ภายในทำนักุค้มภัยหนึ่งสาวงาม หนึ่งบุรุษผู้ที่หล่อเหลาที่สุดในยุค หนึ่งคนขี้เหร่ ทั้งสามคนได้นั่งล้อมรอบโต๊ะตัวหนึ่ง
“ข้าอยากทราบว่าฝีมือของคนสำนักคุ้มภัยอยู่ขั้นไหนบ้าง”
“เรียนคุณชาย มีั้แ่ขั้น 3-7 ขอรับ ส่วนระขั้น 8 มีน้อย ขั้น 9 มีแค่คุณหนูเย่ ส่วนค่าจ้างก็แล้วแต่งาน ว่างานที่คุณชายจะจ้างยากหรือง่าย ขอรับ”
หลิวจ้านได้มองไปที่เย่เอ๋อ และคิดในใจ ขั้น 9 มันไม่ได้เกิดขึ้นมาง่ายๆ ตอนแรกหลิวจ้านคิดว่า คงจะมีอยู่ทั่วไป
“งานที่ข้าจะจ้าง คืองานง่ายๆ ข้ากำลังจะเปิดร้านอาหาร ้าคนมีฝีมือไปดูแลความเรียบร้อยที่นั่นทุกวัน ทั้งกลางคืนกลางวัน ข้ามีข้าวให้กินทุกมื้อ มีสุราให้ดื่ม มีที่พักให้ เื่ค้าใช้จ่ายเ้าเสนอมาได้”
“ถ้าเป็แบบที่คุณชายพูดมา คนของสำนักคุ้มภัยต้องไปอยู่ที่นั่นประจำ”
“เ้าเข้าใจถูกแล้ว ข้าไม่ได้้าคนเยอะ วันละ 10 คนก็พอ”
“ข้าคงตัดสินใจในตอนนี้ไม่ได้ ต้องถามเหล่าพี่น้องของข้าก่อน ว่าพวกเขาสนใจหรือไม่”
“ได้ ถ้าเ้าได้ความยังไงก็ติดต่อไปที่ภรรยาของข้า”
“ได้ขอบรับคุณชาย”
หลิวจ้านได้จับมือเย่เอ๋อและเดินออกไปจากสำนักคุ้มภัย ทั้งสองได้ขึ้นไปบนรถม้า คนขับก็แล่นรถม้าออกไปตามถนน หลิวจ้านได้บอกคนขับรถม้า ขับรถไปที่นอกเมือง ตอนนี้ภายในรถหลิวจ้านกำลังนอนอยู่ที่ตักของเย่เอ๋อ
“ท่านกำลังจะพาเย่เอ๋อไปที่ไหน”
หลิวจ้านคิดจะแกล้งนางเลยพูดตอบนางไปว่า
“เ้าเคยได้ยินเื่ความสัมพันธ์ ชายหญิง เกิดขึ้นที่กลางป่าเขาหรือไม่”
เย่เอ๋อได้ยินแบบนั้นก็ตีเขาไปทีนึงแต่ตีแค่เบาๆเหมือนนางกำลังเขินอาย
“มีวันไหนที่ท่านจะพูดจริงจังบ้าง”
ฮาๆๆๆ “นี่เ้าก็เขินอายเป็ด้วย เป็แบบนี้ก็ดีน่ารักไปอีกแบบ เราจะไปตรวจงานที่ ไชน่าทาวน์”
เย่เอ๋อ โดนหลิวจ้านชมว่า น่ารัก นางก็หน้าเเดงทันที ต้องบอกว่าผู้หญิงคนไหนจะร้ายแค่ไหนแต่พอเวลามีความรักมักจะน่ารักเสมอ ตอนนี้เย่เอ๋อน่าจะเริ่มมีใจให้กับหลิวจ้านบ้างแล้ว ทั่งที่ตอนแรกที่นางรับปากเขาว่าจะเป็ภรรยาของเขา สาเหตุที่แท้จริงคือนางอยากทำให้พ่อของนางสบายใจ แต่พอได้เริ่มอยู่กับหลิวจ้าน นางก็เริ่มรู้สึกถึงความสุขไปอีกแบบ ไม่ต้องกินข้าวคนเดียว อยู่คนเดียว ได้ยินคำชมจากคนที่รัก ได้รับความอบอุ่นจากคนรัก แค่นี้ก็สุขใจแล้ว
หลิวจ้านได้นอนหนุนตักของเยเอ๋อส่วนเย่เอ๋อก็ได้นั่งสมาธิเพื่อฝึกกำลังภายใน ผ่านไปซักพัก รถม้าก็ได้หยุดลงและได้ยินเสียงของการก่อสร้าง ั้แ่เริ่มสร้างก็ผ่านมาเกือบจะสิบวัน พอรถหยุดเย่เอ๋อได้ลืมตาขึ้นมา แต่หลิวจ้านกำลังหลับอยู่ นางไม่ได้ปลุกเขาแต่นางได้นำมือน้อยๆของนางไปจับที่แก้มของเขาพร้อมกับบัดแก้มของเขาเล็กน้อยพร้อมกับหัวเราะ คิดคัก จนทำให้หลิวจ้านตื่น
“เย่เอ๋อ ข้าเจ็บนะ”
“เย่เอ๋อ ยังไม่ได้ทำอะไรท่านเลยข้าก็แค่ปลุกท่าน”
หลิวจ้านได้ดีดตัวขึ้นจากตักของนาง เมื่อเขาลุกขึ้นมาเสร็จได้จุบนางไปทีนึง
“นี้คือการลงโทษที่เ้ายิกแก้มของข้า”
จากนั้น หลิวจ้านได้เดินจับมือของนางเดินลงจากรถ หลิวจ้านได้มองไปพื้นที่ข้างหน้าเขายังไม่เชื่อสายตาตัวเอง ตอนนี้โครงสร้างของตึกใหญ่ได้ทำเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนอื่นๆก็ได้ขึ้นโครงสร้างเอาไว้หมดแล้ว กำแพงก่อได้สองฝั่งแล้วเหลื่อแค่กำแพงฝั่งข้างหน้ากับข้างหลังที่ยังไม่ได้ก่อ
หลินเฉา ได้สังเกตุเห็นหลิวจ้าน เขาก็ได้รีบวิ่งมาทันที
“คาระวะคุณชาย” เป็เสียงของหลินเฉา
“งานเป็ยังไงบ้าง โครงสร้างได้ตามแบบที่ข้าเขียนขึ้นมาหรือเปล่า”
“ได้ตามแบบที่คุณชายเขียนขอรับ ตอนแรกข้ายังไม่เชื่อว่าจะสามารถทำได้ แต่พอได้ทำตามรูปแบบมันกับแข็งแรงเป็อย่างยิ่ง รับน้ำหนักคน หนึ่งพันคนได้สบายๆ”
เย่เอ๋อที่ยืนฟังอยู่ข้างหลังของหลิวจ้านถึงกับอึ่ง หอสูงขนาดนี้ สามารถรับน้ำหนักได้ขนาดนี้เชียวหรือ
“ข้อแค่เ้าสร้างตามแบบที่ข้าเขียนขึ้นมาก็พอ มันจะเเข็งแรงเอง”
หลินเฉาได้พาหลิวจ้านและเย่เอ๋อเดินไปสำรวจรอบๆ ตอนนี้จากที่หลิวจ้านสำรวจมีความคืบหน้าเกือบจะครึ่งนึงแล้ว แต่หลิวจ้านก็จะเปิดหอตามกำหนดเวลาที่เขาตั้งไว้
“แล้วบ่อน้ำที่ข้าให้ขุดได้กี่บ่อ ได้สองบ่อตาที่คุณชายสั่งขอรับ”
“น้ำที่ข้างล่างมีเยอะหรือเปล่า”
“จากการที่ข้าได้ฟังช่างฝีมือที่ขุดลงไป สามารถใช้ได้ไม่มีวันหมดขอรับ”
หลิวจ้านได้ยินแบบนี้ก็ดีใจมาก หากว่าเป็แบบนี้เขาก็ไม่ต้องคอยให้ฝนตกเขาสามารถเอาน้ำเข้าบ่อได้เลย เพราะในแผนผังของหลิวจ้าน จะมีโซนนึงที่มีโต๊ะอาหารติดแม่น้ำขนาดใหญ่ แต่หลิวจ้านไม่ให้ขุดแอ่งน้ำลึกมากเพราะเขามีแผนการจะทำบ่อตกปล่า และตกกุ้ง เพราะในยุคนี้ยังไม่มีคนทำฉะนันเขาจะทำเป็คนแรก แต่เขาต้องหาวิธีเอาน้ำขึ้นมาจากบ่อน้ำข้างล่างซะก่อน หากให้คนตักขึ้นมาชาตินี้คงจะไม่เต็ม ต้องกลับไปคิดสร้างเครื่องสูบน้ำซะแล้วสิ เมื่อคิดได้แบบนั้นเขาก็รีบพาเย่เอ๋อกับขึ้นรถม้าและจากไปภายในรถม้าหลิวจ้านได้นั่งหลับตาพยายามใช้ความคิดในการสร้างเครื่องสูบน้ำ
ในตอนที่หลิวจ้านเดินตรวจงานได้มีสายตาคู่หนึ่งจองเขาอยู่ แต่หลิวจ้านไม่รู้ รถม้าแล่นมาตามทางเรื่อยๆ
ฉึก ฉึก เสียงธนูปักเข้าไปที่รถม้า หลิวจ้านลืมตาตื่นขึ้นมา ในขนะนั้นมีธนูหนึ่งดอกทะลุเข้ามาภายในรถม้าเกือบจะปักไปที่ระหว่างคิ้วของหลิวจ้าน แต่โชคดีที่เย่เอ๋อจับไว้ได้ทัน หลิวจ้านเกือบจะฉี่แตกเพราะเขาไม่เคยเจอเหตุการแบบนี้ เย่เอ๋อได้ดีดตัวขึ้นไปบนหลังคารถม้า จากนั้นนางได้ควบคุมกระบี่ของนางให้บินออกไป ตามทางที่ลูกธนูพุ่งมา ได้ยินเสียงของกระบี่แทงทะลุร่างของคนทั้ง 4 คน ได้มีเสียงร้องขึ้นมาและเงียบหาย