บทที่ 5 กล้าเล่าไหม
“นี่เงินของที่บ้านเหรอ” เล่อเวยยิ้มเยาะ มีบางคำที่เธอไม่เคยมีโอกาสได้พูดในชาติก่อน แต่ตอนนี้ในที่สุดก็ได้พูดมันออกมา “เฝิงเจียงให้เงินแค่พันหยวน ก็ยอมขายหลานสาวกินแล้ว ถามหน่อยเถอะ คนเป็ย่าเนี่ยเคยรู้สึกผิดบ้างไหม”
ไม่ใช่ว่านางเล่อไม่เคยรู้สึกผิด แต่เงินพันหยวนนั้นมันช่างมากมายเหลือเกิน เล่อเวยเป็แค่เด็กผู้หญิง มีแต่เสียกับเสีย จะให้สืบสกุลเล่อก็ทำไม่ได้ ในอนาคตยังไงก็ต้องแต่งออกไปใช้แซ่อื่นอยู่ดี!
ถ้านางเล่อจะรู้สึกผิด ก็คงจะมีแค่คำว่า ‘ขายหลานสาวกิน’ พอได้ยินคำคำนั้น หญิงชราก็พูดโพล่งออกไปในทันที “ขายอะไร นั่นมันสินสอดที่เถ้าแก่เฝิงให้มา! มีใครในหมู่บ้านนี้ไม่รับสินสอดเวลาลูกหลานแต่งออกไปบ้าง แกน่ะได้แค่พันหยวน ลูกสาวบ้านผู้เฒ่าเติ้งแต่งออก ได้มาตั้งห้าพัน!”
“เขยบ้านนั้นอายุเท่าไหร่ เฝิงเจียงอายุเท่าไหร่ ย่าพูดออกมาได้ ไม่อายบ้างเหรอ”
ลูกเขยบ้านสกุลเติ้งอายุมากกว่าเ้าสาวแค่สองปี แถมทั้งสองคนยังรักกันก่อนจะพูดคุยเื่สินสอด
จำนวนเงินไม่สำคัญเลยด้วยซ้ำ
นางเล่อเปลี่ยนเื่เก่งจริงๆ!
นางเล่อพลิกลิ้นก่อนจะพูดว่า “พวกแก่ๆ สิรักจริง ผู้หญิงแต่งออกไป ก็เพื่อให้ใครสักคนดูแล แกจะได้แต่งตัวสวยๆ กินของดีๆ เถ้าแก่เฝิงรวยจะตาย แต่งไปก็มีแต่รวยกับรวย เล่าให้ใครฟังก็มีแต่คนอิจฉา มีแต่แกนี่แหละที่ดูไม่ออกว่าอะไรดีอะไรเลว”
“งั้นย่ากล้าเล่าให้ใครฟังบ้างล่ะ”
“ฉัน...”
“ได้บอกบ้านลุงเฉียวหรือยัง”
สองพี่น้องสกุลเฉียวอยู่บ้านใกล้เรือนเคียง สนิทสนมนับพี่นับน้องกับเล่อฟางผิงเป็อย่างดี หลังพ่อตาย ลุงทั้งสองก็ช่วยดูแลครอบครัวของเธออยู่เสมอ บางครั้งเวลาหลังคารั่วหรือรั้วพัง พวกเขาก็จะมาช่วยซ่อมให้
เล่อเวยแทบไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ ย่าคงไม่กล้าบอกความจริงกับลุงทั้งสองคนแน่ๆ เพราะกลัวว่าถ้าบอกไปแล้ว การแต่งงานจะล้มไม่เป็ท่า!
ทั้งลุงใหญ่ ลุงรอง มีหรือจะยอมปล่อยให้เฝิงเจียงพาเล่อเวยไป
ไม่มีทาง!
เล่อเวยยังจำได้ว่า ชาติที่แล้วเธอไม่เต็มใจเลยสักนิด ตอนที่เฝิงเจียงมาถึง เขาพานักเลงสองคนมาด้วย ย่าให้เล่อตงพาแม่ออกไปก่อน และให้พวกนั้นตีเธอจนสลบแล้วพาตัวไป!
หมู่บ้านเฝิงเจียอยู่ห่างจากหมู่บ้านเฟิงเล่อที่เธออาศัยอยู่มากกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตร หลังเล่อเวยเข้าไปในบ้านสกุลเฝิง เธอก็ถูกขังอยู่ในนั้น ไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลยเป็เวลาสามปี!
ถ้าไม่ใช่เพราะวันนั้นเฝิงเจียงเมาหนักจนหลับไป ทำให้เธอหาโอกาสแอบหนีออกมาได้ และบังเอิญเจอกับชาวบ้านใจดีที่ให้ความช่วยเหลือพาเธอเข้าไปในเมือง ชาติที่แล้วเล่อเวยคงไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่จนถึงอายุสามสิบหก!
แค่เห็นประกายในแววตาของย่า เล่อเวยก็รู้ได้ในทันที!
เธอตะคอกนางเล่อด้วยน้ำเสียงเ็า และชี้ไปที่เล่อตง “โธ่ ย่า คนเราเวลาที่ทำชั่ว ไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้าหรอก กรรมมันตามทันในชาตินี้แหละ ดูเล่อตงหลานรักของย่าสิ ตกลงไปในบ่อจนเกือบตาย ตัวมันอ้วนคับปากบ่อขนาดนั้น เดินอยู่ดีๆ จะตกลงไปได้ยังไง ฉันจะบอกให้ก็ได้ เพราะพระเ้าท่านทนไม่ไหว ก็เลยส่งคำเตือนมาบอกไม่ให้ย่าขายหลานตัวเองไง!”
เดิมทีเล่อเวยแค่้าใช้เล่อตงยั่วโมโหย่า แสดงให้เห็นว่าเพราะย่ารักหลานชายของตัวเองเป็ที่สุด เวลาทำเื่ชั่วๆ บาปกรรมถึงได้ตกไปที่เล่อตง!
แต่เมื่อพูดจบ จู่ๆ เธอก็ปะติดปะต่อบางอย่างขึ้นมาได้
จากรูปร่างของเขา เล่อตงไม่น่าจะตกลงไปในบ่อน้ำเองได้ น่าจะมีใครผลักเขาลงไป เพราะพฤติกรรมของเล่อตงนั้นน่ารังเกียจเสียจนผียังไม่อยากจะทน ไม่มีใครในหมู่บ้านเฟิงเล่อที่ไม่รำคาญหมอนั่น ถึงแม้ในอดีตชาวบ้านส่วนใหญ่จะเคยพึ่งพาไมตรีจิตจากเล่อฟางผิง และปรารถนาดีต่อจี่เฟิ่งผู้ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีกับลูกสาว แต่ทุกคนล้วนรังเกียจเล่อตง เลยไม่น่าแปลกถ้าจะมีใครทนไม่ไหวจน้าทำร้ายเขา
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ว่าเธอถูกขายให้เฝิงเจียงนั้นมีมาั้แ่ชาติที่แล้ว แต่การตกบ่อน้ำของเล่อตงเพิ่งจะเกิดขึ้นหลังจากที่เธอกลับมาเกิดในชาตินี้
สิ่งนี้เป็สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน!
เป็ไปได้ไหมว่า ตอนที่พระเ้าให้โอกาสเธออีกครั้ง ได้ลงโทษเล่อตงกับย่าไปพร้อมกันด้วย
พระเ้าช่างแสนดีเหลือเกิน!
หญิงชราเชื่อเื่งมงายจนเข้ากระดูกดำ เมื่อได้ยินเล่อเวยพูดแบบนั้น ก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่พอเห็นถุงเงินในมือของเล่อเวย ก็กัดฟันก่อนจะพูดว่า “เอาเงินฉันคืนมา!”
นางเล่อพูดพร้อมกับขยับตัวเข้ามาเพื่อที่จะคว้ามัน!
แต่ก่อนที่เล่อเวยจะทันได้ตั้งตัว จู่ๆ เธอก็เห็นย่าตัวแข็งทื่อ ร่างทั้งร่างกระตุก ก่อนจะล้มลงไปต่อหน้าต่อตา
นางเล่อถูกตีจนหมดสติไปแล้ว!
บทที่ 6 บางอย่างในตัวเขาเปลี่ยนไป
ด้านหลังของย่าคือเล่อตงที่ฟื้นขึ้นมาเมื่อไรก็ไม่รู้
เมื่อเห็นดวงตาลึกล้ำคู่นั้น เล่อเวยก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เพราะมันดูไม่เหมือนแววตาของเด็กเกเรวัยสิบสองปีเลย!
เล่อตงมีแววตาเ็าขนาดนี้ได้ยังไง
หรือว่าเขาจะกลับมาเกิดใหม่เหมือนกัน
เล่อเวยที่เพิ่งเกิดใหม่ พอเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเล่อตง ก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาและเธออาจจะกลับมาเกิดใหม่ด้วยกันทั้งคู่
ไม่สิ!
เมื่อพิจารณาดูดีๆ แล้ว เล่อเวยรู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่เล่อตงคนเก่า
ไม่ว่าวิธีการที่คนคนหนึ่งจะกลับมาเกิดใหม่นั้นคืออะไร แต่เนื้อในย่อมยากที่จะเปลี่ยนแปลง
ชาติที่แล้ว เล่อเวยเป็คนแน่วแน่และกล้าหาญ เธอปกป้องแม่เมื่ออยู่บ้าน และสร้างอาณาจักรแฟชั่นเมื่อหนีไปทางใต้ หากพูดถึงการแก้แค้น เธอก็จัดการด้วยมือของตัวเองเช่นกัน
ตอนที่ย่าหลอกขายเธอให้กับสกุลเฝิง นับเป็่เวลาที่น่าอัปยศที่สุดในชีวิต ตอนนั้นเธอเพิ่งจะอายุสิบหก เลยสู้รบปรบมือกับเฝิงเจียงที่ตัวสูงใหญ่ดูน่าเกรงขามไม่ได้
แต่ก็ยังหาทางหนีเอาตัวรอดมาได้ไม่ใช่เหรอ
ส่วนเนื้อในของเล่อตงนั้นฟอนเฟะเน่าเสียจนถึงแก่น ดวงตาของเขาล่อกแล่กอยู่เสมอ เป็คนที่เต็มไปด้วยความโลภและเล่ห์เหลี่ยมเพทุบาย ในสมองไม่มีเื่อื่น นอกจากคิดคำนวณหาทางเอาเปรียบคนอื่น
แต่เล่อตงคนนี้มีดวงตาที่ลึกล้ำมาก และที่สำคัญ ไม่มีความรู้สึกน่าขยะแขยงเหมือนเวลากบะโขึ้นหลัง[1]เหลืออยู่เลย!
เล่อเวยเข้าใจได้ในทันที
มีิญญาเร่ร่อนสิงร่างของเล่อตงอยู่
ถ้าเธอกลับมาเกิดใหม่ได้ เล่อตงก็ย่อมถูกผีสิงร่างได้เหมือนกัน
เล่อตงเหลือบมองร่างของหญิงชราด้วยสายตาเ็า จากนั้นก็บอกกับเล่อเวยว่า “เดี๋ยวฉันพาเข้าไปในบ้านเอง”
เล่อเวยพยักหน้า
ไม่ว่าใครจะเข้ามาสิงก็ช่าง แต่สิ่งที่เล่อเวยกังวลมากที่สุดและอยากจะรีบจัดการให้จบก็คือการมาของเฝิงเจียง ตราบใดที่เล่อตงคนนี้ไม่ลุกขึ้นมาทำร้ายเธอ เธอก็พร้อมที่จะรอดูท่าที!
หลังจากนั้นไม่นาน เล่อตงก็ออกมาจากบ้าน เขาเห็นเล่อเวย มือหนึ่งกำท่อนฟืน อีกมือถือถุงเงิน ยืนจังก้าอยู่กลางลานบ้าน เลยอดไม่ได้ที่จะถามออกมา “มีอะไร ใครจะมา”
เล่อเวยประเมินสถานการณ์ในใจ เฝิงเจียงพานักเลงมาด้วยสองคน เธอต้องหาทางป้องกันตัวเอง ไม่ให้โดนทำร้ายและถูกพาตัวไปก่อนที่จะมีโอกาสร้องขอความช่วยเหลือ
ไม่ว่าคนที่สิงร่างเล่อตงจะเป็ใคร สำหรับเล่อเวย หากเขาช่วยเธอได้ เธอก็พร้อมที่จะเสี่ยง!
ตราบใดที่ไม่ใช่เล่อตงคนเดิม ล้วนถือเป็ข้อได้เปรียบสำหรับเธอทั้งนั้น!
เล่อเวยรีบเล่าเื่ของเฝิงเจียงเฉพาะส่วนที่สำคัญๆ ให้เขาฟัง
เธอเห็นเล่อตงขมวดคิ้วด้วยความโกรธ “นั่นเรียกว่าขายหลานสาวกินไม่ใช่เหรอ! นึกว่ายายเฒ่าเล่อแค่หัวโบราณ เห็นชายเป็ใหญ่ ไม่นึกเลยว่าจะกล้าทำเื่สกปรกแบบนี้!”
เล่อเวยชะงัก เธอเล่าถึง ‘ย่า’ โดยไม่บอกชื่อ แต่เล่อตงคนนี้กลับเรียก ‘ยายเฒ่าเล่อ’ ได้อย่างถูกต้อง คนคนนี้ได้ความทรงจำของเล่อตงไป หรือว่ารู้จักย่ากับสกุลเล่ออยู่แล้วกันแน่
จังหวะที่กำลังจะเอ่ยปากถาม เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา
เฝิงเจียงกับลูกน้องมาถึงแล้ว!
เล่อเวยกำท่อนฟืนในมือแน่น ก่อนจะเห็นเล่อตงก้าวไปข้างหน้า ใช้ตัวขวางเธอเอาไว้ “ปล่อยให้ฉันจัดการเอง”
เล่อเวยถึงกับชะงัก ชาติที่แล้ว เธอไม่เคยมีใครให้พึ่งพิงเลยจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต และไม่เคยคิดว่าในชาตินี้ จะมีใครบางคนในร่างของเล่อตงก้าวเข้ามาปกป้องเธอ
หัวใจของเธออ่อนยวบลงชั่วขณะ
แต่ยังคงปฏิเสธความช่วยเหลือจากเขา และดึงตัวเล่อตงกลับมา ยังไงซะ เล่อเวยก็เคยมีชีวิตอยู่จนอายุสามสิบหก และใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตอยู่ในกวางโจว เธอเตรียมตัวมาอย่างดี ไม่ใช่เด็กสิบหกที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกแล้ว
เพราะการที่เล่อตงคนนี้ก้าวออกมาปกป้องเธอ เล่อเวยจึงเชื่อใจเขาขึ้นมาอีกนิด และบอกว่า “ฉันมีแผนของฉัน นายแค่เล่นตามน้ำไปก็พอ”
ก่อนคำพูดนั้นจบลง ประตูเก่าๆ โทรมๆ ของบ้านสกุลเล่อก็ถูกเตะให้เปิดออก
เฝิงเจียงเดินเข้ามาด้วยท่าทางหยิ่งผยองพร้อมกับนักเลงรูปร่างกำยำสองคน
ทันทีที่เขาเห็นเล่อเวย ลูกน้องข้างหลังเฝิงเจียงคนหนึ่งก็แสยะยิ้มอย่างเบิกบาน ก่อนจะพูดว่า “พี่สะใภ้ พวกเรามารับแล้ว!”
[1] กบะโขึ้นหลัง เป็สำนวนจีน เปรียบเปรยความรู้สึกไม่พึงประสงค์ ขยะแขยง ถูกรบกวน คล้ายกับเวลาที่มีกบะโเข้าใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว