้าส่วนใหญ่ในตำบลเป็นนางที่คอยดูแลด้วยนี่สิ อาอู๋เดินออกจากห้องชิงหลงไปพร้อมกับไว้อาลัยให้คุณหนูหยวนคนนั้นที่กล้ามายุ่งกับนายหญิงน้อยของตน

    หลังจากที่อาอู๋ออกไปแล้ว ชิงหลงก็หยิบจดหมายจากเมืองหลวงที่พึ่งได้รับมาอ่าน ในเนื้อหาก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการที่ จักรพรรดินีทรงรับพระสนมคนใหม่เข้ามาในตำหนัก ซึ่งพระสนมคนนั้นก็เหมือนจะเป็นคนในยุทธภพอีกต่างหาก ซึ่งเรื่องนี้ก็สร้างความตกใจให้แก่เหล่าขุนนางฝ่ายศัตรู ที่กลัวว่าองค์จักรพรรดินีจะทรงใช้คนในยุทธภพมากำจัดพวกเขา

    นอกจากนี้ก็มีแค่เรื่องทั่วไปที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง และในท้ายจดหมายก็บอกแค่ว่าให้ใช้วันหยุดให้คุ้มค่า เพราะเมื่อเขากลับไปแล้วเขาจะต้องจัดการกับงานที่ค้างอยู่อีกมาก

    เมื่อชิงหลงอ่านจดหมายจากอัครเสนาบดีฝ่ายขวาจบ เขาก็ได้แต่นวดขมับกับเรื่องสนมขององค์จักรพรรดินี เพราะสนมแต่ละคนของพระนางมันช่างทำให้คนที่ได้ยินถึงกับตกใจจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นหมอเทวดา นักดนตรี พ่อครัวหรือแม้แต่คนในยุทธภพพระองค์ก็ยังสามารถหามาได้ ซึ่งมันก็น่านับถือจริงๆ

    ชิงหลงนึกถึงตอนที่เขาพึ่งได้รับตำแหน่งเสนาใหม่ๆ เขาเองก็เคยได้รับทาบทามให้ไปเป็นสนมเช่นกัน เพียงแต่เขาปฏิเสธเพราะเขามีหนิงหนิงอยู่แล้ว จึงทำให้เรื่องรับสนมไม่สำเร็จ เพียงแต่ความโปรดปรานของจักรพรรดินีที่มีต่อเขาก็ไม่ได้ลดลงจากตอนแรกอยู่ดี

    “เฮ่อหวังว่า ท่านผู้นั้นจะเบาๆ มือบ้างนะ ไม่เยี่ยงนั้นข้าคงได้ตายคากองงานพวกนั้นจริงๆ” เมื่อเขานึกถึงปริมาณงานที่ตนรีบจัดการก่อนกลับมา ก็ได้กุมขมับด้วยความปวดหัว ใครว่าจักรพรรดินีทรงโปรดปรานเขามากแม้จะโดนเขาปฏิเสธตำแหน่งสนม คนคนนั้นน่ะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นต่างหาก เมื่อนางไม่สามารถเอาชนะใจเขาได้ นางก็เพิ่มงานให้เขาทำเรื่อยๆ จนเขาแทบจะไม่มีเวลากินข้าวด้วยซ้ำ

    “ฮึก ไม่อยากกลับไปเลย” ชิงหลงได้แต่คร่ำครวญว่าไม่อยากกลับ เพราะถ้าเขากลับไปเมื่อไรท่านผู้นั้นจะต้องหาเรื่องมาแกล้งตนอย่างแน่นอน

    .

    .

    ในขณะที่ฝั่งชิงหลงกำลังคร่ำครวญเรื่องงาน หนิงหนิงเองก็กำลังปวดหัวกับสูตรยาที่ตนต้องปรุงออกมาเช่นกัน

    “เอ๋ ตัวยาอันนี้มันใสก่อนหรือใส่ทีหลังนะ” นางมองตัวยาที่ชื่อว่าหญ้าลืมเลือน แล้วคิดว่ามันต้องใส่ลงไปก่อนหรือใส่ในขั้นสุดท้าย เพราะนางไม่ค่อยถนัดปรุงยาจีนสักเท่าไหร่ นางเลยได้แต่คิดว่าจะต้องทำยังไงตัวยาถึงจะออกมาดีที่สุดและถูกต้องที่สุด

    “อื้อ...ช่างมันเถอะจะใส่ก่อนใส่หลังมันก็ไม่น่ากันมากหรอก” ว่าจบนางก็เขียนสูตรต่อจนเมื่อทำเสร็จแล้ว นางก็เอามาตรวจทานความเรียบร้อยอีกรอบ เมื่อเห็นว่าสูตรไม่มีปัญหาแล้ว นางก็เอามันเก็บไว้ในกล่อง แล้วออกไปเตรียมมื้อเย็น


    เช้าวันต่อมา

    หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ หญิงสาวก็เดินไปที่เรือนเพาะชำ ก่อนจะเปิดกลไกห้องใต้ดินแล้วเดินลงไปในห้อง เมื่อนางเข้ามาในห้องทดลอง นางก็เห็นว่าคนที่นางจับมาเขายังนอนหลับอยู่ นางจึงไม่ได้รบกวนเขาแต่อย่างใด

    หญิงสาวเดินไปหยิบอุปกรณ์ปรุงยาออกมา แล้วหยิบสมุนไพรที่เก็บมาแล้วจัดไว้เป็นชุดเพื่อปรุงยา ร่างบางเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆ เพื่อไม่เป็นการรบกวนคนนอน จนเมื่อนางปรุงยาหม้อเสร็จ นางก็เทยาใส่ถ้วยทิ้งไว้แล้วรอให้มันเย็นลง ก่อนจะยกไปให้คนที่โดนล่ามอยู่กิน

    “นี่นี่ตื่นสิ” หนิงหนิงเอากิ่งไม้มาจิ้มแก้มของชายหนุ่มบนเก้าอี้

    “อื้อ...”

    “ตื่นสิ..” เมื่อเห็นว่าเขามีท่าทางงัวเงียแต่ไม่ยอมตื่น นางจึงเอากิ่งไม้จิ้มแก้มเขาอีกรอบ แต่ก็ยังเหมือนเดิมเพราะเขาไม่ยอมตื่น

    “นี่หลับหรือซ้อมตายกันแน่นะ” หนิงหนิงมองท่าทางที่หลับแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวของอีกฝ่ายแล้ว ก็ได้แต่ข่มความอยากเตะเขาลงจากเก้าอี้ไว้ในใจ แล้วเดินไปกรอกยาลงในปากของเขา หลังจากที่นางบีบคางของเขาเพื่อกรอกยาลงไปแล้ว นางก็ถอยห่างออกมาเล็กน้อยเพื่อรอดูฤทธิ์ยาของเขา

    ผ่านไปได้สองนาทีคนที่หลับอยู่ ก็มีสีหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาที่ปิดอยู่ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาฉับพลัน พร้อมกับพยายามอาเจียนยาที่อยู่ในท้องออกมา ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ เพราะผลของยาที่กินเข้าไปแล้วทำให้เขารู้สึกร้อนจนเหมือนกับโดนต้มอยู่ในน้ำเดือด ส่วนปากก็เต็มไปด้วยรสขมของสมุนไพรที่ขมเสียยิ่งกว่ายาห้ามหวัด

    ซึ่งพอหนิงหนิงได้เห็นปฏิกิยาของอีกฝ่าย นางก็รู้แล้วยาชุดแรกของตัวเองนั้นทำพลาด เพราะดูเหมือนนางจะใส่ส่วนผสมผิด เลยกลายเป็นทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวร้อนแทน

    “อื้ม ล้มเหลวสินะ” นางมองท่าทางอยากจะพูดก็พูดไม่ได้ของเขาก็ได้แต่เอ่ยขอโทษในใจ แล้วเดินไปเตรียมยาอีกหม้อ ซึ่งนางก็ใช้เวลาไม่นานยาหม้อใหม่ก็เสร็จ หลังจากทิ้งไว้ให้เย็นลงได้สักพัก นางก็ยกมาให้เขาดื่ม

    “ดื่มสิ”

    “...” ชายหนุ่มมองยาในถ้วยด้วยความหวาดกลัว เพราะรสชาติของยายังคงติดปากเขาอยู่

    “มองทำไมละดื่มสิ” นางยกยาไปจ่อปากของเขา ในขณะที่ชายหนุ่มพยายามเบี่ยงหลบถ้วยยาอย่างสุดฤทธิ์

    “เฮ่อดื้อจริง” หญิงสาวยกมือขึ้นมาจับคางของเขาแล้วบีบให้อ้าปาก จากนั้นก็เทยาลงในปากของเขาแล้วปิดปากเขาไว้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายคลายยาทิ้ง ซึ่งมันก็ทำให้นางได้สีหน้าเขียวคล้ำของอีกฝ่าย และนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา

    “เอ่อ ดูเหมือนว่าจะทำเกินไปหน่อยแฮะ” หนิงหนิงปล่อยออกจากปากของเขา แล้วถอยออกมาเพื่อดูปฏิกิริยาอีกรอบ ซึ่งคราวนี้ชายหนุ่มก็ได้หายร้อนแล้ว เพียงแต่เขากลับรู้สึกหนาวแทน ชายหนุ่มพยายามกัดฟันเพื่อทนต่อความหนาวเย็นในร่างกาย ขาสองข้างก็ขยับมาติดกันเพื่อเพิ่มความอบอุ่น

    “อ่า พลาดอีกแล้วแย่จัง” หนิงหนิงบ่นออกมาด้วยความเสียดาย ในขณะที่ชายหนุ่มได้แต่จ้องมองนางด้วยความหวาดกลัว

    “อื้อ..ไม่ต้องห่วงนะยายังมีเยอะเลยละ มันจะต้องได้ผลสักอันแน่ๆ” พูดจบนางก็เดินไปปรุงยาต่อ ในขณะที่ชายหนุ่มได้แต่คิดว่า แม่นางช่วยอย่าพูดเรื่องน่ากลัวด้วยรอยยิ้มได้หรือไม่

    “เอาละคราวนี้ต้องได้ผลแน่ๆ ^^”

    “...” ชายหนุ่ม

    “อ้ากกกก” ชายหนุ่มร่างสูงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หลังจากที่กินยาถ้วยที่สามลงไป

    “เอ๋ พลาดอีกแล้วหรือ”

    “...”

    “งั้นก็มาลองถ้วยต่อไปกันเถอะ^^”

    “....” เขาปฏิเสธได้ไหม


    หลังจากทดลองยาไปได้สิบถ้วย ชายหนุ่มผู้เป็นหนูลองยาก็ต้องยอมยกธงขาว แล้วเล่าเรื่องทุกอย่างให้นางฟัง เพื่อแลกกับการที่นางต้องทรมานเขาด้วยยาขมๆ นั้นๆ พอหลังจากที่หนิงหนิงได้ฟังเรื่องทั้งหมด นางก็ทำสีหน้าตกตะลึง เพราะนางไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนที่กล้าหาเรื่องนางด้วยเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้

    “ดังนั้นเจ้าจะบอกว่าที่เจ้าพาคนมาก่อกวนไร่ของข้านั้น เป็นคนสั่งของคุณหนูหยวนเช่นนั้นหรือ” หนิงหนิงถามชายหนุ่มด้วยความตกตะลึง พลางคิดว่าคุณหนูหยวนคนนี้ช่างเป็นคิดเล็กคิดน้อยจริงๆ

    “ขอรับ ท่านหมอผู้เก่งกาจข้าบอกเรื่องที่ท่านอยากรู้หมดแล้ว ท่านจะปล่อยข้าไปหรือยังขอรับ” ต้าเจี่ยมองหน้าหญิงสาวด้วยความอ้อนวอน เพราะเขาไม่อยากทรมานด้วยฤทธิ์ยาอีกแล้ว ไอ้ยาที่ทำให้เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว เดี๋ยวก็คันไปทั้งตัว หรือเจ็บไปทั้งตัวเหมือนโดนมดกัดนั้นน่ะ

    “หืมได้สิ” หนิงหนิงที่ได้ฟังสิ่งที่อยากรู้แล้ว นางก็ตอบตกลงแต่โดยดี

    “ขอบคุณขอรับท่านหมอ”

    “อื้อไม่เป็นไรหรอก เพียงแต่ข้าไม่ใช่หมอหรอกนะ^^”

    “เอ๊ะ?”

    “ข้าไม่ใช่หมอหรอก เพราะงั้นอย่าเรียกข้าว่าท่านหมอเลย” ว่าจบนางก็เดินออกจากห้องอย่างสบายอารมณ์ ทิ้งไว้แต่คนฟังที่ตอนนี้ได้สติหลุดไปแล้วตั้งแต่ที่นางบอกว่าไม่ใช่หมอ

    “....” ต้าเจี่ย นี่ข้าโดนคนประหลาดเช่นใดจับตัวมากันแน่

    “^^” หนิงหนิง นานๆ ทีได้ทำการทดลองแบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกันแฮะ





    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน ที่คุณอ่าน