“หยุดเดี๋ยวนี้! ปล่อยฉัน!”หญิงชรายังคงโวยวายออกมาไม่หยุด
“เราต้องระบุชื่อของมันอย่างไรนะ?” เฟอร่าเอ่ยถามชายหนุ่มหลังจากที่จัดการพันเชือกชุบเืครบทั้ง 3 ตำแหน่งแล้ว
“เก็บเื 1 หยดใส่กระบอกบรรจุเื แล้วโยนใส่ในเตาผิง”แม็กซ์หยิบแผ่นกระดาษจากกระเป๋าของตนเองขึ้นมาอ่านให้เธอฟัง คาดว่าจะเป็ข้อมูลการทำพิธีที่ลุงคีธเขียนไว้ให้
เฟอร่าพยักหน้าเข้าใจ หญิงสาวไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอหยิบมีดสั้นและกระบอกไม้เล็กๆขึ้นมาจากหีบบนโต๊ะแล้วเดินตรงไปยังร่างของหญิงแก่อย่างเงียบๆ เฟอร่าตรึงคางของนางเอาไว้แน่นก่อนจะลงมือกรีดปลายคมมีดลงบนแก้มอันเหี่ยวย่นนั้น หญิงชรากรีดร้องดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมานนางสะบัดหน้าต่อต้านสุดกำลัง ส่งผลให้ปลายมีดคมกรีดลงบนผิวเป็แผลยาวเหวอะหวะคาดว่า คมมีดน่าจะแทงทะลุเข้าไปถึงในช่องปากโดยไม่ได้ตั้งใจ
เฟอร่าถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เธอลดมีดในมือลงแล้วใช้กระบอกไม้เล็กๆรองเอาเืสีดำที่ไหลออกมาจากแผล เสียงคนแก่ยังคงกรีดร้องโวยวายออกมาไม่หยุดแต่คนทั้งสองก็ได้หาสนใจไม่ เฟอร่าโยนกระบอกเก็บเืลงไปในเตาผิงที่มีไฟแผดเผาลุกโชนเธอยืนมองกองไฟนั้นอยู่สักพักก่อนจะใช้เหล็กเขี่ยกระบอกนั้นออกมาดู กระบอกไม้ยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่มีร่องรอยของการเผาไหม้แม้แต่น้อย หญิงสาวพลิกวัตถุในมือดูรอบๆ ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อได้เจอตัวอักษรแปลกประหลาดสีแดงสลักอยู่บนนั้น
“ไลลา...โอเค ถูกต้อง!” แม็กซ์ชี้สัญลักษณ์ในแผ่นกระดาษของลุงให้ดูเปรียบเทียบกันตัวอักษรแปลกประหลาดนี้เป็ภาษาเฉพาะกลุ่มที่คนในตระกูลพวกเขาส่งความรู้ถ่ายทอดต่อกันมา
“ไปกันเถอะ” เมื่อได้ข้อยืนยันชัดเจนแล้วก็ถึงเวลาของขั้นตอนต่อไปทั้งสองขนศพที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมากลับไปวางไว้หลังกระบะรถอีกครั้ง แล้วพากันมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านของพวกเขา
“ได้โปรด! ปล่อยฉันไปเถอะ! ฉันคิดถึงหลาน” หญิงชรายังคงพร่ำร้องอ้อนวอน น้ำเสียงแหบแห้งของนางอ่อนระโหยโรยแรงดูน่าสงสารแต่ดวงตาลึกโหลคู่นั้นกลับเบิกโพลงแข็งกร้าวจนน่าขนลุก
เฟอร่าจ้องมองเ้าของร่างนั้นเพียงชั่วแวบเดียวก่อนกวาดสายตามองสำรวจข้างทางดวงอาทิตย์ตกดินไปนานแล้ว ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีแสงสว่างจากดวงดาว แต่ก็ยังพอมีแสงรำไรจากพระจันทร์เสี้ยวที่ถูกเมฆหมอกบดบังเป็ระยะถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยังคงสามารถมองเห็นเหล่าดวงิญญาได้อย่างชัดเจน พวกเขาเ่าั้ลอยเคว้งอย่างไร้จุดหมายปรากฏให้เห็นอยู่ทุกหนแห่งที่เธอมองไปคิดดูแล้วิญญาเหล่านี้ก็น่าสงสารไม่น้อย ด้วยความที่พวกเขาไม่ยอมปล่อยวางจึงต้องติดบ่วงกรรมอยู่เช่นนั้นตลอดไปไม่ได้กลับไปสู่ภพภูมิที่ควรจะอยู่
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบดึกดื่น ในที่สุดก็เดินทางมาถึงบ้านเสียทีคนทั้งสองช่วยกันยกร่างหญิงชรากลับไปยังสวนหลังบ้านรวมกับศพที่เหลือ
“ขั้นตอนต่อไปคือ ฝังทั้งเป็...” แม็กซ์ยกกระดาษขึ้นมาอ่านให้เธอฟัง
“พวกโเี้เหนืุ์! แกกล้าทำร้ายคนบริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ?! ฉันขอสาปแช่งให้พวกแกตกนรกทั้งเป็! โดนพระเ้าลงทัณฑ์อย่างสาสม!” หญิงชราสบถออกมาอย่างเหลืออด นางพยายามดิ้นต่อต้านอย่างไม่ลดละไม่มีทีท่าว่าจะหมดแรงลงแม้แต่น้อย
“นรกคือบ้านของแกไม่ใช่เหรอ?” แม็กซ์ตอกกลับด้วยน้ำเสียงปนรำคาญเขาจ้องไปยังหญิงชราตาเขม็ง
“แกพูดเื่อะไร?! ฉันคือคนบริสุทธิ์! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันที! ฉันกำลังจะถูกคนพวกนี้ฝังทั้งเป็!” หญิงแก่ร้องโหวกเหวกโวยวายลั่น แต่ก็เปล่าประโยชน์สำหรับพื้นที่ห่างไกลผู้คนเช่นนี้
ทั้งสองเลิกสนใจเสียงแหบแห้งชวนหนวกหูนั้นก่อนจะช่วยกันขุดหลุมฝังศพที่ลุงคีธได้ตีกรอบตำแหน่งไว้ให้ แต่ทว่า ผืนดินบริเวณนั้นกลับแข็งตัวผิดปกติไม่ต่างจากพื้นเหล็กแม็กซ์ออกแรงขุดจนจอบหักแต่พื้นบริเวณนั้นกลับดูไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“ฮ่าๆ! เห็นไหมล่ะ?! พระเ้ากำลังลงโทษพวกแกอยู่” หญิงชราหัวเราะสะใจ
เฟอร่าเม้มปากตรง รู้สึกเอือมระอาเหลือเกิน จะมีสักครั้งไหมที่ภารกิจของเธอจะไร้อุปสรรค
“ฉันเคยเจอเคสแบบนี้ครั้งหนึ่งตอนไปช่วยพ่อ ต้องใช้เกลือโรยความบริสุทธิ์ของเกลือจะไล่มนต์ดำออกไป” แม็กซ์เอ่ยขึ้นหลังจากนิ่งเงียบคิดวิเคราะห์กับตัวเอง
“ฉันจะไปเป็เพื่อน” เฟอร่าเอ่ยปากอาสาแบบไม่ต้องคิด แม้ว่าตัวบ้านจะไม่ได้ห่างจากบริเวณนี้มากแต่เธอไม่้าปล่อยให้เขาอยู่ตามลำพัง เพราะไม่เช่นนั้นเขาจะกลายเป็เป้าโจมตีได้ง่าย
“แต่จำเป็ต้องมีคนเฝ้ามันไว้นะ” สีหน้าของชายหนุ่มดูจริงจัง เฟอร่าที่ได้ยินดังนั้นได้แต่ถอนหายใจออกมาก็จริงอยากที่เขาบอก แต่มันอดเป็ห่วงเขาไม่ได้ ด้วยเหตุผลที่ทั้งสองรู้ดีแก่ใจ...
“แต่ว่า...” เฟอร่าขบริมฝีปากแน่นอย่างคิดไม่ตก เธอพยายามคิดหาทางเลือกอื่นที่เป็ไปได้แต่ก็ไม่มีเลย
“ไม่ต้องห่วงน่า ฉันไปแปบเดียว” แม็กซ์ยื่นมือขึ้นมาลูบเรือนผมสลวยของเธอเบาๆ
“...รีบกลับมานะ” หญิงสาวบอกเขาเสียงแ่ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล
“แน่นอนอยู่แล้วที่รัก” เขายกยิ้มบางๆ ให้เธอ ก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้าไปในบ้าน
หลังจากที่ชายหนุ่มลับสายตาไปไม่นาน บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนไปกะทันหันลมร้อนไร้ที่มาที่ไปพัดเข้ามาผ่านผิวกายจนรู้สึกแสบ เหล่าแมกไม้พัดโบกไปมาจนเกิดเสียงหวีดหวิวท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงมีสายฟ้าแลบอยู่ลิบๆ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฟ้ากัมปนาทในเวลาต่อมาทั้งที่่นี้ไม่ใช่ฤดูฝน
“หึๆ” เสียงหัวเราะในลำคอของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาบริเวณหลังต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เธอยืนอยู่ไม่ไกลนักหญิงสาวยังไม่ทันได้แสดงท่าทีอะไรไปมากกว่านี้ เสียงหัวเราะคิกคักอีกเสียงก็ได้ดังขึ้นตามมาจากป่าฝั่งตรงข้ามหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของใครอีกหลายคนถาโถมกึกก้องเข้ามาทุกทิศทาง
หัวใจของหญิงสาวพลันเต้นถี่รัวขึ้นมาทันใด เหงื่อซึมผุดพรายขึ้นตามหน้าผาก สองมือเริ่มสั่นเทาความรู้สึกหวาดกลัวค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหา เฟอร่าหลับตาลงพร้อมกับสูดหายใจเข้าออกลึกพร่ำเรียกสติตนเองกลับมาก่อนที่ขวัญจะกระเจิดกระเจิงไปมากกว่านี้
แต่ทว่า เสียงรอบกายกลับดังขึ้นและดูบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมคราวนี้มีเสียงร้องโหยหวนอย่างทรมานของสัตว์นานาชนิดปะปนกับเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของผู้คนบ้างก็เป็เสียงหัวเราะอย่างเสียสติ เวลานี้เฟอร่าต้องต่อสู้กับความกลัวของตนเองอย่างหนักไม่ได้! เธอจะหลงกลพวกมันไม่ได้เด็ดขาด! แม้ตัวตนเบื้องลึกภายในของเธอกำลังร่ำร้องอย่างหนักอยู่เวลานี้แต่เธอจะแสดงความอ่อนแอออกมาให้พวกมันเห็นไม่ได้!
จิตใจที่เข้มแข็งคือหัวใจหลักของนักล่าปีศาจ คำพูดและภาพรอยยิ้มของแม่ดังก้องขึ้นมาในห้วงความคิดของหญิงสาวเฟอร่ากัดริมฝีปากแน่น คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
เธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวผลักซ่อนความอ่อนแอไว้เบื้องลึกสุดของจิตใจก่อนจะรีบเดินตรงไปยังพื้นดินบริเวณที่จะขุดหลุมฝังศพอีกครั้ง หญิงชรายังคงนั่งอยู่ที่เดิมภายใต้เชือกพันธนาการแต่สีหน้าของนางดูเปลี่ยนไป ดวงตาลึกโหลคู่นั้นเบิกโพลงจนแทบถลน มาพร้อมกับริมฝีปากที่ฉีกยิ้มกว้างจนเกินพอดีเป็ภาพที่ชวนสยดสยองไม่น้อย
เฟอร่าเบนสายตาไปทางอื่น เธอหยิบกิ่งไม้ที่ตกอยู่บริเวณนั้นขึ้นมาลองเขี่ยบริเวณหน้าดินฝังศพดูอีกครั้งแล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า พื้นดินที่เคยแข็งตัวก่อนหน้านี้พลันร่วนลงไปราวกับดินทรายเสียอย่างนั้นเธอลองใช้มือขุดก็พบว่า หน้าดินยุบลงเป็โพรงกว้างราวกับมีคนมาขุดไว้ให้แล้วเรียบร้อย
ไม่มีเวลาแล้ว เฟอร่าใช้มือโกยดินออกอย่างเร่งรีบ
“ยังไม่หมด โกยออกมาอีก ตรงนั้นแหละ!” แว่วเสียงของใครบางคนดังขึ้นอยู่ใกล้หูตามมาด้วยเสียงหัวเราะชอบใจ แต่ในเวลานี้หญิงสาวไม่คิดสนใจอีกต่อไปแล้วเธอก้มหน้าก้มตาขุดดินจนเสร็จ
“แน่ใจแล้วหรือว่าลุงแกจับมาถูกคน?” หญิงชราเอ่ยถาม ขณะที่เฟอร่ากำลังลากร่างของนางตรงไปยังหลุม
สีหน้าของหญิงสาวยังคงเรียบเฉย ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ เธอรวบรวมแรงฮึดใหญ่ผลักร่างของหญิงแก่ลงไปในหลุมก่อนจะโกยดินกลบฝังร่างนั้นทั้งเป็ เสียงของมันดังโหยหวนออกมาอย่างทรมานแม้ว่าทั้งร่างจะถูกฝังไปหมดแล้วก็ตาม
มาถึงขั้นตอนสุดท้ายตามที่ลุงคีธได้บอกไว้ เฟอร่าหยิบขวดน้ำมนต์ออกมาจากกระเป๋าเป้เธอจัดการราดน้ำมนต์ลงไปบนหลุมนั้นจนทั่ว เสียงแผดร้องของคนในหลุมดังลั่นด้วยความทรมานอยู่สักพักก่อนจะเงียบหายไปไอสีขาวล่องลอยอบอวลขึ้นมาอยู่เหนือหลุมศพ เฟอร่านำขวดโหลแก้วที่ลุงคีธมอบให้ยื่นเข้าไปในกลุ่มควันนั้นในเวลาชั่วพริบตา ไอสีขาวก็ได้เคลื่อนตัวเข้าไปรวมกันอยู่ในโหลอย่างน่าประหลาดใจหญิงสาวเก็บขวดโหลนั้นกลับไว้ในกระเป๋าเป้พลางกวาดสายตาสำรวจดูรอบกาย
สภาพแวดล้อมโดยรอบกลับคืนสู่สภาวะปกติแล้ว แต่กลับไร้ซึ่งวี่แววของชายหนุ่มไวเท่าความคิด เฟอร่าเดินตรงไปยังตัวบ้านทันที
สิ่งที่เธอกังวลที่สุด...ขออย่าได้เกิดขึ้นกับเขาเลย
++++++++++++++++++++++++++++++
คอมเม้นพูดคุยกันได้น้าเจอกันอีกทีวันศุกร์จ้า