เซเรียยอมรับผิดอย่างไม่ค่อยเต็มใจก่อนจะค้อมศีรษะเพื่อแสดงความขอโทษ
หากเธอแอบออกไปเงียบๆ แต่แรกก็คงไม่มีใครรู้ท่าทางเธอคงสำนึกผิดจริงๆ ถึงได้แสดงตัว
ริโอะยิ้มเจื่อน เขาไม่รู้ว่าควรทำหน้ายังไงในสถานการณ์นี้
“เงยหน้าขึ้นเถอะครับ อาจารย์แค่เป็ห่วงผมนี่เนอะ?”
ได้ยินดังนั้นเซเรียจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างหวาดๆ
“อ...อื้อ แล้ว...จริงๆวันนี้อาจารย์ตั้งใจจะฉลองให้ริโอะสำหรับชัยชนะเมื่อวานด้วย...”
เซเรียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขาดความมั่นใจ
“เอ๊ะ? ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้นะครับ”
เมื่อเห็นเซเรียตั้งใจขนาดนี้ ริโอะเองก็เริ่มรู้สึกเกรงใจขึ้นมา
“ม... ไม่ได้นะจ๊ะ ไม่ฉลองไม่ได้นะ!แค่ได้เป็ตัวแทนก็ถือเป็เกีติมากๆ แล้ว นี่เธอยังชนะมาอีก”
สิ้นเสียงใส เซเรียคว้าข้อมือแกร่งของริโอะแล้วออกวิ่ง
“อ๊ะ! เดี๋ยวครับอาจารย์!”

ขาของเด็กชายต้องก้าวฉับๆ อย่างเสียไม่ได้ เขาถูกลากไปทั้งๆที่มือถูกกุมไว้อย่างนั้น
เ้าของร่างอรชรในวันนี้เดินเร็วกว่าปกติ
มืออาจารย์เหงื่อเต็มเลย สงสัยตื่นเต้นอยู่ล่ะมั้ง
นอกจากเสียงฝีเท้าของทั้งคู่แล้วไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากคนทั้งสองอีกเลย
ริโอะลอบมองใบหน้าด้านข้างของอาจารย์สาวจากทางด้านหลัง
บัดนี้ดวงหน้าของเธอฉาบด้วยสีแดงทั้งใบ
“มีไข้หรือเปล่าครับ?”
เด็กชายเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“เอ๊ะ? ป...เปล่านี่ ทำไมเหรอจ๊ะ?”
“เปล่าครับ เห็นหน้าแดงๆ มือก็ร้อนด้วย”
พูดแล้วริโอะก็กระชับมือเซเรียแน่น
“อ๊ะ! เอ่อ... ขอโทษจ้ะ รังเกียจสินะ?”
เซเรียสะบัดมือออกอย่างรวดเร็ว
ริโอะเบิกตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มน้อยๆ แล้วส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่ใช่หรอกครับ ผมแค่ไม่อยากให้อาจารย์ฝืนตัวเองก็เท่านั้นเอง”
“อ...อืม ขอบใจจ้ะ อาจารย์ไม่เป็ไรจริงๆ”
“ถ้าไม่สบายล่ะก็ รักษาตัวจะดีกว่านะครับ”
“ม...ไม่เป็ไร รีบไปกันเถอะ”
เซเรียสาวเท้าฉับๆ เดินนำ
จังหวะของเธอเร็วกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก
บัดนี้ใบหน้าของเธอไม่ต่างอะไรจากผลไม้สุกสีแดงก่ำลูกหนึ่งเลยล่ะ
เดินมาได้สักพัก ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงห้องของเซเรียอย่างปลอดภัย
ริโอะลงมือจัดเตรียมชาเช่นทุกครั้งอย่างเคยชิน
ในห้องวิจัยของเซเรียจะมีมุมคล้ายๆ ห้องครัวและชุดน้ำชาที่พร้อมหยิบมาใช้งานได้ตลอดเวลาวางอยู่
“วันนี้ผมขอใช้ชาที่อาจารย์เตรียมไว้ให้นะครับ”
“ได้จ้ะ เป็ใบชาจากเมืองอามูลนะจ๊ะ”
“ชาเกรดเอเลยนะครับเนี่ย”
เมืองอามูลเป็แหล่งปลูกชาที่มีชื่อเสียงที่สุด
ใบชาที่ถูกปลูกในเมืองนี้จะถูกขนาดนามว่าเป็ชาชั้นดี
“แน่นอนสิจ๊ะ ฉลองให้ริโอะคนเก่งทั้งที อาจารย์เตรียมคุกกี้ที่เข้ากับชาเอาไว้ให้ด้วยนะ”
น้ำเสียงใสเจือความตื่นเต้น
ริโอะค่อยๆ ผ่อนคลายลง เมื่อเห็นว่าท่าทีของเซเรียกลับมาเป็ปกติเหมือนเช่นทุกวันแล้ว
มือเรียวงามแต่คงความเป็ชายชงชาอย่างเงียบๆ
เมื่อชงเสร็จเขาก็นำกาน้ำและแก้วมาเสิร์ฟไว้บนโต๊ะที่ตั้งอยู่กลางห้อง
ริมฝีปากงามเอ่ยขึ้นในจังหวะเดียวกันกับที่ริโอะจัดเตรียมชาและขนมเสร็จ
“เหนื่อยหน่อยนะ ขอบคุณมากจ้ะ”
“ไม่เป็ไรครับ ผมจะบอกว่า...”
พูดแล้วริโอะก็จ้องหน้าเซเรียเขม็งโดยไม่พูดอะไร
ทั้งสองจ้องตากันไปหลายวินาที ผู้ที่อยากรู้จนทนไม่ไหวจึงตัดบทขึ้น
“อ...อะไร?”
“สีหน้าดูดีขึ้นแล้วนี่ครับ”
“เอ๊ะ? อ่อ... ก็นิดหน่อย”
หน้างามเหลอหลาแวบหนึ่งก่อนจะถูกมือน้อยๆของเ้าของกุมไว้เพื่อแก้เขิน
“ม... เมื่อกี้ไม่เป็ไรจริงๆ นะ!ตอนนั้นแค่ใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเฉยๆ”
เซเรียโบกมือปฏิเสธ
“อ่อ...ถ้าไม่เป็อะไรก็ดีแล้วครับ”
ริโอะเอียงคอมองคนปากแข็ง
“เื่นั้นช่างเถอะ เมื่อกี้โดนเขาสารภาพรักมาใช่ไหมล่ะ?”
“...ครับ เขาให้จดหมายมาฉบับหนึ่ง...”
เซเรียพยายามเปลี่ยนเื่สนทนา
“ก็ดีแล้วนี่ ถึงคนอื่นๆ จะรังแกแต่อย่างน้อยก็มีคนที่มองเห็นคุณค่าของริโอะจริงๆ ลองเริ่มจากเป็เพื่อนก่อนดีไหมจ๊ะ?”
อาจารย์สาวลอบมองสีหน้าริโอะก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
เหมือนโดนประชดยังไงก็ไม่รู้แฮะ...
“อย่ามาเป็เพื่อนกับผมเลยดีกว่าครับ...”
“เอ๊ะ??? ทำไมล่ะ?”
ซีเรียใกับคำตอบที่ไม่ใส่ใจของริโอะ
“ขืนเขามาสนิทกับผมเมื่อไร ได้โดนแกล้งเหมือนผมแน่”
ริโอะยิ้มกระด้าง มือพลางรินชาลงในแก้วเบาๆ
ไอน้ำลอยตัวขึ้นจากแก้วอย่างอ้อยอิ่งส่งผลให้ทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นใบชาชั้นดี
“เชิญครับ”
“ขอบใจจ้ะ”
อาจารย์สาวยกถ้วยชาขึ้นมาจิบเบาๆ ทีหนึ่งอย่างมีความสุข
หลังจากจิบชารสเลิศก็ไม่วายจะชวนคุยต่อ
“เธอคนนั้นอยากสนิทด้วยถึงได้เขียนจดหมายมาไม่ใช่เหรอจ๊ะ?”
เซเรียถามอย่างจริงจัง
ริโอะยิ้มเจื่อนอย่างลำบากใจ
“ไม่ได้หรอกครับ คนอื่นยิ่งเกลียดผมแน่”
เมื่อได้ยินความคิดอีกมุมหนึ่ง อาจารย์สาวก็พลอยกังวลไปด้วย
“แต่ก็... ไม่สนใจสักนิดเลยเหรอ? อายุก็พอๆกันด้วยนะ ไม่มีแบบอยากสนิทหรืออะไรเลยเหรอ? ในโรงเรียนนี้คนน่ารักๆเยอะออก”
“จะบอกว่าไม่ชอบก็ไม่ใช่นะครับ ผมไม่สนใจมากกว่า”
เด็กชายยิ้มแหยส่ายหน้าอย่างไม่ลังเล
เซเรียเข้าใจแล้วว่าเด็กชายไม่สนใจจริงๆ
พูดกันตามตรงแล้วเด็กผู้ชายในวัยของริโอะนั้นถือเป็วัยที่มีความสนใจในเพศตรงข้ามค่อนข้างสูง
แม้แต่ตัวเซเรียเองก็ยังมีบ้างที่คิดเพ้อเจ้อฝันกลางวันเื่รักๆใคร่ๆ เลย
แต่เด็กหนุ่มหน้าตาดีตรงหน้าเธอกลับไม่สนใจเื่เหล่านี้เลย
เพราะอะไรกันนะ...?
เซเรียได้แต่นึกสงสัย
หรือริโอะไม่ชอบเข้าสังคม? หรือเขามีแฟนตัวจริงอยู่แล้ว?
เขามีคนที่ชอบหรือยังนะ?
คิดไป เซเรียก็นึกไม่ออกเลยว่าจะมีใครที่ริโอะชอบ
เพื่อนเขาก็ไม่มี
(คนที่คุยกับเขาอยู่ทุกวันก็มีแค่เรานี่นา...)
อาจารย์สาวไม่ได้เข้าใจผิด
นอกจากเซเรียแล้วริโอะไม่ได้คุยกับคนอื่นเลย
ส่วนเซเรียเองก็เอาแต่หมกมุ่นกับงานวิจัยจนไม่มีใครคุยด้วยเหมือนกัน
เื่นั้นช่างมันเถอะ
เท่าที่อาจารย์สาวรู้ กิจวัตรประจำวันของริโอะคือเรียน กินข้าว นอน อ่านหนังสือที่ห้องสมุด และซ้อมดาบ
แต่ไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไร เขาก็มักจะอยู่คนเดียวเสมอ
ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนอื่นแม้แต่เงาเลยนี่นา
เื่มีแฟนแล้วคงต้องตัดไป
เด็กชายไม่ใช่พวกที่ชอบทำตัวเด่น คนอื่นๆ จึงมองไม่ออกว่าในใจเขากำลังคิดอะไรอยู่
นี่เขาไม่รู้ตัวว่ามีคนมาชอบหรือไม่ไว้ใจใครเพราะกลัวโดนรังแกกันแน่นะ
ไม่ว่าจะเป็เพราะเหตุผลอะไรอาจารย์สาวก็รู้สึกเศร้าแทนเขาทั้งนั้น
จริงๆแล้วเซเรียก็ไม่ได้มีสิทธิ์ไปยุ่งเื่ส่วนตัวของนักเรียนแบบนี้หรอกแต่มีแค่เธอเท่านั้นที่มองเห็นการกระทำของริโอะมาตลอด 5 ปีเธอรู้ว่าเด็กชายคนนี้อดทนพยายามมากแค่ไหน
เธอจึงหวังจากใจจริงว่าอยากให้ริโอะมีความสุข
พยายามเท่าไรเซเรียก็สลัดเื่ของริโอะออกจากหัวไม่ได้
อาจเป็เพราะเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็ผู้ปกครองของริโอะล่ะมั้ง
ต้องใช่แน่ๆ เซเรียพยายามบอกตัวเองทั้งๆ ที่ใจยังสั่นๆ
เธอจิบชาเพื่อให้ใจที่เต้นแรงสงบลง
“ใกล้ถึง่ฝึกนอกสถานที่แล้วนี่เนอะ ปีนี้จะฝึกกันแบบไหนเหรอจ๊ะ?”
การเปลี่ยนเื่คุยเนี่ย อาจารย์สาวถนัดนักแหละ
การฝึกนอกสถานที่เป็การสอบโดยการสู้กันจริงๆ นอกเขตโรงเรียน
รายละเอียดและสถานที่จัดสอบจะถูกเปลี่ยนแปลงทุกปี
กฎคือนักเรียนชั้นประถมตอนปลายจะต้องเข้าสอบพร้อมกันโดยแบ่งเป็ทีม นักเรียนชั้นป.6 รับหน้าที่เป็ผู้นำ
ระหว่างที่สอบอาจมีทั้งสัตว์ประหลาด สิ่งมีชีวิตดุร้ายหรือแม้กระทั่งโจรป่า แต่ทางโรงเรียนจะคอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้อย่างเข้มงวดเนื่องจากนักเรียนทุกคนต่างก็เป็ลูกท่านหลานเธอตำแหน่งสูงๆ กันทั้งนั้น
สถานที่จัดสอบจะได้รับการตรวจตราอย่างละเอียดทุกตารางนิ้วในเื่ของความปลอดภัยหากมีอันตรายในระหว่างจัดสอบ เหล่าอัศวินที่ตระเวนสังเกตการณ์อยู่รอบๆจะเข้ามาช่วยเหลือทันที
“เหมือนจะต้องเข้าในป่านะครับ”
“ฮะ? ในป่า? เป็อาจารย์ละก็ยอมแพ้ก่อนจะไปแล้วแค่เดินไปสอนยังเหนื่อยเลย”
เซเรียฟุบลงไปกับโต๊ะ
เพียงแค่จินตนาการ อาจารย์สาวร่างบางก็เหนื่อยเสียแล้ว
“อาจารย์ออกกำลังกายบ้างสิครับ”
ริโอะยิ้มเจื่อน
นอกจากไปสอนแล้ว เซเรียแทบจะไม่ก้าวขาออกจากห้องวิจัยไปไหนเลย
แม้แต่ในระดับคุณหนูด้วยกันก็ยังถือว่าเธอขยับตัวน้อยไปอยู่ดี
“แหะๆ รองานวิจัยเสร็จก่อนแล้วกัน”
เซเรียยิ้มเจื่อนก่อนจะแสร้งเปลี่ยนเื่ตามที่ตัวเองถนัดอีกครั้ง