ขณะที่ผมกำลังเดินเพลิน ๆ อยู่นั้น เสียงเรียกแผ่วเบาก็ดังขึ้น ผมไม่แน่ใจว่า มาจากทางซ้าย ขวา หรือด้านหลัง จึงหันมองไปรอบทิศ แต่ก็ไม่เห็นต้นเสียง ผมบ่นกับตัวเองว่าคงจะหูฝาดไปแล้ว
ทว่า... เพียงไม่นานสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับเมษาและเพื่อน ๆ ของเธอ
เมื่อเห็นผม พวกเขาทั้งห้าคนก็โบกมือให้ ผมหลุดยิ้มออกมา ก่อนจะยกมือโบกกลับไปเล็กน้อย ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งอยู่ที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ยกระดับขึ้นไปจากหาดทราย และมีบันไดสำหรับเดินขึ้นลงได้สะดวก
ผมเดินขึ้นบันไดไปก็พบว่าที่นี่ไม่ใช่แค่คาเฟ่ แต่มีบาร์รวมอยู่ด้วย ร้านออกแบบได้น่าสนใจและสวยงามมาก พวกเขานั่งอยู่ติดระเบียง ผมมองเห็นพวกเขา ก่อนจะเดินไปหยุดที่โต๊ะแล้วเอ่ยถาม “เพิ่งมากันเหรอ ทำไมโต๊ะยังโล่งอยู่เลย”
เฟย หนุ่มตี๋ผิวสีแทน ไม่ปล่อยให้ผมรอคำตอบนาน เขาตอบทันทีว่า “พวกผมเพิ่งมากันครับพี่” เขาหยุดนิดหน่วย ก่อนจะดึงเก้าอี้ออกให้ผมนั่งลง “นี่ครับพี่ นั่งข้างผมก็ได้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสบายอารมณ์
ผมทรุดตัวลงนั่งพลางคิดในใจว่า น้องเฟยนี่นิสัยดี แถมยังพูดจาเก่งอีกด้วยต่างจากธามที่เป็นคนคุยของเมษา แน่ล่ะเขาอาจจะเกร็งเพราะเข้าใจว่าผมเป็นพี่แท้ๆของเมษา
เฟยไม่ได้เรียนสาขาการตลาดเหมือนเมษา ปัน เกล และธาม แต่เขาเรียนครูพละ เฟยเป็นแฟนของเกล เลยทำให้พวกเขาได้รู้จักและสนิทสนมกัน
ในระหว่างนั้น ผมก็แอบมองปันปันอยู่บ้าง เธอเองก็ดูไม่ค่อยกล้าหันมาสบตากับผมเลย ซึ่งน่าจะมาจากเหตุการณ์เมื่อหัวค่ำ ที่เธอเผลอเห็นผมเปลือยกายขณะกำลังจะลงแช่น้ำ
ทว่า ผมกลับไม่ได้กังวลอะไรนัก เพราะบางทีผมอาจจะใช้ สกิลไว้วางใจ กับเธอ เพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกครั้ง
เมษายื่นเมนูมาให้ผมพร้อมกับเอ่ยว่า “พี่จะสั่งอะไรดีคะ”
“....พี่กินมาแล้วน่ะ น้อง ๆ สั่งกันเลย เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ พอเมษาได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาทันที “จริงนะคะ! งั้นสั่งของแพง ๆ เลยดีกว่า!” เธอพูดอย่างหยอกล้อ
“เดี๋ยวเถอะ” ผมตอบสั้น ๆ ด้วยรอยยิ้ม เพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ก็พากันหัวเราะออกมาอย่างขำขัน
ในไม่ช้า พนักงานก็มารับรายการอาหารและเครื่องดื่มที่พวกเราสั่งไป ส่วนใหญ่เป็นค็อกเทลสีสวย ๆ กับของทานเล่น
ระหว่างที่รออาหาร เฟยก็เริ่มชวนผมคุย เรื่องต่าง ๆ อย่างตื่นเต้น ส่วนเมษาก็คุยกับเพื่อน ๆ ของเธออย่างออกรสออกชาติ
แต่ถึงแม้จะพูดคุยกับเฟยอยู่ ผมก็ยังสังเกตเห็นว่าปันปันยังคงหลีกเลี่ยงการสบตา ดูเหมือนเธอจะสนใจแก้วน้ำตรงหน้ามากกว่าสิ่งอื่นใด
ผมจึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้ หันไปทางปันปันเล็กน้อยแล้วยิ้มให้อย่างเป็นมิตร พยายามส่งสายตาที่แสดงความสบายใจไปให้
เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมเพียงแวบเดียว ก่อนจะรีบหลุบตาลงทันที แต่ในแวบนั้น ผมเห็นรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนมุมปากเธอ ซึ่งก็เพียงพอให้ผมรู้สึกว่าดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย
โต๊ะของเราจัดที่นั่งแบ่งเป็นสองฝั่ง คือฝั่งชายกับฝั่งหญิง โดยมีผังที่นั่งดังนี้ เกลนั่งตรงข้ามกับผม ถัดไปคือ เฟยกับเมษาที่นั่งอยู่ตรงกลาง และสุดท้ายคือ ธามกับปันปันที่นั่งอยู่ติดระเบียง
หลังจากที่พูดคุยกันไปได้สักพัก เครื่องดื่มก็มาส่งพร้อมกับของกินเล่นพอดี
ค็อกเทลสีสันสดใสถูกวางอยู่ตรงหน้าน้อง ๆ แต่สำหรับผมกับปันปันนั้นต่างออกไป ผมเลือกเป็นเบียร์สด ส่วนปันปันเลือกน้ำมะพร้าวปั่น ปันปันเป็นคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แม้จะเคยลองชิมแล้วแต่เธอก็ไม่ชอบรสชาติของมัน
ส่วนของกินเล่นที่สั่งมาก็มีหลากหลาย ทั้งขนมปังปิ้งหน้าต่าง ๆ เฟรนช์ฟราย และนักเก็ตไก่
เมื่อกินไปได้สักพัก เมษาก็เอ่ยชวนขึ้นมาว่า “พี่คะ พรุ่งนี้ไปเกาะล้านกันดีไหมคะ”
น้อง ๆ ทุกคนต่างหันมาทางผมเพื่อรอฟังคำตอบ ทันใดนั้น ธามก็รีบแทรกขึ้นมาว่า “ไปเช้าเย็นกลับครับพี่”
ผมยิ้มและหัวเราะออกมา ดูเหมือนว่าน้อง ๆ จะคุยกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว “จะมาขอพี่ทำไมเล่า! อยากไปก็ไปสิ”
จากนั้น เกลที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมก็พูดพลางหัวเราะ “จะไม่ถามพี่ก่อน มันก็ยังไงอยู่นะคะ”
“พี่ไปได้หมดแหละ” ผมตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยจนถึง สี่ทุ่ม ก่อนจะออกจากร้าน เฟยกับธามขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน ผมจึงรออยู่ที่โต๊ะกับน้อง ๆ พร้อมกับจัดการเช็กบิลค่าอาหารและเครื่องดื่ม มื้อนี้ผมหมดไปพันกว่าบาทก็ถือว่าไม่ได้มากอะไร
ขณะที่ผมนั่งเลื่อนจอโทรศัพท์ดูข่าวไปพลาง ๆ ระหว่างรอเฟยกับธาม ผมก็รู้สึกว่ามีเท้ามาสัมผัสที่ขาของผมเบา ๆ
ผมยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเมษา แต่ทว่าเมษาก็กำลังคุยเรื่องโทรศัพท์เครื่องใหม่ของเธอกับปันปันอย่างออกรส ดูท่าทางไม่ได้สนใจผมเลยสักนิด ผมจึงหันกลับไปที่เกล ซึ่งนั่งอยู่ตรงหน้าแทน
เกลจ้องมองผมด้วยแววตาเป็นประกาย เท้าของเธอสัมผัสไล่ขึ้นมาเกือบถึงหัวเข่าของผม พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า ผมยิ้มตอบเล็กน้อยเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เกลเป็นผู้หญิงตัวเล็กน่ารัก ผมสั้นประบ่าสีดำ ผิวขาวอมเหลือง และมีหน้าอกเล็กอยู่หน่อย เธอเป็นคนร่าเริงสดใส แถมยังพูดเก่ง บางครั้งผมก็เผลอเห็นรอยสักที่หัวไหล่ของเธอด้วย รวม ๆ แล้ว เกลเป็นผู้หญิงที่ใคร ๆ ก็ต้องเหลียวมอง ไม่ต่างจากเมษาและปันปันเลยแม้แต่น้อย พวกเธอทั้งสามคนเรียกได้ว่าเป็น นางฟ้า เลยก็ว่าได้
ถ้าหากเป็นแอนนาที่ผมพบเจอก่อนหน้านี้ เอาเท้ามาสัมผัสผมแบบที่เกลทำ ผมคงไม่ลังเลที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมา แต่ทว่าเกลมีแฟนที่ดีมากอย่างเฟยอยู่แล้ว อีกอย่าง ผมก็ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของเฟยด้วย
เฟยกับเกลคบกันมาสองปีแล้ว ผมไม่อยากให้เกลมามีอะไรกับผม จนทำให้ความสัมพันธ์สองปีของพวกเขาต้องพังทลายลงไป แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่รู้เลยว่าเกลเคยทำแบบนี้กับคนอื่นอีกหรือเปล่า
ไม่กี่วินาทีต่อมา เฟยกับธามเดินกลับมาได้ทันเวลาพอดี เกลหยุดการกระทำนั้นกับผมในทันที แล้วลุกไปหาเฟยที่ยืนอยู่ตรงหน้า ส่วนผมก็ทำตัวเป็นปกติ ราวกับว่าไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เกลทำกับผมเมื่อครู่เลย
สิบนาทีต่อมา ผมกับน้อง ๆ ก็เดินมาถึงโรงแรม ก่อนจะเข้าห้องไป
เมษา เกล และปันปัน คุยกันว่าพอถึงห้องแล้วจะรีบเปลี่ยนไปใส่ชุดทูพีซ เพื่อถ่ายรูปกันที่สระน้ำและอ่างจากุซซี่ ส่วนน้องผู้ชายก็คงต้องทำหน้าที่เป็นช่างภาพให้พวกผู้หญิงตามระเบียบ ส่วนผม... ก็ขอเป็นแค่ผู้ชมอยู่ห่าง ๆ แล้วกัน
ไม่นาน ผมซึ่งอยู่ในห้องฝั่งปีกซ้ายของโรงแรม ก็ได้ยินเสียงสาว ๆ พูดคุยกัน และบางครั้งก็ได้ยินเสียงน้ำในสระ ผมจึงเปิดผ้าม่านออกดู ก็เห็นพวกเขากำลังเล่นและถ่ายรูปกันอยู่ในชุดทูพีซที่ดูเซ็กซี่
ในฐานะที่เป็นพี่ชาย การที่ผมจะลงไปเล่นกับน้อง ๆ ก็คงจะดูไม่เหมาะสมนัก ถ้าเป็นรุ่นเดียวกัน หรือมีคนอายุมากกว่านี้อยู่ด้วย ผมก็คงลงไปเล่นน้ำด้วยแล้ว
ภาพที่ผมเห็นคือไม่มีปันปันอยู่ในสระน้ำ ผมเปิดประตูเลื่อนออก ก่อนจะชะโงกหน้าออกไปดูรอบ ๆ ก็เห็นปันปันกำลังนั่งหัวเราะเพื่อน ๆ อยู่ที่เตียงริมสระ พลางยกมือถือขึ้นมาถ่าย
เธอสวมชุดทูพีซก็จริง แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยเท่าไรนัก เพราะชิ้นบนเหมือนเธอจะใส่เสื้อถักทับไว้อีกชั้น ส่วนชิ้นล่างก็มีผ้าพลิ้ว ๆ มัดอยู่ข้างสะโพกด้วย
ส่วนเฟยกับธามก็ใส่เพียงแค่กางเกงว่ายน้ำชิ้นล่างเท่านั้น ตอนนี้กล้ามของเฟยได้ใช้งานแล้ว สมกับที่เป็นครูพละจริง ๆ บางครั้งผมก็เห็นธามถ่ายรูปคู่กับเมษาอย่างถึงเนื้อถึงตัว และก็เห็นคู่ของเกลกับเฟยถ่ายรูปคู่กัน
ส่วนคนที่ไม่มีคู่ก็คงเป็นปันปัน ซึ่งเอาแต่นั่งอยู่บนเตียงริมสระ ไม่ได้ลงไปเล่นน้ำกับเพื่อน ๆ
ปันปันดูเหงา ๆ มองเพื่อน ๆ เล่นน้ำกัน ทำให้ผมคิดว่าน่าจะลองชวนเธอคุยดู อีกอย่าง ผมก็ไม่อยากให้เรื่องเมื่อหัวค่ำมารบกวนจิตใจของเธออีกต่อไปด้วย