หลังจากที่ปลอบใจท่านย่าให้ใจเย็นลงได้แล้วนางจึงได้บอกกล่าวทุกคนว่านางจะบอกทุกอย่างกับทุกคนเมื่อท่านพ่อกลับมาแล้ว ท่านย่าจึงให้ทุกคนเริ่มทานมื้อค่ำที่โต๊ะกินข้าววันนั้นจึงมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เกิดจากการบรรยายรสชาติอาหารของเจียวซิ่น เวลาในค่ำคืนนี้เจียวซิ่นก็ได้ใช้เวลาส่วนมากอยู่ในมิติแห่งปราณ์เพื่อศึกษาศาสตร์การปรุงโอสถกับหงเย่เช่นเดิม
เมื่อยามเช้ามาถึงเจียวซิ่นจึงตื่นมาทำอาหารเช้าในวันนี้เช่นเดิม
" พี่รอง วันนี้มีสิ่งใดกินบ้างขอรับเมื่อคืนข้าหลับฝันดีเพราะกับข้าวฝีมือท่านเลยนะ" เสียงที่มาก่อนตัวของอาลู่ทำให้เจียวซิ่นหัวเราะในความตระกะเบาๆของเด็กน้อยน่ารักของนาง แล้วหันไปตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน " วันนี้พี่ทำปลาปัดฉ่า ไก่ย่างซอสพริกไทยดำ ซุปไก่ปากเหล็กและสุดท้ายนี้คือมันปราณ์พี่นำมันมาเชื่อมเป็ของหวานให้เ้า ไปเถอะช่วยพี่ยกของขึ้นโต๊ะแล้วไปตามทุกคนมากินข้าเช้ากัน" เจียวซิ่นบอกอาลู่ด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
" ขอรับ " อาลู่ตอบเสียงใส แล้วรีบมาช่วยยกของไปตั้งบนโต๊ะกินข้าว
วันนี้ท่าพ่อของนางกลับจางการล่าสัตว์ปราณแล้ว แต่ใบหน้าของท่านพ่อซีดเซียวจนนางสังเกตได้เมื่อทุกคนมาพร้อมแล้ว จึงลงมือกินข้าวและเมื่อกินข้าวเสร็จนางจึงได้อธิบายถึงที่มาของสิ่งต่างๆที่นางนำมาทำอาหารในมื้อต่างๆ
" เนื้อที่ข้านำมาทำอาหารนั้น ข้าได้มาจากมิติปราณ์ซึ่งข้าได้รับมาในตอนที่ข้ากำลังก้าวเท้าเข้ายมโลก และเพราะข้าได้มิติปราณ์มาครองจึงทำให้ข้ากลับมาอยู่กับทุกคนได้ ในมิติปราณ์มีอสูร์คอยสั่งสอนข้าในศาสตร์ต่างๆในตอนนี้ข้าได้เรียนศาสตร์เกี่ยวการแพทย์และการปรุงโอสถในตอนนี้หงเย่ก็เริ่มสอนข้าเกี่ยวกับอาคมต่างๆข้าสามารถวาดอาคมลงในสวนหลังบ้าน เพื่อให้พืชปราณเจริญเติบโตได้ดังนั้นข้าจึงอยากจะขออนุญาตท่านพ่อในการสร้างสวนพืชปราณที่หลังบ้านได้ไหมเ้าคะ" เจียวซิ่นสบตากับท่านพ่อแล้วกระพริบตาปริบๆ เพื่อทำให้ท่านพ่อใจอ่อนตกลงทำตามที่นาง้า ซิ่นลู่มองหน้าบุตรสาวที่มีใบหน้าคล้ายคนรักของตนเก้าส่วนแล้วต้องใจอ่อนลง นางอยากทำสิ่งใดก็ให้ทำเถอะเพราะตนทำให้คนในครอบครัวลำบากนี้จึงเป็บาปที่ติดอยู่ในใจของลู่ซิ่นตลอดมา
" เ้าอยากทำสิ่งใดก็ทำเถอะ แค่ไม่อันตรายต่อเ้าและครอบครัวเราก็พอ" เมื่อเจียวซิ่นได้ฟังคำตอบของบิดา เจียวซิ่นก็ลุกขึ้นะโอย่างดีใจ
" เย้ ขอบคุณค่ะ ” ท่านพ่อท่านค่อยดูได้เลยสวนหลังบ้านของเราจะเป็สวนที่สวยและทำให้พลังปราณของคนในครอบครัวเราพัฒนาได้เร็วขึ้น ข้าจะทำให้ทุกคนมีความสุขให้ได้เ้าค่ะ" เจียวซิ่นกล่าวอย่างแน่วแน่ในใจ
เมื่อทุกคนแยกย้ายกลับห้องเจียวซิ่นเดินออกมาเดินเล่นที่สวนหน้าบ้านนางพบกับท่านพ่อของนางกำลังนั่งเงยหน้ามองดวงจันทร์อย่างเหมอลอย นางเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วนั่งลงบนแคร่ข้างท่านพ่อ แล้วเอ่ยเรียกท่านเบาๆ
"ท่านพ่อเ้าคะ ตอนนี้ข้าพอมีวิชาแพทย์อยู่บ้างเล็กน้อย ข้าขอตรวจท่านได้ไหมเ้าคะ " นางเอ่ยถามเสียงเบาไม่มั่นใจว่าท่านพ่อของนางจะไว้ใจนางพอให้ตรวจหรือไม่เพราะตอนนี้นางยังเป็แค่เด็กแปดขวบไหนเลยจะมีใครไว้ใจเด็กเช่นนางให้ทำการรักษา แต่บิดานางกลับยอมให้เด็กอายุแปดขวบอย่างนางทำการรักษา ทำให้นางอดใจถามท่านพ่อไม่ได้ " ท่านกล้าให้ข้ารักษาจริงหรือเ้าคะ ข้าเป็แค่เด็กแปดขวบนะเ้าคะ " เจียวซิ่นเงยหน้ามองพ่อของตน " เหตุใดข้าจะไม่ไว้ใจเ้ากัน ซิ่นเออร์เ้าเป็ลูกของข้านะ พ่อแน่ใจหากเ้าไม่มั่นใจว่ารักษาพ่อได้เ้าคงไม่มาของรักษาพ่อแต่หากเ้ารักษาพ่อไม่ได้ก็ไม่เป็ไรถือว่าพ่อเป็คนไข้คนแรกของเ้าไง พ่อชินกับอาการเจ็บป่วยนี้แล้วหมอที่ใดก็บอกพ่อว่าไม่มีทางรักษาพ่อได้มันเป็พิษที่ไม่มีผู้ใดรักษาได้ พ่อจึงได้แต่กินยาระงับพิษไว้เท่านั้น "ลู่ซิ่นตอบด้วยใบหน้าที่ปลงตก " ลงมือเถอะ"หลังจากเงียบมานานลู่ซิ่นจึงเอ่ยให้เจียวซิ่นลงมือรักษาตนเอง