" อะไรกัน ััของมือที่อบอุ่นนี้ มือของใครกันนะ "
.........
....
..
นั่นเป็สิ่งสุดท้ายที่แวมไพร์สาวรับรู้ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบ ลงไป
.
.
.
ผม ก้มลงไปมองสองมือที่ประคองร่างของค้างคาวที่กำลังาเ็หนัก ในใจพลันคิดว่า
" ไปโดนอะไรมาเนี่ย ดูท่าจะเจ็บหนัก อย่าพึ่งเป็อะไรไปนะ กำลังจะถึงที่พักแล้วอดทนหน่อยนะเ้าค้างคาวน้อย "
...ใช่แล้วครับ ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหวต้องวิ่งกลับไปช่วยเ้าค้างคาวน้อย ถึงตอนนั้นผมจะกลัวจนขี้ขึ้นสมองก็เถอะ จะให้ทำไงได้ละครับ ก็ตอนที่ผมประสานสายตากับมัน ดัง ปิ้ง ปิ้ง อยู่นั่น ผมก็รู้สึกถึงสายตาที่มัน เว้าวอน (เออ..นายหินกลิ้งเราว่านายคิดไปเองนะ) พอเจอสายตาแบบนี้เข้าไปใครจะไปทิ้งมันได้ลงคอกัน .....ในที่สุดผมก็วิ่งจนมาถึงที่พักจนได้ ..ฟู่.... ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ตัวเองยังอยู่รอดปลอดภัยไม่โดน แม่นางตานีหักคอซะก่อน ส่วนที่เคยบอกว่าถ้าเจอจะขอเป็แฟน เออ.. ช่วยลืมๆ มันไปก็ได้นะครับ
" ถึงซะทีเหนื่อยสุดๆ เลย รอหน่อยนะเ้าค้างคาวน้อยจะรีบพาไปปฐมพยาบาลให้เร็วที่สุดเลย "
ผมตรงเข้าไปในบ้านคว้าเอากล่องปฐมพยาบาลด้วยใจที่กระวนกระวายจากนั้นก็ตรงไปที่โต๊ะทำงานซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 3 ก้าว ผมปัดทุกอย่างทิ้งลงบนพื้นโดยไม่สนใจเลยว่า จะมีสิ่งของเสียหายไหม
ตอนนี้ผมสนใจอยู่อย่างเดียวก็คือเ้าค้างคาวตัวน้อยที่อยู่ในมือ ผมวางมันลงบนโต๊ะอย่างแ่เบาราวกับว่ามันเป็ดั่งแก้วอัญมณีที่พร้อมจะแตกหักได้ทุกลมหายใจ
ผมมองดูและประเมินอาการของเ้าค้างคาวตัวนี้ นึกถึงสิ่งที่เคยเรียนรู้ จากประสบการณ์ที่เคยผ่านมาในอดีต อย่างแรกที่คิดออกคือการทำความสะอาดแผลเสียก่อน ผมเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำเกลือเล็กๆ ออกมาจากกล่องเครื่องมือปฐมพยาบาลจากนั้นฉีดน้ำเกลือลงไปที่ปีกข้างซ้ายของค้างคาวตัวนั้น เพื่อชำระล้างเศษดินที่ติดอยู่ตรงาแ เศษดินค่อยๆ ถูกชะล้างออกจนหมดสิ้น
" แผลสะอาดดีแล้วแต่ทำไมเืถึงไหลไม่ยอมหยุดกัน ขืนปล่อยไว้แบบนี้แย่แน่ "
ผมเอามือกดที่าแของค้างคาวตัวน้อยทันทีจากนั้นมองไปรอบๆ เพื่อหาสิ่งของมาซับเืที่ไหลไม่ยอมหยุด แต่ดูเหมือนในเวลานั้นไม่มีอะไรพอจะหยิบฉวยได้เลย ทางเลือกสุดท้ายที่ผมพอจะนึกออก
" แคว้กกก " ผมฉีกเสื้อของตัวเองออกอย่างไม่ลังเลหวังเพียงให้ค้างคาวตัวนี้รอดตายให้ได้
" ขอโทษทีนะ เ้าค้างคาวน้อย เสื้ออาจจะสกปรกไปหน่อยแต่ช่วยอดทนหน่อยนะ "
ผมนำเสื้อที่ถูกฉีกขาดออกมา เอามาช่วยซับาแแต่ถึงอย่างนั้นก็ช่วยอะไรได้ไม่มากเท่าที่ควร สุดท้ายผมต้องนั่งกดแผลของเ้าค้างคาวไว้ จนไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปเท่าใดแล้ว
ด้วยความเหนื่อยและเพลียมาทั้งวัน ทำให้หนังตาเริ่มหนักอึ้ง ผมจึงประคองเ้าค้างคาวตัวน้อยขึ้นมาวางไว้บนหน้าอก อย่างแ่เบาพร้อมทั้งเอนหลังลงไป สติเริ่มเลือนราง สุดท้ายผมก็เผลอหลับไป....
.
.
.
ในค่ำคืนเดียวกันนั้น
ตึก.. ตึก... ตึก.. ตึก... มันเป็เสียงการเต้นของหัวใจที่ดังแว่วๆ เข้ามาโสตประสาทหูของแวมไพร์สาวในขณะที่เธอกำลังหลับใหลจากอาการาเ็ แต่เสียงนั้น ค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น ชัดขึ้น ท่ามกลางสติอันเลือนราง จนในที่สุด สติของแวมไพร์สาวก็ฟื้นคืนกลับมา
" ทะ ที่นี่คือที่ไหนกัน มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ เรามาที่นี่ได้ยังไง แล้วไหนยังจะััที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่ออกมาจากมือคู่นี้อีก "
แวมไพร์สาว ตื่นขึ้นมาด้วยความสงสัย เพราะสิ่งสุดท้ายที่จำได้ก็มีเพียงแต่ ภาพแผ่นหลังของใครบางคนที่วิ่งหายไปพร้อมกับสายลม ( - - ) กับััที่อบอุ่นก่อนจะสลบไป
" อึก..จะ เจ็บ จัง "
เธอรู้สึกเจ็บแปล๊บ... ที่โค่นปีกข้างซ้าย เธอรีบชำเลืองมองไปที่ปีกของเธอทันที แต่สิ่งที่เห็นกับทำให้ต้องประหลาดใจเพราะมีมือของมนุษย์คนหนึ่งกำลังกดแผลของเธอเอาไว้
เธอค่อยๆ ไล่สายตาขึ้นไปตามท่อนแขนของมนุษย์คนนั้นแล้วสายตาคู่นั้นก็หยุดลงที่ใบหน้าของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เธอจ้องมองไปที่ใบหน้าของเด็กหนุ่มและไม่อาจถอนสายตาคู่นี้ของเธอออกจากใบหน้านั้นได้ ราวกับเธอต้องมนต์สะกด ไหนจะไออุ่นที่ออกมาจากมือคู่นี้อีกและยังเสียงการเต้นของหัวใจดวงนี้อีก ทันใดนั้นเอง!
......ตึก...........ตัก.... อยู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจตัวเอง เธอรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะตลอดระยะเวลานับั้แ่ที่เธอถือกำเนิดขึ้นมา เธอไม่เคยได้ยินเสียงมันเลยสักครั้ง ราวกับว่าหัวใจเธอถูกแช่แข็งอยู่ในส่วนลึกสุดของูเาน้ำแข็งอันสูงใหญ่
แต่ในตอนนี้เหมือนหัวใจทั้งสองดวงกำลังเรียกหาซึ่งกันและกันอยู่ ราวกับว่าหัวใจของชายหนุ่มกำลังชักชวนหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอ ให้เต้นสอดประสานเป็จังหวะเดียวกัน ในที่สุดแวมไพร์สาวก็หลุดจากภวังค์ตรงหน้า เธอรีบดึงสติกลับมาแล้วเริ่มลำดับเหตุการณ์ทบทวนในสิ่งที่เจอ
" เราาเ็หนักแล้วสลบไป นายคนนี้คงไปเจอเราเข้า เลยพามานี่สินะ "
" แล้วก็คงเผลอหลับไป จนลืมไปว่าเรายังนอนอยู่บนตัว!!! "
" บนตัว นอนกอด? เหหหหห ดะ เดี๋ยวก่อนสิ มะ ไม่ได้นะ ถึงเราจะอยู่ในร่างนี้ก็เถอะ "
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอรีบผละเอาตัวเองออกมาจาก อกของชายหนุ่มทันที เธอถอยห่างออกมายืนมองด้วยใบหน้าที่แดงก่ำในร่างค้างคาว ตอนนั้นเธอคิดอะไรไม่ออก นอกจากคำว่า นอนกอด นอนกอด นอนกอด มันดังสะท้อนไปมาในหัว จนในที่สุด
" ครอกกกก " (สลบไปพร้อมกับความเขินอาย)
.
.
.
05.00 น.
ติ๊ด......ติ๊ด.........มันเป็เสียงปลุกของนาฬิกาที่ถูกเซตให้ดัง่เวลานี้ในทุกๆ วัน
" อะ นี่เช้าแล้วเหรอ เราหลับไปตอนไหนเนี่ย คงเพลียจัดเมื่อคืน ฮ้าววว ยัง ง่วงอยู่เลยแฮะ ว่าแต่ เ้าค้างคาวเป็ไงมั้งนะ ไหนขอดูหน่อย "
หินกลิ้งเอามือคลำที่หน้าอกตัวเอง ก็สะดุ้งใ เพราะสิ่งที่เขาเจอมีแต่ความว่างเปล่า แล้วค้างคาวละ!
" เฮ้ย ไม่ใช่เผลอนอนทับไปแล้วเหรอ เวรกรรม "
" ใต้โต๊ะก็ไม่มี ตรงเก้าอี้ก็ไม่เห็น ระ หรือว่า เรา "
" นอนละเมอเผลอ แด็กกเข้าไปแล้ว ! จ๊ากกก " (เออ..พี่ ค้างคาวนะไม่ใช่ขนม - -)
ในขณะที่ หินกลิ้ง กำลังโวยวายอยู่นั้น สายตาก็ไปสะดุดกับร่างของค้างคาวที่นอนสลบห่างของไปไม่ไกลนัก ....ฟู่....หินกลิ้งถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วรีบก้าวเดินเข้าไปหาและเป็จังหวะเดียวกับที่ค้างคาวน้อยของเราลืมตาตื่นขึ้นมาและทันทีที่สายตาของคนกับค้างคาวสบตากัน ทั้งคู่ต่างหยุดชะงัก......
" งะ ไง เป็ไงมั้ง ไหนขอดูแผลหน่อยนะ "
หินกลิ้งพูดพร้อมกับขยับไปใกล้ทันที พลันยื่นมือเข้าไป ทันใดนั้นเ้าค้างคาวน้อยตาเบิกโพลง แล้วหงายหลัง ล้มตึงพร้อมกับเสียงที่ดังสะท้อนในหัวกลับไปกลับมา ว่า "นอนกอด นอนกอด นอนกอด" เป็เหตุให้สาวเ้า เธอสลบเหมือดไปอีกรอบ
" ฮะ.. เฮ้ย "
.
.
.
07.00 น.
" เอาละ ใส่ยาให้เรียบร้อย แล้วก็พักอยู่ในนี้ไปก่อนนะ เราต้องไปทำงานแล้วละ"
นั่นเป็เสียงของ หินกลิ้ง ที่พูดกับเธอก่อนที่จะออกไปทำงานจากนั้นเธอก็มองส่ง หินกลิ้ง ผ่านประตูบ้านด้วยแววตาที่สดใส ปึง! ทันทีที่ประตูปิดลงแววตาของเธอเปลี่ยนมาเป็ดั่งแววตาของสัตว์ร้ายในทันที เธอจ้องไปที่มุมมืดของบ้าน พร้อมกับปล่อยจิตสังหารที่เย็นะเืออกไป และได้เปล่งน้ำเสียงที่ทรงพลังแข็งกร้าวออกมา
" มันผู้ใดกัน ที่หลบอยู่ในเงามืด ถ้าไม่อยากตาย จงออกมา เดี๋ยวนี้! "
" เฮือก! " ผู้ที่หลบอยู่ในเงามืดถึงกับหน้าซีดเผือด รีบออกมาทันที
" หม่อมฉันเองเพคะ องค์หญิง "
" เ้าเองเหรอ ลิซ่า เ้ามีธุระอันใด "
"ลิซ่า" เธอเป็สาวใช้คนสนิทที่คอยรับใช้ราชวงศ์แวมไพร์ เธอเกิดก่อน องค์หญิงแวมไพร์ของเราเพียงแค่ไม่กี่ร้อยปี ด้วยความใกล้เคียงของอายุเธอจึงค่อนข้างสนิทกับองค์หญิงแวมไพร์
" องค์าา ทรงเป็ห่วงที่อยู่ๆ องค์หญิงทรงหายตัวไป เลยให้ หม่อมฉันออกมาตามหาเพคะ"
" อ๋อ ท่านพ่อใช้เ้ามาตามเราเองเหรอ ถ้างั้นเ้าจงกลับไปบอกท่านพ่อว่า เราสบายดี อีกสักพักเดี๋ยวเราจะกลับไปเอง"
" ตะ แต่ ว่า องค์หญิงทรงาเ็อยู่นี่เพคะ ทำไมองค์หญิงถึงไม่กลับไปรักษาตัวละเพคะ "
" เ้าจงทำตามที่เราสั่งแล้วอย่าให้ท่านพ่อรู้เื่นี้เด็ดขาด "
" แต่ว่า...องค์หญิงเพคะ! กลับไปกับหม่อมฉันเถอะ อ๊ะ รึว่า เป็เพราะมนุษย์ผู้นั้น มันใช้เวทมนตร์สะกดองค์หญิงเอาไว้ให้เชื่อฟัง ถ้าเช่นนั้น หม่อมฉันจะไปกระชากหัวใจมันออกมาเอง "
ทันใดนั้นสายตาขององค์หญิงก็แดงวาบขึ้นมาด้วยความโกรธพร้อมกับจิตสังหารที่รุนแรงปานฟ้าจะถล่มลงมา
" หากเ้า กล้าแตะต้อง เขาผู้นั้นแม้เพียงเส้นผม ข้าจะกระชากเ้าจนหลุดเป็ชิ้นๆ "
"เฮือกกก" ลิซ่าได้แต่ก้มหน้าแล้วกลืนน้ำลายลงคอ เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เธอเห็นองค์หญิงของเธอแสดงความโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้ออกมาเป็ครั้งแรกในชีวิต พลันก็คิดหาเหตุผลว่าเพราะเหตุใดองค์หญิงของเธอถึงต้องปกป้องมันผู้นั้น ทันใดนั้นเธอก็ฉุกคิดได้ เธอยกมือขึ้นมาป้องปากแล้วอุทาน ออกมาด้วยอาการลืมตัว
" หรือว่า องค์หญิงมีความรัก!!! "
องค์หญิงแวมไพร์ได้ยินดังนั้น ก็ได้แต่ตัวแข็งและมองตาลิซ่าปริบๆ จากนั้นเธอก็หงายหลังไปอีกรอบพร้อมกับเืกำเดาที่พวยพุ่งออกมาจากจมูก ตึ๊งงงงงงงง!
" กรี๊ดดดดดดดดดด องค์หญิงเพคะ ทำใจดีๆ ไว้เพคะ "
.
.
.
หลังจากนั้น 5 นาที
ขณะที่องค์หญิงแวมไพร์ของเรากำลังเช็ดเืกำเดาอยู่ (หมดกันมาดองค์หญิงที่หยิ่งผยอง) สาวใช้คนสนิทนามว่าลิซ่าก็ทำหน้ามีความสุขที่ได้เห็นองค์หญิงที่เธอเลี้ยงมา มีความรักกับเขาซะทีเพราะว่าตลอดระยะเวลาเกือบๆ หนึ่งพันปี องค์าาทรงพยายามหาคู่ครองให้องค์หญิงมาตลอด แต่ละตนที่องค์าาเลือกมาให้ดูตัวนั้นล้วนรูปงามและทรงพลังทั้งสิ้นแต่ก็เป็องค์หญิงของเธออีกนะแหละที่ทรงหนีการดูตัวได้ทุกครั้ง เมื่อกระทั่งในคืนที่เกิดเื่ด้วยเช่นกัน
" องค์หญิงเพคะ ถ้าองค์หญิงประสงค์จะพักรักษาตัวที่นี่ งั้นหม่อมฉันขอทูลกลับไปพระราชวังก่อนนะเพคะ "
" เ้าจงไปเถอะ เราดูแลตัวเองได้ ว่าแต่เ้ากลับไปไหวไหมตอนนี้พระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว"
*****แวมไพร์สายเืแท้ นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายราชวงศ์ซึ่งแต่ละราชวงศ์ความสามารถแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับผู้ปกครองราชวงศ์ หรือ พูดง่ายๆ ก็คือขึ้นอยู่กับพลังอำนาจของผู้นำแต่ละราชวงศ์ ขอยกตัวอย่าง เช่น
ราชวงศ์ที่ 1 เด่นไปทางอ่านใจคน แวมไพร์ทั้งหมดในราชวงศ์ ก็จะมีอำนาจไปในทิศทางเดียวกัน
ราชวงศ์ที่ 2 เด่นไปทางด้านพละกำลัง แวมไพร์ในราชวงศ์ ก็จะมีเด่นด้านกำลัง เช่นกัน
ซึ่งองค์าาของลิซ่านั้นแกร่งกล้าที่สุดเป็นายเหนือนาย เด่นทุกด้านทำให้มีพลังมากที่สุดและสามารถ อยู่ท่ามกลางพระอาทิตย์ได้แต่ไม่นานนัก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสายเืด้วย ยกตัวอย่างเช่น
องค์าา มี พลัง 10 สามารถอยู่กลางแดดได้ 10 นาที
องค์หญิง มี พลัง 9 สามารถอยู่กลางแดดได้ 9 นาที
ลิซ่า มี พลัง 8 จะสามารถอยู่กลางแดดได้เพียง 8 นาที ******
" พอไหว เพคะ เพราะพระราชวัง อยู่ห่างจากที่นี่ไปไม่นาน "
" งั้นเ้าจง รีบไปเถอะ "
เมื่อสิ้นเสียงองค์หญิง ร่างกายของลิซ่า ก็ค่อยๆ เลือนหายไป
.
.
.
แก๊ก.... เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นได้ดึงความสนใจขององค์หญิงแห่งราชวงศ์แวมไพร์ เธอหันมาที่ประตูทันที มันเป็จังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มก้าวเข้ามา ใจของเธอเริ่มเต้นแรงอีกครั้งทันทีที่เห็นใบหน้าของเขาคนนั้น เธอรีบสะบัดหัวทันทีแล้วพร่ำบอกกับตัวเองว่า
" บ้าจริง นี่เราเป็อะไรทำไมใจเราถึงต้องเต้นแรงขนาดนี้กัน คงเป็เพราะเราแค่เป็ห่วงกลัวว่า ลิซ่า จะไปทำร้ายเขา...ใช่....คงเป็เพราะเหตุผลนี้แหละ"
ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปหาค้างคาวที่หลบแสงอยู่บนโต๊ะตรงมุมห้อง พร้อมทั้งโชว์ถุงที่หิ้วติดมือมาจากข้างนอกให้ค้างคาวตัวน้อยดู แล้วเอยออกมาว่า
" ไง เป็ยังไงบ้าง แผลดีขึ้นรึยัง เรามีของมาฝากด้วยแหละ แถ่น แทน แท้น ขอนำเสนอ กล้วยหอมแสนอร่อย เ้าคงหิวแล้วสินะ รอแป๊บนะ เดี๋ยวเราปอกให้กินนะ "
ชายหนุ่มเดินหายเข้าไปในครัวแล้วก็กลับมาพร้อมกับเก้าอี้ เขาลากเก้าอี้ไปใกล้กับจุดที่ค้างคาวอยู่แต่เว้นระยะห่างประมาณ 2 ฟุต ด้วยกลัวว่าถ้าไปใกล้เกิน เ้าค้างคาวอาจจะใได้ เขานั่งลงบนเก้าอี้ที่ลากมาแล้วเริ่มลงมือปอกกล้วยให้เ้าค้างคาวน้อย จากนั้นก็นำไปวางไว้ใกล้ๆ กับจุดที่ค้างคาวอยู่ แล้วมองค้างคาวน้อยด้วยสายตาที่อ่อนโยน พร้อมกับเปล่งเสียงออกไป
" หิวรึเปล่า? เราก็ไม่รู้หรอกนะว่าค้างคาวกินอะไรเป็อาหาร แต่ที่เราซื้อกล้วยมาให้ เพราะว่าเราเคยได้ยินว่ามีเพลง ค้างคาวกินกล้วยนะ เราเลยซื้อมาให้ไง ..ฮี่.. ฮี่ "
ชายหนุ่มหัวเราะพร้อมกับอมยิ้มออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็พูดต่อ
" วันนี้นะเราทำงานเหนื่อยเป็บ้าเลย เ้านาย โมโหเราใหญ่เลยที่อยู่ๆ เมื่อวานเราหายไปซะครึ่งวันแนะ อยากรู้ใช่รึเปล่า ว่าเราหายไปไหน จะบอกให้ก็ได้เราไปไล่อัด เ้าโจรใจบาปอยู่นะ.. อุ วะ ฮ่า ฮ่า (เฮ้อ..เื่ขี้โม้นะยกให้นายเลยนะหินกลิ้ง) "
" อ๊ะ ขอโทษทีนะ คุยเพลิน ไม่ได้แนะนำตัวเลย เสียมารยาทจัง แหะ แหะ "
" งั้น ก็ขอแนะนำตัวนะครับ เรา ชื่อ หินกลิ้ง ยินดีที่ได้รู้จักนะเ้าค้างคาวน้อย ฮี่ ฮี่ "
" เออ ว่าแต่..วันนี้เราไปค้นข้อมูลเกี่ยวกับค้างคาวมา ได้ข้อมูลมาว่าการจะรักษาให้ได้ผลดีต้องรู้เพศของค้างคาวก่อนงั้นขอเราพิสูจน์หน่อยนะ "
ว่าแล้ว หินกลิ้งก็เอื้อมมือออกไปหวังจะพิสูจน์ว่าเพศไหน ทันใดนั้นสายตาพิฆาตก็ถูกส่งออกมาจากค้างคาวทันที เป็สายตาที่บ่งบอกถึง ถ้ากล้าก็ลองสิเดี๋ยวแม่ตบคว่ำ หินกลิ้ง ถึงกับกลืนน้ำลายดัง " เฮือก" แล้วรีบหดมือกลับทันที แล้วก็พูดออกมาด้วยเสียงสั่นๆ
" อะ เอา ไว้วันหลังเถอะเน้อ ว่ะ ว่าแต่ ไม่กินเหรอ กล้วยนะ หรือว่าเราพูดมากเกินไปจนกินไม่ลง "
" อ๊าาาา ถ้าเป็แบบนั้นเราขอโทษนะ ลืมตัวไปหน่อย เราไม่ค่อยมีเพื่อนนะ "
" เราอยู่คนเดียวมาั้แ่เด็กๆ นะ แต่ช่างมันเถอะ วันนี้เรามีเ้าเป็เพื่อนคุยแล้ว "
" ขอบใจนะ ที่ช่วยรับฟังเรา แล้ว ก็ยินดีที่ได้ รู้จักอีกครั้งนะ ฮี่ ฮี่ "
องค์หญิงในร่างค้างคาวของเรา ได้แต่มองและรับฟัง หินกลิ้ง อยู่เงียบๆ แล้วก็แอบอมยิ้มเล็กน้อย พลันคิดในใจว่า
" คนบ้าอะไร คุยกับค้างคาว คิก คิก แต่สายตาที่มองเราในร่างนี้ช่างอ่อนโยนยิ่งนัก ตาบ้า อย่ามองเราด้วยสายตาแบบนี้นะ "
" แล้ว ก็ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ นาย หินกลิ้ง คิก คิก "
ขณะที่องค์หญิงแวมไพร์ ของเรากำลังเคลิบเคลิ้มจากสายตาที่อ่อนโยนอยู่นั้น อยู่ๆ นาย หินกลิ้ง ก็อุทานออกมาเสียงดัง
" ตายละ! ลืมไปเลยว่าต้มน้ำเอาไว้ "
ในขณะที่ นาย หินกลิ้ง ก้าวออกไปจากเก้าอี้เพื่อที่จะไปดูน้ำที่ต้มไว้ อยู่ๆ เขาก็หยุดแล้วหันมาบอกกับค้างคาวตัวน้อยว่า
" ถ้าไม่มีที่ไป จะอยู่ที่นี่กับเรา ตลอดไปก็ได้นะ "
.
.
" เมื่อกี้ เขาบอกว่าเราจะอยู่ที่นี่ตลอดไปก็ได้สินะ..... "
" อะ เอ๋....นายหินกลิ้งพูดอะไรออกมานะ ตะ ตลอดไป หมายถึง แต่งงานเหรอ! "
" ตะ ตลอดไป ตะ แต่งงาน ตลอดไป "
ตึ๊ง! ครอกกก
" เอ๋ เฮ้ย! ทำใจดีๆ ไว้เ้าค้างคาวน้อย "
.
.
ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด ผู้คนรอบๆ ต่างพากันหลับใหล ห้องของหินกลิ้งในเวลานี้มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่าง แต่ภายใต้แสงจันทร์นั้นกับปรากฏร่างของแวมไพร์สาวตนหนึ่งและเมื่อยามที่ผิวกายของเธอกระทบกับแสงจันทร์มันช่างงดงามเป็ประกายเฉกเช่นสีของพระจันทร์ยามเต็มดวงที่ลอยเด่นท่ามกลางหมู่ดาวนับอนันต์ ใบหน้าอันแสนงดงามปานเทพธิดาของเธอถูกซ่อนอยู่ในความมืดมิดที่ดำสนิทเฉกเช่นเดียวกับสีผมของเธอ ั์ตาสีแดงที่สวยสดดั่งสีของทับทิมยามต้องแสงไฟ จับจ้องไปยังร่างที่หลับใหลภายใต้ราตรีนี้ หินกลิ้ง หลับสนิทไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่ามีสายตาคู่หนึ่งเฝ้ามอง เขาผ่านความมืดมิดในยามราตรีนี้ และมันก็เป็สายตาที่ อ่อนโยน จริงใจ ที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต.......
เธอเฝ้ามอง หินกลิ้ง จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด... แต่แล้ว
" เจนผมขอโทษ "
.......นั่นเป็เพียงประโยคสั้นๆ ที่เธอได้ยิน หินกลิ้ง ละเมอ แต่มันกับทำให้แววตาของเธอดูเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัดและแล้วเธอก็จากไปพร้อมกับสายลม เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่เงียบเหงา......