เช้าวันต่อมาภายในห้องนอนที่ลึกลงไปในทะเลซึ่งตั้งอยู่ในชั้นสุดท้ายของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหญิงสาวที่นอนหลับสนิทค่อยๆขยับและรู้สึกตัว
เจสสิก้าลืมตาขั้นมาก่อนจะบิดร่างกายที่ปวดเมื่อยแต่แล้วเธอก็ชะงักที่เห็นสภาพร่างกายที่เปลือยเปล่าของตัวเองที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มรวมถึงคราบรักและคราบเืที่แห้งกรัง แล้วความทรงจำเมื่อคืนก็เข้ามาทักทายเธอในทันที
หญิงสาวยกมือขึ้นกุมใบหน้าก่อนจะร้องไห้ออกมาเงียบๆพลางนึกโทษตัวเองว่าไม่ควรมานอนที่แห่งนี้เลยไม่อย่างนั้นมันคงไม่เกิดเื่แบบนี้ขึ้น
เจสสิก้าหันหน้าไปมองทางบานกระจกที่กางกั้นโลกทั้งสองใบให้แยกออกจากกันแล้วก็เห็นเ้าตัวร้ายของเธอจ้องมองมานิ่งๆ แต่เธอก็เลือกที่จะหลบสายตาหนีเพราะยิ่งมองเห็นั์ตาสีดำคู่นั้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้นึกถึงเื่เมื่อคืนขึ้นมาอีกครั้ง
เจสสิก้าหันหลังให้ลูเคียสที่นอนนิ่งๆอยู่นอกกระจกอย่างไม่ใส่ใจแต่พอก้าวขาลงจากเตียงไม่ทันได้ยืนให้มั่นคงทั้งร่างก็ทรุดลงไปกองอยู่ที่พื้นซะแล้วความปวดร้าววิ่งเข้ามาทักทายหลังจากที่ร่างกายกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง และมันทำให้เธอขัดใจไม่น้อยเลย
มันระบมไปหมดทั้งตัวราวกับว่าไปออกศึกาที่ไหนมาสักที่ก่อนจะมาทิ้งร่างนอนบนเตียงโดยมีาแเต็มลำตัวซึ่งแตกต่างจากความเป็จริงก็ตรงแผลที่เธอมีไม่ใช่รอยฟาดฟันกันแต่มันเป็รอยกัดและรอยแดงก็เท่านั้น แถมช่องทางของเธอก็ยังเจ็บแสบเนื่องจากเยื่อบางๆของความบริสุทธิ์ได้ฉีกขาดออกจากกันั้แ่การร่วมรักครั้งแรกกับใครก็ไม่รู้เมื่อคืนนี้
เจสสิก้าพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นอีกครั้งแต่ก็ไม่ไหว
….
ลูเคียสที่จ้องมองหญิงสาวที่ลุกขึ้นยืนแล้วทรุดลงข้างเตียงเขาก็รู้สึกใพลางคิดไปว่าเมื่อคืนลงโทษหญิงสาวหนักเกินไปหรือเปล่าเพียงแต่ว่าเมื่อคืนเราก็มีความสุขกันทั้งคืนนี่
สองสายตาจับจ้องไปที่ร่างของหญิงสาวที่พยายามลุกขึ้นอีกครั้งแต่แล้วในตอนนั้นเองที่เจสสิก้าได้ทรุดตัวลงแล้วหมดสติไปนาทีนั้นเ้าสัตว์ตัวร้ายก็ไม่ได้คิดอะไรพุ่งร่างทั้งร่างขึ้นเหนือน้ำในทันทีพลางภาวนาขอให้ในตอนนี้ยังไม่มีใครมาทำงานเลย
หลังจากขึ้นมาได้ลูเคียสก็รีบใส่เสื้อผ้าแล้วไปยังเส้นทางที่คุ้นเคยในทันทีหลังจากตรวจดูจนแน่ใจว่าเวลานี้ยังไม่มีใครมาเขาก็รีบตรงไปยังห้องของหญิงสาวที่อยู่ล่างสุดในทันทีอย่างนึกเป็ห่วงกัน
ลูเคียสหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดโทรออกไปหาใครบางคน
(ว่าไงลูซ มีอะไรให้ฉันช่วยหรือไง)
“แน่นอนสิหมอดิว ดูเหมือนว่าใครบางคนจะไม่สบายเตรียมจัดยามาให้ผมที่พิพิธภัณฑ์เลยได้ไหม”
(ใครกันที่นายหมายถึง)
“คนของใจ อย่าพูดมากรีบมาเลยนะครับ”
หลังจากวางสาย ลูเคียสก็ก้าวเท้าเข้าลิฟต์ไปโดยที่ไม่ต้องอยู่รอเพราะถ้าหมอดิวมาเขาจะรู้ได้ทันทีเพราะสำหรับฉลามแล้วต่อให้คุณจะอยู่ใกล้หรือไกลก็พร้อมที่จะว่ายน้ำไปหาแล้วฉุดกระชากร่างคุณลงมาให้ตกตายกันไป
ลูเคียสเปิดประตูห้องเข้าไปก็เห็นเจสสิก้านอนไม่ได้สติอยู่ที่พื้นข้างเตียงพอเดินเข้าไปจับตัวเธอดู ถึงได้รู้ว่าไข้ขึ้นสูงขนาดไหนเขารีบดึงผ้าปูที่นอนที่มีคราบเืติดอยู่ออกแล้วไปหาผืนใหม่มาเปลี่ยนให้เพื่อกลบเกลื่อนความผิดฐานแอบกินเ้านายไป
หลังจากเปลี่ยนผ้าปูเสร็จแล้วเขาก็อุ้มหญิงสาวขึ้นมานอนบนเตียงต่อทันทีพลางมองสภาพร่างกายที่เปลือยเปล่า มีร่องรอยที่เขาฝากเอาไว้ก่อนจะเดินไปหาผ้ากับกะละมังใส่น้ำพลางเดินมาทรุดกายลงบนเตียง
เขาค่อยๆเช็ดผ้าไปตามร่างกายที่มีรอยดูดรอยกัดไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่กล้าเช็ดแรงผ้าที่เปียกชื้นลูบไล้ไปตามแขนเรียวยาวลำคอที่มีรอยกัดจนเืซึมจนแห้งไปแล้วอย่างเบามือมาจนถึงก้อนนุ่มนิ่มที่เขาซุกกอดอยู่ค่อนคืนจนลงมาถึงจุดสำคัญที่เริ่มบวมแดงขึ้นมา
ลูเคียสเริ่มลงมือทำความสะอาดที่จุดนั้นอย่างแ่เบาจนรับรู้ได้ถึงความแข็งขืนใต้ร่มผ้าของตัวเอง
“อือ” เขาชะงักมือทันทีเมื่อได้ยินเสียงครางในตอนที่สอดปลายนิ้วเข้าไปแล้วกวาดเอาน้ำรักที่คลั่งค้างอยู่ภายในออกมา
“อ่า” แต่เสียงก็ยังดังออกมาทั้งๆที่เขาพยายามทำเบาๆแล้ว
แต่ลูเคียสก็ต้องระงับอาการของตัวเองไว้แล้วไปหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้หญิงสาวแทน ตอนนั้นเองที่้าได้มีเสียงรถที่ขับเข้ามาจอดที่้าเขาเลยต้องปล่อยหญิงสาวไว้แล้วเดินขึ้นไป้าแทนอย่างรวดเร็ว
….
หมอดิวจอดรถลงที่หน้าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Edison Aquarium พร้อมกับที่มีรถอีกคันขับเข้ามาจอดที่ข้างๆกันพอหันไปมองจึงได้เห็นว่าเป็น้องสาวของตัวเองที่มาทำงาน
“พี่มาทำอะไรที่นี่” แนชลีย์ถามหลังจากที่เจอพี่ชายที่หน้าพิพิธภัณฑ์
“พี่เอาของมาให้ลูซนะ เขาบอกให้พี่มาที่นี่”
แต่ก่อนที่สองพี่น้องจะคุยกันมากกว่านี้ก็เห็นว่าลูเคียสเดินออกมาจากในพิพิธภัณฑ์ซะก่อน
“ลูซ ทำไมถึง..” แนชลีย์ที่กำลังจะถามก็ต้องเงียบเสียงไปเมื่อคนเด็กกว่าเธอตอบกลับมา
“วันนี้ให้เจสพักผ่อนนะ เดียวผมจะบอกอาคาร์ลอีกที ให้เขามาดูแลที่นี่พลาง”
แล้วลูเคียสก็เดินจากไปโดยทิ้งสองพี่น้องไว้เื้ัทั้งคู่ถอนหายใจออกมาอย่างทำอะไรไม่ได้ ก็อีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์แบบพวกเขาทั้งคู่ไงเขาเป็ถึงฉลามล้านปีที่สามารถกลายร่างได้เลยนะ
“เอาเถอะ สงสัยคุณเจสเธอจะไม่สบาย”
“แต่เมื่อวานตอนคุณเจสเธอเลิกงานไป ยังอาการดีๆอยู่เลยนะ จะป่วยโดยไร้สาเหตุได้ยังไง” แนชลีย์ยิ่งรู้สึกเป็ห่วงเ้านายสาวที่เห็นมาั้แ่เด็กๆทันทีพลางก้าวเท้าเข้าไป
“แนชลีย์ พี่ว่าตอนนี้ปล่อยให้ลูซ เขาจัดการไปเถอะ” พูดแค่นั้นก่อนจะกลับขึ้นรถแล้วขับออกไปปล่อยให้เธอยืนนิ่งอยู่กับที่
แนชลีย์ยืนครุ่นคิดก่อนจะหันหลังกลับแล้วะโออกไป
“ฉันไปหาซื้อข้าวต้มร้อนๆมาให้นะ!” แล้วเธอก็รีบก้าวขึ้นรถและขับออกไปเพราะเธอรู้ว่าต่อให้อยู่ลึกลงไปโดยมีกำแพงขวางกั้นเอาไว้ฉลามหนุ่มอย่างลูเคียสต้องได้ยินมันอย่างแน่นอนซึ่งมันก็จริง
….
คาร์ลที่ได้รับโทรศัพท์จากลูเคียสที่บอกว่าลูกสาวของเขาไม่สบายแล้วนั้นก็รีบพาร่างของตัวเองออกไปจากบ้านในทันทีอย่างร้อนใจจะว่าทำงานหนักจนล้มป่วยก็ไม่น่าจะใช่เพราะอย่างนั้นมันต้องมีสาเหตุมาจากอย่างอื่น
ใช้เวลาไม่นานคาร์ลก็มาถึงที่พิพิธภัณฑ์ ตอนนี้เริ่มมีพนักงานทยอยกันมาบ้างแล้ว
“ท่านประธานวันนี้ก็มาทำงานเหรอค่ะ แล้วคุณเจสล่ะค่ะ” พนักงานคนหนึ่งทักทายตามภาษา เขาก็พยักหน้ารับก่อนจะตอบกลับไปว่าเมื่อคืนเจสนอนที่นี่แต่ตอนนี้เธอไม่สบายเลยให้หยุดพักก่อน
ตอนนี้คาร์ลก็ได้เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของลูกสาวที่ภายในคงไม่ได้มีแค่เธอแน่นอน แล้วมันก็จริงเมื่อเขาเปิดประตูห้องเข้าไป
ลูเคียสนั่งที่พื้นข้างเตียงพลางจ้องมองไปทางประตูที่เปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะแล้วเขาก็ก้มหน้าลงอีกครั้งด้วยความรู้สึกผิด ถึงแม้ว่าเขาจะยิ่งใหญ่ในท้องทะเลแต่กับอาคาร์ลที่เป็คนช่วยชีวิตตัวเองเอาไว้และส่งเสียเขากับน้องชายเรียนหนังสือก็คือผู้มีพระคุณของเขาและครอบครัว
ลูเคียสนั่งนิ่งไม่ขยับไปไหนจนผู้ที่ขึ้นชื่อว่าอาเดินเข้ามาใกล้
“บอกอาได้ไหมว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น”
“ถ้าผมไม่พูด อาก็คงเดาได้ไม่ใช่เหรอครับ เพราะผมก็เคยบอกอาไป”
“ไอ้ตายสิลูเคียส! ทำแบบนี้ได้ยังไงแล้วเจสรู้ไหมว่าเป็นาย” คาร์ลพูดออกมาอย่างใแต่ในเมื่อเื่ก็เป็แบบนี้ไปแล้วอีกอย่างลูเคียสก็บอกตลอดว่าตัวเองเป็คนของลูกสาวเขาและจะจับเธอกินในแบบที่มนุษย์เขาทำกัน แต่คาร์ลก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเร็วแบบนี้
หลังจากได้คำตอบเขาก็ไล่ลูเคียสให้กลับบ้านไปแต่เ้าตัวดันมาปรากฏกายด้วยร่างอันใหญ่โตแทน ไม่นานนิโคลัสก็มาอยู่พร้อมหน้าคาร์ลส่ายหน้าไปมาอย่างปวดหัวก่อนจะเดินออกจากห้องไปแล้วให้แนชลีย์มาคอยอยู่ดูอาการของลูกสาวแทน
….
“อือ” เจสสิก้าค่อยๆลืมตาขึ้นมาแนชลีย์ที่ได้ยินเสียงนั้นรีบวางหนังสือที่อยู่ในมือลงก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เตียงที่เ้านายสาวนอนอยู่ด้วยความเป็ห่วงกัน
“คุณเจส เป็ยังไงบ้างคะ”
“นี่เจสเป็อะไรไปเหรอคะ” เจสสิก้าพูดออกไปด้วยเสียงแ่เบาลำคอที่แห้งผากช่างบาดลึกซะจนต้องไอออกมา
“นี่น้ำค่ะ รอก่อนนะคะ จะไปอุ่นข้าวต้มให้จะได้ทานยาต่อ” เธอพยักหน้ารับ ถึงแม้น้าแนชลีย์จะไม่บอกแต่เธอก็พอรู้แล้วว่าตอนนี้เธอกำลังป่วย
เจสสิก้าพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นก่อนจะพิงหัวเตียงเอาไว้สองสายตาก็หันไปมองบานกระจกที่กั้นโลกอีกใบเอาไว้เ้าตัวร้ายทั้งสองกำลังนอนลอยตัวอยู่ตรงนั้น จนเธอต้องหลุดยิ้มออกมา แล้วดวงตาสีดำดุจท้องทะเลของลูเคียสก็ลืมขึ้นมาสองสายตาที่มองสบกับ มันทำให้ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมา
‘ลูเคียส เรียกชื่อฉันสิเจส’
“อะ”
ปึ่กๆ
เสียงชนกระจกเรียกร้องความสนใจกันเ้าตัวร้ายกำลังจ้องมองมาที่เธอราวกับจะดึงดูดให้เข้าไปหากันติดเพียงตอนนี้เธอป่วยเลยทำได้เพียงเผยรอยยิ้มอ่อนแรงไปให้แล้วเรียกชื่อนั้นที่ผุดออกมาในความทรงจำ
“ลูเคียส…” ชื่อของชายคนนั้นทำไมถึงได้เหมือนนายกัน อีกทั้งั์ตาสีดำสนิทนั้นที่จับจ้องมองกันทั้งคืนััที่ร้อนผ่าวแต่อ่อนโยนนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในใจของเธอ
แอ๊ด
เสียงประตูที่เปิดออกมาพร้อมร่างของน้าแนชลีย์ที่ถือถ้วยข้าวต้มเดินเข้ามา
“ทานข้าวต้มก่อนนะคะ จะได้ทานยาแล้วนอนจะได้หายเร็วๆ” เธอยิ้มรับและเอ่ยขอบคุณไป
หลังจากที่จัดการทั้งข้าวต้มและยาเสร็จหญิงสาวก็ล้มตัวลงแล้วก็หลับไปในที่สุดด้วยความอ่อนเพลียและพิษไข้
โดยที่มีั์ตากลมโตของลูเคียสจ้องมองกันไม่ละจากไปไหนถึงแม้จะมีกระจกที่กางกั้นไว้ แต่หัวใจของเขาเป็ของหญิงสาวไปตั้งนานแล้ว