“ถ้าไม่มีอะไร ดิฉันกลับแล้วนะคะท่านซีอีโอจะไล่ฉันออกก็กรุณาจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานด้วย อ้อ! อย่าลืมแจ้งให้ฉันรู้ก่อนหนึ่งเดือนด้วยนะคะ”
ทีแรกเวรุณีจะยอมรับการไล่ออกเดินไปจากที่นี่ดีๆ แต่เมื่อเขาแรงมาอย่างนี้ เธอก็แรงกลับ สมน้ำสมเนื้อกันดี
“ลาล่ะค่ะ”
ร่างกลมกลึงหันหลังเดินตัวปลิวเปิดประตูเข้าลิฟท์กลับไปชั้นสำนักงานตนด้วยใจเต้นระรัวทันที
บ้านที่มีเวรุณีเพียงลำพังนั้นเงียบเหงาเธอซื้อเพียงน้ำเต้าหู้เป็มื้อเย็น เทใส่แก้วและเปิดโทรทัศน์ดูอย่างเหม่อลอยคิดถึงอนาคตอันลางเลือนของตน หากธรณ์ไล่ออก เศรษฐกิจแบบนี้จะไปสมัครงานที่ไหนจะกินอยู่อย่างไร จะใช้ชีวิตคนเดียวได้หรือไม่
คิดด้วยสมองอันสับสนอยู่นานจนปวดหัวจึงไปอาบน้ำ แต่งตัวขึ้นไปไหว้พระในห้องชั้นบนของบ้าน ซึ่งมีอัฐิพ่อแม่และเวลาระหว่างนั้นได้ยินเสียงกดกริ่งหน้าบ้านรัว รถคันงามสีดำปลาบจอดนิ่งอยู่
“มาหาใครเหรอคะ”
เวรุณียืนห่างประตูรั้วประมาณวาคะเนให้ ...หากคนกดออกเป็ผู้ร้ายเอื้อมไม่ถึงตัวเธอแน่
“มาหาคุณนั่นแหละเปิดประตูทีสิ”
ธรณ์ยืนจังก้าอยู่ตรงนั้น
“คุณมาที่นี่ได้ยังไงทำไมรู้จักบ้านฉัน”
เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นในใจกลัวสุดขีด เขารุกคืบเข้ามาในชีวิตเธอ ทั้งที่ทำงาน ...ที่พัก
“คุณเป็พนักงานบริษัทผมนะฝ่ายบุคคลมีข้อมูลคุณอยู่แล้ว อย่าลืมสิ”
ชายหนุ่มเฉลยหน้ายุ่ง
“เปิดประตูจะให้ยืนคุยอยู่ตรงนี้หรือยังไง”
“แล้วคุณมาหาฉันเื่อะไรล่ะอยากทำอะไรก็บอกผ่านฝ่ายบุคคลสิ”
“ทำไมจะต้องบอกก็ในเมื่อเป็เื่ระหว่างคุณกับผม”
“ฉันกับคุณไม่มีเื่อะไรกันแล้ว”
ธรณ์หรี่ตามองลอดประตูรั้วเหล็กดัดไปยังเ้าของบ้านในชุดนอนเชิ้ตยาวคลุมเข่า ผมถักเป็เปียเดี่ยวไพล่หลัง
“เื่ที่คุณเสนอผมเองในบริษัท...เื่ลูก”
ปลายประโยคลากยาวแ่เบาราวกระซิบ แสงจากหลอดไฟเหนือประตูรั้วสว่างจ้า เวรุณีอ่านการขยับปากเขาออก
“เร็ว! เปิดได้แล้วจะให้ชาวบ้านแถวนี้รู้ด้วยหรือยังไง”
ธรณ์แกล้งเพิ่มเสียงดังขึ้นเวรุณีเม้มปาก ยอมเปิดประตู จึงเห็นว่าเขาไม่ได้มาคนเดียวมีคนขับรถและหนุ่มสวมสูทคนเคยเจอที่โรงพยาบาลนั่งหน้ามาด้วย
“รออยู่นี่แหละ เราจะคุยกันตามลำพัง”
เธอจำต้องเชิญเขานั่งบนโซฟาขนาดกะทัดรัดประจันหน้ากับโทรทัศน์ โดยตัวเองนั่งถัดไป
“ผมยอมรับข้อเสนอ”
ธรณ์บอกเื่ที่้าไม่อ้อมค้อม
“อะไร...”
ขณะเธอยังงงๆ อยู่
“ที่ว่าคุณจะมีลูกกับผมไง”
“เฮ้ย!”
เ้าของบ้านร้องสียงหลงดีดตัวออกจากโซฟา เขาก็ไวทายาด คว้าแขนดึงไว้เสียก่อนกลายเป็เขาและเธอลุกขึ้นยื้อกันไว้
“คุณเป็คนเสนอเองนะเวรุณี”
สายตาเขามองโลมเลียร่างดวงหน้ากลมใสกระจ่าง ลำคอใต้ปกเสื้อคอวี อกสาวเคลียเนื้อผ้ารำไรต่ำไปจนถึงปลีน่องขาวๆ ซึ่งโผล่พ้นรอยสาปเสื้อนอนเธอหน้าแดงย่อตัวลงหวังความยาวเสื้อเพิ่มขึ้นเพื่อปิดขาแต่กลายเป็ดันอกอิ่มให้พุ่งดันแนบเสื้อออกมาอีก
“ไปหาผู้หญิงคนอื่นให้อุ้มท้องแทนสิคุณมีเงินตั้งเยอะ”
“ไม่เอา เดี๋ยวมีปัญหาต้องฟ้องร้องกันเหมือนในข่าว”
ธรณ์หมายถึงข่าวฟ้องร้องแม่อุ้มบุญซึ่ง้าเก็บเด็กเอาไว้เสียเอง
“เป็คุณนั่นแหละดีแล้วเราไม่ได้รู้สึกอะไรต่อกัน”
ผู้ชายคนนี้แย่เหลือเกินในสายตาเวรุณีพูดเื่แบบนี้ได้หน้าตาเฉย ...เขาจะใช้มดลูกเธอเลี้ยงลูกเขา
“ฉันไม่เอาด้วยหรอก”
“แล้วตอนนั้นคุณเสนอมาทำไม”
เขากระชับมือที่จับแน่นขึ้น...เจ็บจนเธอนิ่วหน้า
“ก็ฉันโมโหนี่เลยพูดอะไรอย่างนั้นไป”
“งั้นรักษาคำพูดด้วยนะคุณต้องรับผิดชอบมีลูกให้ผม เขาจะเป็ทายาทคนต่อไปของตระกูล”
เวรุณีรู้สึกเหมือนกำลังพูดกับคนบ้าที่คิดถึงแต่ความ้าของตัวเอง ไม่สนใจเธอเลย
“อย่างนี้แฟร์กับผมแล้ว”
“แต่ไม่แฟร์กับฉันแล้วคนอื่นจะมองฉันว่ายังไง”
“ก็มองแบบเดิมนั่นแหละคุณยังโสด ไม่มีแฟน ไม่มีใครนี่”
เธออ้าปากค้าง
“คุณให้คนสืบเื่ฉันเหรอ!”
เขายักไหล่ ดังเป็เื่ธรรมดามาก
“มดลูกที่ลูกผมต้องอาศัยอยู่ตั้งเก้าเดือนนี่ผมก็มีสิทธิ์รู้นี้ ว่าสะอาดหรือเปล่า ผ่านมาแล้วกี่คน”
เวรุณีทนไม่ไหวกับวาจาร้ายกาจเงื้อมือเตรียมสมนาคุณ ธรณ์ไม่ยอมพลาดซ้ำสองกระตุกแขนทีเดียวร่างอวบก็ปลิวมาเข้าปะทะอกแกร่งวงแขนแข็งแรงข้างเดียวรัดเอวไว้แน่น ส่วนมือที่เหลือเชยคางมนขึ้น
“คุณเลวที่สุด หยาบคาย!”
“ผมพูดความจริงต่างหาก เราโตๆกันแล้วนะ”
ธรณ์พึงใจกับกลิ่นหอมรวยริน...เธอใช้น้ำหอมอะไร ชื่นใจและเย้ายวนอย่างประหลาด เวรุณีอวบ ตัวนิ่ม อกหยุ่นไม่บางหุ่นนางแบบจนตัวแทบหักเหมือนผู้หญิงอื่นที่เคยคบ
“วิธีนี้แหละวินๆ ทั้งสองฝ่ายผมได้ทายาท แล้วจะให้เงินคุณสักก้อน เอาไปทำเื่ที่อยากทำ”
เวรุณีตกขอบสเปคเขาไปเสียไกลทั้งหน้าตา คุณวุฒิ ทรัพย์สิน สถานะทางสังคมข้อดีอย่างเดียวที่เธอมีคือประวัติขาวสะอาด ไม่มีปัญหาเื่ผู้ชาย
“แล้วถ้าฉันแบล็คเมล์คุณล่ะ”
หญิงสาวยิงคำถามท้าทาย
“ก็ลองดูสิ ผมมีวิธีจัดการของผมเหมือนกัน”
ธรณ์ยิ้ม แต่ดวงตาไม่ยิ้มด้วยเวรุณีลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น
“งั้นก็แค่เป็การอุ้มบุญเอาน้ำเชื้อคุณฉีดใส่ไข่ แล้วฝังมดลูกฉันเท่านั้นใช่ไหม”
“รู้ดีจังเลยนะ”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วทึ่งกับเธอ
“ในอินเตอร์เน็ตมีเื่นี้ตั้งเยอะแยะปล่อยฉันได้แล้ว”
เวรุณีเคยคิดเล่นๆ หากเหงามากๆน้องชายแยกไปมีครอบครัวใหม่ และเธอไม่มีใครวันหนึ่งอาจทำเหมือนนางเอกหนังต่างประเทศ ไปขออสุจิจากธนาคารอสุจิเพื่อตั้งท้องโดยไม่้าพ่อ จึงหาอ่านข้อมูลเผื่อไว้
ไม่คิดเลยว่าต้องมาใช้จริงๆธรณ์ปล่อยคลายวงแขนอย่างเสียดาย เธอผลักอกเขาออก ถอยไปยืนหน้าโทรทัศน์
“แล้วเราจะคุยเื่นี้กันอีกที”
ชายหนุ่มกระชับสูทที่ยับแล้วเดินออกไป ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายใจของเ้าของบ้าน