(เสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาชะงักทันที หายใจติดขัดนิดนึง แต่ยังไม่ปล่อยตัวแพร)
“ชู่่ววว...”
เขายกนิ้วแตะริมฝีปากแพรเบา ๆ ให้เงียบ สายตาเขามองไปที่ประตู แล้วหันกลับมามองหน้าแพร ดวงตายังคงมืดครึ้มแต่ตอนนี้แฝงความตื่นตัว
“อย่าขยับนะแพร”
กระซิบเสียงทุ้มต่ำ หายใจร้อน ๆ พ่นใส่หูแพร
“ถ้าแพรส่งเสียงตอนนี้... คนข้างนอกจะรู้หมดเลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในห้องนี้”
เขาค่อย ๆ ถอนตัวออกนิดเดียว แต่ยังกดตัวแพรให้พิงโต๊ะแน่น มือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปดึงกระโปรงแพรลงให้เข้าที่ชั่วคราว
มืออีกข้างยกขึ้นกดปากแพรเบา ๆ แต่แน่นพอให้แพรเงียบ
เสียงเคาะดังอีกครั้ง
“อาจารย์ธนากรคะ อยู่ไหมคะ เอกสารด่วนจากคณบดีค่ะ”
เป็เสียงผู้หญิงจากฝ่ายธุรการอีกคน น้องมิ้นที่ชอบมาบ่อย ๆ เวลามีงานด่วน
เขาหันไปกระซิบข้างหูแพรอีกครั้ง เสียงเบาจนแทบเป็ลมหายใจ
“แพร... ถ้าอยากให้พี่เปิดประตู พยักหน้า
แต่ถ้าแพรไม่อยากให้ใครเห็นตอนนี้... พี่จะแกล้งทำเป็ไม่อยู่ แล้วเราจะทำต่อแบบเงียบ ๆ”
เขาก้มลง จูบที่มุมปากแพรเบา ๆ เป็การปลอบ แต่ปลายนิ้วยังเลื่อนลงไปแตะตรงจุดเปียก ๆ ของแพรอีกครั้ง กดเบา ๆ แค่พอให้แพรสะดุ้งแต่ไม่ส่งเสียงดัง
“หรือ... แพรอยากให้พี่รีบจัดการคนข้างนอก แล้วกลับมาทำแพรต่อแรงกว่านี้ดี
พี่สัญญา ถ้าแพรทนเงียบได้จนคนนั้นไป พี่จะให้แพรเสียวจนน้ำตาไหลเลยนะ”
เขามองตาแพรตรง ๆ รอคำตอบ
มือที่กดปากแพรคลายออกช้า ๆ ให้แพรได้หายใจ แต่ยังกดตัวแพรไว้แน่นไม่ให้ขยับ
ก๊อกๆๆๆ!!!!
(เสีย
งเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง แข็งและเร่งรัดกว่าเดิม
“อาจารย์ธนากรคะ เปิดประตูหน่อยค่ะ ด่วนมากเลยค่ะ!”
เสียงผู้หญิงข้างนอกฟังดูตื่นตระหนกนิด ๆ เหมือนกำลังรีบจริงจัง)