คู่ต่อสู้ มีชื่อว่า บัวดำ กระทิงเขียวยิม ส่วนขจรนั้นได้ชื่อว่า ขจร ศิษย์ยอดชาย บัวดำนั้นอายุปาเข้าไป 28 ปีแล้ว ผ่านการชกมาแล้วร้อยครั้งชนะถึง 80 แพ้เพียง 20ครั้งเท่านั้น ส่วนขจรนั้นขึ้นเวทีเป็ครั้งแรก
วันนี้ราคาที่เปิดมานั้น 50 ต่อ 1 เหมือนกับว่าไม่มีใครให้ราคา ขจรเลยแม้แต่นิดเดียว คาดว่า ยกแรกไม่น่ารอด พอทั้งสองประจันหน้ากัน ขจรตั้งการ์ดมวยจาตุลังคบาตโบราณ พร้อมที่จะตั้งรับ และ บุกโจมตี พอบัวดำ โยกขวาแล้วหวดแข้งซ้ายใส่ขจรเป็ดอกแรก ขจรก็แค่ก้าวเท้าเข้าประชิดใน แล้วสับศอกเข้ากลางหน้าผาก ร่างของบัวคำหงายผึ่งลงไปกับพื้น ตาลอยเืไหลอาบหน้า
กรรมการยุติการชก เรียกเปลสนาม มารับร่างบัวดำลงไปจากเวทีเลย
ทุกคนในสนามเงียบกริบ ทุกคนต่างรู้สึกเสียดายที่เ้ามือ ปล่อยราคา 50 ต่อ 1 แต่ไม่กล้าแทงกันมีเพียงคนเดียว ที่ลงเดิมพันไป2หมื่น คือ ครูยอดหัวหน้าค่ายมวยได้มา 1 ล้าน อย่างเงียบๆ พี่ธงรีบเข้ามาเช็ดหน้า เช็ดตาให้กับ ขจร
“ สุดยอด ศอกไร้น้ำใจ เจอศอกเด็กวัดไป ร่วงเฉยเลย เสียดายกูยังไม่ทันเดิมพันข้างมึงเลย”
ส่วนมวยในค่ายครูยอด ก็ได้ชกอีกสองสามคู่ มีแพ้บ้างชนะบ้าง แต่ครูยอดไม่สนใจ
เพราะวันนี้เขาได้เงินมา 1 ล้านบาทแล้ว เลยพาทีมงานทั้งหมด ไปเลี้ยงไก่ย่างอบน้ำผึ้ง กับ หมูสะเต๊ะ เ้าประจำ หน้าสนามมวย
“ วันนี้พี่ ดูอารมณ์ดีเป็พิเศษนะ” ครูทิมที่นั่งอยู่ใกล้กับครูยอดเอ่ยเบาๆ
“ อืม ครูทิมอยากดื่ม หรือกิน อะไรก็สั่งเลย จะเอากลับไปฝากลูกเมียที่บ้านก็ได้นะ” ครูยอดเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม
“ เอ๋ หรือว่า ที่โต๊ะพนันพวกนั้น ต่อไอ้จรมา 50 ต่อ 1 พี่แทงข้างมัน”
ครูยอดพยักหน้า
“ แค่แทงเล่นๆ ไป 2 หมื่นเท่านั้น”
“ ฮ้า 2 หมื่น 50 เท่าก็ล้านหนึ่งน่ะซิ”
“ อย่าเอ็ดไป รู้แค่เราสองคนก็พอ”
ทั้งสองคนยิ้มให้กัน ส่วนเด็กๆ ก็ดื่มกินอย่างเต็มที่ ม่อนกับ แอลก็มาร่วมกินเลี้ยงกับเขาด้วย ขจรเองก็ไม่เคยกินไก่อบน้ำผึ้ง กับ หมูสะเต๊ะ ที่รสชาติไร้เทียมทานแบบนี้ เลยกินไปหลายไม้เลยทีเดียว ครูยอดเห็นเข้าเลยสั่งไก่กลับบ้านไปให้ อีก 1 ตัว หมูสะเต๊ะอีกร้อยไม้
แถมมีโบนัสพิเศษจาก สนามมวยให้มาเพิ่ม อีก 10,000 บาท ครูยอดมอบค่าตัว ให้ 10,000 และโบนัสพิเศษถ้าชนะอีก 10,000 บาท โดยไม่หักเปอร์เซ็นต์ใดใดทั้งสิ้น
พี่ธงขี่มอเตอร์ไซด์มาส่งขจรที่บ้านแม่ ขจรมอบเงินให้แม่ ไปสองหมื่น ส่วนตัวเก็บไว้หมื่นเดียว แล้วมอบของกินทั้งหมดไว้กับแม่
ในตอนเช้า กิ๊ฟ ซี และ กรกันต์ รู้ข่าวก็มาร่วมยินดี และจะเลี้ยงฉลองในตอนบ่าย เพราะวันนี้ มีเรียนแค่ ครึ่งวัน ก่อนเข้าเรียนกิ๊ฟกับ ขจรก็ได้นั่งคุยกันเป็การส่วนตัว
“ ไม่เห็นถามเราเลย ว่าไปบ้านตระกูลจาง มาแล้วเป็อย่างไรบ้าง” กิ๊ฟเอ่ยอย่างน้อยใจ แต่ขจรนั้นมองหน้ากิ๊ฟ แล้วเอามือมากุมเอาไว้ แล้วบอกว่า
“ ไม่เห็นสำคัญเลย ไม่ว่าพ่อกิ๊ฟจะคิดอะไร เราสองคนก็ต้องอยู่คู่กันอยู่ดี”
ที่ขจรพูดแบบนั้น เพราะว่า กี๊ฟ คือ ภรรยาเอกของเขาในชาติก่อน ซึ่งพอเขาระลึกชาติได้ ก็แสดงความรักต่อกี๊ฟทันที เพราะชาติที่แล้ว พวกเขาได้ใช้ชีวิตร่วมกันเพียงน้องนิด สุดท้ายก็ต้องพลัดพรากจากกันเนื่องจากา
“ ไม่สบายหรือเปล่า วันนี้พูดจาแปลกๆ แต่ก่อนไม่เห็นเคยพูด คำพูดอะไรพวกนี้เลย”
“ ไม่รู้ซิ อาจเป็เพราะว่า เมื่อคืนเราฝันว่า ชาติก่อน เราสองคนเคยเป็สามี ภรรยากันมาก่อน เลยคิดว่า ชาตินี้ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”
“ ไร้สาระขึ้นไปอีก พ่อแนะนำ คุณชายจางเฉิน เขาเพิ่งจบป.โท จาก ฮาวเวิดร์ด จะมาบริหารงานของตระกูล จาง พ่อคงคิดว่า เราจะชอบเขามั๊ง เลยไม่ห้ามเื่ของเรา”
“ เขาเป็ถึงทายาทหมื่นล้าน แถมยังจบจากเมืองนอก สาวๆ ทุกคนคงไม่มีใครปฏิเสธ”
“ แต่ไม่ใช่เรา”
ขจรยิ้มให้ เพราะเขารู้จัก กิ๊ฟ มาสองร้อยกว่าปีแล้วว่าเป็คนอย่างไร ชาติก่อนกับชาตินี้ล้วนไม่แตกต่างกันจริงๆ
“ ยิ้มอะไร”
“ เปล่า ไม่มีอะไรแค่ภูมิใจน่ะ”
ชาติก่อน กิ๊ฟมีชื่อว่าแก้วฟ้า เป็ลูกสาวของ พระยาสีหราชเดโช ตัวเขาเป็เพียง ทหารองครักษ์ ด้วยศักดิ์และฐานะที่ต่างกัน พระยาสีหราชเดโช ก็กีดกันทั้งสองมาตลอด แต่ทว่า แก้วฟ้าได้เข้ามาเรียนวิชาเย็บปักถักร้อย ในพระราชฐานชั้นใน กับ พระมเหสี ดังนั้น เขากับแก้วฟ้า จึงได้ พบกัน และเกิดชอบพอกัน จนกระทั่ง โอรสของพระเ้าเอกทัศน์ที่เกิดจากพระสนมคนหนึ่ง ทรงทูลขอนางกับ พระมเหสี แต่พระนางรู้ว่า แก้วฟ้ามีใจให้กับ องครักษ์ทับ จึงให้ แก้วฟ้าตัดสินใจเลือก สุดท้ายแก้วฟ้าก็เลือกเขา
นั่นคือเหตุผมที่ทำไมเขามั่นใจในตัวกิ๊ฟมาก
พอบ่ายทั้งสี่คนก็นั่งรถตู้เพื่อออกมาทานอาหารเลี้ยงฉลองให้กับ ขจร แต่ว่าระหว่างนั้น พี่สาวของกรกันต์ได้โทรเข้ามาหา แล้วชวนกรกันต์ให้ไปพบ ก็เลยชวนทุกคนไปทานข้าวพร้อมกัน
พอทั้งหมดมาถึง ก็พบว่าที่นี่เป็ร้านอาหารที่ริมน้ำ เป็อาคารแบบยุโรปสร้างสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ว่าตอนนี้ได้นำมารีโนเวทใหม่ กลายเป็ร้านอาหารริมน้ำ แต่ว่ายังกำลังก่อสร้างเพิ่มเติมขยายจะสร้างเป็โรงแรมด้านหลัง แต่โซนร้านอาหารเปิดให้บริการก่อน พอไปถึงก็ถูกพาเข้าไปนั่งในห้องวีไอพี ที่ติดกับริมแม่น้ำเ้าพระยา มองเห็นพระปรางค์วัดอรุนอย่างชัดเจน เสียดายมากลางวัน หากมาตอนเย็นจะสวยงามกว่านี้ ด้านในห้องอาหารมีพี่สี่ของกรกันต์ นั่งอยู่กับ หญิงสาวสวยแต่งชุดนักศึกษา
“ นี่คือ น้องนลิน ตอนนี้เรียนปี 1 คณะบริหาร ม.เดอะวัน รู้จักกันไว้ซะ”
แล้วฝ่ายของกรกันต์ก็แนะนำเพื่อนให้รู้จักเช่นกัน
“ น้องเล็ก นี่นายจำน้องนลินไม่ได้จริงๆ?” พี่สาวกรกันต์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
กรกันต์ทำหน้าสงสัย แต่แล้ว นลินก็พูดว่า
“ พี่กรลืมเด็กผมเปีย ที่พี่ชอบดึงเล่นแล้วเหรอคะ?”
“ ฮ้า น้องผมเปีย โอ้ ทำไมโตขึ้นหน้าเปลี่ยนไปเยอะเลย”
“ ฮึ พี่กรไม่ใส่ใจลินต่างหาก”
“ ไม่หรอก กรเขาต้องเรียนหนัก เลยไม่มีเวลาไปคิดเื่อื่น” เกศเกล้าพี่สาวจรเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ไม่นานนักก็มี คนเอาอาหารมาเสิรฟ์จนเต็มโต๊ะ ทั้งหมดมองอาหารแล้ว ต่างตื่นเต้น เพราะอาหารที่จัดมานั้น เป็อาหารไทย ที่จัดใส่ภาชนะที่เคลือบทอง สุดหรูหรา ดูท่าแล้ว อาหารมื้อนี้คงราคาแพงไม่เบา
“ นี่คือ อาหารไทยแท้ ส่วนใหญ่จะเตรียมจัดให้กับ ลูกค้าต่างชาติ วันนี้ได้ข่าวว่า มาเลี้ยงฉลองให้นายที่ชกชนะใช่ไหม?”
“ ใช่พี่ ผมดูคลิปของเขาแล้ว สุดยอดจริงๆ”
ขจรได้แต่ยิ้มไม่ได้เอ่ยอะไร
“ ต่อไปหากชกชนะ ก็คงไม่เรียนหมอแล้วซิ?”
“ ไม่ค่ะ จรเขาแค่ไปชกชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้จริงจัง” กิ๊ฟพูดแทนขจร
“ พูดแทนกัน เป็แฟนกันเหรอ?”
“ ใช่แล้ว พวกเขาสองคนเป็แฟนกัน” กรกันต์เอ่ยแทน
“ โอ้ จริงดิ แล้วพ่อของน้องกิ๊ฟ เขาไม่ว่าเหรอ ที่เป็แฟนกับเด็กวัด? แบบนี้”
ทุกคนได้ฟังประโยคนี้ ก็เริ่มไม่ค่อยพอใจนัก
“ พี่ทำไมพูดอย่างนี้” กรกันต์ต่อว่าพี่สาว
“ ฉันพูดผิดตรงไหน?”
“ ไม่ผิดหรอกค่ะ คุณพ่อไม่ได้ห้ามอะไร และกิ๊ฟก็รักจร พอเรียนจบพวกเราก็จะแต่งงานกันทันที” กิ๊ฟพูดออกไปเป็ชุด ไม่สนว่าใครจะมองอย่างไร
“ ก็แค่ถามเฉยๆ เพราะเดี๋ยวนี้ ความรักอย่างเดียวมันกินไม่ได้ มันต้องมีความเหมาะสมกันด้วย ฉันแค่เตือนด้วยความหวังดี”
“ คิดแบบพี่ จนป่านนี้ถึงยังไม่ได้แต่งงานสักที”
“ ที่ฉันยังไม่แต่ง ก็เพราะว่ายังไม่มีเจอใครที่คู่ควรหรอกย่ะ”
ทุกคนได้แต่อมยิ้มไม่พูดอะไร ต่างเข้าใจดี ว่าสาวสวยใกล้สามสิบแล้ว ไม่มีคู่อาจมีฮอร์โมนพลุ่งพล่าน โผงผางแบบนี้
ทั้งหมดกินอาหารที่อร่อย แต่ กลืนลงคงแบบรู้สึกไม่ดีนัก ส่วนขจรไม่ได้ใส่ใจกับเื่นี้เท่าไร
เพราะเขารู้ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขากับกิ๊ฟ ก็ต้องได้อยู่คู่กันอย่างแน่นอน
พอกินอาหารเสร็จแล้ว ก็เรียกพนักงานมาเก็บเงิน โดยมีค่าอาหารรวมค่าห้องวีไอพี ก็ตก ประมาณสองหมื่น โดยที่พี่เกศจะจ่าย แต่ว่า กิ๊ฟบอกว่าจะช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง จนกรกันต์ต้องบอกว่า ให้พี่สาวเขาเป็คนจ่ายเถอะ ขจรก็จะควักเงินที่มีเพียง หมื่นเดียวออกมาช่วยจ่าย แต่ระหว่างตกลงกันอยู่นั้น ก็มีผู้จัดการร้าน เข้ามาหาที่ห้องแล้วเอ่ยว่า
“ สวัสดีครับ ผมเป็ผู้จัดการร้าน ขอเรียนให้คุณลูกค้าทุกท่านทราบว่า มื้อนี้ท่านเ้าของร้านได้ให้บริการอาหารและค่าห้องฟรี ทุกอย่าง และจะขอเชิญท่านสุภาพบุรุษท่านนี้ไปเป็เกียรติพบกับท่านเ้าของร้าน ได้ไหมครับ”
ทุกคนได้ยินผู้จัดการร้านพูดเสียงเป็ทางการเช่นนี้ ก็ใยิ่ง และได้ขอเชิญขจร
ไปพบ ทุกคนก็ยิ่งงงงันกันเข้าไปใหญ่
“ นี่ท่านชายภาสกร อยากพบกับใครกันแน่ คุณเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า”
เกศเกล้า รู้จัก เ้าของร้านว่าเป็ใคร และตื่นเต้นมากที่ตัวตนระดับนี้ ทำไมถึงมาขอพบ ขจรเด็กวัด ไม่ใช่ กรกันต์ ทายาทตระกูลหลี่
“ ไม่ผิดครับ เป็สุภาพบุรุษท่านนี้จริงๆ ครับ”
เกศเกล้าถึงกับหน้าเหวอไป มองขจรอย่างสงสัย ทำไมท่านชายภาสกร ถึงได้อยากพบเด็กวัดอย่างขจร
ขจรยิ้มให้กิ๊ฟ แล้วเดินตามผู้จัดการร้านไป โดยที่พาเดินผ่านเส้นทางภายในของงร้าน แล้วก็เข้าไปตึกโบราณอีกตึกหนึ่ง ที่เป็เหมือนวังโบราณมากกว่า
ขจรถูกพามาที่ด้านใน ห้องโถง ขนาดใหญ่ ด้านในมีเครื่องเรือนไม้สักประดับมุก รอบๆ ล้วนประดับประดาไปด้วยของตกแต่งจากต่างประเทศ ผสมผสานกับ ของเก่าโบราณ แม้แต่ดาบไทย ปืนคาบศิลา ชุดเสื้อเกราะหนังแบบโบราณ ล้วนมีประดับไว้อย่างสวยงาม มีชายวัยกลางคนนั่งรออยู่ ด้านหน้าเขามีกล้องวงจรปิด
ทำให้เห็นภาพ ทั้งหมดของคนที่เข้ามาในร้านอาหารของเขาได้ แล้วเขาก็โบกมือให้ผู้จัดการร้านออกไป แล้วก็เอ่ยว่า
“ เชิญนั่งก่อน”
ขจรก็นั่งลงโดยที่ยังสงสัยว่า เขาเป็ใคร แล้วทำไมเชิญเขามาที่นี่
“ ฉันชื่อ ภาสกร นาคบดินทร์ แล้วเธอล่ะ ชื่ออะไร”
“ ขจร ศักดิ์เสรีครับ”
“ อายุเท่าไรแล้ว”
“ ปีนี้ก็ 19 ครับ”
“ พ่อแม่ของเธอล่ะ”
“ ผมเป็กำพร้า มีคนเอาผมมาทิ้งไว้ที่วัด ได้หลวงตาเมตตาสงสารรับเลี้ยงไว้ครับ”
ภาสกร หรือ ท่านชายภาสกร นาคบดินทร์ ได้แต่พยักหน้ารับรู้
“ ต้องขอโทษเธอด้วย ที่ฉันถามเื่ส่วนตัวของเธอแบบนี้ อาจเป็เพราะฉันคิดถึงใครบางคนที่เขาจากฉันไป เกือบยี่สิบปีแล้ว เธอหน้าเหมือนเขามาก”
ขจรเข้าใจทันที โธ่ นึกว่าอะไร แค่เห็นหน้าเราก็เลยคิดถึงคนรักกระมัง หรือว่าเขาจะเป็เกย์? ขจรเริ่มระวังตัวทันที
“ คนนั้นเป็ใครหรือครับ”
“ น้องชายฉันเอง แต่น่าเสียดาย ที่เขาไม่มีลูก มิเช่นนั้น ฉันต้องคิดว่า เธอต้องเป็ลูกของเขา แน่ๆ”
“ คงไม่ใช่มั๊งครับ ลูกของคนร่ำรวยขนาดนี้ คงไม่ทิ้งลูกที่หน้าวัดแบบนั้นแน่”
“ ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่”
“ ผมเรียนหมอที่ มหาลัยกรุงเทพชัยปราการครับ”
“ อืม ก็ดีนี่ แต่ว่าค่าใช้จ่ายสูงแบบนั้น ใครเป็คนอุปถัมภ์เธอ?”
“ ไม่มีครับ ผมขอทุนเรียนครับ”
“ ฉันจะขอ ส่งเสียเธอเรียนเอง เธอว่ายังไง”
คราวนี้เป็ฝ่ายขจรใบ้าง ไม่คิดว่าแค่เป็คนหน้าเหมือนก็คิดจะออกทุนการศึกษาให้เลย คงจะมีอะไรแอบแฝงแน่ๆ
“ ขอบคุณครับ ผมว่าขอทุนเรียนอย่างนี้สบายใจกว่า”
“ อืม...ไม่เป็ไร นิสัยแบบนี้เหมือน น้องชายฉันจริงๆ นี่คือนามบัตรของฉัน หากว่าเธอเดือดร้อนอะไร ก็บอกฉันได้ ฉันพร้อมที่จะช่วยเหลือทุกอย่าง”
“ ขอบคุณครับ”
ขจรออกจากห้องไปโดยมีผู้จัดการร้าน คอยพาขจรกลับไปส่งที่ห้อง แล้ว ท่านชายภาสกร ก็หยิบรูปถ่ายในกระเป๋าตัง ที่มีรูปชายคนหนึ่ง ที่หน้าเหมือนกับขจรไม่มีผิดเพี้ยนออกมา
“ ช่างเหมือนจริงๆ หรือว่าแกจะกลับชาติมาเกิดอีกครั้ง”
ท่านชายภาสกรนั่งมองรูปภาพนิ่งและนาน
ในห้องอาหาร ทุกคนต่างก็รอขจรด้วยความตื่นเต้นอยากรู้
“ พี่สี่ ท่านชายภาสกร นี่เป็ใครกัน?”
“ เขาเป็าาที่ดิน โรงแรมริมน้ำ สี่แห่งนี้เป็ของท่านทั้งหมด ยังเป็ทายาทคนเดียว ของสกุล นาคบดินทร์ มีน้องสาวสามคน แต่ น้องชายของท่านเสียไปเมื่อยี่สิบปีก่อน
ตอนนี้ สี่ตระกูลใหญ่ที่ติดมีทรัพย์ติดอันดับ 1 ในห้า แต่ถ้าเทียบกันท่านชายแล้วเทียบกันไม่ติด เพราะท่านมีที่ดิน และทรัพย์สมบัติอยู่มากมาย ที่ไม่ได้เปิดเผยออกมา ทำไม่ท่านชายไม่เชิญฉันเข้าพบบ้างนะ”
ขจรเดินกลับเข้ามาพร้อมกับพยักหน้ากับทุกๆ คน
“ กลับกันเถอะ”
ทุกคนอยากจะถาม แต่ว่าเห็นผู้จัดการยืนอยู่ด้านข้าง ก็เลยไม่กล้าถามอะไร
“ พอดีท่านเ้าของร้าน สั่งให้คนขับรถไปส่ง คุณขจร กลับให้ถึงบ้านนะครับ”
“ ต้องไปส่งกันเลยเหรอ นายรู้จักกับท่านชายได้ยังไงเนี่ย?”
พี่เกศเกล้าเอ่ยอย่างอดรนทนไม่ได้
“ ไม่เคยรู้จักมาก่อน แค่ท่านเห็นหน้าผม ทำให้นึกถึงใครบางคน แค่นั้นเอง”
“ หา แค่นั้นเอง?” พี่เกศเกล้าอุทานออกมา
ขจรไม่สนใจ เอ่ยลาทุกคน แล้วจูงมือกิ๊ฟไปด้วยกัน ส่วนซีนั้น กรกันต์จะไปส่งเอง
ผู้จัดการร้าน พาขจรมานั่งรถโรสรอย สีดำคันใหญ่ แล้วก็มีคนขับรถพาออกไปโดยทุกคน ได้แต่อ้าปากค้าง
“ นี่แค่หน้าเมือนคนรู้จัก ยังบริการเช่นนี้ ถ้าเป็คนรู้จัก จะบริการขนาดไหน ผู้จัดการนี่คือนามบัตรของฉัน ช่วยมอบให้กับท่านชายด้วย”
เกศเกล้ายื่นนามบัตรให้กับ ผู้จัดการร้าน ที่รับไปอย่างมึนงง…..