หกล้ม
ลี่ถิงที่เดินเล่นซื้อของกับคนอื่นๆตอนนี้พวกนางได้สินค้าติดไม้ติดมือกันหลายอย่างแล้วโดยเฉพาะเบ๊เฉพาะกิจอย่างเยว่สือที่ต้องไปหาซื้อรถเข็นมาใส่ของตามคุณหนูๆที่สนุกกับการซื้อของกันทีเดียว
“ร้านนี้ๆขอรับ ดอกไม้สวยมากเลย”
“ซื้อเครื่องประดับไปฝากท่านแม่ดีไหมขอรับ”
“แวะร้านผ้าร้านนี้ก่อนเถอะ”
“ขนมร้านนี้น่ากินมากขอรับ”
“ร้านนั้นมีสัตว์ด้วยเราไปดูกันเถอะขอรับ” หมิงเลี่ยนที่เห็นสัตว์ตัวเล็กน่ารักก็วิ่งเข้าใส่ทันทีมือที่จับพี่สาวอยู่นั้นไม่ได้ปล่อยแต่กลับดึงนางไปด้วยนี่เด็กอะไรกันแรงเยอะจนพี่สาวต้องวิ่งตามเขาแรงดึงแล้ว
‘พลั๊ก’ลี่ถิงที่วิ่งตามแรงดึงน้องชายมา นางชนเข้ากับคนผู้หนึ่งเต็มๆทั้งมือที่จับน้องชายอยู่ก็หลุดไป เพราะตอนนี้ตัวนางเองจะเอาตัวไม่รอดแล้วล้มลงไปนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นอย่างนี้
“พี่ใหญ่”หมิงเลี่ยนรีบหันกลับมาดูพี่สาวทันที เมื่อรู้สึกถึงแรงดึงและมือที่ปล่อยไป
“เป็นอะไรหรือไม่”นิ้วมือขาวเรียวยาวยื่นมาตรงหน้านางพร้อมถามออกมาเสียงนุ่ม
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”ลี่ถิงตอบออกมา ก่อนจะเงยหน้าดูผู้ถาม เขาที่ถามนางด้วยท่าทางอ่อนโยน รอยยิ้มนิดๆที่ส่งมาให้อย่างห่วงใย
“เมื่อครู่ข้ามิทันมองต้องขอโทษด้วย” เขาเอ่ยกับนางอย่างสำนึกผิด
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะเมื่อครู่ข้าเองที่ผิด อ่ะ” ลี่ถิงรีบเอ่ยปฏิเสธเขาออกมาและรีบลุกขึ้น แต่รู้สึกเหมือนเข่าที่งออยู่เมื่อครู่พอยืดเหยียดในท่ายืนแล้วจะปวดๆเสียแล้ว
“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”เขารีบเข้าไปประคองนางทันทีที่แม่นางผู้นี้อยู่ๆ ก็เหมือนจะล้มไปอีกรอบ
“ไม่เจ้าค่ะ แค่นี้เพียงเล็กน้อย”นางรีบตอบเขาไปและถอยตัวออกมาจากแขนจากมือที่เขาประคองนางไว้อย่างเบาๆ
“ลี่ถิงเจ้าทำไม” เยว่ซินกับน้องๆ พึ่งจะตามมาถึงเอ่ยถามออกมานางจะถามหาหมิงเลี่ยนแต่กลับเจอคนตรงหน้าอีกคน จึงถามออกมาด้วยความสงสัยเพราะน่าจะมีอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง
“พี่ใหญ่เมื่อครู่ท่านเป็นอะไรหรือไม่ขอรับ” หมิงเลี่ยนที่เมื่อครู่กว่าจะหยุดเท้าวิ่งและหันกลับมาหาพี่สาวตัวเองได้เขาต้องฝ่าผู้คนอีกหลายคนกว่าจะมาถึงตัวพี่สาวได้
“ไม่ๆข้ามิได้เป็นอันใด ต้องขอโทษคุณชายอักครั้งที่ข้าวิ่งมาชนท่านเข้าและก็ขอบคุณที่คุณชายช่วยข้าไว้เจ้าค่ะ” ลี่ถิงตอบน้องออกมาและหันกลับไปพูดกับเขาเสร็จสรรพ
“ต้องเป็นข้าที่ต้องขอโทษเจ้าเดี๋ยวข้าจะตามหมอ”
“ไม่เป็นไรจริงๆเจ้าค่ะ นี่พี่สาวและน้องชายข้าก็มาแล้ว มิรบกวนคุณชาย”
“ลี่ถิงเจ้า” เยว่ซินที่พอจะจับใจความที่ทั้งสองพูดกันได้จึงเดินเข้ามาจับตัวลี่ถิงดูอาการ
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะกลับไปทายาที่บ้านก็หายแล้ว” นางเอ่ยออกไปอย่างยิ้มแย้มทำเหมือนเป็นเรื่องทั่วไปมิได้หนักอะไร แต่จริงๆ เท่านี้สำหรับนางก็ไม่ได้หนักจริงๆ นั่นแหละ แต่คนอื่นดูจะเป็นกังวลเกินไปแล้ว
“เช่นนั้นก็ได้ไว้ข้าจะไป” ขาเอ่ยกับนางออกมาอย่างเข้าใจ แต่ยังมิทันได้พูดจบดีนางก็พูดขึ้นมาก่อนซะได้
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนเจ้าค่ะขอบคุณคุณชายอีกครั้ง” นางเอ่ยกับเขาออกมาก่อนจะเดินละออกไป โดยมีเยว่ซินค่อยๆพยุงออกเดิน
“ไปเยี่ยมเจ้าได้ที่ไหน”เขาได้แต่เอ่ยกับตัวเองไป เพราะพวกนางเดินไปแล้วจะมีก็เพียงผู้ติดตามเขากับเด็กหนุ่มที่เข็นรถใส่ของผ่านเท่านั้นที่ได้ยินเสียงของเขา
จิ้นสิงที่จัดการเรื่องที่ดินเสร็จแล้วก็นั่งรถม้ามารอลูกๆที่ตลาดทันที เขานัดที่รอกับพวกเด็กๆ ไว้แล้ว รอที่ตรงนี้ไปก่อนอีกไม่นานพวกเขาคงออกมาแล้ว
“ท่านพ่อ”สองแฝดที่เห็นบิดามารอแล้วก็ร้องเรียกวิ่งเข้าไปหาทันที
“ว่าเช่นไรลูกสนุกกันไหมวันนี้” จิ้นสิงถามออกมา แต่ดูจากสีหน้าท่าทางแล้วคงไม่ต้องเดาว่าสนุกแค่ไหน
“สนุกขอรับแต่ข้าทำพี่ใหญ่เจ็บ” หมิงเลี่ยนเอ่ยกับบิดาออกมาเสียงแผ่วกับหน้าตาที่สลดไป
“ลี่ถิงเป็นอะไรรึ” เขาถามออกมาพร้อมมองไปยังอีกสามคนที่เดินตามมา
“ข้าทำพี่ใหญ่ล้มขอรับพี่ใหญ่เลยเจ็บเข่า” เขาบอกบิดาออกมาอีกอย่างสำนึกผิด เขาไม่น่าวิ่งเช่นนั้นเลย
“พี่บอกแล้วว่าไม่เป็นอะไรมากเจ้าอย่าทำหน้าเช่นนั้นสิ” ลี่ถิงบอกน้องชายออกมาอีกเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ตั้งแต่นางล้ม
“ไม่เจ็บแล้วทำไมพี่เยว่ซินต้องประคอง”เขายังถามออกมาอีก
“จะได้ไม่เจ็บอย่างไรเล่าจากเจ็บนิดหน่อยพอทำแบบนี้ก็จะได้ไม่เจ็บ”
“จริงหรือขอรับ”เขายังไม่ค่อยอยากจะเชื่อเสียเท่าไหร่ตอนที่เขาล้มเขาทั้งเจ็บทั้งร้องไห้ไม่รู้ว่าทำแบบนี้จะหยุดเจ็บไปได้ด้วย
“เอาเถอะลูกรีบกลับกันเลยนะจะได้ไปทำแผลที่บ้าน” จิ้นสิงที่ฟังลูกๆ คุยกันจึงเอ่ยออกมาก่อนที่เรื่องจะไม่จบ
“มาๆดูสิซื้ออะไรมาบ้าง โอ้ ใครอยากได้รถเข็นรึถึงได้ซื้อมาก เจ้ารึเยว่สือ ดีๆจะได้ใช้ประโยชน์ในสวน” เขาเอ่ยออกมาก่อนจะไล่ให้เด็กๆ ขึ้นรถม้ากันจะได้กลับ
“ใช่ขอรับรถเข็นเป็นความคิดพี่เยว่สือ แต่พวกข้าเลือกเองเลยนะ”สองแฝดรีบอวดออกมาทันทีเมื่อบิดาเอ่ยชมเยว่สือได้แต่คิดในใจเขาไม่ได้มีความคิดจะซื้อไปใช้ที่บ้านเสียหน่อยเพียงอยากได้มาใส่ของที่พากันซื้อจนเขาถือไม่ไหวต่างหาก
“ดีๆเรากลับไปรับพี่รองของพวกเจ้ากับเถอะ นางบอกว่าจะทำอาหารไปกินที่บ้านด้วย”