พอรู้สึกตัวตอนเช้ามืด สิ่งที่ฉางหลิวหลีเผชิญอยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่ความฝัน. แต่มันคือความจริง
นางอดสูเกินกว่าจะหันกลับไปมองบุรุษที่นอนอยู่ข้างๆได้ มือที่คลำหาอาภรณ์กลับเจอของบางอย่างที่หลุดออกมาจากสายคาดเอวของคนผู้นั้น นางจึงคว้ามันมา แล้วสวมใส่อาภรณ์อย่างรีบเร่งด้วยมือที่สั่นเทา เพื่อที่นางจะได้ออกไปจากห้องนั้นโดยเร็ว
รุ่งเช้า
หย่งซีเฉิน องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นต้าโจว อ๋องหนุ่มรูปงาม ผู้มีนิสัยเ็า โเี้ เป็ผู้กุมอำนาจในราชสำนัก และอำนาจทางการทหาร
“เวินฉงหลิน เ้ารู้ความผิดของตัวเองหรือไม่” หย่งซีเฉินถามองครักษ์ประจำตัว
“กระหม่อมรู้ความผิดของตัวเองดีท่านอ๋องโปรดลงโทษกระหม่อมเถิดขอรับ”
เวินฉงหลินองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ติดตามหย่งซีเฉินมาั้แ่เด็ก ตอนนี้คุกเข่าอยู่ต่อหน้าท่านอ๋องอย่างละอายใจ
“กระหม่อมไม่ควรปล่อยท่านอ๋องให้อยู่คนเดียว กระหม่อมชะล่าใจเกินไป” เวินฉงหลินรู้สึกผิด
“เอาล่ะๆเ้าลุกขึ้นได้ ความผิดส่วนหนึ่งก็เป็ของข้าที่ประมาทไม่ระวังตัว จนทำให้คนร้ายมีโอกาสลงมือได้”
“ท่านกู้ฝากจดหมายมาให้ท่านอ๋องด้วยขอรับ”
เวินฉงหลินหยิบจดหมายในสาบเสื้อส่งให้หย่งซีเฉิน
“เป็จริงอย่างที่เซียวซ่งหลานคาดการณ์ไว้ตอนนี้เกาหล่างกำลังเริ่มเคลื่อนไหว”
หย่งซีเฉินบอกเวินฉงหลินหลังจากอ่านจดหมายในมือจบ
“สุราที่ท่านอ๋องดื่มเมื่อคืนกระหม่อมได้นำกลับไปให้ท่านกุนซือตรวจสอบแล้วขอรับ”
“แล้วสตรีคนนั้นล่ะ”
“สตรีคนไหนหรือขอรับ" เวินฉงหลินถามผู้เป็นาย
“ก็คนที่ข้า เอ่อ รังแกนางเมื่อคืนนี้”
หย่งซีเฉินนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสามชั่วยามก่อน ขณะที่เขานั่งดื่มสุราอยู่ในห้องรับรองใหญ่ที่หอฮวาหลันแสดงละครตบตาคนของเกาหล่างที่แอบติดตาม เพื่อให้เวินฉงหลินได้แยกตัวออกไปรับข่าวกับท่านเ้าเมืองกู้เหว่ยถิงที่ส่งข่าวให้หย่งซีเฉินอย่างลับๆ เพิ่งจะยกสุราได้ไม่กี่จอกหย่งซีเฉินก็รู้สึกเวียนหัว
จากนั้นภายในกายก็ร้อนรุ่มดั่งถูกไฟแผดเผา ความปรารถนาถูกปลุกขึ้นอย่างรุนแรง จนควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่นานนักสตรีที่มีผ้าปิดคนหนึ่ง ก็ถูกพามาวางไว้บนเตียง สติของเขาก็เริ่มเลือนลางเต็มทนอีกทั้งเขายังรู้สึกถึงความปรารถนาของตัวเองอย่างท่วมท้นทั้งที่ไม่เคยเป็มาก่อน หย่งซีเฉินพยายามเอื้อมมือไปปลุกนางให้ตื่น แต่เมื่อขยับเข้าไปใกล้เขากลับทำได้เพียงดึงผ้าปิดหน้าของนางออกเท่านั้น
แสงตะเกียงริบหรี่ ทั้งยังสติที่พร่าเลือน ทำให้มองเห็นหน้าแม่นางน้อยคนนั้นไม่ชัดนัก กลิ่นกายที่หอมเย้ายวนของนาง ทำให้ความอดทนสุดท้ายที่มีขาดลง หย่งซีเฉินไล้มือไปที่ใบหน้าขาวนวลนั้น ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อย เมื่อความ้าถึงขีดสุด ท่านอ๋องผู้เ็าก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป
หย่งซีเฉินไม่คิดว่าชีวิตนี้ บุรุษผู้เย่อหยิ่งเช่นเขา จะต้องมาย่ำยีสตรีบริสุทธิ์ที่ไม่มีทางสู้คนหนึ่งเพียงเพราะฤทธิ์ยาสกปรกพวกนั้น
“หย่งซีเฉินหยิบผ้าเช็ดหน้าปักไหมทองที่หล่นอยู่ข้างเตียงขึ้นมาพิจารณา” ใครกันนะที่อยากทำร้ายแม่นางน้อยผู้นี้
“ท่านอ๋อง ท่านอ๋อง ท่านฟังอยู่หรือไม่ขอรับ ท่านเป็อะไรหรือให้หมอหลวงชุนมาตรวจสักหน่อยดีไหมขอรับ” เมื่อเห็นว่าอ๋องเฉินเหม่อไป เวินฉงหลินจึงถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่ต้องข้าไม่ได้เป็อะไร”
“สตรีผู้นั้นกระหม่อมให้คนไปสืบหานางแล้ว คาดว่าอีกไม่นานคงได้รู้ว่านางเป็ใครขอรับ”
“ดี “ หลังจากนั้นทั้งสองก็ออกจากหอ ฮวาหลันมุ่งหน้ากลับวังหลวง