หลี่ิมองกระบี่วิเศษอย่างชื่นชม แม้กระบี่เล่มนี้จะดูเก่าสนิมเขรอะเนื่องจากเืัไม่ได้ถูกเช็ดออกเมื่อใช้งานเสร็จ แต่ปล่อยให้คราบเืติดอยู่แบบนั้น มิหนำซ้ำยังถูกฝังดินทำให้คราบโลหิตติดฝังแน่นจนเกิดสนิม ยากมากที่จะขัดกระบี่ให้กลับมาเป็เหมือนเดิม เขาส่ายหน้าเล็กน้อยรู้สึกเสียดายความงดงามของมัน แต่ถึงอย่างไรกระบี่วิเศษย่อมมีคุณค่าอยู่ในตัวเองเสมอ ในขณะที่เขาจะขึ้นจากหลุมแต่สายตากลับเหลือบเห็นแหวนบนนิ้วนางบนซากโครงกระดูก หลี่ิจึงหยิบขึ้นมาดูเขาชอบแหวนวงนี้เป็อย่างมาก สีเขียวมรกตและสีทองทำเป็รูปัสองตัว กอดรัดกันไปมาหัวของัทั้งสองนั้นต่างอ้าปากชนกัน ตรงกลางฝังทับทิมสีเืวาววับจับตายิ่ง
"แหวนวงนี้สวยงามเหลือเกิน ถ้าเอาไปขายต้องได้ราคาสูงมากแน่ๆ เสียดายเหลือเกินสมุนไพรขนดัดำที่เราเก็บได้ก่อนหน้านี้นับสิบต้น กลับถูกลมหายใจัเผาผลาญจนกลายเป็เถ้าถ่าน แม้แต่ชุดเสื้อหนังหมาป่าขนแดงก็ถูกเผาไหม้ จนต้องเดินโทงๆกลางป่าเช่นนี้ คงต้องตัดเย็บชุดหนังก่อนที่จะออกจากป่าแห่งนี้"จากนั้นหลี่ิจึงขึ้นจากหลุม จัดการฝังกลบทำเป็สุสานปักป้ายทำจากหิน ใช้กระบี่สลักคำว่าจงไปสู่สุขคติเถิดเซียนเฒ่า แล้วเดินจากไป
3วันต่อมาหลี่ิได้เดินทางออกมาจากหุบเขาต้าหลุน เขาแวะมาที่บ้านเก่าของยายเฉินซึ่งตอนนี้มันกลายเป็ฟาร์มเลี้ยงแกะไปแล้ว สายตาของเขาเศร้าหมองเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไปเป็ที่ดินของผู้อื่น เขายืนมองอยู่ชั่วครู่แล้วเดินจากไป
ที่หมู่บ้านมีชาวบ้านมากมายมองชายหนุ่มแปลกหน้าสวมชุดหนังสัตว์สีขาวนุ่มฟูสวมหมวกที่ทำจากหนังชนิดเดียวกัน ด้วยความสงสัยต่างซุบซิบสอบถามกันวุ่นวาย ว่ามีใครรู้จักเด็กหนุ่มคนนี้หรือไม่? มีแต่คนส่ายหน้าทำท่าทางงงงันว่าไม่เคยพบเห็นเด็กหนุ่มผู้นี้มาก่อน
"เ้าหนุ่มนั่นเป็ใคร ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน"ชายแก่กระซิบกระซาบกับภรรยาของแก
"แกมันโง่จริงๆ! ดูไม่ออกหรือไงว่าเขาเป็พวกนักล่า เห็นไหมชุดที่เขาใส่ทำจากหนังหมาป่าหิมะ"ป้าตวาดเสียงเบา แล้วเขกหัวสามีไปครั้งนึง
"หมาป่าหิมะอยู่กันเป็ฝูงใหญ่พวกมันดุร้ายแถมยังชอบกินเนืุ้์ แต่ละตัวมีกำลังมากสามารถฆ่าวัวได้อย่างสบาย ทางที่ดีอย่าไปสุงสิงกับคนประเภทนี้จะดีกว่า ถ้าเขาไม่พอใจขึ้นมาอาจถูกทำร้ายก็ได้ "
สมัยก่อนชาวบ้านหมู่บ้านนี้ก็เคยยึดอาชีพพรานป่า แต่ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวนและเต็มไปด้วยสัตว์อสูร ทำให้แต่ละปีมีชาวบ้านตายเป็จำนวนมาก แทบจะทำให้หลายหมู่บ้านบริเวณนี้กลายเป็หมู่บ้านแม่ม่าย ทำให้เ้าเมืองซุยเป่ยคนก่อนได้ประกาศยกเลิกอาชีพพรานป่า แล้วส่งเสริมให้ชาวบ้านรู้จักการเพาะปลูกและทำการค้า พอ 20 ปีผ่านไปเ้าเมืองคนเก่าเสียชีวิตลงกฏเกณฑ์เหล่านี้จึงยกเลิกเมื่อได้เ้าเมืองคนใหม่ สุดท้ายแล้วถึงแม้อาชีพพรานป่าจะสามารถทำได้ แต่ชาวบ้านกลับไม่มีใครอยากเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงอีกแล้ว
หลี่ิไม่ได้ใส่ใจพวกเขาเดินผ่านหมู่บ้านเข้าไปยังในเมืองซุยเป่ย เมืองเล็กชายแดนตอนเหนือเป็เมืองที่อยู่เหนือสุดของทวีป ในเมืองค่อนข้างเงียบเหงาผู้คนบางตา ประชากรที่มีไม่ถึง 30,000 คน ร้านค้าขนาดใหญ่มีแค่สิบกว่าร้านเท่านั้น เขาใช้ดวงตาัมองหาร้านขายสมุนไพรก็เจออยู่ 2 ร้าน แต่พอเอาสมุนไพรฉั่งฉิกระดับกลางที่มีสรรพคุณห้ามเืออกมาขายเป็จำนวนมาก ซึ่งเขาเก็บก่อนลงจากเขาเพื่อหารายได้มาทดแทนสมุนไพรล้ำค่าที่ถูกเผาไฟ เถ้าแก่ร้านขายยารับซื้อทั้งหมดในราคา 150 เหรียญทอง ทำให้หลี่ิพอใจเป็อย่างมาก
เถ้าแก่มองมาที่ชายหนุ่ม แล้วกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า"นี่น้องชาย ถ้าเ้าหาสมุนไพรแบบนี้มาได้อีกละก็ ข้าจะรับซื้อทั้งหมดเลย รับรองว่าข้าให้เ้าในราคายุติธรรมอย่างแน่นอน ฮ่า.ฮ่า."
หลี่ิยิ้มรับแล้วตอบกลับไป"ถ้าหากข้าขึ้นเขาอีกจะเก็บสมุนไพรหายากแบบนี้ มาขายให้เถ้าแก่อีก"เถ้าแก่ดีใจยิ้มปากกว้างเพราะสมุนไพรที่ชายแปลกหน้านำมาขายให้นั้น ถ้าส่งไปที่เมืองหลวงจะมีราคาสูงกว่านี้ถึง 5 เท่า
เมื่อเถ้าแก่กับเขาเริ่มคุ้นเคยกันบ้างแล้ว จึงถามว่า"เถ้าแก่พอดีข้ามีธุระต้องเข้าเมืองหลวง ไม่รู้ว่าต้องไปอย่างไรดี"เถ้าแก่จึงตอบว่า"น้องชายเ้ามีเงินพอสมควรแล้ว ข้าว่าเ้าไม่ควรเสี่ยงเดินทางด้วยเท้าไปเมืองเหยียนเป่ย ยอมเสียเงิน 20 เหรียญทองไปเช่ารถม้าพร้อมผู้คุ้มกันที่สำนักคุ้มกันภัยอันเฉวียน จะปลอดภัยที่สุด"
หลี่ิแปลกใจเป็อย่างมาก รีบถามต่อ"เถ้าแก่กล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร หรือว่ามีโจรดักปล้นระหว่างทาง"
"ถูกต้อง หลายเดือนมานี้มีโจรม้านับร้อยลอบโจมตีขบวนสินค้า มีผู้คนาเ็ล้มตายไปหลายร้อยคน มีสินค้าและทรัพย์สินถูกปล้นไปมากมายจนนับไม่ถ้วน"
"แล้วเ้าเมืองทำไมไม่ส่งทหารไปปราบปรามพวกโจรล่ะ"
เถ้าแก่ทำหน้าเคร่งเครียด"เ้าเมืองส่งทหารไปหลายครั้งแล้ว แต่พวกมันรู้ตัวก่อนทุกครั้ง จึงทำให้จับตัวพวกโจรไม่ได้สักที"แล้วหันซ้ายแลขวาเอามือป้องปาก พูดเสียงแ่เบา"เขาลือกันว่าความจริงแล้วเ้าเมืองเป็คนบงการเื่ราวทั้งหมด"
หลี่ิได้ฟังอดแตกตื่นไม่ได้ถึงกับโพล่งออกมา"ท่านเ้าเมืองจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร เป็ไปไม่ได้หรอก"ผู้จะเป็เ้าเมืองได้นั้น จะต้องเป็เชื้อพระวงศ์หรือไม่ก็ต้องเกี่ยวข้องกันทางใดทางหนึ่ง นี่คือเื่ที่ยายเฉินเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้นั่นเอง
เถ้าแก่ถึงกับใรีบเอามือปิดปากหลี่ิ "เ้าบ้าอย่าพูดออกมาเสียงดังเช่นนี้ และอย่าได้นำเื่นี้ออกไปเผยแพร่ในที่ชุมชน ไม่เช่นนั้นเ้าจะถูกทหารจับเข้าคุกทรมานจนตาย"
หลี่ิรับฟังเื่ราวแปลกประหลาด อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ 'แต่ถึงอย่างไร เ้าเมืองผู้นี้จะต้องให้คำตอบที่ถูกต้องแก่ข้าในคืนนี้'และแล้วการค้าก็จบลงได้ด้วยดี หลี่ิจึงลาเถ้าแก่ไปหาโรงเตี๊ยมค้างแรม