บทที่ 16 คำขอจากพี่เจ็ด
ฉู่ซิ่วซิ่วแจ้งความ บอกที่อยู่ของตัวเองอย่างชัดเจน ไม่กี่นาทีต่อมาก็มีตำรวจสายตรวจขับรถมาตามที่เธอร้องขอทันที
ตำรวจที่มามีจำนวน 6 ถึง 7 คน ทุกคนสวมเครื่อง ที่เอวมีกระบองไฟฟ้า และสองคนยังพกปืนมาด้วย เพราะลักษณะของการแจ้งความคือมีคนร้ายบุกรุกเข้าบ้าน
"คุณคือฉู่ซิ่วซิ่วใช่ไหม? คุณเป็คนแจ้งความใช่ไหมครับ" หัวหน้าตำรวจเห็นคนยืนอยู่ที่ประตูหมู่บ้านก็เดินตรงเข้ามาถาม
"ใช่ค่ะ" ฉู่ซิ่วซิ่วพยักหน้า เมื่อเห็นตำรวจร่างใหญ่เหล่านี้ หัวใจของเธอก็สงบลงได้ในที่สุด
จากนั้น ภายใต้การสอบถามของพวกเขา เธอก็บอกเลขที่ห้องที่เธออยู่ ทันใดนั้นตำรวจสี่คนก็เรียงแถวไปจับคนร้าย ส่วนฉู่ซิ่วซิ่วได้ถูกเชิญให้ไปพักในรถตำรวจ
"อาจารย์น้อย ตอนนี้ฉันปลอดภัยจริง ๆ แล้วใช่ไหมคะ?" ฉู่ซิ่วซิ่วยังมีสีหน้างุนงงอยู่บ้าง
เจอเื่ใหญ่แบบนี้เข้า โชคดีที่ก่อนหน้านี้เหยาเหยาหลอกให้เธอออกมา ไม่อย่างนั้นเธออาจจะขาอ่อนเดินออกจากประตูไม่ได้เสียด้วยซ้ำ
ตอนนี้เหยาเหยากินขนมถั่วเขียวอีกชิ้น ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า แล้วพูดว่า "แต่ว่า พี่สาว… พี่อยู่คนเดียวที่นี่ไม่ปลอดภัยนะ!"
จากในวิดีโอเมื่อครู่เห็นได้ว่า หมู่บ้านนี้เก่ามาก ทุกที่มีแต่เงาต้นไม้ขึ้นปกคลุม ในฮวงจุ้ยรูปแบบนี้ มักจะเป็ที่ซ่อนเร้นสิ่งชั่วร้าย หรือกระทั่งสัตว์อันตรายได้ง่าย
"คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ ถ้าไม่ระวังก็อาจนำภัยมาสู่ตัวเองได้"
"อืม งั้นวันนี้ฉันจะย้ายออก" ฉู่ซิ่วซิ่วพยักหน้าเห็นด้วย
ตอนนี้เธอไม่กล้าเห็นแก่ของถูกอีกต่อไปแล้ว เธอจะรีบโทรหาพี่ชาย ให้เขาช่วยหาที่พักดี ๆ ให้สักหน่อย
ถึงแม้จะมีเงินเก็บน้อยลง แต่ก็ยังดีกว่าตายไปเลย
เหยาเหยาเห็นเธอเข้าใจแล้ว ก็เผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้าเล็ก ๆ
ในเวลานี้เอง ตำรวจที่ออกไปก็กลับเข้ามา พวกเขาใช้กุญแจมือล็อกชายวัยกลางคนหัวล้านคนหนึ่งเอาไว้
ชายผู้นั้นมีดวงตาเ้าเล่ห์ คิ้วหนาเตอะ ใบหน้าอ้วนท้วมเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน ราวกับเพิ่งถูกขุดขึ้นมาจากหลุม
เขามองเห็นฉู่ซิ่วซิ่วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตำรวจในทันที จากนั้นก็ดิ้นรนขึ้นมาทันใด หนำซ้ำยังพูดจาหยาบคาย "ยัยสารเลว แกกล้าแจ้งตำรวจเหรอ อยากตายนักใช่ไหม แกสมควรตายจริง ๆ!!"
เมื่อครู่ตอนอยู่ใต้เตียง เขาได้ยินผู้หญิงคนนี้กำลังดูไลฟ์สด ได้ยินว่าเธอถูกหลอกให้ไปเก็บกิ่งไม้ไล่ผี ก็อดไม่ได้ที่จะด่าทอในใจว่าเธอโง่เง่า
เขาอาศัยอยู่ในละแวกนี้มาโดยตลอด วันหนึ่งบังเอิญเจอฉู่ซิ่วซิ่ว เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้สวยถูกใจเหลือเกิน จึงพยายามเข้าไปทักทายอยู่หลายครั้ง แต่เธอกลับไม่ค่อยสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย
เขาจึงรู้สึกอับอายและโกรธเกรี้ยว ต่อมาเขาทราบว่าอีกฝ่ายอาศัยอยู่คนเดียว ดังนั้นเขาจึงคอยแอบจับตามองเธออยู่เสมอ
วันหนึ่ง ฉู่ซิ่วซิ่วออกไปรับอาหารที่สั่งโดยไม่ได้ปิดประตู เขาที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมจึงฉวยโอกาสนี้ เมื่อเข้าไปในบ้าน แอบทำกุญแจสำรองอยู่ในบ้าน
หลังจากนั้นทุกวัน เขาจะรีบมุดเข้าไปใต้เตียงของเธอก่อนที่อีกฝ่ายจะเลิกงาน
เมื่อเธอหลับในตอนกลางคืน เขาจะคลานออกมาแล้วใช้อุปกรณ์อาบน้ำและของใช้ส่วนตัวบางอย่างของเธอ
เขาไม่กล้าแตะต้องฉู่ซิ่วซิ่ว ไม่ใช่เพราะกลัวจะปลุกเธอ แต่เพราะเขาไม่สามารถแข็งตัวได้
ความปรารถนาทางเพศที่สะสมมานาน ทำให้บุคลิกของเขาบิดเบี้ยวไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็คนโรคจิตที่ชอบแอบดูที่ทุกคน้าไล่ล่า
แรกเริ่มเขาคิดว่าผู้หญิงโง่คนนี้จะกลับมาเร็ว ๆ เขาจึงนอนนิ่งอยู่ใต้เตียง แต่เมื่อคิดดี ๆ แล้ว เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ด้วยประสบการณ์การเป็โจรมาหลายปี เขาจึงระมัดระวังและคิดว่าควรกลับไปหลบซ่อนก่อน
เขาคลานออกมาจากใต้เตียง มองผ่านหน้าต่างเห็นรถตำรวจที่ประตูหมู่บ้าน และตระหนักได้ทันทีว่าตัวเองอาจถูกจับได้ จึงรีบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
ผลก็คือ… เขาถูกตำรวจที่ดักรออยู่หน้าประตูจับได้คาหนังคาเขา
ฉู่ซิ่วซิ่วใจนต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าซีดเผือด
"อยู่เฉย ๆ นะ" ตำรวจข้าง ๆ เห็นเหตุการณ์ก็ตวาด
แล้วตำรวจก็สะบัดกระบองไฟฟ้าใส่ชายคนนั้นทีหนึ่ง ชายโรคจิตร้องออกมาด้วยความเ็ป ก่อนจะยอมสงบลง แต่ดวงตากลับจ้องมองฉู่ซิ่วซิ่วอย่างเคียดแค้น
ตอนนี้ ฉู่ซิ่วซิ่วก็ยังไม่ได้ปิดไลฟ์ ชาวเน็ตที่รอดูเื่สนุก ๆ อยู่ก็เห็นสายตานั้นอย่างชัดเจน
กินอะไรดี : พระเ้า! สมัยนี้ยังมีคนแอบอยู่ใต้เตียงอีกเหรอ!
ของหวานอร่อยที่สุด : น่ากลัวมาก สายตาแบบนั้นเหมือนอยากจะฆ่าคนเลย รู้สึกว่าถ้าไม่ถูกจับได้ซะก่อน ไม่อยากนึกสภาพของสาวน้อยคนนี้ ไม่กล้าคิดจริง ๆ!
ปากกาสีเทา : คุณชายมีอาจารย์ตัวน้อยอยู่ข้าง ๆ ด้วย นี่มันน่าสนใจกว่าข่าวบันเทิงอีกนะ เร็วเข้า ๆ ๆ สุ่มคนดูอีกสักคนสิ ฉันก็อยากดูดวงเหมือนกัน
เหยาเหยาเพิ่งโชว์ความสามารถไปหมาด ๆ ก็เรียกได้ว่าเป็การเปลี่ยนกระแสความคิดของผู้ชมในห้องไลฟ์เลยทีเดียว
หวีกล้วย : ในเมื่อเจออาจารย์ตัวจริงทั้งที จะพลาดโอกาสให้ท่านดูดวงได้ยังไง
นี่มันเื่อะไร : เื่ราวในวงการบันเทิงน่ะ ก็เอาไว้แค่นั้นแหละ จะรู้ช้าหรือเร็วก็ไม่ต่างกันหรอก
แน่นอน ก็มีชาวเน็ตบางคนสนใจเื่ของอาจารย์ตัวน้อยกับกู้อวี่ กู้อวี่เองก็รอที่จะแนะนำเหยาเหยาอยู่แล้ว
เขาพูดด้วยความภาคภูมิใจอันเปี่ยมล้นว่า “นี่น้องสาวผมเอง”
แม้ว่าสีหน้าของเขาจะเรียบเฉย แต่จริง ๆ แล้วข้างใน… ใจเต้นตึกตักแทบจะหลุดออกมาจากอกอยู่แล้ว นี่ถือเป็การคลี่คลายคดีใหญ่ และช่วยชีวิตเด็กสาวคนหนึ่งเอาไว้ได้
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน แต่ความคิดที่จะสุ่มชื่อคนก็มาจากเขา คิดไปคิดมา การที่เขาจะยกย่องตัวเองว่าเป็วีรบุรุษอันดับสองก็น่าจะไม่เกินไปนัก!
มองดูชาวเน็ตที่กำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ กู้อวี่ก็ปฏิเสธอย่างไม่ลังเล “วันนี้ไม่สุ่มแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
เผลอแป๊บเดียว เวลาไลฟ์สดของเขาวันนี้ก็ครบตามเป้าแล้ว ในเมื่อเป็ภารกิจที่ต้องทำทุกวัน ใครบ้างล่ะจะอยากทำงานล่วงเวลา!
กู้อวี่รีบปิดไลฟ์ลงทันที ไม่สนใจเสียงร้องขอจากผู้ชมในห้องไลฟ์แม้แต่น้อย
จากนั้น เขาก็หันไปหาเหยาเหยาที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ ก่อนจะเข้าไปสวมกอดเธอด้วยความตื้นตันใจ
"เหยาเหยา นี่เธอคือเทพธิดาคุ้มครองพี่ชายคนนี้ชัด ๆ"
"ต่อไปนี้ ใครในบ้านกล้ารังแกเธอ บอกพี่เจ็ดคนนี้ได้เลย พี่จะอยู่ข้างเธอเอง"
ตอนนี้เขาใจเย็นลงแล้ว พอนึกถึงท่าทางเอาแต่ใจตัวเองเมื่อกี้ ก็อดหวาดกลัวไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็เื่แฉเื่ฉาว หรือเื่ดูดวง แต่ละเื่ก็ร้ายแรงพอจะทำให้เขาซวยได้ทั้งนั้น
แต่ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไพ่กาก ๆ ในมือกลับกลายเป็ไพ่ทองคำเสียอย่างนั้น
"พี่เจ็ด คราวหน้าอย่าใจร้อนแบบนี้อีกนะ" เหยาเหยาตบบ่าปลอบใจ
คำพูดนั้นทำให้กู้อวี่รู้สึกผิดขึ้นมาได้ เขาโตจนป่านนี้แล้ว ยังต้องให้เด็กอย่างน้องสาวมาช่วยสอนอีก
แต่ก็อย่างว่า พลังวิเศษของน้องสาวเขามันน่าเหลือเชื่อขนาดนี้ จะให้มองเป็เื่ธรรมดาได้ยังไง ไม่มีทางซะหรอก!
ทันทีที่ชายหนุ่มนอนลงก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก!
“เหยาเหยา พี่เจ็ดมีเื่อยากขอร้องหน่อย”
เห็นแววตาสงสัยของเธอ กู้อวี่ก็รีบพูดต่อ “คืออย่างนี้นะ อีกไม่กี่วันนี้พี่ต้องไลฟ์สดอีกหลายครั้ง เป็งานที่บริษัทมอบหมายมา”
“วันนี้เธอเห็นไหมว่ามีคนพลาดโอกาสไปเยอะมาก พรุ่งนี้พวกเขาต้องกลับมาอีกแน่ ๆ พี่กลัวว่าจะรับมือไม่ไหว พอถึงตอนนั้น เธอช่วยไลฟ์เป็เพื่อนพี่เหมือนวันนี้ได้ไหม?”
“ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่เธอยอมตกลง พี่จะเอาขนมอร่อย ๆ ที่สะสมไว้มาให้เธอทั้งหมดเลย”
ด้วยความที่รู้ดีว่าน้องสาวเป็สายกิน กู้อวี่จึงรู้วิธีรับมือเป็อย่างดี
ผลปรากฏว่า พอได้ยินคำว่า ‘ขนม’ ตาโต ๆ ของเหยาเหยาก็เป็ประกายขึ้นมาในทันที
“ได้สิ!”
เหยาเหยาชอบขนมของพี่เจ็ดมาก การได้กินของอร่อย แลกกับการเสียเวลาเพียงเล็กน้อย นับว่าคุ้มค่ามาก
ทันใดนั้น กลางอากาศก็มีวัตถุบางอย่างคล้ายเส้นไหมสีทองอ่อน ปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันร่วงลงบนมือของเหยาเหยา
“นี่มันอะไรเนี่ย หอมจัง!” เด็กหญิงตัวน้อยผงะไปชั่วขณะ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปจนได้กลิ่นหอมลอยมาเตะจมูก ดวงตากลมโตเป็ประกายในทันที โดยไม่ต้องคิด เธอก็หยิบสิ่งนั้นเข้าปากกลืนลงไปทันที
ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วท้อง เหยาเหยา รู้สึกสบายท้องยิ่งกว่ากินข้าวอิ่มเสียอีก จนเผลอหลับตาพริ้ม
หรือว่านี่คือรสชาติของบุญกุศล?
หลังจากกลืนเส้นสีทองลงไปในท้อง สมองของเธอก็มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับมันปรากฏขึ้น
และเส้นสีทองที่เธอกินเข้าไปเมื่อครู่นี้ ก็มาจากพี่สาวที่เธอช่วยชีวิตไว้ในห้องไลฟ์
ทันใดนั้น เหยาเหยาก็รู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง เพราะเธอรับปากพี่เจ็ดว่าจะไลฟ์สดเป็เพื่อนเขา นั่นหมายความว่าเธอจะได้กินผลบุญบ่อย ๆ!
ดีจังเลย!
"เป็อะไรไป จู่ ๆ ก็ดูมีความสุข" กู้อวี่เหลียวมองมา เขามองไม่เห็นเส้นบุญนั้น จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นึกว่าน้องสาวค้นพบอะไรเข้า
"เหยาเหยา ดีใจที่ได้ช่วยพี่เจ็ด พี่เจ็ดก็เป็ดาวนำโชคของเหยาเหยาด้วยเหมือนกัน!"
พี่เจ็ดให้ของอร่อย ๆ กับเธอมามากมาย ตอนนี้ก็ยังพาเธอมาสร้างบุญด้วยกันอีก ไม่ใช่ดาวนำโชคแล้วจะเป็อะไรได้อีกล่ะ
กู้อวี่ได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำขึ้นโดยไม่รู้ตัว แล้วก็พูดติดอ่าง "พี่… ไม่... ไม่... ได้ดีขนาดที่… เหยาเหยา… พูดหรอกนะ"
"ก็ดีอย่างนั้นแหละ เหยาเหยาบอกว่าดีก็คือดี"
กู้อวี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมน้องสาวถึงยึดติดกับเื่นี้ขึ้นมา แต่ในใจเขากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
"เอาล่ะ ในเมื่อเหยาเหยาบอกว่าดีก็คือดี ถ้าอย่างนั้นพี่เจ็ดพาเหยาเหยาไปนั่งรถสปอร์ตเที่ยวเล่นดีไหม?"
เมื่อน้องสาวชอบเขามากขนาดนี้ ถ้าเขาไม่แสดงออกอะไรเลยก็คงจะเป็คนใจไม้ไส้ระกำเกินไปหน่อย
"ดีเลยค่ะ" เหยาเหยายิ้มจนตาหยีด้วยความดีใจ
พี่น้องสองคนตกลงกันได้ก็หยิบกุญแจแล้วออกไปเที่ยวเล่นในเมืองอย่างสบายใจ โดยไม่รู้เลยว่าเนื้อหาการไลฟ์สดเมื่อครู่กลายเป็กระแสดังสนั่นไปทั่ว Weibo เสียแล้ว
ยังเป็ข่าวที่ดังเป็พลุแตกมีทั้งภาพและความจริงมายืนยันอีกด้วย
กู้อวี่เหมือนเป็หน่วยสืบคดีสุดแกร่งแห่งวงการบันเทิง
แม้จะได้ชื่อว่าเป็การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว แต่แท้จริงแล้วมันคือการไขคดีปริศนา
ทันใดนั้นเอง หัวข้อสนทนาก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งบวกกับกระแสข่าวลือเื่ที่เขาจะออกจากวงการที่ยังคงร้อนแรงอยู่แล้ว เมื่อมีข่าวใหญ่เข้ามาซ้ำเติมอีก ความวุ่นวายคราวนี้จึงบานปลายจนยากจะควบคุม