
บทที่ 3
✤ ✤ ✤
“เดี๋ยววันศุกร์เรามีสอบเก็บคะแนนเื่เซตกันนะอย่าลืมกลับไปทำแบบฝึกหัดด้วยล่ะ งั้น วันนี้เลิกได้ใครเป็เวรทำความสะอาดก็ทำก่อนกลับด้วย”
“คร้าบ/ค่า”
“หัวหน้าห้อง”
“นักเรียนทั้งหมดทำความเคารพ”
“ขอบคุณครับ/ค่ะ”
เห้อ ในที่สุดวิชานี้ก็เลิกสักทีเจอคณิตวันละสองคาบก่อนเลิกเรียนเป็อะไรที่ใช้พลังงานเยอะมากเราเรียนไม่รู้เื่ั้แ่ครึ่งชั่วโมงแรกแล้ว ทั้ง ๆ ที่เราคิดอย่างนั้นแต่กลับมีคนอีกประเภทหนึ่งที่สนุกไปกับวิชานี้ เป็ปีศาจกันหรือไง
“ฮ่า ๆ ทำไมทำหน้าแบบนั้นอ่ะจิ้มลิ้ม” นัทเดินมาหาเราหลังจากที่เขาเก็บข้าวของจากโต๊ะตัวเองเสร็จเรียนคณิตตั้งสองคาบแต่ดูเขาไม่ได้เพลียเลย
“เราเรียนไม่รู้เื่เลยอ่ะวันศุกร์ต้องสอบไม่ได้แน่ ๆ”
“ไม่เข้าใจตรงไหนถามได้นะเราว่าเราเข้าใจอยู่บ้าง”
“นัทเข้าใจด้วยเหรอ”
“อืม ถึงเราจะไม่เก่งวิชาท่องจำแต่ถ้าเื่คำนวณเราพอได้อยู่แหละ”
เราทำหน้าหงอยเล็กน้อย ไม่ยุติธรรมเลยเราก็ทำการบ้านมาตลอด แถมในคาบก็ตั้งใจเรียน แต่กลับไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาที่ครูสอนส่วนนัทพอถึงเวลาเรียนก็เอาแต่พับจรวดปาใส่เพื่อนบ้าง กินขนมในห้องบ้างการบ้านก็ไม่ค่อยทำ มาลอกเราตอนเช้าตลอด แต่เรียนรู้เื่กว่าเราอีกเป็สกิลติดตัวของคนหน้าตาดีทุกคนเหรอ ไม่เข้าใจเลย
“ดูทำหน้าเข้า เหมือนไอ้ฟูตอนงอนเลย หน้ายิ่งจิ้มลิ้มๆ อยู่ ”
“อื้อ อ่อยยอะอัท (ปล่อยนะนัท)” นัทกอดคอและดึงแก้มเราจนยืดเพื่อน ๆที่กำลังจะออกจากห้องเรียนพอเห็นเราสองคนก็ขำกันคิกคักเหมือนเป็เื่ปกติมันจะปกติได้ไง เราเป็ผู้ชายนะ ไม่มีใครรู้สึกแปลก ๆ บ้างเลยเหรอหรือทุกคนคงจะชินกับภาพนี้แล้ว ก็นัทเป็แบบนี้ทุกวันนี่นา
“ไอ้นัท เลิกเจ๊าะแจ๊ะน่านมันได้แล้วเย็นนี้จะเล่นบอลป่ะเนี่ย”
“เล่นดิ”
“งั้นเจอกันที่สนาม ปลุกไอ้โยด้วย”
“อ้าว ไอ้โยยังไม่ตื่นอีกเหรอวะ”
พอเต้พูดแบบนั้นทั้งเราทั้งนัทก็หันไปมองด้านหลังห้องที่เป็โต๊ะประจำของโยตอนนี้เขานอนฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะ โยหลับั้แ่ครูสอนยังไม่ถึงสิบนาทีเลยหลับนานมาก เลิกเรียนแล้วก็ยังไม่ตื่น เมื่อคืนเขานอนดึกเหรอ
“ป่ะน่าน ไปปลุกไอ้โยกัน”
“ดะ..เดี๋ยว” มือซ้ายนัทก็กอดคอเราไว้ ส่วนมือขวาก็สะพายกระเป๋าทั้งของเราและของตัวเองไม่พอ ยังลากเราไปตรงที่โยนอนอยู่อีก ทำไมต้องลากเรามาด้วย ฮือ เจอกันที่บ้านก็มากพอแล้วที่โรงเรียนไม่อยากยุ่งด้วยเลย
ตึง!
น..นัท ทำอะไรของเขาเนี่ยย
จู่ ๆ นัทก็เตะขาโต๊ะที่โยนอนอยู่คนที่หลับสนิทในตอนแรก ตอนนี้หันมามองเรากับนัทตาเขียวเลย หน้าเขาแดง ๆ ด้วยหรือเขาโกรธมาก เราไม่เกี่ยวนะ เราไม่ได้ทำ มองเราทำไม นัทเป็คนเตะนะไม่ใช่เรา
“ตื่นได้ละ เขากลับบ้านกันหมดแล้ว”
“...”
“ลุก ไอ้เต้ชวนเตะบอล”
“มึงปลุกดี ๆ จะตายเหรอ”
“ตายมั้ง” นัทยักไหล่ ยิ่งโยหงุดหงิดนัทก็ยิ่งกวนประสาทเขาหนักเลยถึงสองคนนี้จะตีกันตลอดเวลา แต่เขาก็สนิทกันแบบแปลก ๆตอนเย็นก็เล่นบอลด้วยกันทุกวันอีก
“ลุก ไปเตะบอลกัน”
“เหอะ มึงไปก่อนเลย วันนี้กูเป็เวร”
“งั้นเดี๋ยวกูนั่งรอกับน่าน”
จากที่เขาไม่ได้สนใจเราในตอนแรกพอนัทเอ่ยชื่อก็กลับเลื่อนสายตามามองเรานิ่ง ๆ แถมยังมองมือนัทที่กอดคอเราอยู่ด้วยเดาไม่ออกเลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ ส่วนเราที่โดนมองอย่างนั้นก็อดลุกลี้ลุกลนไม่ได้ต้องพูดอะไรออกไปสักอย่าง
“ระ..เราว่าเรากลับก่อนดีกว่า”
“อ้าว รีบไปไหนอ่ะ รอไอ้โยเป็เพื่อนก่อนดิ”
“เราต้องกลับไปช่วยน้าทำข้าวเย็นอ่ะ”
“จิ้มลิ้มไม่อยากไปดูพวกเราเตะบอลบ้างเหรอ”
“วันนี้เราไม่ว่างจริง ๆ”
เอาตรง ๆ เราไม่อยากไปอ่ะไม่อยากเดินเฉียดสนามบอลด้วยซ้ำ ตรงไหนที่โยอยู่เราก็จะไม่ไปตรงนั้น ส่วนเื่ช่วยคุณน้าทำข้าวเย็นอะไรไม่มีหรอกโยเองก็น่าจะรู้ว่าเราโกหก เพราะกว่าคุณน้าจะทำกับข้าวก็หกโมงเย็นนู่นแต่นี่เพิ่งจะบ่ายสามเอง
“มึงไม่ต้องรอ ไปสนามก่อนเลย”
“เอางั้นเหรอ”
“เออ”
“งั้น กูไปเตะบอลก่อนนะจิ้มลิ้มไม่ไปดูเราเตะบอลจริงเหรอ”
“อืม วันนี้เราขอตัวดีกว่า ไว้เราไปดูวันหลังนะ”
“พูดแล้วนะ”
“อื้ม”
“เค เจอกันพรุ่งนี้ ไอ้โยตามมาละกัน”
“เออ”
พูดจบนัทก็สะพายกระเป๋าแล้วออกจากห้องไปก่อนออกเขาก็หยิกแก้มเราไปหนึ่งที แล้วโบกไม้โบกมือรัวเพื่อกวนประสาทเราเล่นนัทเป็คนร่าเริงและชอบทำอะไรตลก ๆ ให้เราหัวเราะเสมอเราเองก็ขำไปตามท่าทางของนัทจนเกือบลืมไปเลยว่าตอนนี้ยืนอยู่ในห้องกับใคร
“ระ..เรากลับบ้านก่อนนะโย” เรากระชับสายกระเป๋าแน่นก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องเรียนไปอยู่นานไปก็ไม่เกิดผลดีกับตัวเองเท่าไหร่
“เดี๋ยว”
แต่เหมือนการกลับบ้านวันนี้จะไม่ง่ายเหมือนทุกวันเมื่อเสียงทุ้ม ๆ ของเขาเรียกเราไว้ก่อน ไอ้ขาตัวดีของเราก็ชะงักทุกครั้งที่โยเรียกอยากจะทุบ ๆๆ ไอ้ขาไม่รักดีของตัวเอง ทำไมไม่ยอมเดินออกจากห้องไปให้ไวกว่านี้
“โยมีอะไรหรือเปล่า”
“อย่าเพิ่งกลับ ช่วยกูทำเวรก่อน”
“แต่วันนี้เรามีธุระ..ต้องรีบกลับ”
“ธุระอะไร ทำข้าวเย็น?”
“อะ..อืม”
“กูเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแม่ทำข้าวเย็นั้แ่สามโมง”
เนี่ยยย จะโกหกใครก็โกหกได้แต่ไม่ใช่กับคนที่อยู่บ้านหลังเดียวกันสิ ฮือ นี่เราตอบอะไรพล่อย ๆ ออกไปเนี่ย
“วันนี้ช่วยกูทำเวรก่อน กูปวดหัวทำเสร็จเดี๋ยวให้กลับ”
“โยไม่สบายเหรอ”
โยไม่ได้ตอบอะไรเราเขาเดินไปหยิบไม้กวาดมากวาดพื้นห้อง เป็ภาพที่เห็นได้ไม่บ่อยนัก เพราะตอนม.ต้นเราเป็คนทำเวรแทนเขาตลอดเลยแต่ตอนนี้คนตัวสูงตรงหน้ากลับทำเวรเอง เขาดูเพลีย ๆ และมีพิษมีภัยน้อยกว่าทุกวัน
ก็ว่าอยู่ทำไมหน้าเขาแดง เหงื่อก็ออกเยอะ ทั้ง ๆที่วันนี้ก็ไม่ได้ร้อนมาก หรือเขาจะป่วยจริง ๆ เห็นแบบนี้ก็สงสารแฮะ ถึงเขาจะแกล้งเราขนาดไหนแต่พอเห็นเขาเป็แบบนี้ก็อดใจอ่อนช่วยเหลือเขาไม่ได้
เราไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากระหว่างทำความสะอาดเพราะโยไม่ชวนเราคุยอยู่แล้วส่วนเราที่พยายามถามเขาหลายอย่างก็กลับไม่ได้คำตอบจากคนตรงหน้าเขาทำความสะอาดเงียบ ๆ ปล่อยให้เสียงเราเป็เสียงนกเสียงไม้พอเราเห็นเขาแสดงท่าทีรำคาญใส่ ตัวเราเองก็ยืนสงบปากสงบคำทำเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้ถามอะไรทั้งนั้น จนเวลาล่วงเลยไปก็ทำความสะอาดเสร็จ
“วันนี้ไม่ต้องกลับรถเมล์”
“แต่ถ้าเราเดินกลับมันใช้เวลา...”
“กลับกับกู”
“...”
เขาว่ายังไงนะ?หมายถึงให้เราซ้อนมอเตอร์ไซค์เขากลับเหรอ
“แล้วโยไม่เตะบอลแล้วเหรอ”
“กูปวดหัว ไม่อยากเตะ”
“แต่โยบอกกับนัทว่าจะไปเตะนี่นาถ้าโยไม่ไปแล้วก็น่าจะโทรไปบอก..”
“ถ้ามึงยังไม่เลิกพูดมาก กูจะเตะมึงแทนบอลแล้วนะ”
ได้ยินแบบนั้น เราก็รีบยกมือมาปิดปากตัวเองไว้ถึงเขาจะไม่เคยเตะเราก็เถอะ แต่ได้ยินแล้วใครบ้างจะไม่กลัวยิ่งคนพูดเป็โยด้วยแล้ว
“มึงคิดว่ากูจะเตะมึงจริงเหรอ?”
“อะ..อืม”
“ไอ้เอ๋อเอ้ย” เขาส่ายหน้าเอือม ๆหลังจากที่เราตอบ อ้าว เราพูดอะไรผิดไปเหรอ ก็เขาบอกจะเตะเราอ่ะ
“ตามมาที่รถไว ๆ ถ้าลีลาจะปล่อยให้เดินกลับ”
“เดี๋ยวสิ รอเราด้วย”
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะสะพายกระเป๋าแล้วเดินนำหน้าเราไปเมื่อกี้เราพูดอะไรผิดไปเหรอ ทำไมเขาแสดงท่าทางแบบนั้นออกมาล่ะตอนแรกนึกว่าจะด่าเราเสียอีก วันนี้เขาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายตอนแรกก็เหมือนจะใช้ให้เราทำเวรให้ แต่กลับให้เรากลับบ้านด้วย ไอ้เราก็ตามคนไม่ค่อยจะทันรับมือกับโยไม่ถูกแล้วนะ ฮือ
@บ้าน
[น้ารบกวนน่านเอายาให้โยแล้วบอกให้เช็ดตัวด้วยนะวันนี้น้ามีประชุมคงจะเลิกดึกเลย ฝากน่านดูแลโยด้วยนะลูก]
“ได้ครับคุณน้าเดี๋ยวน่านดูแลโยให้ครับ”
[ขอบคุณมากนะจ๊ะ ประชุมเสร็จเดี๋ยวน้ารีบกลับเลย งั้นแค่นี้ก่อนนะ]
“ได้ครับสวัสดีครับคุณน้า”
หลังจากเลิกเรียนเราก็กลับบ้านมากับโยตอนขับเขาสภาพไม่สู้ดีนักกลับมาก็เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องตลอดไม่ยอมออกมากินข้าวเย็นเลยเราต้องขึ้นไปดูเขาสักหน่อย เผื่อเขาเป็หนักจะได้รีบกินข้าวกินยาแล้วพักผ่อน
ก๊อก ๆ
เราหยุดอยู่หน้าห้องของโยพร้อมกับถือถาดข้าวต้มเคาะอยู่นานเป็นาทีเขาก็ไม่ยอมเปิดประตู
“โยตื่นอยู่หรือเปล่า”
“...”
“งั้นเราเข้าไปนะ”เราตัดสินใจเปิดประตูเข้าห้องเขาไป ทำไมห้องร้อนแบบนี้เนี่ยเขาไม่ได้เปิดพัดลมหรือแอร์ไว้เลยเหรอ คนตัวสูงนอนก่ายหน้าผากอยู่บนเตียง กระดุมเสื้อนักเรียนโดนปลดลงมาสองสามเม็ดเผยให้เห็นแผ่นอกเล็กน้อยเขายังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยซ้ำ ยังเป็ชุดนักเรียนอยู่เลยถ้าไม่เช็ดตัวแล้วมันจะหายได้ยังไงเล่า
“โย นั่งไหวไหมเราเอาข้าวต้มมาให้”
เขาไม่ได้หันมามองเราในทันทีถึงจะเอาแขนปิดหน้ายังไงเราก็รู้ว่าเขาตื่นแล้ว ไม่ได้หลับแต่ก็ไม่คิดจะหันมามองหรือตอบอะไรเรา เป็ห่วงก็ห่วงแหละ แต่ก็กลัวโดนด่าเราเลยยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้างเตียง ไม่กล้าทำอะไรไปมากกว่ายืนมองคนตรงหน้า
“ยะ..โยลุกมาเช็ดตัวก่อนได้ไหม เสื้อเปียกหมดแล้ว เดี๋ยวเป็หวัดนะ”
“ใครใช้ให้มึงเข้ามาออกไป”
“คุณน้าใช้ให้เข้ามา...”
แบบนี้จะเรียกว่าเถียงไหมนะเราไม่ได้เถียงเขานะ เราพูดจริง ก็คุณน้าบอกให้เรามาดูแลโย นั่นไงเขาต้องคิดว่าเราเถียงแน่ ๆ โดนมองแรงใส่เลย
“เฮ้อยุ่งไม่เข้าเื่”
“เอ่อ..โยจะเช็ดตัวเลยไหมเดี๋ยวเราเอาผ้ามาให้”
“ไม่ต้องไปเรียกแม่มา”
“คุณน้าโทรมาบอกว่าติดประชุมอยู่เลยวันนี้กลับดึก”
“...”
“งั้นเราไปเอาผ้ามาให้นะ”
“ไม่ต้องยุ่งออกไป อึก...”
“โย!”
เขาพยายามจะลุกขึ้นมาแต่คงหน้ามืดตัวเขาเลยเซไปเล็กน้อย เราใมากเลยวิ่งไปพยุงเขาขึ้นตอนนั้นถึงรู้ว่าเขาเป็หนักแค่ไหน ตัวร้อนมากเลย เอาไข่มาวางบนตัวเขาได้ไหมน่าจะสุกพอดี ฮือ ร้อนจี๋
“โยอย่าดื้อเลยนะเราเช็ดตัวให้แป๊บเดียว จะได้กินข้าวกินยาแล้วนอนพัก”
“เดี๋ยว...” เขาพูดยังไม่ทันจบเราก็วิ่งมาที่ห้องน้ำเพื่อเอาผ้าขนหนูผืนเล็กและเปิดน้ำใส่กะละมังเพื่อจะเช็ดตัวให้เขาป่วยหนักขนาดนี้ยังไม่ขอความช่วยเหลือจากเราอีกถึงจะไม่ชอบหน้ากันแค่ไหนแต่เื่แบบนี้เป็ข้อยกเว้นนะถ้าไม่ดูแลสุขภาพแล้วเป็อะไรขึ้นมา คนที่เสียใจที่สุดคือครอบครัว คือคุณน้าเองเราไม่อยากให้คุณน้าเสียใจ
เรายกกะละมังมาวางไว้บนโต๊ะข้างๆ เตียง ส่วนโยก็นั่งมองเราอยู่บนเตียงเงียบ ๆ เราไปตรงไหนทำอะไรเขาก็คอยมองอยู่ตลอด เขาคงไม่ได้มีแรงจะเถียงกับเรามากเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ทั้งหูคอ และหน้าเขาแดงไปหมด เหงื่อเม็ดเล็กเกาะอยู่ตามแก้มและอกเขาจนเสื้อนักเรียนสีขาวชื้นเปียก เป็ภาพที่แปลกตาดีเหมือนกัน คนแบบเขาป่วยเป็ด้วย
“เราวางกะละมังกับผ้าไว้ตรงนี้ถ้าโยจะเช็ดตัวก็หยิบเอานะ”
“เช็ดให้หน่อย”
“ได้สิ...ห้ะ?”
เรามองหน้าเขาทันทีไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม เขาบอกให้เราเช็ดตัวให้เหรอ นี่เขาต้องแกล้งอะไรเราแน่ ๆคงจะเล่นแบบบอกให้เราเช็ดให้ แต่พอเราทำจริงก็คงบอกว่าล้อเล่นแล้วด่าเราแน่นอนไม่หลงกลหรอกนะ ไอ้น่านมันฉลาดกว่าที่โยคิดหรอก
“ยืนเซ่อทำไมเช็ดให้หน่อย”
อ้าว...หรือเขาพูดจริง
“หมายถึงให้เราเช็ดตัวให้โยเหรอ”
“เออ”
“จะ...จริง ๆ แล้วโยเช็ดเองมันจะง่าย...”
“ไม่มีแรง”
โหตอบสวนเราทันทีทั้ง ๆ ที่ไม่มองหน้าเราด้วยซ้ำ หลบตาแบบนี้โกหกแน่นอนไม่ได้ไม่มีแรงขนาดหรอก ดูออกนะ จงใจแกล้งเราแน่ ๆ แล้วเราควรทำยังไงดี
“เช็ดสักทีกูง่วง”
“อืม” แต่พอเขาเริ่มพูดด้วยเสียงแข็งๆ เราก็ตอบตกลงอย่างง่ายดาย เหมือนเสียงของผู้มีอำนาจที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เชื่อเถอะว่าเสียงทุ้ม ๆ ของเขามันกดดันเราไม่ใช่น้อย
เราเริ่มปลดกระดุมเสื้อนักเรียนของเขาออกก่อนจริง ๆ เื่ง่าย ๆ อย่างถอดเสื้อเขาก็ทำเองได้นะแต่ก็ดันเล่นบทคนป่วยที่นั่งง่อยไม่ขยับไปไหน กะจะใช้เราให้คุ้มเลยสินะ
เราถอดเสื้อนักเรียนเขาออกและเริ่มจากเช็ดที่แขนก่อนผิวเขาไม่ได้หยาบกระด้างเหมือนผู้ชายทั่วไป แต่ก็ไม่ได้เนียนนุ่มเท่าของผู้หญิงมันออกจะแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อจากการเล่นกีฬาทุกวัน ก็ดูสมเป็นักเรียนม.ปลายดีเป็หุ่นที่เราเองก็อยากมีแต่แค่ความสูงก็เทียบไม่ติดแล้วไม่ต้องหวังเื่หุ่นเลย
พอเราเช็ดไปถึงแผ่นอกของเขาเขาก็เบือนหน้าหนี แล้วตรงอกที่เราััผ่านผ้าขนหนูอยู่มันก็เต้นแรงมากนี่คงเป็ผลมาจากพิษไข้สินะ มันเต้นดังมากจนเหมือนจะหลุดออกมาเลยไอ้เราก็กังวลพอถามเขาก็ตอบปัด ๆ บอกไม่ได้เป็อะไร จะไม่เป็อะไรได้ยังไงเล่าหรือเขาจะเป็อะไรที่ร้ายแรงมากกว่าไข้ปกติหรือเปล่า
“ยะ..โยไปหาหมอไหมใจโยเต้นแรงมากเลยอ่ะ เรากลัว”
“...”
“จริง ๆ นะเหมือนมันจะหลุดออกมาเลย”
“ไม่พูดสักเื่จะตายไหม”
“ก็เรากลัวโยจะเป็อะไรร้ายแรงอ่ะเป็ความดันสูงหรือเปล่า แบบใจจะเต้นแรงมาก ๆ”
“น่าน เงียบ”
“อะ...อืม”
ก็คนมันเป็ห่วงนี่! ทำไมต้องดุด้วย ถ้าเป็อะไรร้ายแรงขึ้นมาอย่ามาโทษเราแล้วกัน ไม่สนใจแล้ว!
เราเช็ดตัวส่วนบนของเขาเสร็จเขาก็ยังเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ทั้ง ๆที่ตอนแรกก่อนจะเช็ดตัวเขามองเราไม่วางตาเลยด้วยซ้ำ ทีแบบนี้ไม่มองเลยหรือเขาจะปวดหัวมากหรือเปล่า ต้องรีบเช็ดจะได้ให้เขากินข้าวกินยา
เราเช็ดส่วนบนแล้วต่อไปก็ต้องเช็ดขามือจับเข็มขัดนักเรียนของเขาเพื่อที่จะถอดมันออก แต่เขากลับปัดมือเราอย่างไวแถมยังทำท่าใกับสิ่งที่เราทำ
“เฮ้ย! มึงจะทำไร”
“ก็..เช็ดตัวไง”
“เช็ดตัวแล้วมึงจะถอดเข็มขัดกูทำไม”
“ก็เราเช็ดข้างบนเสร็จแล้วก็เหลือข้างล่างไง มาเราถอดให้ จะได้เสร็จไว ๆ”
“เฮ้ย! หยุดก่อน”
อะไรของเขาอีกเนี่ยเดี๋ยวให้เช็ด เดี๋ยวให้หยุด วันนี้จะเช็ดเสร็จไหมอ่ะเราต้องทำการบ้านกับทบทวนวิชาที่เรียนวันนี้อีกนะ
“พะ...พอเลย ไม่ต้องเช็ดแล้วออกไป”
“...”
“หูหนวกเหรอ”
“โยเขินเราเหรอไม่ต้องเขินหรอกนะ เราก็มีเหมือนกัน จะให้เราถอดด้วยก็ได้ โยจะได้ไม่อาย”
“ให้ตายเหอะจะเอ๋อก็เลือกเวลาหน่อยได้ป่ะ”
เอ้า! โดนด่าอีก คนอุตส่าห์หวังดี
“กูมีแรงแล้วเดี๋ยวเช็ดตัวกินข้าวกินยาเอง มึงออกไป”
“โยยังอาการหนักอยู่เลยนะเราเช็ดให้ได้ เราไม่ถือ”
“ไม่ต้องออกไปได้แล้ว”
“แน่ใจนะว่าโยจะกินข้าวกินยาก่อนค่อยนอน”
“เออ”
“งั้นถ้ามีอะไรให้ช่วยก็เรียกเรานะหรือถ้าเช็ดข้างล่างเองไม่ได้ก็พิมไลน์มาบอกเราก็ได้”
“น่าน!”
“ออกไปก็ได้ ๆ”
อะไรของเขานะสุดท้ายเราก็โดนไล่ออกมาจากห้องก็ได้แต่หวังว่าเขาจะกินข้าวกินยาตามที่รับปากเราไว้ไม่งั้นถ้าเป็หนักกว่านี้จะแย่เอา คุณน้าเป็ห่วงไม่พอวันศุกร์มีสอบเก็บคะแนนอีกขาดไม่ได้นะพูดถึงเราก็ไปอาบน้ำแล้วเตรียมอ่านหนังสือและทำการบ้านบ้างดีกว่า เฮ้ออยู่กับโยแป๊บเดียวก็เพลียแล้ว ใช้พลังงานเยอะจริง ๆ
~
ประวัติการค้นหา
‘ใจเต้นแรงกับเพื่อนผู้ชาย’
‘เขินเวลาอยู่กับเพื่อนผู้ชาย’
‘เห็นเพื่อนผู้ชายน่ารัก’
‘อาการของคนเป็บ้า’
คนป่วยนอนเล่นมือถืออยู่บนเตียงหลังจากกินข้าวกินยาเสร็จทั้งปวดหัวทั้งเพลียแต่เขาก็นอนไม่หลับเลย คนตัวเล็กที่เพิ่งออกไปได้ทิ้งะเิก้อนโตให้เขาจนไม่สามารถหลับได้นั่งกดนั่งจิ้มมานานเพื่อหาคำตอบที่เขาสงสัยมาตลอดแทนที่จะได้นอนพักแต่ร่างกายไม่ยอมฟังสุดท้ายก็ต้องมานั่งเครียดกับเื่ไม่เป็เื่
เขาได้ค้นหาอาการมากมายที่เขากำลังรู้สึกอยู่ในขณะนี้เพื่อตอบคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวเมื่อกี้ใจมันก็เต้นไม่เป็จังหวะจนโดนอีกคนจับได้เขามั่นใจแน่นอนว่าต้องไม่ได้เกี่ยวกับฤทธิ์ของไข้ ใจมันเต้นเพราะโดนอีกคนััไอ้ความรู้สึกบ้า ๆ ที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกัน
“ถ้ากูไม่ได้เป็เกย์กูก็ต้องเป็บ้าแน่ ๆ”
เขาเหลือบมองการค้นหาล่าสุดที่เขาพิมเอาไว้‘อาการของคนเป็บ้า’
“เออหรือกูจะเป็บ้าวะ...”
บทที่ 3 จบ
✤ ✤ ✤