ทว่าเมื่อคิดถึงชื่อเสียงของต้วนอวี้หรานและอนาคตของต้วนชิงหมิงเขาจึงทำได้เพียงแต่อดทนอดกลั้นไว้ คำนี้คำเดียวเท่านั้น!
ถ้าในขณะนี้ไป๋หย่วนฮ่าวยังไม่กล้าเอะอะโวยวายต้วนเจิ้งก็จะมีน้ำอดน้ำทนต่อเขาต่อไป
เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าไม่สบอารมณ์เด็กหนุ่มจึงรู้แก่ใจว่าการกระทำของเขาเป็นต้นเหตุ เขารู้สึกทุกข์ทรมานใจแต่ต้องแสร้งยิ้มออกมากลบเกลื่อน “ลูกพลับลูกเมื่อครู่ทำให้ปากชาขึ้นมา ท่านลุงรับประทานต่อได้ครับ...”
เมื่อพูดจบไป๋หย่วนฮ่าวจึงวางลูกพลับในมือลง ไปหยิบแก้วน้ำชาขึ้นมาค่อยๆ จิบทีละคำ...ช่างน่าแปลกเสียจริง ทำไมลูกพลับแต่ละลูกที่ต้วนเจิ้งกินช่างหวานหอมแต่ลูกที่อยู่ในมือไป๋หย่วนฮ่าวทุกลูกกลับฝาดขมไปหมด เป็นไปได้อย่างไร?
ถ้าพูดว่าไป๋หย่วนฮ่าวดวงไม่ดีเขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด แต่ถ้าบอกว่ามีคนแอบใช้เล่ห์เหลี่ยมละก็...
เด็กหนุ่มหรี่ตาขึ้นมามองต้วนชิงหมิงไปทั่วตัวด้วยสายตาที่สงสัย หลังจากนั้นจึงหยักหน้าเล็กน้อย...ถ้าบอกว่านางจะเล่นงานเขา อันนี้เป็นเรื่องที่เขาเชื่อแต่ว่าลูกพลับที่ภายนอกดูแล้วก็เหมือนกันไปหมด หากต้องการจะใช้เล่ห์เหลี่ยมแล้วจะเริ่มทำจากตรงไหนล่ะ?
ลูกพลับชนิดนี้เรียกว่า “ลูกพลับแช่แข็ง” หรือเรียกอีกอย่างว่า ‘ลูกพลับขี้เกียจ’ ซึ่งเป็นวิธีการทานที่ใหม่ที่สุดที่คิดค้นขึ้นมาและได้รับความนิยมอย่างมาก ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา
วิธีการทำ “ลูกพลับขี้เกียจ” จริงๆ แล้วง่ายมากก็แค่นำลูกพลับที่ยังไม่สุกต้มลงไปในน้ำที่มีส่วนผสมต่างๆ ครู่หนึ่งแล้วนำมาใส่ภาชนะปิดให้มิดชิดไม่กี่วันก็สามารถทานได้แล้ว วิธีการนี้สามารถรักษาความสดความหวานและสามารถกำจัดความฝาดขมของลูกพลับในตัว จึงทานได้ง่าย เมื่อนำไปวางขายในตลาด ก็ได้รับความนิยมชมชอบการผู้คนจำนวนมาก!
แต่เนื่องจากฤดูกาลสุกของลูกพลับค่อนข้างช้าจึงทำให้ลูกพลับขี้เกียจสามารถหาทานได้เฉพาะฤดูใบไม้ร่วงที่จะเข้าฤดูหนาวเพื่อที่จะเก็บไว้ให้ได้นานจึงมีทั้งแบบที่ดิบและสุกแต่ถ้าไม่ใช่คนที่รู้จักอย่างดี จะไม่สามารถแยกแยะออก!
แล้วอย่างนั้นต้วนชิงหมิงทำไมถึงแยกแยะได้?
ทางด้านต้วนเจิ้งที่กำลังฟังไป๋หย่วนฮ่าวอธิบายก็ยิ่งไม่สบอารมณ์มากขึ้นไปอีก ที่จริงเขาแทบอยากจะขับให้ไป๋หย่วนฮ่าวออกไปจากจวนเสียเดี๋ยวนี้แต่ว่าเขาไม่อยากเสียมารยาทและทำร้ายจิตใจต่อหน้าบุตรสาว จึงได้แต่กล้ำกลืนฝืนทน ในตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาควรจะใจกว้างและให้อภัย เขาจึงชักสีหน้าร้อง “เหอะๆ” ออกมาจากปากและไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใดต่อ!
หน้าตาของเด็กหนุ่มมีแววตาที่คล้ายรู้สึกสำนึกผิดและรู้สึกทรมานใจเหลือเกิน…เขาอยากจะคุยกับต้วนเจิ้ง เรื่องงานของเขากับต้วนชิงหมิง แต่ดูสถานการณ์ตอนนี้แล้วช่างยากเย็นเหลือเกิน
เฮ้อ!ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เขาคงไม่ยอมร่วมมือกับต้วนอวี้หรานจัดการกับหลิวยวนเด็ดขาดดูตอนนี้นอกจากเสียเปรียบแล้ว! ยังเป็นตัวตลกทั้งยังขาดความไว้เนื้อเชื่อใจจากต้วนเจิ้งอีกดูท่าอีกฝ่ายคงไม่อยากให้เขาจับคู่กับต้วนชิงหมิงแล้วเป็นแน่!
ต้วนชิงหมิงเป็นคนที่ไป๋หย่วนฮ่าวหมายมั่นไว้แล้วจะให้ปล่อยมือโดยง่ายได้อย่างไร? เพียงแต่คิดถึงความเฉียบแหลมความเงียบสงบและความเด็ดขาดของนาง ยิ่งทำให้เขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องแต่งกับนางและพากลับไปเป็นหน้าเป็นตาให้กับเขา
นึกได้เช่นนี้ไป๋หย่วนฮ่าวก็ซ่อนแววตาที่ครุ่นคิด จากนั้นปรายตามองที่หน้าต้วนชิงหมิง...พลันได้กลิ่นหอมละมุนออกมาจากร่างกายของนาง
มองจากด้านข้างเห็นเพียงดวงตาที่สุกสกาวเรียบนิ่งละม้ายกำลังดำดิ่งสู่ความหนาวเหน็บทว่ามองอีกมุมกลับเหมือนนางดูเรื่องออกทั้งหมดเขาเห็นนิ้วทั้งสิบที่เรียวยาวของนางอีกทั้งลำคอที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อตัวงามนั้นก็ขาวราวกับหิมะเมื่อนางหันหน้ากลับมา ริมฝีปากสีแดงระเรื่อก็เผยรอยยิ้ม ที่งดงามเหมือนกับนางฟ้าลงมาเกิด
วันนี้นางสวมชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนเสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาที่สวยงามสว่างแวววาวเหมือนกับท้องฟ้า ในตอนนี้มุมปากของนางเผยรอยยิ้มออกมาขณะมองไปที่ต้วนเจิ้งพูดคุยเสียงเบา ดูสนิทสนมกันเสียจนคนนอกไม่อาจแทรกพูดขึ้นมาระหว่างพ่อกับลูกได้
เมื่อเห็นไป๋หย่วนฮ่าวทานลูกพลับรสฝาดขมติดต่อกันสองลูกนางได้แต่แอบหัวเราะเยาะในใจ ทว่าไม่อาจแสดงออกมาได้ในที่สุดนางเงยหน้าขึ้นส่งสายตาเยาะเย้ยมองไปยังเด็กหนุ่มด้านข้างอย่างไร้ความรู้สึกพลางอมยิ้มจางๆ “เกิดอะไรขึ้น? ลูกพลับที่คุณชายไป๋เลือก กินไม่ได้ทั้งหมดเลยหรือ?”
พูดไปพลางมองไปที่จานลูกพลับของไป๋หย่วนฮ่าวเห็นลูกพลับที่สะท้อนแสง นางจึงเผยรอยยิ้มออกมา “พูดจริงๆข้าเองก็ยังไม่ได้ชิมเลย จึงไม่รู้ว่าหวานหอมจริงหรือไม่!”
พูดจบนางก็เดินขึ้นไปจานลูกพลับที่วางไว้ตรงหน้าไป๋หย่วนฮ่าวหยิบขึ้นมาเช็ดให้สะอาดปอกเปลือกออก กัดเข้าไปคำหนึ่งและพูดอย่างแปลกใจ “ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่หน่าหวานออกจะตาย!”
ต้วนอวี้หรานที่ยืนอยู่นางจึงยื่นมือไปหยิบลูกพลับขึ้นมากัดโดยไม่ลังเลใจ จากนั้นชมออกมาว่า “พี่ไป๋รสหวานจริง ไม่อย่างนั้นพี่ลองชิมดู?”
พูดไปนางก็ยื่นลูกพลับที่กัดไปแล้ว ยื่นไปให้ไป๋หย่วนฮ่าว แต่เมื่อคิดว่าไม่เหมาะสมนางจึงหยิบลูกใหม่ในจานส่งให้เขาอย่างเอาใจ “พี่ไป๋เช่นนั้นลูกนี้ให้พี่!”
ตอนนี้ไป๋หย่วนฮ่าวจิตใจขวัญผวากับรสชาติที่ทั้งขมและฝาดของลูกพลับเขายกมือขึ้นโบกไปมาอย่างไม่กล้าที่จะลองอีก พลางฝืนยิ้มและส่ายหัว “พี่… ไม่ทานแล้ว น้องอวี้หรานทานเองเลย!”
เด็กสาวที่มือหนึ่งถือลูกพลับอยู่อีกมือหนึ่งที่ถือลูกพลับให้กับเขา กลับร่วงตกลงไปกลิ้งอยู่บนพื้น
นางไม่ได้ก้มลงไปเก็บเพราะถูกเขาใช้สายตาปฏิเสธอย่างชัดเจน นางจึงพูดอย่างคับแค้นใจออกมา “พี่ไป๋แน่ใจหรือว่าจะให้อวี้หรานไปเป็นอนุ?”
คาดไม่ถึงว่าคำพูดของเขากับต้วนเจิ้งที่พูดกัน นางจะได้ยินทั้งหมดสายตาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมและคับแค้นใจอย่างเหลือล้นแทบจะทำให้ไป๋หย่วนฮ่าวหยุดหายใจไปชั่วขณะ
เรื่องต้วนอวี้หรานปล่อยให้ผ่านไปก่อนแล้วกันเพราะต้วนชิงหมิงเป็นคนที่เข้าใจและเอาใจได้ยากที่สุดดังนั้นในตอนนี้สิ่งที่ต้องทำ คือทำให้ต้วนชิงหมิงสงบลงหลังจากนั้นคงไม่สายไปกับการปลอบใจต้วนอวี้หราน!
คิดได้เช่นนี้ไป๋หย่วนฮ่าวจึงอดไม่ได้ที่จะใช้สายตาลอบชำเลืองมองต้วนชิงหมิงแต่นางกลับทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดที่เขากับต้วนเจิ้งพูดกัน แม้แต่มองเขาสักครั้งก็ยังไม่แม้แต่จะปรายตามอง!แค่พริบตาเดียวในใจไป๋หย่วนฮ่าวเหมือนถูกน้ำที่เยือกเย็นราดรดจนรู้สึกหนาวเหน็บไปหมด!
พูดอย่างลำบากใจ “น้องอวี้หรานรู้หรือไม่ว่า พี่กับพี่สาวเจ้ามีสัญญาหมั้นหมายไว้ก่อนแล้ว!”
วันนี้ต้วนอวี้หรานตั้งใจแต่งตัวให้สวยงาม
นางใส่เสื้อปักลายดอกไม้สีชมพูอ่อนด้านล่างใส่กระโปรงจีบสีน้ำทะเลเข้ม ใบหน้าได้รูป ขาวหมดจดราวกับหยกขาวแก้มตุ้ยนุ้ยเหมือนลูกแพร์พร้อมผลัดแป้งทั้งสองข้างเหมือนดอกสยงฮวาขาวบริสุทธิ์แกมสีแดงระเรื่อที่เพิ่งผลิบานขนคิ้วดกดำดังคันศรเหมือนหลุดมาออกมาจากภาพวาด แม้ว่าต้วนอวี้หรานอายุยังน้อยทว่าทรวดทรงองเอวไม่เลวเลยทีเดียว ตอนนี้นางใช้สายตาที่วาววับมองเหม่อลอยมาที่ไป๋หย่วนฮ่าว มุมที่เขานั่งอยู่สามารถมองเห็นดวงตางดงามกำลังยั่วยวนอารมณ์ของเขา
พี่สาวน้องสาวคู่นี้คนหนึ่งใส่ชุดสีชมพูอ่อนอีกคนใส่ขาวบริสุทธิ์ คนหนึ่งสวยสดใสอีกคนสวยยั่วยวนความงดงามทั้งสองแบบ เปรียบเหมือนหิมะขาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่องน่าหลงใหลมากกว่าแสงตะวันและสายลมในหน้าร้อนเสียอีก!
ในตอนนี้ใจของไป๋หย่วนฮ่าวมีความคิดที่ว่า ‘ถ้าสามารถได้หญิงสาวทั้งคู่มาครอบครองต่อให้จะเปลืองเเรงสักเพียงใดก็ยินดี’ เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะทำให้เรื่องหมั้นหมายยังคงมีอยู่ส่วนเรื่องถัดไปก็คิดหาวิธีเอาต้วนอวี้หรานมาเป็นอนุ!
ไป๋หย่วนฮ่าวยังตกอยู่ในจินตนาการของเขาทว่าต้วนอวี้หรานจะยอมเป็นอนุของเขาจริงหรือ?
ต้วนอวี้หรานได้ยินที่เขาพูดจึงกลับตัวไปพร้อมกับแววตาที่ผิดหวัง พูดขึ้นว่า “แต่พี่สาวบอกข้าว่านางยินดีที่จะยกเลิกการหมั้นหมาย และให้ข้ากับพี่ได้สมปรารถนากัน!”
“อะไร……”
“อะไรนะ?”