เสียง "คัต!" ดังขึ้นในห้อง ทำให้คิรินหลุดออกมาจากภวังค์ เมื่อเขาลืมตาขึ้นก็พบว่าตอนนี้เขากำลังก้มหน้าลงกับพื้นในท่าคร่อมอากาศอยู่
‘น่าอายจังวุ้ย’ คิรินกัดปากด้วยความเขินอายก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมามองหน้าคณะกรรมการด้วยใบหน้าไร้อารมณ์เพื่อปิดบังความอายให้ได้มากที่สุด ก่อนจะโค้งคำนับทีมงานแล้วหันหลังเดินออกจากห้องแคสติ้งไป
เมื่อเดินออกจากห้องแคสติ้ง เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องไปตามทางเดินเงียบๆ ความรู้สึกบางอย่างที่ยังคงค้างอยู่ในจิตใจทำให้เขาต้องหยุดมองมือของตัวเอง ราวกับว่ามีความรู้สึกของอีกมือที่ซ้อนทับอยู่ มันคือมือของฆาตกรโรคจิตที่เขาได้สวมบทบาทเมื่อครู่ สายตาของเขาจ้องมองมือที่สั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เพราะการเชื่อมโยงลึกซึ้งที่เกิดขึ้นกับบทบาทนั้น ราวกับว่าภายในเขายังคงมีเศษเสี้ยวของตัวละครตัวนั้นที่ยังไม่จางหายไป
แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเลย กลับกัน มันเหมือนเขาสามารถควบคุมได้อย่างเต็มที่ เหมือนเป็ส่วนหนึ่งของตัวเขาเองที่สามารถเรียกออกมาเมื่อไหร่ก็ได้
"เป็ความรู้สึกที่ประหลาดชะมัด" คิรินคิดในใจ มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว นี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงความพิเศษของตัวเอง การแสดงที่พึ่งผ่านไปทำให้คิรินเข้าใจว่าเขามีความสามารถมากกว่าที่คิด
คิรินหันหน้ากลับไปมองยังห้องแคสติ้งพร้อมกับนึกถึงบรรยากาศและความรู้สึกที่เขาพึ่งได้ััมาเมื่อครู่
“การแสดงนี่มันสนุกจริงๆ”
.
.
.
ทางด้านทีมงานแคสติ้ง ในตอนนี้ทุกคนไม่มีใครพูดอะไร พวกเขาทำเพียงแค่จ้องมองคิรินที่เดินจากไปเงียบๆ
ในตอนที่การแสดงของชายหนุ่มตรงหน้าเริ่มขึ้น ทีมงานทุกคนในห้องต่างเงียบงันเพราะััได้ถึงบรรยาศที่เปลี่ยนไปฉันพลัน แม้แต่ ‘พิภพ’ ผู้กำกับที่เคยประสบความสำเร็จในการสร้างภาพยนต์รายได้ 800 ล้านบาทก็ยังต้องตั้งใจดูจนเกือบลืมหายใจ คิรินสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งจนเรียกได้ว่าไร้ที่ติ เขาเองก็ไม่รู้ว่าชายคนนี้ต้องฝึกการแสดงหนักขนาดไหนถึงทำได้ขนาดนี้ แต่ที่พิภพมั่นใจที่สุดคือเขาไม่เคยพบเจอคนที่มีความสามารถระดับคิรินมาก่อนไม่ว่าจะจากนักแสดงคนไหน
“รีบตามไปขอคอนแทคคุณคิรินที่พึ่งออกไปให้หน่อย” พิภพที่พึ่งได้สติ รีบพูดกับทีมงานที่รอสแตนบายอยู่ในห้อง ทำให้ทีมงานคนนั้นรีบดึงสติแล้ววิ่งออกไปตามหาคิรินทันที
กรรการคนอื่นเริ่มพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นทันทีหลังจากคิรินก้าวออกจากห้อง บรรยากาศที่เคยเงียบงันเริ่มกลับมาคึกคัก
"นั่นมันบ้าไปแล้ว..." เสียงหนึ่งดังขึ้นจากชายหนุ่มสวมแว่นที่นั่งใกล้พิภพโดยมีป้ายด้านหน้าแสดงตำแหน่งว่า ‘นักเขียนบท’
"เขาแสดง…ไม่สิ กลายเป็ฆาตกรจริง ๆ" เขาพึมพำพร้อมกับกอดตัวเองเบาๆขณะนึกถึงการแสดงของคิรินเมื่อครู่ ก่อนจะจ้องมองพิภพด้วยสายตาเคร่งเครียดจริงจัง
“ผมจะต้องได้คุณคิรินคนนี้แสดง ‘บทนั้น’ ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ก็ตาม”
"ใช่ ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน" กรรมการอีกคนที่มีตำแหน่ง ‘โปรดิวเซอร์’ กล่าวเสริมพร้อมกับถอนหายใจอย่างแรงด้วยความทึ่ง
"มันไม่เหมือนการแสดงเลย เขาทำให้ทุกคนในห้องนี้เชื่อว่าเขาคือฆาตกรโรคจิตจริง ๆ"
พิภพที่ได้ยินทุกคำพูดของกรรมการคนอื่นไม่ได้กล่าวอะไร เขาทำเพียงมองไปที่จอที่ฉายการแสดงของคิรินซ้ำ ๆ ความคิดของเขากำลังหมุนวน เขายังจดจำท่าทาง สีหน้า และแววตาของคิรินได้ชัดเจนทุกประการ
"คนที่เก่งแบบนี้...หายไปอยู่ที่ไหนมา?" พิภพพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแฝงไปด้วยความจริงจังและเคร่งเครียด
"ตอนที่เดินเข้ามาเขาดูเฉื่อยชา เหมือนคนที่ไม่สนใจโลก แต่พอเริ่มแสดง...เขากลับเปลี่ยนเป็คนละคน ผลลัพท์การแคสวันนี้มันเกินกว่าที่คาดไว้มาก ไม่สิ เรียกว่าไม่ได้คาดเอาไว้ว่าจะเจอคนพิเศษขนาดนี้มากกว่า"
เขานั่งนิ่ง กลั่นกรองความคิดของตน ก่อนจะหันไปมองโปรดิวเซอร์และนักเขียนรวมถึงกรรมการคนอื่นๆด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"อย่างที่นักเขียนเรย์บอก เราต้องดึงตัวเขาให้มารับ 'บทนั้น' ให้ได้ ส่วนเื่ค่าตัวของคุณคิรินก็ฝากทางนายด้วยล่ะพิทักษ์" พิภพหันมาตบไหลโปรดิวเซอร์ที่พยักหน้ารัวๆเห็นด้วยกับคำพูดของพิภพ
“ได้ครับพี่ เื่นี้ผมจัดการเอง ยังไงก็ต้องหางบส่วนนี้มาให้ได้ ถ้ารวมการแสดงระดับเทพของคุณคิรินกับผลงานการเขียนบทของคุณเรย์ ผมมั่นใจว่าเราจะประสบความสำเร็จครั้งใหญ่แน่…ผมขอไปจัดการเื่ร่างสัญญาก่อนนะครับ” ว่าจบพิทักษ์ก็ลุกออกไปจากทางประตูหลังห้องที่ตั้งอยู่หลังกรรมการทันที
“ฉันขอไปปรับบทให้เหมาะกับความสามารถคุณคิรินมากขึ้นก่อนนะ พอเห็นการแสดงของเขาแล้วมันทำให้ได้รับแรงบันดาลใจสุดๆเลย ไว้เจอกันนะ” เรย์ใช้นิ้วชี้ดันแว่นขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้มกว้างอย่างดีใจ ก่อนจะเดินออกห้องตามพิทักษ์ไปทันที
ทางด้านทีมงานคนอื่นๆต่างก็เห็นด้วยกับความคิดเห็นของผู้นำโปรเจ็คทั้งสามคนนี้ จึงไม่มีใครคัดค้าน นอกจากนี้พวกเขารู้ดีว่าบทที่ว่านั้นคือบทบาทที่สำคัญมากของเื่ และตอนนี้คิรินคือคนเดียวที่สามารถทำให้มันสมบูรณ์แบบได้
หลังจากยืนยันกับทางทีมงานในห้องแล้ว พิภพก็ส่งสัญญาณให้สตาฟที่รออยู่ด้านนอกเชิญผู้สมัครคนอื่นมาแคสบทต่อได้
แน่นอนว่าถึงแม้พวกที่เหลือจะเข้ามาแคสต่อ พวกเขาก็จะไม่ได้รับ ‘บทนั้น’ เหมือนที่คิรินได้รับ แต่จะเก็บโปรไฟล์ของพวกเขาไว้ใช้ในโอกาสอื่นแทนตามความเหมาะสม