ตอนที่ 5 การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
"ท่านพ่อ... ท่านแบกของหนักขนาดนี้ แขนทั้งสองข้างโอบอุ้มข้ามาตลอดทาง... ความเหน็ดเหนื่อยของท่านมีไม่น้อย"
"วางเล่อเอ่อร์ลงเถอะ เล่อเอ่อร์ ไม่เป็อะไรมากหรอก"
"อืม.... เช่นนั้นคืนนี้เราหยุดพักที่นี่ก่อน เ้าเองก็คงเหนื่อยล้าไม่น้อย เป็ความผิดข้า... ที่ปกป้องเ้าได้ไม่ดี เป็เพราะความอยากรู้อยากเห็น จึงได้ติดตามอาจารย์ไป "
"ท่านไม่จำเป็ต้องโทษตนเอง"
ทั้งสองนั่งข้างกองไฟ มืออังเปลวไฟ อันเล่อมีอกแน่นๆไว้พักพิง... สายตาที่เฉิงเหลียงมองนางมันช่างอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
เขาครุ่นคิดในใจว่า....
"แม้นางจะเรียกตนเองว่าท่านพ่อ แต่เฉิงเหลียงรู้ดี ว่าระหว่างเขากับนาง ห่างไกลคำว่าพ่อลูกนัก เฉิงเหลียงเอ็นดูนางเหมือนเด็กสาวผู้หนึ่ง ไม่ใช่ในฐานะพ่อลูกผูกพัน"
เพื่อปลอบใจนาง บนเส้นทางที่แสนยาวไกล ภายใต้ความมืดที่เงียบงัน... เฉิงเหลียงดึงปิ่นเงินออกมาจากอาภรณ์ขาว
ปักบนมวยผมให้นางอย่างเบามือ.....เขาไถ่ถามนางด้วยน้ำเสียงสุดอ่อนโยน
"เหมาะกับเ้ามาก เ้าชอบหรือไม่....นี่เป็ครั้งแรกที่ข้าให้ของขวัญแก่ผู้อื่น"
"นี่ก็เป็ครั้งแรกที่เล่อเอ่อร์ได้สิ่งของล้ำค่าจากผู้อื่น... ไม่ว่าท่านให้อะไร ข้าก็ชอบทั้งนั้น"
ไม่นาน...ทั้งสองหลับใหลไปพร้อมกัน...ด้วยความเหน็ดเหนื่อย
******************
ณ มหานครฉางอาน
"ท่านพ่อ ที่นี่คือที่ใด เหตุใดน่าเกลียดน่ากลัวนัก...."
"ที่นี่คือบ้านเกิดของข้าและเ้า.... "
บัดนี้ นครฉางอาน ไม่ต่างอะไรกับเมืองร้าง บนท้องฟ้าเห็นแต่ฝูงนกแร้ง บินโฉบไปมา ดูน่าหวาดกลัว ชาวประชาในเมืองหลวง...นอนโอดโอยเรียงรายข้างถนนเป็สายทาง.... คนพวกนั้นเป็โรคระบาดที่ไม่อาจรักษาหายได้ ทำได้แค่นอนรอความตายเท่านั้น ชาวประชาที่หลงเหลืออยู่ ผอมซูบโซ ราวกับไม่ได้กินดื่มมาแรมเดือน แรมปี.... พืชผลไม่สามารถปลูกกินได้ ตอนนี้ฉางอาน อยู่ได้เพราะเผ่าทุ่งหญ้าเมืองเถื่อนนำข้าวปลาอาหารมาส่ง... แต่แล้วมีประโยชน์อะไร ในเมื่อชาวประชาไม่อาจอิ่มท้อง
เห็นสภาพบ้านเกิดเมืองนอนเป็เช่นนั้น เฉิงเหลียงทำได้เพียงพึมพำในใจ
"ครั้งาขุนพลหกทัพ บุกเมือง กองกำลังพลมากมายที่ท่านใช้สังหารชาวเมือง คงเป็กองกำลังเผ่าทุ่งหญ้าเมืองเถื่อนสินะ"
"สมกับที่เป็ท่านจริงๆ สวีอิ๋นตง ช่างปกครองได้น่าเวทนาสมคำล่ำลือ"
"ในใจของท่านไม่แม้แต่จะแยแสชาวประชา... สนใจก็เพียงแต่ตัณหา และความตายเพื่อความสะใจเท่านั้น เป็บาปหนักหนาอันใดของชาวฉางอาน ถึงได้เกิดในยุคนี้"
"บัดนี้ ฉงเฉิงเหลียงกลับมาแล้ว.... ข้าคนนี้...จะเป็ฝันร้ายที่ท่านไม่อาจลืมเลือน"
ั้แ่เฉิงเหลียงก้าวเท้าเข้าฉางอาน สายตาทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่เขาและนาง...
ณ โรงน้ำชาเล็กๆ
"เถ้าแก่ มีน้ำชาให้ข้าสักกาไหม"
"วันนี้อากาศร้อนปานเดินบนแดนนรก"
"พ่อหนุ่ม...รอข้าสักครู่"
โคร่ม!!!! เฉิงเหลียงใมาก...รีบหันขวับไปดู เห็นกับตาว่าเถ้าแก่โรงน้ำชาโดนทหารเถื่อนรีดไถอย่างทารุณ
แน่นอนว่า คนอย่างเฉิงเหลียงทนเห็นคนไร้ทางสู้ ถูกรังแกมิได้ ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างไม่คิดเล็กคิดน้อย
ปะทะกับทหารเลวสองสามคน เขาเอาชนะได้อย่างง่ายดาย....
เหตุการณ์นี้ประจักต่อสายตาทุกคน... แค่การปรากฏตัวครั้งแรกของเฉิงเหลียง...เป็ดั่งแสงสว่าง เปรียบประดุจวีระบุรุษ ชาวประชาเริ่มมีความหวัง แม้เพียงริบลี่ก็ตามที
อันเล่อเข้าไปประคองเถ้าแก่โรงน้ำชาขึ้น
"ท่านลุงท่านเป็อะไรหรือไม่"
แม่หญิงผู้หนึ่งนั่งดื่มน้ำชาอยู่ในกระโจม ฝั่งตรงข้ามโรงน้ำชานั่น
นางเฝ้ามองทุกเหตุการณ์ อย่างเ็า... ทันทีที่เขาได้เห็นโฉมหน้าเต็มๆของเฉิงเหลียง ในใจกลับรู้สึกวูบวาบอย่างไร้เหตุผล
นางพึมพำกับตัวเองว่า
"เขาคงไม่ใช่ชาวเมืองฉางอานสินะ หากเป็คนที่นี่ข้าคงเคยพบเห็นหน้าเขาบ้าง... อยู่ที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยเห็นผู้ใดใจกล้าอย่างเขา... รูปโฉมงดงามหล่อเหลาจนข้าใจสะบั้น... จะปล่อยคนเช่นนี้หลุดมือไปไม่ได้"
*แม่หญิงหรงอิ่งเจา นายหญิงแห่งหอผกาพรรณ (ร้านค้าผ้าชื่อดังในเมืองฉางอาน) สาวหม้ายไร้สามี ผู้รอคอยรักแท้
หรงอิ่งเจา ต้องตาต้องใจ หลงรัก ฉงเฉิงเหลียงั้แ่แรกพบ
นางไม่รอเช้า เดินเข้าหาเฉิงเหลียงอย่างไม่มีท่าทีเขินอายใดๆ
"ไม่ทราบว่า... คุณชายท่านนี้มาจากดินแดนใด... หรงอิ่งเจาขอเสียมารยาทดื่มชากับท่านสักกาได้หรือ"
"หากแม่นางไม่รังเกียจที่ข้าต่ำต้อยแล้วล่ะก็ ข้าเองไม่ถือว่าท่านเสียมารยาท "
"ยากยิ่งที่ข้าจะมีสหายระหว่างทาง ได้พบแม่นางถือเป็ชะตาฟ้าลิขิต"
"ขอกล่าวตามตรง แม้ข้าเองเพิ่งพบท่านเป็ครั้งแรก กลับต้องตาต้องใจ ยากที่จะไม่แมนมอง หากจะเป็แค่สหาย นั่นคงมิใช่สิ่งที่ข้าพึง้าสักเท่าใด"
"้เช่นนั้น แม่นางหรง้าสิ่งใดโปรดบอกข้า"
"ข้า้าเป็สตรีของท่าน..."
"ฮะ ฮ่า... แม่นางหรงกล่าวหนักเกินไปแล้ว"
"ท่านเอาแต่ปฏิเสธผู้มั่งคั่งเช่นข้าอย่างนี้...หรือว่าสาวงามที่มากับท่าน คือภรรยาของท่าน"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉิงเหลียงถึงขั้นเสียอาการ ไปไม่เป็เสียทีเดียว
"ขะ ขะ ขะ ข้าาาา.... กับนางเหมือนคู่รักกันขนาดนั้นเลยหรือ"
"ชายหญิงหนุ่มสาวใกล้ชิดกัน จะเป็สิ่งอื่นสิ่งใดไปได้ หากไม่ใช่สามีภรรยา..."
"จะให้ข้ามองว่าท่านเป็บิดาของนางหรือ เห๊อะๆ พูดแล้วข้ายังรู้สึกขำขัน"
อันเล่อยกกาน้ำชามาวางตรงหน้านาง พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงดุดันว่า
"ใช่... ชายที่อยู่ตรงหน้าท่านคือบิดาของข้า"
คำตอบนั้นของนาง ทำเอาหรงอิ่งเจาอึ้งไม่เป็ท่า
"นะ นะ นี่ท่าน ข้ามองท่านผิดไปจริงๆ นอกเสียจากว่านางจะไม่ใช่ภรรยาของท่าน นางยังเป็บุตรของท่านหรือ แล้วภรรยาของท่านล่ะ"
"แม่นางหรง ข้าไม่มีภรรยา... ชั่วชีวิตนี้ข้าไม่ปรารถนาผู้ใดทั้งนั้น ชั่วชีวิตของข้า มิควรผูกมัดกับผู้ใด "
"ใต้เบื้องลึกหัวใจของข้า เต็มไปด้วยความแค้น ความขุ่นเคืองใจ ความค้างคาใจ"
"ท่านตัดใจละเว้นข้าเสียเถอะ"
หรงอิ่งเจา คิดในใจ
"ไม่คิดว่านอกจากเขาจะมีเสน่ห์เหลือล้น ยังดูหนักแน่นบึกบึน นี่แหละชายที่ข้าตามหามาโดยตลอด..."
"เอาล่ะ เห็นทีเข้าหาเขาโดยตรง เขาคงไม่เปิดใจยอมรับข้าง่ายๆ... งั้นคงต้องทำดีกับบุตรสาวของเขาเสียหน่อย "
"เื้ัของเขาเป็มาอย่างไร ข้าไม่สน หากเขาไม่สะดวกใจเปิดเผยมันกับข้า ข้าก็จะไม่เสียมารยาทเด็ดขาด"
แม่นางหรงอิ่งเจา เริ่มพูดเสียงเล็กเสียงน้อย เอาใจอันเล่อเป็พิเศษ นางลุกขึ้นโอบกอดอันเล่ออย่างสนิทสนม ราวกับว่ารู้จักกันมาั้แ่ชาติปางก่อน
"ไอ๊หย๊า ที่แท้เ้าก็เป็แม่นางน้อย บุตรธิดาของเขานี่เอง "
"ไม่ต้องกังวลนะ ในเมืองนี้ไม่มีใครอยู่รอดได้ดี หากไม่เชื่อฟังาาของเรา มีเพียงข้าเท่านั้นที่พอจะต่อรองทำการค้าขายกับพวกเขาได้บ้าง"
"ดังนั้น าาเหนือหัว จึงไม่ค่อยถือสาเอาความกับข้านัก"
"แสดงว่า แม่นางหรงมิใช่คนที่นี่เช่นนั้นหรือ"
"เดิมทีข้าเป็ทูตแห่งเผ่าทุ่งหญ้า...เพื่อเหตุผลบางอย่าง ข้าถูกส่งให้มาเป็นายหญิงหอผกาพรรณ ค้าขายผ้าที่นี่"
"เช่นนั้น เฉิงเหลียง กับอันเล่อ นับว่าโชคดีแล้วที่พบท่าน ข้าน้อยขอฝากตัวด้วย"
แม่นางหรงอิ่งเจาผู้คลั่งรัก ได้ยินคำเยินยอ บิดเขินแทบบ้า
โดยหารู้ไม่ ว่าเฉิงเหลียงรู้ว่านางหลงรัก ใช้หน้าตาให้เป็ประโยชน์ หลอกล่อให้นางตายใจ พยายามขอสิ่งต่างๆเพื่อให้ตนเดินบนเส้นทางที่แสนโหดร้ายนี้ได้สะดวก