"แล้วเจ้าพลังวิญญาณ นี้หน้าตาเป็นงัย ใครมันจะไปตัสรู้ได้ แล้วต้องทำวิธีใหนถึงจะสัมผัสมันได้กัน แถมยังต้องฝึกพลัง สร้างดวงจิต ขั้นสามให้ได้ก่อนอายุ สิบหกอีก ไม่หน้าไปรับปากตาแก่ ไป๋หยุน เลยจริงๆ " ไป๋หลงทำได้เพียงคิดบ่นอู้อยู่ในใจเท่านั้น
ผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง
พลังวิญญาณเริ่มก่อตัวขึ้นในห้วงจิตรของชายหนุ่ม เป็นคลื่นกระแสพลังวิญญาณ
สภาวะความรู้สึกของจ้าวหลงเริ่มตัดขาดจากภายนอก เสียงลบกวนจากภายนอกหายไป โดยที่เขาไม่ได้รู้สึกตัวเลย
จ้าวหลงรวบรวมคลื่นพลัง ที่ก่อตัวเหมือนเกลียวคลื่นเหล่าคลื่นพลังนี้เดิมทีมีการรวมตัวกันเท่าแองน้ำเล็กๆแต่ตอนนี้มีขนาดเท่าบ่อน้ำแล้ว
จ้าวหลงปล่อยสภาวะจิตนี้ต่อไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้บีบอัดพลังวิญญาณ ต่างจากผู้ฝึกยุทธทั่วไปที่เก็บรวบรวมพลังวิญญาณจะบีบอัดพลังวิญญาณ
โดยปกติสายพลังวิญญาณที่วิ่งจะเป็นกระแสพลังเล็กเท่าเส้นดายหลายสิบเส้น แต่แตกต่างกันกับของเด็กหนุ่มนนามไป๋หลงผู้นี้ที่กระแสพลังวิญญาณนี้มันไม่ต่างจากสายน้ำไหลที่ออกมาจากท่อน้ำที่แตกเลย หากผู้ฝึกยุทธสามารถมองเห็นกระแสพลังนี้ได้คงอึ่งทึ่งตาค้างกันไปเป็นแถบๆ
ครึ่งชั่วยามผ่านไป
แต่ถ้าว่ากับเกิดเหตุการประหลาดขึ้นในห้วงความคิดของไป๋หลงในตำแหน่ง สิ้นฮุ่ย เกิดอาการเจ็บจีดขึ้นมาในห้วงความคิดกับเกิดเป็นระรอกคลื่น สีขาวสว่างวาป เป็นแนวคลื่น บนแนวคลื่นกับมีจุดเล็กๆก่อตัวขึ้นเหมือนแสงดาวในยามค่ำคืน
แต่แสงดาวนี้เหมือนจะหายไปได้ทุกเมื่อ แสงดาวนี้เหมือนแส่งเทียนที่ตั้งอยู่ในใจกลางพายุจะดับลงได้ทุกเมื่อ เมื่อยามที่ไป๋หลงเพ่งมองไปที่จุดนั้นกับมีความคมชัดขึ้นแต่เมื่อเขาถอนความคิดออกแสงนั้นกับลดความสว่างลง
ไป๋หลงเข้าใจได้ทันที่ว่านั้นคือดวงจิตพลังวิญญาณ แต่เขาเพ่งมองแสงนั้นกับไม่มีความสว่างมากขึ้น ไป๋หลง นึกย้อนไปถึงคำบอกเล่าของ ตาแก่ไป๋หยุน
" การที่จะบังคับดวงจิตให้มั่นคงได้เราต้องทำให้ดวงจิตคงสภาพให้ได้เสียก่อน โดยการบังคับระรอกคลื่น ที่อยู่ใต้ดวงจิตวิ่งเข้าหาดวงจิต ถึงจะทำให้ดวงจิตคงสภาพไม่สูญหายไป ระรอกคลื่นเหล่านั้นก็คือพลังวิญญาณที่อยู่ตามธรรมชาติ หากเราบังคับให้พลังวิญญาณวิ่งเข้าหาดวงจิต จะทำให้ดวงจิตคงสถานะอยู่ได้ตลอดไปด้วยตัวของดวงจิตเอง "
แนวคลื่นที่เดิมที่กระพือเป็นแนวคลื่นไร้รูปแบบ กลับกระพือวิ่งเรียงเป็นวงกลม วิ่งเข้าหาจุดเล็กๆที่ลอยอยู่เหนือแนวคลื่นนั้น เด็กหนุ่มเพ่งมองไปที่จุดเล็กๆนั้น บังคับให้แนวคลื่นพลัง วิ่งเข้าหาดวงจิต ไป๋หลงบังคับอยู่ช่วงเวลาหนึ่งเมื่อถอนการเพ่งจิตกลับแล้วมองจากจุดที่ห่างไกล จะเห็นเป็นแนวคลื่นวิ่งเข้าหาดวงจิตเหมือนดวงจิตดูดซับพลังวิญญาณด้วยตัวมันเอง
ไป๋หลงมองไปยังดวงจิตที่กำลังดูดซับอยู่นั้นดวงจิตที่ดูดซับอยู่นั้นขยายขนาดขึ้น การดูดซับเพิ่มมากขึ้น ไป๋หลงได้ลืมการสอนของ 'ไป๋เต๋า' ไปจนหมดสิ้นว่าให้บีบอัดดวงจิต
โดยปกติการบีบอัดต้องใช้ระยะเวลา เพราะกระแสพลังงานของผู้ฝึกทั่วไปเล็กเท่าเส้นด้ายไม่จำเป็นต้องรีบบีบอัด แต่ในกรณีที่ธรรมดาของผู้ฝึกยุทธมาใช้กับไป๋หลงไม่ได้ จากระรอกคลื่นเล็กๆกลับขยายขนาดเป็นระรอกคลื่นขนาดใหญ่ ความสูงของคลื่นจากหนึ่งคืบเปลี่ยนเป็นสองคืบและขนาดคลื่นกับสูงขึ้นเลื่อยๆไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ขนาดของดวงจิตขยายขนาดขึ้นเลื่อย ๆ ไป๋หลงกับคิดเพียงว่ามันอาจเป็นเรื่องปกติทั่วไป ถึงได้ปล่อยให้ดวงจิต ดูดซับไปเรื่อยๆแล้วตัวของเขากับยืนกอดอกภูมิใจกับความสามารถตนเอง มองจากจุดใกลๆในห้วงความคิด
ดวงจิตขยายขนาดใหญ่โตมโหฬาร โดยปกติคนอื่นจะบังคับบีบอัดให้มีขนาดเล็กลงแต่ต่างจากของไป๋หลงที่ดูดซัพพลังวิญญาณได้มากกว่าผู้อื่นได้เกือบสามเท่า
ทำให้ดวงจิตเขาใหญ่ขึ้นผิดปกติ ผ่านไปสองชั่วยามจากที่การดูดซับสามเท่ากับเพิ่มเป็นหกเท่า ดวงจิตขยายขนาดขึ้นจนมองเห็นความใหญ่ของมันได้ไม่ทั่วและเกิดการปลิแตกของดวงจิต เกิดการระเบิดของดวงจิตสติของไป๋หลงดับวูบไป
ผ่านไปครึ่งวันเหตุการด้านนอกกลับทำให้ผู้คนแตกตื่น เพราะว่าคลื่นพลัง มหาสารเป็นระรอกขนาดใหญ่วิ่งเข้าหาวัยรุ่นกลุ่มนี้ที่ทำการฝึกพลัง
"ท่านพี่ไป๋หลิง ท่านคิดว่าเด็กกลุ่มนี้เป็นอย่างไรบ้าง หวังหู ลูกป้าหวังก็ไม่เลวเลยนะ หวังเหยียน ก็ใช้ได้ดูจากกระแสพลัง แล้วข้าว่าเด็กรุ่นนี้ไม่เลวเลยทีเดียว จะมีก็แต่เจ้าหลานบ้า " ไป๋หลง " นี้แหละเมื่อไหร่มันจะเป็นเหมือนคนอื่นเขาสักที"ชายหนุ่มอายุ 40 ยื่นอยู่ด้านหน้าผาเลยขึ้นไปด้านหลังหมู่บ้านเป็นหน้าผาสูงชัน ด้านข้างมีหญิงสาว นามว่าไป๋หลิงยืนเคียงข้าง
" ไป๋หยุน เจ้าคิดดีแล้วหรอที่จะให้ไป๋หลงฝึกวรยุทธ ข้าอยากให้เขาใช้ชีวิต ปกติเยี่ยงชาวบ้านธรรมดา ข้าไม่อยากให้เขาต้องมีชิวิต ที่ต้องอยู่กับการฆ่าฟันแย่งชิง ข้าอยากให้เขาใช้ชิวิตเหมือนคนธรรมดา"
ไป๋หลิงมองนิ่งไปที่ชายหนุ่มที่นั่งทำสมาธิอยู่รวมกลุ่มกับวัยรุ่นในหมู่บ้าน
แต่ระหว่างนั้นกับเกิดเหตุการแปลกประหลาดขึ้นกระแสปราณที่หมุนวนลอบกลุ่มวัยรุ่นกับเพิ่มความแรงขึ้น เรื่อยๆราวกับภายุที่โหมกระหน่ำ กลุ่มวัยรุ่นทั้งหลายรู้สึกตัวถึงแรงลมของพลังวิญญาณลอบกายที่ผิดปกติที่เกิดขึ้น
วัยรุ่นทั้งหลายเริ่มออกจากการทำสมาธิแล้วกระจายเป็นวงกว้างออกจากจุดศูนย์กลางทันทีหากสังเกตุกระแสพลังที่หมุนวนอยู่นั้น จะสังเกตุ เห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง นั่งทำสาธิอยู่ นั้นคือไป๋หลง
ไป๋เต๋าเดินไปที่ร่างกายไป๋หลงที่ทำสมาธิอยู่ด้วยความยากลำบากเนื่องด้วยกระแสพลังงานที่ตอนนี้ ปล่อยออกมาจากร่างกายของไป๋หลงในตอนนี้มีมากกว่าของตัวไป๋เต๋าหลายเท่านัก แต่เป็นแค่เพียงพลังที่ถูกปล่อยออกมาเท่านั้นก่อนที่ไป๋เต๋าจะถึงร่างกายของไป๋หลง ไป๋หลงลืมตาตื่นขึ้น แต่ใน
ดวงตากลับเป็นสีฟ้าทั้งดวง ร่างกายกลับลอยขึ้นจากพื้นพลังงานรอบตัวกลับนิ่งสนิทเพียงชั่วแวปเดียวกลับระเบิดออกไปรอบทิศทาง มีลำแสงสีขาวถูกยิงออกไปนับหมื่นนับพันลี่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดมีขนาดรัศมีหลายสิบเมตร สิ่งก่อสร้างธรรมชาติรวมทั้งกลุ่มวัยรุ่นและ ไป๋เต๋าหายไปจากแรงระเบิดไม่เหลือแม้เศษฝุ่นผง พื้นที่รอบร่างกายไป๋หลงราบเรียบเตียนโล้ง
หมู่บ้านหายไปเกือบครึ่งของความใหญ่ของหมู่บ้าน ขณะนั้นเองกลับมี แสงสีฟ้านวลครอบคลุมร่างกายของไป๋หลง พลังงานที่บ้าคลังหยุดลง
รอบแสงวงกลมสีฟ้านวลกับมีสิ่งมีชิวิตรูปร่างคลายงูขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นด้านหลังไป๋หลง หากมองดูดีๆจะเป็นมังกรตัวน้อยบินวนลอบพลัง พันลอบร่างกายของไป๋หลง
บีบบังคับให้พลังงานแสงสว่างจ้า มีขนาดเล็กลง ร่างกายเด็กหนุ่มอายุ 15ปี กลับลดขนาดลงไปกลายเป็นเด็กน้อยแรกเกิดอีกครั้ง หลังจากนั้นเด็กน้อยลอยลงไปอยู่บนพื้นด้านล่าง เหตุการที่เกิดขึ้นแม้จะต้องใช้ระยะเวลาในการอธิบาย แต่กับเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่เดียว
หลังจากนั้น ไป๋หยุนและไป๋หลินไปถึงที่เด็กน้อยแรกเกิดลอยเหนือพื่นดิน อยู่ในก้อนพลังสีขาวนวล มังกรที่อยู่ก่อนหน้านี้หายไปอยางไรร่องรอย ไป๋หลงและไป๋หลินนำเด็กน้อยออกจากที่เกิดเหตุ และทำได้แค่เพียงเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เหตุการที่เกิดขึ้น
มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก จากคำบอกเล้าของไป๋หยุนให้กับหมู่บ้านบอกได้แค่เพียงว่า มีการต่อสู้ของ ผู้ฝึกยุทธขั้นสูง ไล่ล่าสัตว์อสูรผ่านหมู่บ้าน ทำให้หมู่บ้านถูกลูกหลงไปด้วยและด้วยเหตุนี้เอง ไป๋หลงหรือจ้าวหลงในปัจจุบันถึงถูกสั่งห้ามฝึกวรยุทธโดยเด็จขาด หลังจากเหตุการนี้จบลงหมู่บ้านและประชาชนในแถบนี้ได้แม่น้ำมาหนึ่งสายที่มีความยาวสุดลูกหูลูกตา
แม่เฒ่าไป๋หลิน หันหน้ากลับมามองไปยังชายหนุ่ม จ้าวหลง หรือก็คือเด็กน้อยตอนนั้นนั้นเอง" วันนี้เจ้าไม่ออกไปหาปลารึ" ไป๋หลินมองหน้าดุไปยังเด็กหนุ่ม พร้อมกับเม็ดเหงื่อสองสามเม็ดบนใบหน้าได้แต่คิดในใจว่าไม่ควรให้เขาไปค้องเกียวกับวรยุทธจะเป็นการดีที่สุดกับเหล่ามวลมนุษย์
"เออใช่ ข้าลืมไปเลยวันนี้เป็นวันแลกเปลี่ยนของหมู่บ้านด้วย"
พูดเสร็จเด็กหนุ่มวิ่งไปทางแม่น้ำที่มีขนาดใหญ่หลายสิบเมตรมีความยาวสุดลูกหูลูกตา ไม่มีใครทราบว่ามีความยาวเท่าไหร่กันแน่ จากคำบอกเล่ามันเกิดขึ้นมาสิบกว่าปีแล้ว หน้าจะเกิดจากยอดฝีมือต่อสู้กับสัตว์อสูร ตามคำบอกเล่าของผู้คน
ความฉมังในเรื่องหาปลาภายในหมู่บ้าน จ้าวหลงไม่เป็นสอง รองใคร เขาเป็นคนที่หาปลาเก่งที่สุดในหมู่บ้านแล้ว เขามีวิธีหาปลาที่แปลกปลาดมากเคยมีคนมาขอซื้อสูตรในการหาปลาของเขาด้วยราคาที่สูงลิบ
แต่เด็กหนุ่มก็ปฏิเศษที่จะขาย สูตรนี้เด็กหนุ่มได้มาด้วยความบังเอิญ เกิดจากผลไม้ ' มารูล่า ' ( ผลไม้ชนิดหนึ่ง ) ผสมกับเลือดของเขา โดยบังเอิญแล้วตกลงสู้แม่น้ำ ทำให้ปลาภายในบริเวณ นั้นรอยขึ้นมาหายใจมีอาการเหมือนคนเมาเหล้าและไม่หนีแม้กำลังจะถูกจับ ทำให้ถูกจับได้อย่างง่ายดาย
ระหว่างที่เขากำลังจับปลาอยู่นั้น กลับเกิดเหตุการแปลกประหลาดขึ้นฝูงปลากับลดจำนวนลง เลือยๆและหายไปหลังจากนั้นบริเวณโดยลอบกับเกิดฟองอากาศขึ้นเป็นจำนวนมากเต็มไปทั้งแม่น้ำ จู่ๆบริเวณกลางแม่น้ำเกิด วังน้ำวนขนาดใหญ่ขึ้น
" เกิดอะไรขึ้นกัน และนั้นเงาของตัวอะไร หรือครั้งนี้ข้าจะได้ปลาตัวใหญ่กัน "
แต่ถ้าว่าความจริงกับไม่เป็นอย่างที่จ้าวหลงคิด ภายในแม่น้ำกับ มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่อยู่ข้างใต้ .
"ทำไมถึงได้มีเงาของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่อยู่ข้างใต้นี้กัน นั้นตัวบ้าอะไรถึงได้ใหญ่โตขนาดนั้น"ระหว่างที่เขากำลังตกใจ
เขาเดินถอยหลังขึ้นจากแม่น้ำด้วยความตกใจเขาเตรียมตัวที่จะวิ่งหนี เขาวิ่งหนีไปได้ไม่กี่ก้าวกับมีหางของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่โพล่ขึ้นมาจากน้ำตรงเข้ามัดเขาแล้วยกขึ้น
เจ้าตัวประหลาดโผล่ออกมาจากวังน้ำวน มันมีลักษณะเป็นงูขนาดใหญ่ลำตัวมีเกล็ดสีเขียว ซึ่งเกิดจากการจับตัวของตะใคร่น้ำ ตามเกล็ดที่วางเรียงรายกันเป็นชั้นๆที่อยู่ตามลำตัวจะมีลักษณะเหมือนเกล็ดปลา
ที่ดูแล้วมีความคมเป็นอย่างมาก และดูแล้วมันแข็งแกร่งเป็นอันมากความคมของมันอาจจะตัดได้แม้กระทั้งเหล็ก หลังจากมันโพล่พ้นน้ำ มันชูคอยกขึ้นสูงมองไปทางเด็กหนุ่มตรงหน้า " เจ้าหนุ่มเป็นเจ้านี้เองสินะที่มาสร้างปัญหาให้บริวาณปลาของข้าในช่วงพักหลังๆมานี้ ที่ทำให้บริวาณข้าลดจำนวนไปเป็นอันมากเป็นเพราะเจ้าใช่หรือไม่ พวกบริวาณของข้าไปสร้างความเดือดร้อนอันใดให้พวกมนุษย์เช่นเจ้ากัน พวกมนุษย์เช่นเจ้าถึงได้มาไล่จับพวกมันไป ฮึ "
หลังจากที่มันโพล่ มันตั้งคำถามกับเด็กหนุ่มตัวเล็กๆที่อยู่ตรงหน้า
ซึ่งเด็กหนุ่มตรงหน้าจากสายตาที่พญางูมันมองจ้าวหลง จากสำเนียงการพูดที่มันพูดกับเขามันไม่ได้เห็นเขาอยู่ในสายตาของมันเลยเพราะจ้าวหลงที่มันมองดูแล้วไม่มีพิษมีภัย ที่จะทำอันตรายกับมันได้ ตรงกันข้ามกับจ้าวหลงที่ยังอยู่ในอาการตกใจ กับเหตุการนี้เขาได้แต่ตกใจกลัว บนใบหน้ากับมีเม็ดเหงื่อปรากฏขึ้น
" ข้าถามเจ้าทำไมเจ้าไม่ ตอบ มนุษย์อย่างพวกเจ้ามีสิทธิอันได ถึงมาจับบริวาณปลาของข้าไปกินเป็นอาหารกัน มนุษย์อย่างพวกเจ้าคิดว่ามีอำนาจมากกว่าบริวาณข้าหรือย่างไรกัน "
จ้าวหลงตอบกับไปด้วยท่าทีหวาดกลัว"ท่านๆ ผู้ยิ่งใหญ่ ข้าไม่รู้ว่าปลาเหล่านี้เป็นบริวาณของท่าน ข้าถึงได้กระทำการล้วงเกินไป ข้าเป็นเพียงชาวบ้านที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวโดยการจับปลาเหล่านั้น ข้าไม่ทราบจริงๆว่าปลาเหล่านี้มีท่านเป็นเจ้านาย"
." ฮึ ใครเป็นคนตั้งกฎกันว่ามนุษย์อย่างพวกเจ้ามีสิทธิเป็นเจ้าชีวิตสัตว์พวกนี้ มนุษย์ไม่ว่ายุคใหน สมัยใหนมนุษย์ก็เหมือนกันหมดคิดแต่ว่าตัวเองเป็นใหญ่ไปซะหมด "
ระหว่างที่เจ้าเกล็ดนิล โพล่ออกมาพ้นน้ำจ้าวหลงตกใจกลัวเขาถึงกลับสติหลุดไปช้วงขณะหนึ่งแต่ด้วยสัญชาติญาณที่เขาอยู่ในหมูบ้านโจรเห็นการฆ่า ปล้น ชิง มาก็มาก ทำให้การใช้ชีวิตในหมู่บ้านของเขาต้องประสบพบเจอกับเรื่องราวพวกนี้อยู่ทุกวัน ซึ่งมันทำให้เขาสงบนิ่งมาก
สัญชาตญาณของตัวเขาร้องเตือนว่าต้องฟังมันพูด ถึงสิ่งที่มันต้องการคือสิ่งใดเพราะสัตว์ที่สามารถพูดได้จะต้องเป็นสัตว์ที่มีการบำเพ็ญเพียร มาเป็นเวลานานเขาจะต้องประวิงเวลาและหาทางรอดผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง เขาคิดเท่าไหร่เขาก็ได้คำตอบว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะหนีเจ้าตัวนี้
" ดีในเมื่อพวกเจ้าคิดแต่ว่าสัตว์อย่างพวกข้าเป็นอาหารงั้นข้า พญางูเกล็ดนิลผู้เป็นใหญ่ แห่งลุ่มแม่น้ำนี้จะมีคำสั่งไปถึงสัตว์อสูรทุกตัวเมื่อใดที่พบเจอกับมนุษย์ที่ล้วงลำเข้ามาในเขตนี้ให้เห็นเหมือนมนุษย์ผู้นั้นเป็นอาหารและกำจัดพวกมั้นให้หมดสิ้นไป เช่นกัน "
หลังจากที่เขาฟังพญางูพูดเขาหาทางดึงเวลา เพื่อหาทางรอด
" ท่านพูดเกินไปหรือปล่าวท่านพญางู มนุษย์อย่างพวกเราถึงจะจับบริวาณ ของท่านมาเป็นอาหาร แต่พวกเราก็จับกันมาเป็นจำนวนน้อย จับมาแค่พอกินหรือนำไปแลกสิ่งของกันเท่านั้น แต่สิ่งที่ท่านกำลังจะทำมันมากกว่าที่ข้าทำอีกนะท่าน ท่านไม่กลัวว่าชาวยุธจะรวมมือกันกำจัดท่านไปหรือ สัตว์ที่บำเพ็ญเพียรอย่างพวกท่านหากเจอผู้ที่มีพลังมากกว่าท่านก็ไม่ลอดเหมือนกันนั้นแหละ ข้าแนะนำท่านนะ สัตว์ที่มีการบำเพ็ญเพียรมาเป็นเวลาช้านาน ทำไมท่านต้องมาสร้างวิบากกรรมด้วย ข้าเคยได้ยินมาว่าสัตว์อสูรบำเพ็ญเพียรหากสร้างวิบากกรรม จะทำให้บำเพ็ญเพียร เกิดความยากในการก้าวผ่านนะท่าน ท่านรองคิดใคร่ควรดูเสียหน่อย "
เกิดการเจรจาระหว่าง จ้าวหลงกับพญางู อยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่คำตอบที่ได้กับเป็น ตรงข้ามกับที่จ้าวหลงต้องการ
อย่างไรพญางูก็จะจับเขากินเป็นอาหาร และเริ่มการไล่ล่าฆ่ามนุษย์ทุกคน ในภูมิภาคนี้ ระหว่างที่การเจรจาจะจบลงหลังจากที่ไม่เป็นไปตามที่จ้าวหลงต้องการเขาเตรียมตัวที่จะดิ้นลนให้หลุดรอดจากการผูกมัดจากหางของพญางูเขาหยิบมีดพกติดตัวออกมาหมายจะแท่งไปที่ผิวหนังของพญางู
แต่ด้วยที่จ้าวหลงเป็นเพียงมนุษย์ที่ไม่มีการบำเพ็ญ หรือฝึกยุธใดๆเลย ไม่มีทางที่จะสู้หรือแม้แต่ทำให้เกิดริ้วรอยกับพญางูได้ไม่แม้แต่จะหนีพ้น จากพญางู จ้าวหลงพยายามดิ้นลนสุดชีวิตเพื่อที่ จะดิ้นให้หลุดจากการถูกจับของหางพญางู
" ท่านปล่อยข้าไปเถอะข้ามีเมียที่ต้องเลี้ยงดูอีกนับสิบใหนจะลูกๆใหนจะแม่เฒ่าที่ป่วยชราอีกข้ากับท่านไม่เคยมีความแค้นต่อกัน ท่านจะสร้างวิบากกรรมกับข้าเพื่ออันใดกัน "
ระหว่างที่ เขาพยายามพูดให้พญางู เกิดเปลี่ยนใจ แต่สิ่งที่ได้พญางูไม่ได้สนใจกับคำพูดของเขาเลย กับบีบแรงขึ้นรอยเกล็ดที่มีความคม ของเกล็ดพญางูกดเฉือนไปตามตัวของจ้าวหลง
ทำให้เสื้อผ้าของเขาชีกขาดและมีแผลเป็นจำนวนมาก จากรอยของแผลเป็นสีเขียวอมม่วงซึ่งดูแล้วจะต้องมีพิษร้ายแรงเช่นกัน จากแรงบีบทำให้เขาทรมาน และกระอักเลือดออกมาเป็นจำนวนมากสติของเขาเริ่มหมดไป สิ่งที่เขาคิดอยู่ในขณะนี้ คือว่าเขาจะต้องมาตายที่นี้เช่นนั้นหรือเขาต้องมาตายเพราะสัตว์ ตัวนี้เช่นนั้นหรือ เขายังไม่ได้แต่งงานเลยต้องมาตายทั้งที่ยังโสดซิงๆเช่นนี้หรือไร ทำไมสวรรค์ถึงได้โหดร้ายกับเขาเช่นนี้ แล้วอีกหลายๆ อย่างที่เขายังไม่ได้ทำ
จ้าวหลงหมดสติไปด้วยความเจ็บปวดจากรอยแผล ภายในการขดม้วนของหางพญางู หลังจากเขาหมดสติไป พญางูเห็นว่าจ้าวหลง แน่นิ่งไปจึงคิดว่าเขาตายแล้วถึงแม้ก่อนหน้านี้มันเคยบอกว่ามันจะกินมนุษย์แต่ตัวมันเองก็ไม่เคยกินมนุษย์มาก่อนเลยมันกำลังใช้ความคิด
ขณะนั้นเองการบีบลัดของพญางูคลายตัว จ้าวหลงที่ก่อนหน้านี้หมดสติเขาลืมตาขึ้นก่อนหน้านี้เขาแกล้งสลบเพื่อให้พญางูตายใจคลายแรงบีบลัด เขาดิ้นสลัดหลุดจากการบีบลัดหลุดลวงลงถึงพื้น แต่ด้วยความไวของพญางูมันใช้หางตวัด จ้าวหลง กับมาอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ด้วยสัญชาติญาณของสัตว์นักล่าของพญางูที่ติดตัวมา ทำให้บาดแผลของจ้าวหลงมีขนาดใหญ่ขึ้นและด้วยความเจ็บปวดเกินจะทนทำให้จ้าวหลงสลบไป อีกครั้ง
ครั้งนี้เขาสลบไปจริงๆ ครั้งนี้พญางูตัดสินใจจะกินจ้าวหลงแล้ว แต่ระหว่างที่พญางูจะกลืนกินอยู่นั้นกับเกิดบางสิ่งที่ร่างของจ้าวหลงที่ถูกม้วนของหางพญางู หางพญางูถูกดันออกให้คลายจากการขดม้วนจากหางของมัน พญางูใช้ทั้งแรงและพลัง จากการบำเพ็ญเพียร เป็นอย่างมากในการพยายามไม่ให้หางของมันถูกคลายออกแต่สิ่งที่ได้กลับเป็นตรงข้าม หางของมันถูกคลี่ออกอย่างง่ายดาย