“อ๋อ..คุณภูพาแพรมาหาซื้อเสื้อผ้ากับของใช้น่ะค่ะแต่แพรยังเลือกไม่ได้เลยว่าจะซื้อแบบไหนค่ะ” ผ้าแพรดูรูปภาพในจอมือถือราคาแพงของปกรณ์เธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อในภาพนั้นเธอเองก็ดูดีในชุดแต่งงานอยู่ไม่น้อยทั้งยังคุยจ้อกับปกรณ์เหมือนกับว่าสนิทกันมานานแล้วอย่างไงอย่างงั้น
“พี่ช่วยเลือกเอามั้ยพี่น่ะรู้จักผ้าทุกชนิดแถมยังรู้ว่าผู้หญิงใส่อะไรจะสวยด้วย” ปกรณ์โวยกใหญ่แต่ก็ใช่ว่าเขาแค่คุยอวดเท่านั้นเขารู้จริงว่าผ้าแบบไหนดีหรือไม่ดีด้วยดีกรีลูกเ้าของโรงงานทอผ้าส่งออกั์ใหญ่
“จริงหรอคะดีเลยค่ะ” ผ้าแพรเห็นทีเธอจะมีตัวช่วยแล้วเอกะจะเลือกสักชุดสองชุดเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจของสายทองเท่านั้นหากมีปกรณ์ช่วยเลือกคงประหยัดเวลาไม่น้อย
“มานี่สิเดี๋ยวพี่พาไปเลือก” ปกรณ์โอบไหล่ร่างบางหลวมๆหมายจะพาเข้าไปในโซนเดรสคอลเลคชั่นใหม่ของแบรนด์หรู
สายตาของภูผาตอนนี้หากเป็คมมีดก็คงจะเฉือนเนื้อหนังของปกรณ์ออกมาเป็ชิ้นๆแล้วทังยังกัดฟันกรอดที่ผ้าแพรนั้นไม่ปฏิเสธการถูกเนื้อต้องตัวของปกรณ์เลยสักนิดทั้งที่เขายืนหัวโด่อยู่ตรงนี้
“ค่ะ..เอ่อเดี๋ยวค่ะพี่กร” ผ้าแพรชะงักฝีเท้าเล็กน้อยและเดินกลับมาหาภูผา
“....” ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเพราะรู้ดีว่าผ้าแพรคงจะมาชวนตนไปเลือกเสื้อผ้าเป็แน่คนอื่นหรือจะสู้คนในครอบครัวช่วยเลือกให้
“คุณภูจะรอแพรตรงนี้ใช่มั้ยคะ” ร่างบางยืนตรงหน้าภูผาเงยหน้าพร้อมรอยยิ้มที่กลับมาถามเพราะกลัวว่าหากเลือกเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วจะไม่มีคนรอจ่ายเงินเพราะเธอเองคงไม่มีเงินจ่ายของแพงๆแบบนี้แน่นอน
“อืม” ใบหน้าคมเข้มหุบยิ้มแทบไม่ทันทั้งเอ่ยเสียงตอบในลำคออย่างไม่พอใจนัก
“โอเคค่ะ” เมื่อได้รับคำตอบแล้วหญิงสาวจึงเดินไปหาปกรณ์ตามเดิมและเข้าไปในโซนเสื้อผ้าคุยกับปกรณ์กะหนุงกะหนิงกันอยู่สองคน
“....” วินาทีนี้แดเนียลเกือบกลั้นขำไม่อยู่ที่เห็นภูผาเสียอาการจนน่าขบขัน
“แพรน่ารักดีนะดูซื่อๆดี” แดเนียลเห็นการพูดคุยกิริยาท่าทางผ้าแพรแวบเดียวก็ดูออกว่าเธอนั้นเป็คนอย่างไรสายตาซื่อๆของเธอหาได้ยากนักกับคนสมัยนี้
“อืม..เธอซื่อเกินไปตามประสาคนที่ไม่ค่อยได้เจอโลกกว้างนั่นแหละ” ภูผาลอบถอนหายใจเบาๆแม่คำสนทนายังอยู่กับแดเนียลแต่สายตายังลอบมองไปทางปกรณ์และผ้าแพรอยู่ตลอดเวลา
ครู่ต่อมา
“น้องแพรเลือกของนิดเดียวเองผู้หญิงต้องมีเสื้อผ้าสวยๆไว้ใส่เยอะๆไม่ใช่หรอ” ปกรณ์เลือกชุดให้ผ้าแพรเป็สิบชุดคิดว่าเธอจะเหมาหมดแต่กลับเลือกจ่ายเงินเพียงสองชุดเท่านั้น
“แพรไม่ค่อยได้ออกไปไหนหรอกค่ะ” สาวเ้าตอบกลับคนหวังดีด้วยรอยยิ้ม
“นี่จะไปไหนกันอีกหรือป่าวฉันว่าจะเลี้ยงข้าวพวกแกสักมื้อ” ปกรณ์หันไปถามภูผาที่เอาแต่ยืนหน้าบึ้ง
“ฉันจะกลับแล้วแพรท้องอยู่เดี๋ยวจะเพลีย” ภูผาตอบกลับเสียงห้วน
“แพรไหวค่ะคุณภูไม่อยู่ทานข้าวกับเพื่อนๆก่อนหรอคะ” ผ้าแพรส่ายหัวหงึกหงักเธอยังไม่ได้เอ่ยมาสักคำเลยว่าเหนื่อยหรือเพลีย
“ไม่..ฉันกลับก่อนนะ” ภูผาเอ่ยจบก็ดึงถุงกระดาษจากผ้าแพรและหันหลังเดินไปที่ลิฟท์ทันที
“แพรกลับก่อนนะคะพี่ๆ” ผ้าแพรเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยลาชายหนุ่มทั้งสองและรีบจ้ำอ้าวตามหลังคนตัวโตไป
“.หึ่..” แดเนียลมองตามหลังภูผาแล้วหันมาแสยะยิ้มให้กับปกรณ์เพราะรู้ดีว่าอาการหงุดหงิดของภูผานั้นเกิดจากอะไรนี่หรือคนที่ไม่คิดจะมีรักเขาคิดว่ามันน่าจะไม่ทันแล้ว
“....” ระหว่างที่จะกลับสายตากลมมองร้านขนมผ่านลิฟท์แก้วตาละห้อยเพราะไม่กล้าทวงถามกับภูผาเื่ที่จะพาเธอกลับมาซื้อของหวานพวกนั้น
“คุณภูรีบกลับทำไมหรอคะแพรยังไม่เหนื่อยเลยค่ะ” ผ้าแพรตัดสินใจเอ่ยถามกับคนที่นั่งเงียบมาตลอดการขับรถกลับ
“แต่ฉันเหนื่อยหรือจะให้ฉันกลับไป” ภูผาหันมาตอบหญิงสาวเสียงแข็งจนหญิงสาวก้มหน้างุด
“ไม่เป็ไรค่ะเหนื่อยก็กลับบ้านไปนอนพักนะคะ” มือน้อยทั้งสองของเธอบีบกันแน่น
“เธอยังอยากได้ขนมพวกนั้นอยู่อีกหรือป่าว” เวลานี้ที่เห็นหญิงสาวนั่งหน้าละห้อยเขาก็จำได้ว่าเขาลืมพาเธอแวะซื้อขนมก่อนจะกลับอย่างที่รับปากเธอเอาไว้หากเขาไม่โมโหปกรณ์จนรีบร้อนจะกลับเธอก็คงไม่นั่งหน้าหงอยแบบนี้แน่
“อ๋อ..ไม่หรอกค่ะ” ผ้าแพรเงยหน้าอมยิ้มอ่อนแม้เธอจะอยากได้ขนมพวกนั้นมากแค่ไหนหากภูผาลืมก็ไม่เป็ไร
22.00 น.
“ทำไมคุณภูนอนดึกจังล่ะคะไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ” ผ้าแพรนอนมองภูผาที่อยู่ในชุดนอนสีเทากำลังนั่งพิงหัวเตียงทำงานในโน๊ตบุ๊คด้วยสายตาสะลึมสะลือเพราะตอนนี้เธอง่วงเต็มทน
“เธอง่วงก็นอนก่อนเลย” ภูผาตอบกลับในขณะที่สายตาและมือของเขายังจับจ้องอยู่กับโน๊ตบุ๊ค
“เปิดไฟแบบนี้แพรคงไม่หลับหรอกค่ะ”
“โอเค..งั้นฉันจะปิดไฟ” ภูผาหันไปมองคนที่กำลังนอนกอดหมอนข้างดุท่าเธอจะง่วงเต็มทนเขาจำต้องละมือวางงานและเอื้อมมือปิดไฟดวงใหญ่ในห้องให้เหลือเพียงแสงไฟจากโคมไฟใกล้หัวเตียงแล้วลิ้มตัวนอนตะแคงหันหน้ามาทางหญิงสาว
“ดีค่ะ” ผ้าแพรยิ้มอ่อนแบบนี้เธอค่อยนอนได้หน่อย
“เจอเพื่อนฉันเป็ไงบ้างล่ะไอ้กรมันเ้าชู้ปากก็เลยหวานเป็ธรรมดาเธออย่าหลงคารมมันเข้าล่ะ” ดวงตาคมมองคนที่กำลังจะเคลิ้มหลับทั้งเอ่ยพูดเื่วันนี้กับหญิงสาวทั้งที่คิดว่าจะไม่พูดแล้วเชียวแต่ก็อดไม่ได้
“อย่างพี่กรแพรถือว่าเป็คนที่คุยสนุกนะคะไม่ได้ปากหวานอะไร” ผ้าแพรขมวดคิ้วเล็กน้อยเธอไมได้คิดว่าปกรณ์เป็คนปากหวานอะไรอีกอย่างเธอเองว่าจะใช่จะหลงคารมใครง่ายๆด้วย
“แล้วพวกมันให้เรียกพี่ก็ไปเรียกตามมันสนิทขนาดนั้นเลยหรือไง” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์หากเป็คนอื่นฟังเธอพูดคุยจะรู้สึกอย่างไรเรียกสามีตัวเองว่าคุณแต่เรียกเพื่อนสามีว่าพี่ได้อย่างสนิทสนม
“ก็พี่ๆเค้าให้แพรเรียกแบบนั้นแพรจะเสียมารยาทไม่เรียกได้ยังไงล่ะคะคุณภู” ผ้าแพรมองหน้าภูผาอย่างสงสัยหากเธอไม่เรียกตามที่ปกรณ์และแดเนียล้าพวกเขาจะดูว่าเธอไม่เป็มิตรและเสียมารยาทเป็แน่
“หึ่..ช่างเถอะ” ภูผาสบถในลำคอเบาๆและหันหลังให้หญิงสาว
“...” คำพูดของภูผาทำเอาหญิงสาวที่กำลังจะหลับต้องมานอนคิดต่ออีกว่าเธอผิดเื่อะไรเขาถึงดูโมโหเธอนัก
............
อีพี่ภูเป็อารายก่อนนน....