ตวิษางัวเงียตื่นนอนขึ้นมาในตอนสายๆ รู้สึกหนักหัวหน่อยๆ เมื่อคืนเธอก็ไม่ได้ดื่มหนักจนเมาหัวราน้ำนี่นา ทำไมรู้สึกหัวกันล่ะ ตวิษาหลับตาลงอีกครั้ง เมื่อคิดว่าน่าจะหลับอีกสักงีบคงจะดี แต่พอคิดอะไรขึ้นมาได้ ก็เปิดเปลือกตาขึ้น พร้อมกับลุกขึ้นนั่ง มองไปยังคนที่นอนอยู่ข้าง ซึ่งตอนนี้ว่างเปล่า
“ใช่สินะ!! เรานอนอยู่ที่บ้านของธิปนี่นา แล้วนี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วล่ะเนี้ย!!?? แล้วธิปหายไปไหนนะ!!??”
ตวิษาลุกขึ้นจากเตียงนอน เดินตรงไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ ที่กระเป๋าเป้ของเธอวางอยู่บนนั้น พอถึงก็เปิดกระเป๋าล้วงมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู
“อุต๊ะ!! สายขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย”
ตวิษาอุทาน พร่ำบ่นออกมา เมื่อเห็นเวลาที่อยู่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ แสดงเวลาว่าตอนนี้เวลาเกือบจะสิบเอ็ดโมงเข้าไปแล้ว
ตวิษาได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ๆ หน้าห้อง ตกใจ เพราะตอนนี้เธอเปล่าเปลือยล่อนจ้อน จึงเหลือบมองไปเห็นผ้าเช็ดตัวแขวนอยู่ที่ราวแขวน จึงรีบเดินไปดึงผ้าเช็ดตัวมาพันรอบๆ ร่างบางไว้อย่างหมิ่นเหม่ ซึ่งก็พอดีกับที่ประตูห้องเปิดออก และภูธิปเดินอาดๆ เข้ามาภายในห้อง ด้วยใบหน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้ม
“ตื่นแล้วเหรอคนขี้เซา”
ภูธิปเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้คนตัวเล็กกว่า ยื่นมือใหญ่มาจับจมูกเล็กอย่างมันเขี้ยว จึงถูกตวิษาส่งค้อนให้ไปวงใหญ่วงหนึ่ง
“ขี้เซาที่ไหนกันล่ะ เมื่อคืนเราเมาต่างหากล่ะ และแถมธิปยังใช้งานเราตั้งหลายครั้ง เราก็เหนื่อยและนอนตื่นสายเป็นธรรมดาสิ”
ตวิษาโอดครวญ เมื่อไปถึงเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมา และก็หน้าแดงระเรื่อซับสีจนลามไปถึงใบหู ด้วยความรู้สึกอายเอามากๆ
“โอเค!!... เรายอมรับเองก็ได้ ว่าเป็นคนทำให้ไก๊ด์เป็นอย่างนี้ แล้วนี่หิวไหม?? เราทำกับข้าวเสร็จแล้ว จะลงไปกินกันเลยไหม??”
ภูธิปยื่นมือใหญ่มาสวมกอดเอวบางเอาไว้หลวม ก่อนจะกล่าวยอมรับผิดซะเอง และนึกขึ้นมาได้ว่าที่ขึ้นมาเนี้ย ก็จะมาปลุกคนตัวเล็กกว่าลงไปทานข้าว จึงพูดถามเข้าเรื่องในทันที
“หิวสิ หิวมากด้วยอ่ะ แต่ธิปมีเสื้อให้เราใส่ไหม??”
ตวิษาตอบรับไปถามความจริง ที่ในตอนนี้ท้องไส้เธอประท้วงจนมีเสียงดังออกมาแล้ว ว่าเธอกำลังหิวเอามากๆ แต่จะให้เธอลงไปโดยที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันรอบตัวอย่างหมิ่นเหม่อย่างนี้ เธอคงไม่กล้าลงอะนะ
“มีสิ ทำไมจะไม่มีล่ะ”
ภูธิปปล่อยมือใหญ่ออกจากเอวบาง เดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า ยื่นมือใหญ่ไปเปิดตู้เสื้อผ้าออก หยิบเสื้อยืดตัวโครงมายื่นส่งให้ตวิษา
“งั้นเราขออาบน้ำก่อนนะแล้ว ค่อยลงไปกิน”
ตวิษาคิดว่าเธอควรจะต้องอาบน้ำ เพื่อว่าทานเสร็จแล้วคงจะกลับอพาร์ตเม้นต์เลย เพราะกลัวว่าบิดาจะเป็นห่วง ยิ่งช่วงนี้บิดาของเธอยิ่งจับจ้อง เฝ้าสังเกตสังกาพฤติกรรมเธออยู่
“เดี๋ยวค่อยขึ้นมาอาบก็ได้ ไปกินข้าวกันก่อน เดี๋ยวมันจะเย็นซะก่อน แล้วจะไม่อร่อย”
ภูธิปพูดบอกพร้อมกับดึงเสื้อยืดตัวโครงจากมือเรียวเล็ก มาสวมใส่ให้คนตัวเล็กซะเอง ไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กได้คิดนาน และเพื่อไม่ให้เสียเวลาที่จะลงไปทานข้าว ที่เขาอุตส่าห์ลงมือทำด้วยตัวเองเลย ปกติหากเขาอยู่คนเดียว เขาก็จะฝากท้องกับร้านอาหารแถวนี้ทุกมื้อ
ตวิษาจึงจำต้องยอมทำตามทำพูดของภูธิป ก็จะไม่ให้ทำตามได้ยังไงกันล่ะ ก็เขาเล่นสวมใส่เสื้อให้เธออย่างนี้นี่นะ พอเสร็จจากการสวมใส่เสื้อ ภูธิปก็จับมือเรียวเล็กมากุมไว้ แล้วพาเดินออกจากห้องนอน ลงบันไดไปยังชั้นล่าง
๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑