ในระหว่างที่พวกเขากำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่นั้น พวกเขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้จะทำให้พวกเขาต้องเกิดการศูนย์เสียอีกสักเท่าไหร่ ก่อนพายุลูกใหญ่จะก่อตัวขึ้น เ้าสัตว์ประหลาดที่เงียบหายไปนั้น มันกำลังจะกลับมาล่าพวกเขา พร้อมกับพวกพ้องของพวกมันอีกหลายตัว ที่กำลังหิวกระหาย เ้าตัวประหลาดแสยะยิ้มออกมา พร้อมกับส่งเสียงร้องคำรามออกมา กร๊าสสสสๆ ………..ดวงตาสีแดงเป็ประกาย และค่อยๆ เคลื่อนที่เขามาใกล้พวกของเขาทีละน้อยๆ ……
แอเรียที่ 7 ณ คุกใต้ดินที่คุมขัง TM09…
"ใครนะ?.."
ด็อกเตอร์ถามออกไป... ในที่แบบนี้ก็ไม่แปลกซินะ ถ้าจะมีคนอื่นอยู่ด้วย ด็อกเตอร์คิด และหวังว่า พวกของ โทมัส และจิม จะได้รับข้อความที่ท่านได้ส่งไปให้
เสียงของบุคคลปริศนาที่ลอยผ่านมาในความมืดนั้นทำให้ ด็อกเตอร์ เอวริส ต้องหันหน้าไปมองยังทิศทางที่ได้ยินเสียง มันอยู่ลึกถัดไปจากห้องคุมขังที่ ด็อกเตอร์ อยู่สองห้อง ภายในคุกใต้ดินที่แสงสว่างมีเพียงน้อยนิดทำให้ ด็อกเตอร์ ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของเ้าของเสียงปริศนานั้นได้เลย ภายในคุกใต้ดินแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยผีดิบและสัตว์ประหลาดที่ถูกคุมขังอยู่ที่นี่อีกเช่นกัน
“ผมชื่อ ฮาว์วี่ จอนท์ แล้วเหตุใดทำให้คุณมาอยู่ที่นี่ได้หละ? ” เสียงนั้นตอบกลับมาและถามกลับไปยังด็อกเตอร์
“ผมทำงานเกี่ยวกับการวิจัยและตัดต่อพันธุกรรม…แล้วคุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” ภายใต้ดวงตาที่เหนื่อยล้าของด็อกเตอร์ กำลังเพ่งสายตามองไปยังห้องขังของผู้ชายปริศนาคนนั้น
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน จอนท์และริชาด์นั้นเป็พี่น้องฝาแฝดกัน จอนท์เป็คนควบคุมดูแลแอเรียที่ 7 นี้ จนเมื่อไม่กี่ปีก่อน พี่น้องฝาแฝดทั้ง 2 ต่างก็ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ความคิดเห็นทั้งสองคนไปคนละทิศละทางกัน จอนท์นั้น้าดูแลประชากรของเขาที่อยู่ในเขตพื้นที่แอเรียที่ 7 นี้ให้มีความสงบสุข ขอแค่ประชากรที่อาศัยอยู่ที่แห่งนี้มีความสุขนั่นเป็สิ่งที่จอนท์้า
ต่างกับริชาด์คนน้อง เขามีความกระหายในอำนาจ และ้าเป็ใหญ่เหนือแอเรียทั้งหมด ทำให้ริชาด์ก่อฏครั้งใหญ่ขึ้นโดยรวบรวมคนที่มีความเห็นต่างมาเป็พวกพ้อง รวมทั้งพวกที่มักใหญ่ใฝ่สูงเข้าไว้ด้วยกัน ริชาด์หลงใหลในอำนาจ จนทำให้ความเป็พี่น้องของพวกเขาจบสิ้นลง เมื่อเล่าถึงตรงนี้จอนท์ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ด้วยความผิดหวังในตัวน้องชายของเขา
“แล้วนั่นก็เป็สาเหตุที่ทำให้ผมมาอยู่ที่นี่…”
“…………..” ด็อกเตอร์ได้แต่รับฟังเื่ราวทั้งหมดที่ผ่านมาของ จอนท์ ก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างช้าๆ และหวังว่าเขาจะไม่ตายอยู่ในคุกใต้ดินนี้อย่างโดดเดี่ยว….
ห่างออกไปอีกหลายร้อยไมล์ พวกของเคที ก็กำลังนอนหลับพักผ่อนเพื่อเอาแรงอยู่นั้น เคที่…ก็ฝันแปลกประหลาดแต่ทว่าในความฝันนั้นเสมือนได้เกิดขึ้นจริง และผ่านมาแล้ว ตัวของเคทีนั้น อาศัยอยู่ในชุมชนแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากศูนย์วิจัยของด็อกเตอร์ เอวริส เท่าไหร่นัก แต่ที่น่าแปลกใจที่สุด ชุมชนที่เธออาศัยอยู่นั้นเต็มไปด้วยนักฆ่าและมือสังหารมืออาชีพทั้งนั้น และยังเป็องค์กรขนาดย่อมๆ รวมถึงตัวของเธอเอง และ เคทีก็เป็มือดีที่สุดในบันดาเพื่อนๆ ของเธอ
ภารกิจล่าสุดที่เธอได้รับมอบหมายนั้น คือการแฝงตัวเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของศัตรู และหนึ่งในนั้นคือการสังหารเจมส์ คาวส์ พ่อค้าอวุธา ด้วยข้อมูลบางอย่างที่ได้รับมาทำให้องค์กรของเธอ ส่งเธอเข้ามาแฝงตัวอยู่ที่นี่เพื่อสืบความเคลื่อนไหวของ เจมส์ คาวส์
สุดท้ายภารกิจก็ล้มเหลวจนได้ การแฝงตัวเข้ามาของเคที ถูกค้นพบ นั่นจึงเป็สาเหตุที่ทำให้องค์กรของเธอถึงกับต้องล่มสลายลง เจมส์ คาวส์ สั่งฆ่าพวกเขาทั้งหมดอย่างโเี้ โดยให้เครื่องบินาทิ้งะเิลงยังหมู่บ้านของเธอ ะเินั้นยังบรรจุไปด้วยไวรัสกลายพันธุ์ ของเหลวสีฟ้าสดใส ทันทีที่ทิ้งะเิลงไป ชุมชนที่เคทีอาศัยอยู่และองค์กรที่เธอทำงานอยู่นั้นก็สลายหายไปในพริบตาเหลือเพียงแต่เถ้าถ่าน แรงะเิส่งผลให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวกลายเป็หลุมขนาดใหญ่ กว้างกินพื้นที่หลายเอเคอร์ ทุกสิ่งหายวับไปภายในไม่กี่นาที
จุดเริ่มต้นของเชื้อไวรัสที่ทำให้คนกลายเป็ผีดิบ ได้เริ่มต้นขึ้นจากตรงนี้ ไวรัสได้ลอยตัวอยู่ภายในอากาศ คนที่ได้รับเชื้อ เมื่อเสียชีวิตลงก็จะฟื้นขึ้นมาใหม่ และไล่ล่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ผ่านไปหลายสิบปีโลกก็เป็อย่างที่เห็น เคทีนั้นโดนเจมส์ คาวส์ ไล่ล่าหมายจะสังหารให้สิ้นซาก เธอได้รับาเ็อย่างแสนสาหัด หนีกระเสือกกระสนจนได้มาพบกับ ด็อกเตอร์ เอวริส นักวิจัยและตัดต่อพันธุ์กรรม ที่เมื่อครั้งก่อนเธอเคยสืบข้อมูลและเคยติดตามอยู่พักหนึ่ง นั่นจึงเป็สาเหตุที่ทำให้เคทีได้รับการรักษาจากด็อกเตอร์ แท้จริงแล้วเธอนั้นไม่ใช่มนุษย์โคลน…..
กร๊าสสสสสๆ………
เ้าสัตว์ประหลาดส่งเสียงคำรามร้องอยู่รอบๆ บริเวณโบสถ์ที่พวกของเคทีได้เข้าไปหลบภัยอยู่ ในที่สุดพวกมันก็เดินทางมาถึงจุดที่อาหารของมันอยู่แล้ว ปังๆ ปังๆ …….. เสียงกระแทกประตูดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ทำให้พวกของเขาที่กำลังหลับอยู่สะดุ้งตื่นทันที
“เฮ้ยย….พวกมันกลับมาแล้ว” ทหารนายหนึ่งะโออกมา ก่อนจะรีบกุรีกุจอ ลุกขึ้นทันทีและถอยห่าง ออกจากประตู
ไม่ต่างอะไรกับพวกของ จิม โทมัส ริค และสามสาว ต่างก็สะดุ้งตื่น และถอยร่นไปรวมกลุ่มกันอยู่ตรงลานด้านหน้า พวกเขาต่างก็มองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก
“เราจะทำอย่างไรดี? ฟังซิเสียงร้องของมันไม่ได้มีแค่ตัวเดียวแน่ๆ?….” แอนนา พูดกลับพวกเขา
ปังๆ ปังๆ …. เสียงกระแทกประตูโบสถ์ดันสนั่น สั่นะเืไปทั่วบริเวณ ผุยผงเล็กๆ ค่อยๆ หล่นล่วงลงมา ตามแรงกระแทกแต่ละครั้ง กร๊าสสสๆ พร้อมกับเสียงร้องของพวกมัน ปังๆ ปังๆ … ประตูโบสถ์เริ่มจะต้านทานแรงของเ้าสัตว์ประหลาดไม่ไหวแล้ว และกำลังจะพังลงในไม่ช้า ปังๆ…. ในที่สุดพวกมันก็บุกเข้ามาได้สำเร็จ บานประตูล้มตึง! ลงมาต่อหน้าของพวกเขา ขุยผงและฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปรอบๆ บริเวณโบสถ์
ทันทีที่ฝุ่นละอองจางหายไป สัตว์ร้ายก็ปรากฏกายอยู่ตรงหน้าของพวกเขา 1 2 3 และ 4…ตัว กับฝูงผีดิบอีกประมาณ 30 ตัวได้ เมื่อเห็นดังนั้นพวกเขาต่างเบิกตากว้างจ้องมองพวกมัน ตัวแรกคือตัวที่พวกเขานั้นหนีมันมา ส่วนตัวที่สองนั้นช่างประหลาดนัก หัวของมันเหมือนกับค้อนที่ใหญ่โต ดวงตาเล็กลีบ พวกเขาคาดว่าจะต้องเป็มันแน่ๆ ที่ทำลายประตูเข้ามา ส่วนตัวที่สามและสี่นั้นลำตัวคล้ายกับกิ้งก่าที่กำลังยืนสองขา แต่หัวของมันคล้ายกับงูและแยกออกจากกันเป็สองหัวในหนึ่งร่าง แขนสองข้างของมันยาวและเต็มไปด้วยกรงเล็บที่แหลมคม