รัชทายาทหลบไป ข้าน่ะสนใจฮ่องเต้!

    ปลด?


            “ข้าทราบมาว่าพี่ใหญ่ได้รับโทษหนัก” ยกมือปิดปากแสร้งหัวเราะ “มิเห็นรู้ว่าท่านโดนสั่งกักบริเวณแถมยังโดนยึดองครักษ์เงา” ^^ แม้แย้มยิ้มแต่ดวงตาดูสะใจที่อีกฝ่ายถูกกักบริเวณ “ไปทำเรื่องใดไว้เพคะ บอกน้องสาวให้รู้ที”

            กู้หลานหนิงกำหมัดแน่นอย่างพยายามข่มใจ ‘ไม่ใช่ไม่รู้ว่าตนนั้นใจร้อน’ “กล่าวเรื่องของเจ้ามา”

    ต้วนชิงหลิวสะบัดหน้าขึ้น “มิมีเรื่องใด ข้าแค่ผ่านทางมาเยี่ยมเยียนและรอวันสมน้ำหน้าเมื่อท่านถูกปลดจากตำแหน่งลงไปเป็นสนมขั้นผิน หรืออาจจะถูกขับออกจากวัง” ยกมือสองข้างประคองใบหน้าตน ทำตาโตตกใจ “แย่แน่ๆ แล้วผู้ใดจะได้นั่งแทนท่านเล่า” ยกมือทาบอกตนเอง “ข้ายังไม่พร้อมเลยนะเพคะ”

            และกู้ฮองเฮาก็ยังคงเป็นสตรีใจร้อนเช่นเคย นางไม่ชอบให้ผู้ที่ด้อยกว่ามาพูดจาดูถูก หากต้วนชิงหลิวรีบมาแล้วรีบไปนางคงสงบใจลงได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากไม่รีบ...มือบางคว้ากาน้ำชาได้ จึงเหวี่ยงเข้าใส่ใบหน้าของเต๋อเฟยทันที เคร้ง!! เพล้ง!!

            “ว๊าย!!” ต้วนชิงหลิวยกมือประคบใบหน้าที่ถูกน้ำร้อนลวก แม้จะมีผ้าสีดำปิดกั้นแต่ความร้อนยังคงแผ่ซ่านกระทบผิวแก้มอันบวมช้ำจนปวดแสบไปหมด ความเกลียดชังฉายชัดออกมาทางแววตา “ถูกทำโทษแล้วยังกล้าทำร้ายข้าได้อีก อย่าคิดว่าเรื่องจะจบ” ร่างบอบบางใบหน้าแดงจัด นางลุกขึ้นแล้วโผเข้าหา ทั้งผลัก ทั้งจิกทรงผมของกู้ฮองเฮา ก่อนที่ทั้งสองคนจะตบตีกันชุลมุน นางกำนัลสองฝั่งเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งโผเข้าหากัน ราวกับนี่คือสงครามครั้งใหญ่ก็ไม่ปาน

            บนต้นไม้ใหญ่มีองครักษ์เงาขั้นหนึ่งของฮ่องเต้และองครักษ์เงาขั้นสองของรัชทายาทนั่งชมอยู่เช่นนั้น ไม่ต่างกับทหารยามโดยรอบที่มิสนใจสตรีทะเลาะกันเพราะมิใช่เรื่องที่ต้องจัดการ แล้วไม่นานเรื่องตบตีของทั้งสองนางก็กระจายไปทั่ววัง

                    ๑-------------------๑

    วันต่อมา ณ.ท้องพระโรง

            “กู้ฮองเฮาประพฤติตนมิเหมาะสม ขอฝ่าบาททรงไตร่ตรองเรื่องปลดนางด้วยพะยะค่ะ” เสนาบดีฝ่ายซ้ายคังเหลียนเสนอขึ้น และเหล่าขุนนางต่างส่งเสียงเถียงกันดังเซ็งแซ่

            ในขณะที่กู้เหวินตงหน้าดำคร่ำเครียด ‘ผ่านพ้นไปไม่ถึงวัน’ ที่บิดาเช่นตนเข้าไปสั่งสอนว่าให้ใจเย็นๆ แล้วเหตุใดกู้หลานหนิงจึงไม่ฟัง!! “ฝ่าบาทควรไตร่ตรองก่อนดังที่ท่านเสนาบดีคังว่า แต่นางทำเช่นนั้นเพราะสนมต้วนไปหาเรื่องนางก่อน”

            “เสนาบดีกู้เห็นรึ” ฮ่องเต้มู่เจี้ยนเทียนเอียงคอมองเสนาบดีกู้หรืออีกตำแหน่งหนึ่งก็คือท่านพ่อตา...แต่หน้าที่ก็คือหน้าที่ อันที่จริงแล้วพระองค์ทรงรู้เรื่องนี้มาก่อน ตั้งแต่เมื่อวาน จากการรายงานขององครักษ์เงา ทั้งสองฝ่ายหน้าตาบวมช้ำ เลือดตกยางออก หมดเค้าความงดงามซึ่งมันไม่       สำคัญเท่ากับเรื่องการทะเลาะกันอย่างไร้มารยาททั้งๆ ที่ตนนั้นได้ชื่อว่าเป็นฮองเฮาและสนมของฮ่องเต้! ‘บอกไปแล้วว่าให้สนทนากันดีๆ เหตุใดสนมต้วนจึงไม่ฟัง’ อย่างไรก็ตาม กฎก็ต้องเป็นกฎมิเช่นนั้นวังหลังจะมิวุ่นวายแย่รึ

            “เอ่อ” ผู้ถูกถามก้มหน้าลงกับพื้น เรื่องเก่ายังไม่ทันสะสางเรื่องใหม่กลับเข้ามาอีก เช่นนี้แล้วผู้เป็นบิดาควรจะทำอย่างไรดี เพราะถ้าหากเริ่ม ผู้ต้องสงสัยคงไม่พ้นตนเองที่จะถูกจับเป็นคนแรก ซ้ำเรื่องของสตรีสกุลหวังที่ท่านแม่ทัพม่อจิ้นจื่อส่งคนมาข่มขู่เมื่อวาน ‘ห้ามแตะต้องหวังปิงปิง’ มิเช่นนั้นอย่าว่าแต่เงาหัวของฮองเฮาเลย เงาหัวเขาก็จะไม่เหลืออยู่บนบ่า!!

            “เอาล่ะ วันนี้เราไม่อยากจะคุยเรื่องวังหลังอีก ผู้ใดอยากให้ปลดฮองเฮาหรือสนม ให้ไปลงนามพร้อมคำอธิบายไว้ที่ราชเลขาเช่อ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎ เราจะไม่ปกป้องผู้ใดที่กระทำผิดแม้ผู้ทำผิดนั้นจะเป็นสตรีของเราก็ตาม” นั่นคือสิ่งที่ฮ่องเต้ต้องทำ ความเด็ดขาดต้องมี!!

            ขุนนางทุกฝ่ายมองตามฮ่องเต้และขันทีคนสนิทเดินไปจนลับตา แล้วการลงนามจึงเริ่มขึ้น แถวยาวเหยียดตั้งแต่โต๊ะของราชเลขาเช่อถึงหน้าประตูบ่งบอกได้ว่าขุนนางที่ลงนามมีมากกว่าครึ่งของจำนวนคน กลุ่มของเสนาบดีกู้ลดน้อยถอยลงเมื่อพูดคุยกันนานกว่าสองเค่อถึงผลได้ผลเสีย...ท้ายที่สุดผู้เป็นบิดาของฮองเฮาก็เดินทางกลับจวนด้วยความพ่ายแพ้ ‘แค่อยู่ในที่ของตนและปฏิบัติงานตามหน้าที่มันคงไม่เป็นไร’

    ๑-------------------๑

    ตำหนักจงเซ่อ:รัชทายาท

            “เหตุใดเสด็จแม่จึงมิหยุดยั้งอารมณ์ของตนเองเอาไว้บ้าง” รัชทายาทมู่หรงหลานเปรยออกมาเสียงเศร้ากับองครักษ์เงาเมื่อทราบถึงเรื่องการลงนามถอดถอนกู้ฮองเฮาและสนมต้วนเมื่อหนึ่งชั่วยามที่ผ่านมา “แล้วมีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องการปลดข้าหรือไม่” นั่นคือสิ่งที่กังวลมากที่สุดเพราะตนนั้นเป็นบุตรของผู้ก่อเหตุ

            เวินไห่ส่ายหน้า “ไม่พะยะค่ะ ฝ่าบาทกล่าวว่าผู้ใดทำผิดก็ให้ผู้นั้นรับโทษเพียงผู้เดียวไม่เกี่ยวกับบุตรหลานหรือเครือญาติเพราะฝ่าบาทเองก็คือบิดาของรัชทายาทและหาได้มีส่วนเกี่ยวข้อง”

            “เสด็จพ่อกล่าวได้ถูกต้องและเด็ดขาดยิ่งนัก ข้าเองหากได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ก็อยากที่จะเก่งกาจเช่นพระองค์บ้าง” ผู้ทรงแยกแยะถูกผิด ไม่เข้าข้างฝ่ายใดแม้ลึกๆ ในใจจะสงสารมารดา แต่เขาในยามนี้ก็มิสามารถช่วยเหลือสิ่งใดได้มากนอกจากหากเสด็จแม่โดนปลด ตัวเขาผู้เป็นบุตรก็ต้องดูแลท่านเป็นอย่างดี...ก็เท่านั้น

            “ราชเลขาเช่อกำลังเดินทางมาแล้วพะยะค่ะ”

            รัชทายาทยิ้มอ่อน “อืม” เขาจะเรียนรู้งานและกระทำตนให้ดี ทดแทนในส่วนของเสด็จแม่ที่ได้ทำพลาดไป แม้จะลบล้างความผิดของท่านไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ยังดีที่วันนี้เสด็จพ่อมิได้กล่าวถึงเรื่องที่เสด็จแม่ส่งองครักษ์เงาไปสังหารหวังปิงปิงในท้องพระโรง มิเช่นนั้นเรื่องมันอาจจะไม่จบลงแค่เพียงขับออกจากวัง ‘ก็หวังว่าเสด็จแม่จะปล่อยวางและอยู่อย่างสงบในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่’

            แล้ววิชาการปกครองแคว้นมู่ก็เริ่มขึ้นในเวลาสองจิบชาต่อมา

                    ๑-------------------๑

            หลังจากวันนั้นสามวัน การเปลี่ยนแปลงในวังหลวงก็เริ่มขึ้น เมื่อกู้ฮองเฮาและเต๋อเฟยได้ถูกกรมอาญาของราชสำนักพิพากษาถึงความผิดตามกฎของวังหลวง (ห้ามลบหลู่ผู้เป็นสามีและห้ามมีเรื่องทะเลาะตบตี) โดยปลดทั้งสองสตรีให้เป็นคนธรรมดาแล้วกลับเข้าไปอยู่ในสกุลเดิม กู้หลานหนิงกลับไปพำนักอยู่ในจวนสกุลกู้กับบิดาที่เป็นถึงเสนาบดีฝ่ายขวา ส่วนต้วนชิงหลิวกลับไปพำนักอยู่ในจวนสกุลต้วนกับบิดาที่อดีตเคยเป็นผู้ว่าการประจำเมืองหลวง ทิ้งไว้เพียงบุตรของกู้หลานหนิงที่ยังคงอยู่ในตำแหน่งรัชทายาท มู่หรงหลานวัยสิบหกชันษากับบุตรสาวของต้วนชิงหลิวหรือก็คือองค์หญิงมู่อิงฮวาวัยสิบสองชันษาเอาไว้

            หวังปิงปิงเอ่ยถามบุรุษรูปงามสูงวัยกว่าที่นอนหนุนตักนุ่มของนางในสวนสวยสกุลหวัง “แล้วเช่นนี้สนมที่เหลืออีกสองคนก็คงต้องแต่งตั้งใครสักคนเป็นฮองเฮาใช่หรือไม่เจ้าคะ” โดยตำแหน่งสำคัญเช่นฮองเฮานี้นางไม่เคยคิดอยากจะเป็นและนางก็หวังว่าฝ่าบาทจะมิแต่งตั้งนางผู้มาทีหลังสนมอื่นเป็นแน่ ไหนจะเรื่องที่พระองค์นั้นเปรยให้นางฟังว่า ‘อยากจะสละบัลลังก์อีกเล่า’ อันที่จริงตำแหน่งของนางมิต้องมีก็ได้กระมัง กุ้ยเฟยอะไรนั่น

            “ไม่มีฮองเฮาก็ไม่เป็นไรเพราะมันไม่จำเป็นมากมายขนาดนั้น ยามนี้วังหลังมีสนมเหลือเพียงสองคน แค่พวกนางอยู่ในที่ของตนก็ไม่มีอะไรแล้ว เจ้าเล่าว่าที่กุ้ยเฟยของเรา รอให้เรื่องนี้ซาลงซักห้าหกวันเราจะให้สี่สุ่ยนำราชโองการมาให้เจ้า ช้าไปหรือไม่”


    คล้ายกับเรื่องรัชทายาทหลบไป ข้าน่ะสนใจฮ่องเต้! ที่คุณอ่าน