ตอนที่ 7: คลื่นใต้น้ำและประกายไฟแห่งอันดามัน
เสียงซัดสาดของเกลียวคลื่นกระทบเข้ากับแนวโขดหินชายฝั่งทะเลภาคใต้ดังแว่วเข้ามาเป็จังหวะสม่ำเสมอ บรรยากาศยามบ่ายของชุมชนชาวประมงพื้นบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเกลือทะเลและไอแดดอันร้อนระอุ ทว่าความเงียบสงบภายนอกกลับสวนทางกับความตึงเครียดที่คุกรุ่นอยู่ภายในอาคารสำนักงานชั่วคราวของโรงพยาบาลชุมชนชายทะเล
รถยนต์อเนกประสงค์สีดำสนิทเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าอาคารอย่างเงียบเชียบ ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของกรณ์ในชุดเสื้อเชิร์ตลำลองพับแขนและกางเกงสแลคที่ดูคล่องตัว ก้าวลงมารับลมทะเลเบาๆ แววตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นกวาดมองไปรอบพื้นที่อย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนที่หัวหน้าแพทย์ประจำศูนย์จะรีบเดินเข้ามาต้อนรับด้วยสีหน้าโล่งอก
"ยินดีต้อนรับครับท่านประธาน ดีใจจริงๆ ที่ท่านเดินทางมาถึงเร็วขนาดนี้ สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างน่าเป็ห่วงครับ" แพทย์วัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน
กรณ์พยักหน้ารับ เดินตามแพทย์หนุ่มเข้าไปด้านในห้องรับรอง "สถานการณ์ของเด็กชายคนนั้นเป็อย่างไรบ้าง? แล้วญาติฝั่งพ่อที่ว่ามารับตัวไปหรือยัง?"
"ยังครับ เด็กชายคนนี้ชื่อ 'นาวิน' อายุสิบขวบ เพิ่งสูญเสียพ่อแม่จากเหตุการณ์เรือประมงอับปางเมื่อสัปดาห์ก่อน สภาพจิตใจยังคงบอบช้ำและเงียบขรึมมาก ส่วนลุงแท้ๆ ของเขาที่เป็คนดูแลต่อกำลังพยายามทำเื่ขอรับตัวออกจากโรงพยาบาล แต่ทีมกฎหมายและนักสังคมสงเคราะห์ของเราถ่วงเวลาไว้ทัน เพราะเราตรวจสอบพบประวัติที่น่าสงสัยว่า ลุงคนนี้มีส่วนพัวพันกับเครือข่ายลักลอบะเิหินและทำลายแนวปะการังเพื่อขุดหาแร่ผิดกฎหมายของกลุ่มทุนเถื่อน" แพทย์หนุ่มอธิบายพร้อมกับยื่นแฟ้มประวัติให้กรณ์
กรณ์รับแฟ้มข้อมูลมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว ภาพถ่ายของเด็กชายตัวเล็กผอมบางดวงตากลมโตแต่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและประกายความฉลาดหลักแหลมปรากฏขึ้นบนหน้ากระดาษ ในหัวของกรณ์ฉายภาพเหตุการณ์อนาคตที่อาจเกิดขึ้น—หากปล่อยให้ลุงคนนี้พาตัวไป นาวินจะถูกบังคับให้ใช้ความอัจฉริยะด้านการคำนวณกระแสน้ำและโครงสร้างใต้น้ำมาเป็เครื่องมือหาพิกัดขุม1ทรัพย์ใต้ทะเลและทำลายระบบนิเวศน์ จนกระทั่งเติบโตขึ้นเป็อาชญากรผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมใต้น้ำที่ไร้ทางเลือก
"เด็กอยู่ที่ไหน พาผมไปพบเขาที" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น
ภายในห้องพักผู้ป่วยเด็กที่ตกแต่งด้วยภาพวาดการ์ตูนเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ นาวินกำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงสีขาว ดวงตากลมโตมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นทะเลกว้างใหญ่ ความเงียบงันและความโดดเดี่ยวเกาะกุมจิตใจของเด็กน้อยผู้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไปชั่วข้ามคืน
เสียงเปิดประตูดังขึ้นแ่เบา นาวินสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับมามองด้วยความระแวง แต่เมื่อเห็นว่าเป็ชายวัยกลางคนในชุดสูทสุภาพที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ความตึงเครียดในแววตาของเด็กน้อยก็คลายลงเล็กน้อย
กรณ์หยุดยืนข้างเตียง นั่งยองๆ ลงให้ระดับสายตาเสมอกับเด็กชาย เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกถูกคุกคาม "สวัสดีวันนี้นาวิน ลุงชื่อกรณ์นะ... ลุงรู้ว่า่นี้หนูต้องเจอเื่ที่หนักหนาและเสียใจมากแค่ไหน"
นาวินเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ แต่แววตาที่มองกลับไม่ได้แสดงความเกลียดชัง มีเพียงความรู้สึกหวาดกลัวต่อโลกกว้างที่โหดร้าย
"หนูรู้ไหม..." กรณ์เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบของคลื่นทะเล "พ่อของหนูเคยเป็กัปตันเรือที่เก่งมาก ท่านรักทะเล และรักหนูมากที่สุด สมุดบันทึกการเดินเรือและสูตรคำนวณกระแสน้ำที่หนูแอบเขียนไว้ในกระเป๋าเป้... มันบอกลุงว่าหนูมีความสามารถพิเศษที่ยอดเยี่ยมมากๆ การเอาความรู้นี้ไปใช้ผิดที่ผิดทาง มันเหมือนกับการเอาเพชรไปขว้างทิ้งในกองโคลนนะ"
ร่างเล็กของนาวินสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ รีบยกมือขึ้นกุมกระเป๋าเป้ข้างตัว "คุณ... คุณรู้ได้ยังไงว่าผมเขียนเื่พวกนั้นไว้!"
"เพราะลุงมองเห็นความตั้งใจของหนูยังไงล่ะ" กรณ์ยิ้มละมุน ยื่นมือออกไปวางบนเบาะใกล้ๆ อย่างแ่เบา "ลุงไม่ได้มาเพื่อบังคับอะไรหนูนะ นาวิน แต่วันนี้ลุงมีทางเลือกให้สองทาง ทางแรกคือตามลุงของหนูไป ใช้ชีวิตท่ามกลางอันตรายและบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่้า จนสูญเสียตัวตนไปตลอดกาล... กับทางที่สอง มาอยู่กับมูลนิธิของเรา ไปเรียนต่อในโรงเรียนวิศวกรรมทางทะเลระดับโลก มีที่พัก มีอาหารอร่อย และมีโอกาสได้สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่จะช่วยปกป้องท้องทะเลที่พ่อของหนูรัก"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักชั่วขณะ นาวินจ้องมองหน้าผู้ชายแปลกหน้าที่พูดราวกับล่วงรู้ทุกความลับในใจ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในอก ความหวาดกลัวที่สุมอกมาหลายวันเริ่มทลายลง หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้เอ่อล้นขอบตาแล้วไหลรินอาบแก้มเด็กน้อยเงียบๆ
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นที่หน้าประตูทางเดิน เสียงทุบประตูดังปึงปังตามมาด้วยเสียงโวยวายของชายฉกรรจ์ร่างใหญ่
"หลบไปนะเว้ย! ฉันเป็ลุงแท้ๆ ของเด็ก ฉันจะมารับหลานกลับบ้าน พวกแกไม่มีสิทธิ์มาขวาง!" เสียงทุ้มห้าวหยาบคายดังขึ้น พร้อมกับที่ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลุงของนาวินในชุดเสื้อกล้ามลายดอกและกางเกงขาสั้นท่าทางนักเลงเดินพรวดพราดเข้ามาในห้อง พร้อมกับสมุนร่างั์อีกสองคนตามหลังมาติดๆ
นาวินผวาถอยหลังสุดตัวด้วยความหวาดกลัว รีบคว้าชายเสื้อของกรณ์ไว้แน่นราวกับเป็ที่พึ่งสุดท้าย
กรณ์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ความเกรงกลัว ร่างกายที่สง่างามและบรรยากาศความกดดันรอบตัวทำให้ลุงของนาวินและสมุนชะงักไปชั่วขณะ
"แกเป็ใครวะ? หน้าตาไม่ใช่หมอ ไม่ใช่นักสังคมสงเคราะห์ อย่ามาเสือกเื่ครอบครัวคนอื่น ส่งไอ้นาวินมานี่!" ลุงของเด็กชายตะคอกเสียงดังลั่น พยายามเดินตรงรี่เข้ามาหาเตียงผู้ป่วย
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลและทีมคุ้มครองที่กรณ์จัดเตรียมมา รีบก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้ทันที พร้อมกับแสดงเอกสารคำสั่งคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนฉบับเร่งด่วน
"คุณไม่มีสิทธิ์มารับตัวเด็กคนนี้ครับ ตามคำสั่งศาลและบันทึกข้อตกลงของมูลนิธิ นาวินอยู่ภายใต้ความคุ้มครองชั่วคราวของเรา" เ้าหน้าที่กล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
ลุงของนาวินหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด ชี้หน้าด่ากราด "พวกมึงมันแก๊งลักพาตัวเด็กชัดๆ! กูจะแจ้งตำรวจจับพวกมึงให้หมด!" พูดจบ มันก็ส่งสัญญาณให้สมุนร่างั์ข้างกายพยายามพุ่งเข้าชาร์จเพื่อแย่งตัวเด็ก
ทว่า ก่อนที่สมุนคนนั้นจะทันได้ก้าวถึงตัวกรณ์ ร่างของกรณ์ก็ขยับตัวด้วยความเร็วและแม่นยำดุจสายฟ้าแลบ มือขวาตวัดคว้าข้อมือที่พยายามคว้าจับตัวเด็ก บิดล็อกข้อต่อด้วยทักษะการต่อสู้ชั้นสูงอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาดเพียงชั่วพริบตา สมุนร่างั์ร้องลั่นด้วยความเ็ปทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในท่าล็อกแขนแนบหลัง
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากจนลุงของเด็กและสมุนอีกคนอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูกด้วยความตกตะลึง ลุงหน้าซีดเผือก ถอยหลังกรูดติดผนังห้องเมื่อเห็นว่าชายวัยท่าทางสุภาพคนนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา
กรณ์ปล่อยมือจากสมุนร่างั์ จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมามองหน้าลุงของนาวินด้วยแววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
"การทำร้ายเด็กและการใช้เด็กเป็เครื่องมือหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติผิดกฎหมาย มีโทษหนักหนาเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้... หากคุณยังกล้าเข้ามาวุ่นวายกับนาวินอีกแม้แต่ก้าวเดียว ข้อมูลบัญชีส่วยและหลักฐานการะเิแนวปะการังทั้งหมดที่คุณทำร่วมกับกลุ่มทุนเถื่อน จะถูกส่งตรงถึงมือตำรวจสากลภายในห้าวินาที" เสียงทุ้มนุ่มทรงพลังเอ่ยขึ้นทีละคำอย่างชัดเจน
ลุงของเด็กกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเหิมเกริมหายวับไปกับตา เมื่อรู้ว่าเื้ัของชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาที่จะมารังแกเล่นๆ ได้ มันกวาดสายตามองรอบห้องอย่างหวาดระแว่น ก่อนจะกัดฟันกรอดแล้วดึงสมุนที่ลุกขึ้นยืนถอยร่นออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับะโทิ้งท้ายด้วยความแค้นเคือง "ฝากไว้ก่อนเถอะพะยะค่ะ!"
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง นาวินที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง ค่อยๆคลายมือออกจากชายเสื้อของกรณ์ เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองผู้มีพระคุณด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสและความหวัง
กรณ์หันกลับมาส่งยิ้มอบอุ่นให้นาวิน นั่งยองๆ ลงระดับเดิมอีกครั้ง "เห็นไหมครับ... ไม่มีใครทำอะไรหนูได้หปลอดภัยแล้วนะ นาวิน"
นาวินเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาที่เคยไหลรินถูกปาดทิ้งด้วยหลังมืออย่างกล้าหาญ เด็กน้อยพยักหน้ารัวๆ เป็ครั้งแรกที่ริมฝีปากเล็กๆ นั้นคลี่ยิ้มออกมาได้ "ผม... ผมอยากไปกับคุณครับ ผมไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว อยากไปช่วยสร้างสิ่งประดิษฐ์ปกป้องทะเลเหมือนที่พ่อเคยสอน"
"ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวใหม่ของเรานะ นาวิน" กรณ์กล่าวด้วยความยินดีอย่างยิ่ง
่เย็นวันเดียวกัน รถยนต์อเนกประสงค์เคลื่อนตัวออกจากโรงพยาบาลมุ่งหน้าสู่สนามบินภูมิภาคเพื่อเดินทางกลับสู่ศูนย์วิจัยหลักในเมืองหลวง นาวินหลับสนิทอยู่ที่เบาะหลังด้วยความอ่อนเพลียแต่ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มแห่งความปลอดภัย ขณะที่กรณ์นั่งมองทิวทัศน์ยามเย็นนอกหน้าต่าง ความคิดของเขากำลังประมวลผลอนาคตที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปอีกหนึ่งหน้ากระดาน
การช่วยเหลือเด็กชายคนนี้ไม่เพียงแต่ปกป้องชีวิตหนึ่งชีวิตให้พ้นจากเงื้อมมือของความมืด แต่ยังเป็การวางหมากตัวสำคัญในอนาคตด้านวิศวกรรมทางทะเล ที่จะเติบโตขึ้นเป็เสาหลักในการปกป้องทรัพยากรโลกตามเจตนารมณ์แห่งธรรมาภิบาล
เกมกระดานพลิกโลกยังคงดำเนินต่อไปอย่างไร้รอยต่อ ทุกย่างก้าวของการเดินหมาก ไม่ว่าจะเป็การช่วยเหลือเด็กอัจฉริยะ การปั้นนักวิจัย หรือการปกป้องเด็กชายผู้มีพร์ริมชายทะเล ล้วนเป็การถักทอตาข่ายแห่งความดีงามเพื่อค้ำจุนมวลมนุษยชาติให้ก้าวไปสู่อนาคตที่งดงามและมีความสุขอย่างแท้จริง