หอเฟิงฟู่มีทั้งหมดสองชั้น
ชั้นแรกมีโต๊ะวางเรียงอย่างเป็ระเบียบสามสิบโต๊ะ แต่ละโต๊ะมีเก้าอี้อยู่สาม ในส่วนของชั้นสองจะเป็ห้องส่วนตัว มีเพียงสิบสองห้อง หากอยากเหยียบขึ้นไปบนชั้นสองต้องจ่ายเงินห้าหมื่นตำลึงทอง ผู้ใดจ่ายก่อนย่อมได้ก่อน ฉะนั้นไม่เพียงมีเงินแต่ยังต้องมีความเร็วอีกด้วย
วันนี้หนึ่งในสิบสองห้องถูกจับจองไปเสียแล้วหนึ่งห้อง
“นั่นเป็ศิษย์จากสำนักจูเชว่เ้าค่ะ”
ฉิงเฟิ่งมองลอดม่านลูกปัดออกไป บุรุษหน้าตาคมคายสองคนเดินขึ้นบันไดมา ใบหน้าล้วนนิ่งขรึมดุดัน เมื่อเลื่อนสายตามองไปด้านหลังบุรุษทั้งสอง ที่ก้าวขึ้นบันไดตามมาไม่ห่างเป็สตรีในอาภรณ์ม่วงสามนาง ผู้ที่เดินนำหน้านับได้ว่าเป็หญิงงามที่หาจับตัวได้ยาก เสียก็แต่ใบหน้างามนั้นเย่อหยิ่งเ็าไปเสียหน่อย ต่างจากสตรีอีกสองนางที่เดินเยื้องอยู่ด้านหลัง แม้งามไม่เท่าแต่กลับมีท่วงท่าอ่อนหวานชดช้อยชวนมอง
“นี่คงเป็ศิษย์สำนักหรงเซียนกระมัง”
“เ้าค่ะ”
เชียนมี่เอ่ยตอบ คำสั่งที่ผู้ดูแลหอกำชับไว้ทำให้น้ำเสียงของนางนอบน้อมอยู่หลายส่วน
ยังไม่ทันที่ฉิงเฟิ่งจะถามสิ่งใดต่อ หน้าประตูหอเฟิงฟู่ก็มีเสียงหัวเราะใสกังวานดังขึ้น ร่างในอาภรณ์สีชมพูอ่อนก้าวเข้ามา ดวงหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราแม้ไม่อาจกล่าวได้ว่างามล่มเมือง ทว่าดวงตาทอประกายสดใส กอรปกับรอยยิ้มขี้เล่นก็่ชิงความเอ็นดูไปจากผู้คนได้ไม่ยาก ยามที่สตรีผู้นี้ก้าวเข้ามา บรรยากาศเคร่งขรึมภายในหอเฟิงฟู่ก็พลันถูกลดทอนลงไปกว่าครึ่ง ข้างกายซ้ายขวาของนางยังมีบุรุษท่วงท่าสง่างามอยู่สองคน ยามนี้จึงดูราวกับดอกหมู่ตานที่เบ่งบานท่ามกลางภูผาหยกอยู่ไม่น้อย
อารมณ์ที่นิ่งสนิทของฉิงเฟิ่งราวกับถูกคลื่นใหญ่โถมซัด
เป็นาง!
ทันใดในอกก็เต็มไปด้วยความคั่งแค้นเจือความโศกเศร้า พัวพันจนมิอาจแยก เสียงของเชียนมี่คล้ายดังมาจากที่ไกล ๆ เลือนรางไม่ชัดเจน ทว่าสามคำในประโยคยาวเหยียดนั้นกลับชัดแจ้งในโสตประสาทยิ่งนัก
“นั่นคือศิษย์จากสำนักอิงเยี่ยนเ้าค่ะ สตรีผู้นั้นคือกู้เจียหลิว แม่นางเฟิ่งคงเคยได้ยินนามนี้มาบ้าง นางเป็…”
กู้เจียหลิว
สามคำนี้นางย่อมไม่มีวันลืม!
ในยามนั้น ท่ามกลางสายตาหยามเหยียด ดวงตาสุกสกาวคู่หนึ่งมองมาที่นางอย่างเห็นใจ เมื่อใดนางถูกรังแก ร่างเล็ก ๆ นั่นจะขยับมาอยู่เบื้องหน้า ปกป้องนางไว้ด้านหลังเสมอ เวลานั้นนางเป็ดังเรือใบไม้ที่ล่องลอยอยู่เพียงลำพัง เคว้งคว้างถึงเพียงนั้น เมื่อมีมือยื่นมาจึงไขว่คว้าไว้อย่างไม่คิดระแวงระวัง
ไหนเลยจะคิดว่าภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยนนั้นกลับซ่อนมีดไว้
ทั้งพิษเจ็ดราตรี เื้ัความเกลียดชังของศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนัก และแผนต่ำทรามของสารเลวแซ่ซ่งที่คิดจะขืนใจนางก็ล้วนเป็สตรีผู้นี้ชักใยอยู่ในเงามืด ความผิดมากมายที่นางไม่ได้ก่อก็ล้วนเป็กู้เจียหลิวที่โยนมา ยามนี้ดวงตาไร้ม่านหมอกบดบัง ในใจจึงกระจ่างชัด ทว่าน่าเสียดายที่นางรู้ตัวช้าไป
ฉิงเฟิ่งหลับตาลง ในใจพลันรู้สึกข่มปร่า นางมอบความจริงใจให้ก็เพราะหวังเพียงความจริงใจคืนกลับมา แต่ผู้ที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็สหายคนแรกของนางกลับลงมือทำร้ายนางอย่างเืเย็น กลับกลายเป็นางที่โง่เขลาไปเอง…
ความอบอุ่นสายหนึ่งแตะลงแ่เบาเหนือมือ นางลืมตาขึ้นเชื่องช้า ในยามนั้นถึงได้รู้ตัวว่ากำลังกำถ้วยชาไว้แน่นเสียจนแทบจะแหลกลานคามือ เคราะห์ดีที่ได้หยางิยั้งมือเรียกสติเสียก่อน ั์ตาสีนิลภายใต้หน้ากากมองมาที่นางโดยไม่เอ่ยวาจา
“ข้าไม่เป็อะไร เพียงเวียนหัวเล็กน้อยเท่านั้น” ฉิงเฟิ่งดึงมือออกจากการกอบกุมอย่างนุ่มนวล กวาดตามองรอบห้องก็เลิกคิ้วน้อย ๆ
“เชียนมี่เล่า”
“น้ำชาหมดแล้ว นางไปเอามาเพิ่ม” หยางิตอบ ยอมละสายตาออกห่างนางในที่สุด
ฉิงเฟิ่งส่งเสียงในลำคอหนึ่งคำ สอดส่ายตาไปยังที่ที่กู้เจียหลิวเคยยืนอยู่แต่บัดนี้ไร้เงาคนเสียแล้ว นางดึงสายตากลับมาประจวบเหมาะกับที่การประมูลเริ่มต้นขึ้นพอดี
การประมูลดำเนินไปอย่างเฉื่อยชา จนกระทั่งของสิ่งหนึ่งถูกยกออกมา กลิ่นหอมประหลาดกำจรไปทั่วหอเฟิงฟู่ ดวงตาทุกคู่จับจ้องไปที่ของสิ่งนั้นตาไม่กะพริบ เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นไล่เลี่ยกันเมื่อผ้าแพรสีดำเลื่อนหล่น
ดอกไม้ดอกหนึ่งพลันปรากฏสู่สายตา
ทั่วทั้งดอกล้วนเป็สีทอง เปล่งประกายเรืองรองราวกับบุปผาจากสรวง์
กล่าวกันว่าแม้ิญญาจะเหยียบย่างลงปรโลกแล้วกึ่งหนึ่ง หากกินธุลีหวนคืนเข้าไป ชีวิตนั้นก็จะสามารถถูกยื้อแย่งจากเงื้อมมือของพญายมได้ อีกทั้งยังเป็ยาถอนพิษชั้นยอด แก้พิษได้ถึงร้อยชนิด ทว่าสมุนไพรระดับสูงเช่นนี้ใช่ว่าจะพบกันง่าย ๆ พบแล้วก็ใช่ว่าจะเอามาได้ เพราะสัตว์อสูรที่เฝ้าปกปักษ์เป็ถึงสัตว์อสูรระดับสิบอย่างปักษาโลกันตร์
ยามนี้ของที่อยู่ไกลเกินเอื้อมมาตั้งอยู่เบื้องหน้า ผู้ใดบ้างเล่าไม่อยากคว้าไว้
“ทุกท่านคงทราบดีว่านี่คือธุลีหวนคืน ด้วยสรรพคุณของมัน หอเฟิงฟู่ของเราขอเริ่มต้นการประมูลที่หนึ่งล้านตำลึงทอง”
สิ้นเสียงละมุนละไมของผู้ดูแลหอ ผู้ที่อยู่ชั้นล่างก็โอดครวญเอ็ดอึง ส่วนผู้ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านบนชั้นสองก็ต่างขยับตัวด้วยความตึงเครียด
“ล้านห้า” เสียงหวานหยดดังขึ้นจากทางขวามือ ฟังดูแล้วคงเป็ศิษย์จากสำนักหรงเซียน
“สองล้าน” น้ำเสียงเคร่งขรึมเช่นนี้เป็ศิษย์สำนักจูเชว่ไม่ผิดแน่
“ห้าล้าน” เสียงกระจ่างใสดังกังวานมาจากฝั่งตรงข้าม
ฉิงเฟิ่งหลุบตาลงมองน้ำชาในถ้วย ข่มกลั้นความรู้สึกบางประการไว้ สำนักอิงเยี่ยนร่ำรวยเพียงนี้ ทว่านางกลับได้อาศัยอยู่ในเรือนไม้ทรุดโทรมมาแรมปี สำนักยุทธอันดับหนึ่งในยุทธภพช่างตระหนี่ถี่เหนียวเสียจริง
“ยี่สิบล้าน”
น้ำเสียงนิ่งสงบดุจธารน้ำนิ่งดังขึ้น ทั่วทั้งบริเวณพลันเงียบสงัด
“นั่นคนจากสำนักโอสถไม่ใช่หรือ”
คนผู้หนึ่งกระซิบ ทว่าด้วยทั่วอาณาบริเวณเงียบงันจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตก เสียงกระซิบนั้นจึงราวกับเสียงะโไปโดยปริยาย
_______________
ฮัลโหลน้องเฟิ่ง นอนหรือยังคะลูก รวยแล้วแม่ขอยืมสักร้อยได้ไหมคนดี สิ้นเดือนแล้วแม่เหมือนจะสิ้นใจ มาม่าสักห่อยังไม่มีเงินซื้อ หนูอย่าเพิ่งนอนนะคะ โอนพร้อมเพย์ให้แม่ก่อน
ตลกไปแล้วขอเข้าโหมดจริงจังหน่อยละกัน คือว่า...ขอบคุณนะคะทุกคนที่เข้ามาอ่าน มากดใจ หรือมาเม้นท์ให้ ขอบคุณมากจริง ๆ เวลาเห็นแจ้งเตือนว่ามีคนมาเม้นท์ให้ ใจไรต์งี้ฟูเหมือนสายไหมเลยค่ะ แหม่ พูดแล้วก็อยากกินโรตีสายไหมขึ้นมาเลย 5555555
ปล. ทุกคนนนน อันนี้แอบสงสัยแบบจริงจังหน่อย ๆ ทุกคนคิดว่าใครเป็พระเอก ใช่คนเดียวกับไรต์มั้ยเนี่ยเอาดี ๆ