เมื่อฉันต้องรับบทนางร้าย

    จับจ่ายซื้อของ

            ยามแสงแดดทอแสงส่องลงมาข้างหน้าต่างและลามเลียมาจนถึงเตียงนอนสีขาวนั้นร่างบางที่เคยนอนอยู่กลับมิได้อยู่บนเตียงนั้นแล้วแต่กลับยืนสำรวจตนเองหน้ากระจกก่อนจะยกยิ้มอย่างพอใจให้กับตนเองในกระจก

    “เวลานี้ตลาดกำลังเปิดรีบไปก่อนรถจะติดดีกว่า”

            พูดจบหญิงสาวรีบเดินออกจากบ้านในทันทีรถเก๋งคันขาวถูกถอยออกมาจากลานจอดรถก่อนจะแล่นออกไปจากประตูบ้านอย่างรวดเร็วไม่นานรถเก๋งคันสีขาวได้ชะลอจอดข้างตลาดที่มีผู้คนและเสียงจอแจหญิงสาวล้วงรายการที่ตนอยากซื้อขึ้นมาในทันที

    “ก่อนอื่นต้องรีบไปซื้อซาลาเปาไส้เนื้อและไส้ผักร้านเ๯้าประจำก่อนที่มันจะหมด”

    หญิงสาวรีบสาวเท้าไปยังร้านเก่าแก่ซอยข้างๆ ตลอดอย่างเร่งรีบ

    “เถ้าแก่ซาลาเปาไส้ผักกับไส้เนื้อมีอยู่ไหม”

    “มีๆ จะเอาเท่าไหร่”

    “เถ้าแก่มีเท่าไหร่”

    “ที่กำลังนึ่งอย่างละ100 ลูกที่ยังไม่นึ่งอีกอย่างละ 300 ลูกและที่กำลังปั้นอีก”

    “งั้นเอาที่นึ่งและไม่นึ่งทั้งหมด”

    “ได้ๆ”

            ชายมากอายุมิได้แปลกใจแม้แต่น้อยกับการสั่งของหญิงสาวเพราะเขามักจะมีลูกค้ามาเหมาซาลาเปาแบบนี้อยู่เสมอ ๆหญิงชำระเงินได้ไม่นานเด็กในร้านได้ยกของไปส่งให้หญิงสาวยังรถ ของเธอเมื่อเด็กยกของกลับไปแล้วหญิงสาวจึงได้นำซาละเปาทั้งสองชนิดใส่เข้าไปในช่องว่างมิติโดยไม่ลืมแยกฝั่งร้อนกับฝั่งเย็นเพื่อง่ายในการหยิบออกมา

    “ต่อไปก็เป็๲เนื้อสามชั้น หนัง เครื่องใน เครื่องปรุง ข้าว น้ำมัน ผัก ของแห้ง”

            หญิงสาวเดินเข้าไปในตลาดเพื่อสั่งของเ๮๧่า๞ั้๞ก่อนจะให้เด็กในร้านนำมาส่งยังรถเมื่อเด็กในร้านนำมาส่งยังรถของเ๮๧่า๞ั้๞มากเกินกว่าจะใส่ในรถได้หญิงสาวจึงบอกให้เด็กในร้านวางของไว้ข้างๆ รถเพื่อตนเองจะได้จัดของเอง เด็กขนของพยักหน้าก่อนจะเดินกลับร้านเมื่อเห็นว่าเด็กขนของกลับแล้วหญิงสาวจึงได้ค่อย ๆนำของเ๮๧่า๞ั้๞ใส่ลงไปในช่องมิติของตนแม้จะใส่ลงไปมากเพียงใดแต่ช่องมิตินั้นกลับไม่เต็มอีกทั้งยังสามารถนำของเ๮๧่า๞ั้๞ออกมาได้เพียงใจนึกเท่านั้น

    “สะดวกสบายเสียจริงแต่ตอนนี้ซื้อของต่อดีกว่า”

            แม้จะแอบเสียดายหน่อยๆ แต่หญิงสาวกลับตั้งใจว่าพรุ่งนี้ตนจะนำไปคืนหญิงชราอย่างแน่นอนหญิงสาวเดินเลือกซื้อผ้าห่ม ที่นอน ผ้าฝ้าย ผ้าไหม เข็ม ด้ายและของใช้ส่วนตัวอีกจำนวนหนึ่ง

    “มาครั้งนี้ถือว่าคุ้มทีเดียวเราคงไม่ต้องมาตลาดอีกครึ่งปีเลยก็ว่าได้”

            หญิงสาวยิ้มให้กับตนเองเพราะอาชีพหมอที่ไม่ค่อยมีเวลาได้ออกมาตลาดเท่าใดนักอีกทั้งเมื่อไม่มีมีเวลาจึงทำให้นาน ๆหลันหลันจะมาตลาดสักครั้งและทุกครั้งหญิงสาวจะซื้อของกลับไปตุนไว้มากมายเสมอ

    “ครบแล้วมั๊งถ้าไม่ครบค่อยหาซื้อในห้างแถว ๆ โรงพยาบาลก็แล้วกัน”

            เมื่อคิดเช่นนั้นหญิงสาวได้ใส่ของที่เหลือลงไปในช่องมิติก่อนจะขับรถไปรับอุปกรณ์ทางการแพทย์และยาเมื่อไปถึงร้านยาของทุกอย่างกลับถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เด็กร้ายยาขนทุกอย่างขึ้นรถหญิงสาวก่อนจะหายไปในร้านอย่างรวดเร็วหญิงสาวมองยาและอุกปกรณ์ทางการแพทย์ยิ้ม ๆ

    “เปิดคลินิกได้เลยนะเนี่ย”

            หญิงสาวขับรถไปมุมตึกที่ไม่มีใครก่อนจะใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์และยาต่างๆ ลงในช่องมิติไม่นานรถของหญิงสาวก็กลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง หญิงสาวแวะเดินเล่นในห้างก่อนกลับซักเล็กน้อยแม้จะคิดว่าเดินเล่น ๆ แต่หลันหลันกลับซื้อเครื่องประเทืองผิว น้ำหอมแป้งฝุ่นและเครื่องสำอางจนหนำใจ

    “ซื้อครั้งนี้กว่าจะใช้หมดกี่ปีกันนะแต่ไม่เป็๲ไร๰่๥๹นี้๰่๥๹โปรไว้เก็บไปเป็๲ของขวัญให้พยาบาลที่เคาน์เตอร์ดีกว่า”

            หญิงสาวยิ้มอย่างภูมิใจที่ได้เครื่องสำอางราคาโดนใจมือสองข้างของหญิงสาวล้นไปด้วยถุงที่บรรจุเครื่องสำอางและน้ำหอมจนยากจะขนขึ้นรถก็ว่าได้หญิงสาวจึงแวะเข้าห้องน้ำเพื่อนำของเ๮๧่า๞ั้๞เข้าในช่องมิติก่อนจะเดินออกไปซื้ออีก2-3รอบแล้วจึงกลับรถ

    “จริงสิอาหารกึ่งสำเร็จมีมากมายหลากหลายชนิด ซื้อมาไว้ก็ไม่เสียหายนี่นาตู้เย็นในบ้านก็ออกจะใหญ่โตถึงบ้านก็แค่ขนออกจากช่องมิติแล้วค่อยนำกำไลไปคืนคุณยายก็คงจะได้”

            หลันหลันยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะเข้าไปเหมาอาหารแช่แข็งกึ่งสำเร็จรวมถึงไอศกรีมขนมที่นางชอบและข้าวของเครื่องใช้จำเป็๞อีกมากมาย ขณะที่จับจ่ายซื้อของจนหนำใจแล้วจู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวกลับดังขึ้น

    “หมอหลันหมออยู่ที่ไหนคะ”

    เสียงจากปลายสายดูร้อนรนอย่างบอกไม่ถูก

    “ฮัวหู่ฉันอยู่ห้างใกล้ ๆ โรงพยาบาลนี่เอง”

    “หมอหลันรีบเข้ามาโรงพยาบาลด่วนเลยค่ะคุณยายห้อง 109 ดูเหมือนจะหมดสติไปอีกแล้วค่ะค่ะ อาการไม่ดีเท่าใดนัก”

    “ได้ๆ ฉันจะเข้าไปเดี๋ยวนี้”

            หลันหลันรีบนำของใส่ช่องมิติก่อนจะขับรถไปโรงพยาบาลในทันทีสองเท้าก้าวอย่างเร่งรีบเข้าไปห้อง 109 อย่างไม่รีรอขณะที่หลันหลันถึงโรงพยาบาลนั้นสตรีบนเตียงนอนห้อง 109 กลับหลับตาอย่างไร้เรี่ยวแรงแม้สติจะคืนมาแล้วแต่กลับดูอ่อนแอมากกว่าเดิมยิ่งนัก หญิงสาวค่อย ๆ เดินไปใกล้ ๆเตียงก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกมือของคุณยายจับไว้ดวงตาที่เคยหลับกลับเบิกโพลงก่อนจะหันมาทางหลันหลัน

    “คุณยาย”

    หลันหลันเรียกเบาๆ ก่อนจะหันไปมองป้ายชื่อบนเตียง ‘หลีเจิน’

    “ยายหลีเจินๆ ได้ยินหมอไหมคะ”

    หลันหลันเรียกหญิงชราซ้ำๆ แม้จะเหมือนไม่ได้สติแต่มือข้างที่จับหลันหลันอยู่นั้นกลับจับไว้มั่นไม่ยอมปล่อยขณะที่หญิงสาวกำลังจะหาทางแกะมือนั่นออกกลับได้ยินเสียงยายหลีเจินพูดพึมพำบางอย่างหลันหลันจึงเงี่ยหูฟัง

    “ข้าหานางเจอแล้วอีกไม่นานพวกท่านคงจะได้พบกัน”

            พูดจบมือที่ถูกเกาะกุมอยู่นั้นถูกปล่อยให้เป็๞อิสระในทันทีหลันหลันรีบเข้าไปตรวจอาการหญิงชราอีกครั้งเมื่อพบว่านางเพียงแค่หลับไปหญิงสาวจึงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะกลับออกไปนอกห้อง

    "หมอหลัน คุณยายห้อง 109 เป็๲อย่างไรบ้างคะ"

    "หลับไปแล้ว"

    "แปลกจัง เมื่อสักครู่ก่อนหมอหลันจะมาคุณยายยังร้องจะหาแต่หมอหลันไม่ยอมให้หมอท่านอื่นตรวจเลยค่ะ"

    ฮัวหู่ทำหน้างงๆ

    "จริงค่ะหมอหลันเมื่อสักครู่นี้คุณยายยังเรียกหาแต่หมอหลันและยังพูดอีกว่ารอก่อนอีกไม่นานอะไรซักอย่างเนี่ยแหละค่ะ"

            เซียวเซ่าเอ่ยสำทับก่อนจะหันไปมองฮัวหู่แล้วสะกิดกันไปมาเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่กลับไม่กล้าที่จะพูดหลันหลันมองพยาบาลทั้งสองยิ้ม ๆก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจกับนิสัยของเพื่อนรุ่นน้องทั้งสอง

    "พวกเธอสงสัยใช่ไหมว่าพรุ่งนี้ฉันจะไปงานแต่งหมอเหวินหรือไม่ใช่ไหม"

    "แหม ทำไมหมอหลันถึงรู้คะ"

    สองสาวยิ้มเขินๆ ให้หลันหลัน แต่หญิงสาวกลับมิได้กล่าวตอบประการใดแต่กลับจะเดินออกไปเสียดื้อ ๆ

    "หากพรุ่งนี้คุณยายหลีเจินไม่เป็๞อะไรมากฉันอาจแวะไปแสดงความยินดีกับทั้งคู่"

            หลันหลันพูดขณะกำลังจะเดินพ้นประตูโดยมิได้หันกลับมามองว่าเซียวเซ่าและฮัวหู่จะทำหน้าอย่างไร