“คู่มือเพาะปลูกมะเขือเทศฉบับพื้นฐาน ราคา 2 เหรียญ”
เซวียนซือซือกดซื้อคู่มือพื้นฐานนี้โดยไม่ลังเล แม้จะเป็คู่มือระดับพื้นฐานแต่ก็ดีกว่าไม่มี อีกอย่างคู่มือฉบับสมบูรณ์อะไรนั่นก็แพงหูฉี่ เหรียญที่มีคงจะพอซื้อได้ก็แค่ฉบับพื้นฐานเท่านั้น
คู่มือที่เพิ่งซื้อไม่ได้แสดงในรูปลักษณ์ของหนังสือแต่เป็การส่งตรงถึงสมองให้ประมวลผลและเข้าใจได้ในทันทีราวกับการตื่นรู้ชั่วขณะหนึ่ง สีหน้าของเธอค่อนข้างแดงก่ำด้วยพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกดีใจเอาไว้ ถ้าตอนที่เรียนอยู่มีหนังสือที่ยิงตรงใส่หัวได้ก็ดีน่ะสิ
อืม มีปัญหาอีกแล้วแฮะ
ตอนนี้ในหัวของเธอเข้าใจวิธีเพาะปลูกมะเขือเทศแล้ว แต่กลับไม่มีเมล็ดพันธุ์ ไอ้หยา จะหัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก เมล็ดพันธุ์ที่ถูกแจกจ่ายตอนจัดสรรที่ดินมีเพียงเมล็ดผักกาดและข้าวโพด เธอลืมคิดไปเสียสนิท หัวใจของเซวียนซือซือเหมือนถูกระลอกคลื่นถาโถมเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน
อย่างไรก็ตามเื่นี้ต้องเดินหน้าต่อไป เธอสอนน้องชายให้เตรียมดินสำหรับการปลูกมะเขือเทศ โดยมีการขุดพรวนให้ลึกประมาณ 30-40 เิเ แปลงพวกนี้จะทิ้งไว้ 5-7 วันจึงจะเพาะปลูกได้ ทั้งสองคนใช้เวลาตลอดทั้งวันในการอยู่กลางแจ้ง จนกระทั่งดวงอาทิตย์เริ่มเปลี่ยนผ่านเป็พระจันทร์จึงกลับเข้าบ้าน
ร่างกายของเธอและเซวียนหยูไม่ค่อยแข็งแรง เมื่อต้องทำงานหนักในวันแรก ฝ่ามือก็เริ่มบวมแดงคาดว่าวันพรุ่งนี้จะต้องเกิดน้ำใสๆ ที่มืออย่างแน่นอน ไหนจะแผ่นหลังที่ต้องก้มๆ เงยๆ ทั้งวันอีก แค่เธอก็แล้วไปเถอะ แต่นี่เด็กอายุสิบขวบต้องมาเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกันแทนที่จะได้เรียนได้วิ่งเล่นเหมือนอย่างคนอื่น
สีหน้าเศร้าใจของผู้เป็พี่ทำให้เซวียนหยูมุ่นคิ้ว
“พี่เจ็บมากไหม”
โอ้ เด็กดี ตัวเองเจ็บแทบตายแต่ไม่ร้องสักแอะ นี่ยังมีแก่ใจถามถึงความเป็ไปของเธออีก บางทีการมีน้องชายสักคนก็ไม่แย่แฮะ บอกตามตรงว่าก่อนหน้านี้เธอรู้สึกเฉยชากับเด็กคนนี้มากเพราะไม่ได้คิดว่าตัวเองคือพี่สาวแท้ๆ ของเขา จนกระทั่งวันนี้
เซวียนซือซือดึงเด็กน้อยเข้ามากอดแน่นไม่ให้ขยับ ก่อนจะแอบหยิกแก้มเบาๆ พลางมองไปที่มือของน้องชาย ยิ่งมองก็ยิ่งปวดใจไม่น้อย
“พรุ่งนี้หยุดพักอยู่บ้านคนเดียวได้หรือเปล่า พี่จะไปหาซื้อเมล็ดพันธุ์ในเมือง”อ้อมแขนของเซวียนซือซือคลายออกช้าๆ
“ผมไปด้วยไม่ได้เหรอ”
“พี่ไปไม่นานหรอก วันหลังสัญญาว่าจะพาไป พรุ่งนี้หยุดพักรักษาตัวก่อนนะ หน้าที่ของเสี่ยวหยูคือดูแลตัวเอง หาอะไรกินตอนพี่ไม่อยู่ ทำได้หรือเปล่า”
แม้เซวียนหยูจะไม่เต็มใจที่ต้องอยู่คนเดียว แต่เมื่อนี่เป็หน้าที่เขาก็ต้องทำมันให้ดีที่สุด “อื้ม”
เห็นน้องชายพยักหน้าอย่างจำใจ เซวียนซือซือก็หัวเราะออกมาแล้วตบบ่าเขาเบาๆ “ถ้าอย่างนั้นมื้อนี้กินอะไรอร่อยๆ กันดีกว่า”
“บะหมี่!” เสียงที่เหนื่อยอ่อนเริงร่าขึ้นมาทันใด
“โอเคบะหมี่ก็บะหมี่”
เธอเลือกบะหมี่เนื้อตุ๋นสำหรับเซวียนหยูโดยเพิ่มกะหล่ำปลีฝอยและไส้กรอกชีสลงไปด้วยเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน ส่วนของตัวเองเลือกเป็บะหมี่ไก่หน่อไม้พริกดอง รสชาติที่เปรี้ยวของหน่อไม้ผสมผสานกับความเปรี้ยวเผ็ดของพริกดองช่วยให้ชีวิตกะปรี้กระเปร่าขึ้น
“หอมมาก” ดวงตาของเด็กตัวน้อยลุกวาวทันทีที่ชามบะหมี่ถูกวางตรงหน้า
ทั้งผักแห้ง เนื้อแห้งที่มีมากับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไหนจะคอกเทลชีสและกะหล่ำปลีฝอย โอ้ ผัก! นี่คือผักเชียวนะ ของราคาแพงแบบนี้เขาจะได้กินมันจริงๆ น่ะเหรอ ไม่รู้ว่าพี่สาวเอามาจากไหน
“ผม ผมไม่อยากกิน เอาแค่บะหมี่ก็พอ” เซวียนหยูกัดริมฝีปากข่มใจตัวเอง
“ไม่ได้ จะเลือกกินไม่ได้ ผักที่ใส่ลงไปต้องกินให้หมดจะเขี่ยทิ้งได้เด็ดขาด”หญิงสาวตอบไปตามความเคยชิน เพราะเด็กๆ มักไม่ชอบกินผัก ก่อนจะเห็นสายตาของน้องชายที่มองเธอราวกับตัวโง่งม
อะไร เธอพูดอะไรผิดตรงไหน?
“เอาผักไว้ขาย” บ้าหน่าใครจะไม่ชอบกิน ของแพงขนาดนี้
“อ้อ” เซวียนซือซือร้องอ้อออกมาหนึ่งคำ ก่อนจะตบหน้าผากตัวเอง “เข้าใจแล้วล่ะ ก็พรุ่งนี้พี่จะเอากะปล่ำปลีไปขายแลกกับเมล็ดพันธุ์นั่นแหละ”
“แล้วกะหล่ำปลีมาจากไหน?” เซวียนหยูเกาหัวแกร็กๆ
“ความลับของผู้ใหญ่”
ท่าทางอมพะนำของพี่สาวทำให้เซวียนหยูยู่หน้าใส่แล้วหันไปโซ้ยบะหมี่ในชามตัวเอง ไม่บอกก็ไม่บอก ชิ
อันที่จริงเธอรู้ตัวว่าไม่ควรตอบคำถามเด็กแบบนี้ แต่เธอไม่มีทางเลือก การเสกสรรปั้นแต่งเื่ราวถึงที่มาของสิ่งของหลายๆ อย่าง มันไม่ได้ดีไปกว่าการปิดบังเลยแม้แต่น้อย เป็การดีกว่าที่จะให้เขาคาดเดาเสริมสร้างจินตนาการของตัวเองให้กว้างไกล
รสชาติบะหมี่ที่ค้างอยู่ในปากทำให้เซวียนหยูเลียริมฝีปากและลูบท้องของตัวเองเบาๆ อย่างอิ่มเอม อาหารธรรมชาติรสชาติดีกว่าอาหารเหลวสังเคราะห์นั่นเป็ไหนๆ
แต่คนอย่างเซวียนซือซือที่รักการกินของหวานเป็ชีวิตจิตใจมีหรือจะหยุดแค่นั้น ร่างกาย้ากลูโคส!! หญิงสาวเทเงาะกระป๋องใส่ชามสองใบแล้วส่งให้น้องชาย
“มันคืออะไรเหรอ?” เด็กตัวเหม็นเขินเล็กน้อยที่ตัวเองไม่รู้จักสิ่งขาวๆ ในน้ำตรงหน้า
“ผลไม้ในน้ำเชื่อม เนื้อสีขาวเรียกว่าเงาะ”
โอ้ พี่สาวความรู้กว้างไกลสมแล้วที่เคยไปเรียนรู้งานจากพ่อแม่ เซวียนหยูไม่รอช้า เขารีบตักมันเข้าปากทันที
แม้จะมีเนื้อเงาะอยู่สามชิ้นแต่เขาก็มีความสุข นี่ต้องเป็ของหาอยากแหงๆ พี่สาวเลยให้แค่สามชิ้น
ถ้าเซวียนซือซือได้รู้ความคิดน้องชายคงได้แต่ส่ายหน้า ที่เธอให้น้อยนั่นเป็เพราะว่าท้องที่กลมป่องของเขานั่นแหละ กินมากไปจะท้องอืดเอาได้ เมื่อครู่นี้ก็ซัดบะหมี่ทั้งถ้วยจนหมดเกลี้ยง
และหลังจากอาหารมื้อนี้ ทั้งสองคนก็ต้องเดินย่อยกว่าครึ่งชั่วโมงถึงจะแยกย้ายกันไปอาบน้ำเข้านอน
เช้าวันต่อมา
อาหารเช้านี้คือกะหล่ำปลีผัดน้ำมันหอยและไส้กรอกชีส เสียดายที่ไม่มีข้าวสวยร้อนๆ และเพื่อป้องกันไม่ให้เซวียนหยูหิวตอนกลางวัน เพราะเธอไม่รู้ว่าจะกลับมาตอนไหนจึงได้เตรียมกล้วยและนมจืดเอาไว้เป็มื้อกลางวันให้เขาด้วย
เมื่อมาถึงเขต B ชั้นนอกเซวียนซือซือก็ได้กลิ่นความเจริญ ถนนหนทางเป็ระเบียบเรียบร้อย ้ามียานบินไปมา แม้จะมากแต่ก็พอมีให้เห็น ส่วนใหญ่จะเป็ยานส่งพัสดุด่วนพิเศษที่สามารถส่งพัสดุได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงถ้าเป็พื้นที่ห่างไกลอย่างเขต B ชั้นนอก และถ้าเป็ในเขตชั้นในอย่างเขต A อาจกล่าวได้ว่าภายในไม่กี่นาทีก็ได้รับของแล้ว
สำหรับเขต C อันเป็ที่อยู่อาศัยของทาสนั้นในเมื่อถูกตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะมีการสั่งสินค้าออนไลน์ จะมีเพียงพัสดุธรรมดาที่อาจเป็คนทางบ้านส่งมา ซึ่งขอทุกชิ้นจะถูกส่งไปที่ศูนย์กลางเพื่อตรวจสอบว่าไม่ใช่สิ่งของอันตรายก่อนจะกระจายไปตามบ้านของทาสที่อยู่อาศัยต่อไป
การเป็ทาสนั้นมีข้อจำกัดมากมาย และเป็เื่ปกติที่จะถูกกดขี่รวมถึงการกดราคาผลผลิตที่เก็บเกี่ยวมา ดีที่ครั้งนี้ก่อนออกจากบ้านเซวียนซือซือได้เจอกับป้าเฉินและได้รับรู้ว่าหล่อนกำลังจะเข้าเมืองไปพบลูกชายพอดีจึงมาพร้อมกัน
ครอบครัวของป้าเฉินประกอบไปด้วยคนสามคนนั่นก็คือ ตัวป้าเฉิน สามีและลูกชาย คนทั้งหมดได้ขายตัวเป็ทาสเพราะหนี้สิน แต่หนี้พวกนี้ไม่ได้เกิดจากตัวพวกเขาแต่พวกเขาคือแพะรับบาป เซวียนซือซือเองก็ไม่รู้เื่ราวลงลึกอะไรนัก
ลูกชายของป้าเฉินออกไปทำงานที่เขต B โดยเป็ลูกจ้างที่ร้านขายผักผลไม้ ส่วนลุงเฉินนั้นไปเป็กรรมกรก่อสร้าง ทิ้งให้ตัวป้าเฉินรับหน้าที่ทำฟาร์มตามลำพัง เพราะป้าเฉินเป็ผู้หญิง แม้ยุคนี้จะเจริญแล้วแต่การกดขี่ทางเพศยังมีอยู่โดยเฉพาะกับทาสผู้หญิงที่ไม่มีสิทธิ์ร้องเรียนอะไรเพราะตัวเองแหกกฎออกมานอกเขตเอง
แต่เมื่อถึงหน้าเก็บเกี่ยวหรือต้องเพาะปลูกทั้งสามีและลูกชายก็จะมาช่วยหล่อนทำงานในฟาร์ม ดังนั้นหน้าที่ของป้าเฉินก็คือดูแลพืชพรรณให้ดี ทุกๆ สัปดาห์เมื่อเป็วันหยุดทั้งสามคนจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่สัปดาห์นี้ทั้งสามีและลูกชายต้องทำงานในวันหยุด ป้าเฉินจึงเป็ฝ่ายมาหาคนทั้งคู่แทน