ตอนที่ 7 บ้านหลังเก่า
หลินจงจดจ้องไปยังเอกสารฉบับนั้น เขามิได้หยิบมันขึ้นมา
ภายในวันเดียวกันนี้มีเื่ราวเกิดขึ้นมากมายทำให้เขามิสามารถยอมรับความจริงทั้งหมดได้
นางหลินที่อดทนรอมิไหวจึงสั่งให้บุตรชายคนโตและบุตรคนรองจับมือของเขาประทับรอยนิ้วมือลงไป
หัวหน้าหมู่บ้านรับเอกสารกลับมาด้วยสีหน้าเ็าจากนั้นก็สั่งให้นางหวังซื่อไปนำโฉนดที่ดินมารวมถึงโฉนดบ้านหลังเก่าจากนางหลินด้วยเช่นกันเมื่อจัดการเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาจึงส่งเอกสารเ่าั้ให้หลินหานด้วยตนเอง
“เด็กน้อย วันหลังหากมีเื่ลำบากใจอันใดจงไปพบข้าหรือท่านปู่ผู้นำตระกูลของพวกเ้า พวกเราย่อมสามารถปกป้องพวกเ้าได้”
เมื่อหลินหานรับเอกสารมาแล้วเขาจึงคุกเข่าลงแล้วโขกศีรษะลงกับพื้นเสียงดัง “ปึง ปึง ปึง” เป็จำนวนสามครา
“อาหัน เ้าทำอันใดกัน รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า”
หัวหน้าหมู่บ้านก้มตัวลงแล้วดึงตัวเขาขึ้นมา “เด็กน้อยข้าหวังว่าเ้าจะมิเสียใจในภายหลัง ครอบครัวเมื่อแบ่งแยกกันแล้วหากคิดจะกลับมารวมตัวกันใหม่คาดว่าคงมิได้ง่ายดายนัก”
แววตาของหลินหานมุ่งมั่นแน่วแน่ เขาหันหลังกลับไปมองหลินจงเพียงหนึ่งคราจากนั้นก็จูงหลินหร่วนจากไป
หลินจงมองดูเงาหลังของพวกเขา พลันรู้สึกภายในหัวใจว่างเปล่าน้ำตาไหลรินลงมาเป็ทางยาวพลางก้าวเท้าเตรียมจะไล่ตามไปแต่ก็ถูกเหล่าพี่น้องรั้งเอาไว้
“อาหัน อาหร่วน พวกเ้ากลับมา รีบกลับมาเร็วเข้า”
เมื่อหลินหานได้ยินเสียงร้องเรียกจากด้านหลังเขาเม้มริมฝีปากเป็เส้นตรง สองมือกำหมัดแน่น
หลินหร่วนรับรู้ได้ถึงแรงที่ส่งผ่านมายังข้อมือของตน‘นี่พวกเ้าจะมิถามความเห็นของข้าหน่อยหรือว่าข้ายินยอมพาตัวภาระอย่างพวกเขามาด้วยหรือไม่ ? ’
การที่นางเสนอเงื่อนไขเช่นนั้นออกไปก็เพื่ออยากเป็อิสระจากคนแซ่หลินเหล่านี้ท้ายที่สุดแล้วคำเอ่ยเพียงมิกี่คำของเ้าเด็กนี่กลับทำให้นางวนมาอยู่ในจุดเดิมอีกครา
ทันใดนั้นภายในใจของนางกลับบังเกิดความรู้สึกโศกเศร้าและอาวรณ์ขึ้นมา
ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงทำให้นางควบคุมน้ำตาเอาไว้ไม่ได้จนมันหยดลงสู่พื้น
นางยกมือขึ้นลูบใบหน้า ทว่าน้ำตานี้ มิว่าจะเช็ดเยี่ยงไรก็เช็ดมิหมด
นี่เป็จิตใต้สำนึกที่หลงเหลืออยู่ของเ้าของร่างเดิมเยี่ยงนั้นหรือ?
หลินหร่วนขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยนางมิพอใจที่ตนเองมิสามารถควบคุมร่างนี้ได้อย่างสมบูรณ์
นางหยุดฝีเท้าลง พยายามจะควบคุมความรู้สึกที่มิใช่ของนางผลลัพธ์คือเมื่อหลินหานหันหน้ากลับมามอง ก็ถูกน้ำตาบนใบหน้าของนางทำให้ตื่นใทันพลัน
เขาเข้าใจว่านางตัดใจจากตระกูลหลินมิได้ดังนั้นหลินหานจึงแกล้งชักสีหน้า “ร้องไห้เพื่ออันใดกัน !น่าเกลียดเกินไปแล้ว”
หลินหร่วนก็รู้สึกว่าตนเองน่าเกลียดเช่นกันทว่าเ้าน้ำตานี้มิได้อยู่ภายใต้การควบคุมของนาง
เมื่อหลินหานเห็นนางเป็เช่นนี้ สองตาของเขาจึงเริ่มแดงระเรื่อแท้จริงแล้วใช่ว่าเขาจะตัดใจได้ แม้ว่าหลินจงจะไร้ความสามารถทว่าถึงเยี่ยงไรเขาก็เป็พ่อแท้ ๆ ของตน มิว่าเขาจะสุขุมและรู้ความเพียงใดทว่าปีนี้เขาพึ่งอายุเก้าปีเท่านั้น
ทว่าเขาเป็ลูกผู้ชายมากพอท้ายที่สุดจึงอดกลั้นน้ำตาเอาไว้จนได้
“อาหร่วน เ้าอย่าร้องไห้ไปเลยพวกเราจะต้องใช้ชีวิตให้ดี ต้องฝ่าฟันจนมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ได้เป็แน่พรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรมาแลกเงิน เ้าวางใจเถิดข้ามิมีวันปล่อยให้เ้ากับซิ่วซิ่วต้องทนหิวอย่างแน่นอน”
หลินหร่วนจ้องมองเด็กน้อยที่พยายามปลอบตนอย่างเงอะงะมุมปากของหลินหร่วนยกยิ้มขึ้น เ้าเด็กนี่แม้อายุยังน้อยแต่ก็มีความรับผิดชอบที่มิเลวเลย
ทำให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ตอนที่แม่สามีกับลูกสะใภ้แซ่หวังกำลังรังแกนางเ้าเด็กนี่คอยใช้ร่างกายที่ผอมบางของเขากำบังอยู่เบื้องหน้านางตลอดเวลามุมปากของหลินหร่วนอดที่จะยกยิ้มขึ้นมามิได้
เ้าเด็กนี่ แท้จริงแล้วก็มีความน่ารักอยู่เช่นกัน
ในโลกใบนี้นางมิมีผู้ใดให้พึ่งพิงอยู่แล้วเช่นนั้นก็ให้เขาคอยอยู่ข้างกายของนางก็แล้วกัน
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นความรู้สึกที่นางมิสามารถควบคุมได้เมื่อครู่ก็พลันมลายหายไป
หลินหร่วนขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น หรือเมื่อครู่นี้เ้าของร่างเดิมกำลังขอร้องให้นางเก็บเ้าเด็กนี่ไว้ข้างกาย ?มองดูแล้วความรู้สึกที่เ้าของร่างเดิมมีต่อพี่ชายและน้องสาวคู่นี้ลึกซึ้งมิน้อยเลยทีเดียว
หลินหร่วนหลับตาลง แล้วเอ่ยในใจว่า “เ้าวางใจเถิด พี่น้องคู่นี้ข้าจะปกป้องแทนเ้าเอง ข้าจะทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณ”
หลังจากเสียงขอบคุณดังขึ้นมาภายในศีรษะหลินหร่วนก็รู้สึกว่าทั่วทั้งร่างเหมือนจะเบาสบายขึ้นมากนัก
เ้าของร่างเดิมได้จากไปเกิดใหม่แล้ว
หลินหานที่มิได้รับรู้เื่เหล่านี้เมื่อเห็นนางหยุดร้องไห้แล้วจึงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
ทั้งสองคนยังเดินไปได้มิไกลเท่าใดนักก็เห็นป้าโจวอุ้มซิ่วซิ่วที่ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตามาทางนี้
เมื่อหลินซิ่วเห็นพวกเขาทั้งสองคนก็ไถลลงมาจากร่างของป้าโจวนางก้าวขาผอมเล็กทั้งสองข้างวิ่งมาทางนี้จากนั้นก็กอดขาของหลินหร่วนเอาไว้พลางร้องไห้ออกมาเสียงดัง “พี่สาวท่านเป็เยี่ยงบ้าง พวกเขาได้รังแกท่านหรือไม่ ? ”
หลินหร่วนมองดูเด็กหญิงตัวน้อยที่สูงแค่เอวของนางจากนั้นจึงเลียนแบบเ้าของร่างเดิม นางค้อมเอวลงแล้วอุ้มเด็กน้อยขึ้นมา
“มิต้องกังวลไป พี่สาวมิเป็อันใดหรอกคนเลวพวกนั้นถูกพี่สาวตีจนวิ่งหนีไปหมดแล้ว”
น้ำตาของหลินซิ่วหยุดไหลทันใด นางเอียงศีรษะน้อย ๆแล้วเอ่ยถามขึ้นมาว่า “จริงหรือ ? ”
“จริงสิ พี่สาวมีแรงเยอะมากเลยล่ะคนเลวพวกนั้นมิใช่คู่มือของพี่สาวหรอก”
หลินซิ่วรีบยกฝ่ามือน้อย ๆ สองข้างขึ้นมาปรบมือทันพลัน “ไอหยา...ท่านพี่ช่างเก่งกาจยิ่งนัก คนเลวถูกพี่สาวตีจนหนีไปหมดแล้ว”
ท่าทีไร้เดียงสาของหลินซิ่วทำให้หลินหร่วนหัวเราะออกมา
เมื่อมีเด็กน้อยสองคนอยู่ข้างกายเวลารู้สึกเบื่อก็หันไปหยอกล้อกับพวกเขา เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน
ขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น ป้าโจวก็ได้เดินมาเบื้องหน้าแล้ว
ป้าโจวเป็คนจิตใจดี ปกติแล้วนางคอยช่วยดูแลสองพี่น้องอยู่มิน้อยดังนั้นหลินหร่วนจึงหันไปยิ้มให้นางบาง ๆ
เมื่อทราบว่าหลินหร่วนมิได้ถูกเอาเปรียบป้าโจวจึงถอนหายใจออกมาอยากโล่งอกตอนที่ทราบว่าพวกเขาแยกบ้านกับตระกูลหลินออกมาแล้ว นางก็ดีใจแทนพวกเขาอย่างจริงใจ
พวกเขาสนทนากันเพียงมิกี่ประโยค หลังจากนั้นหลินหร่วนกับสองพี่น้องก็ได้แยกจากป้าโจวโดยมีหลินหานเป็ผู้นำทางไปยังบ้านเก่าตระกูลหลิน
บ้านเก่าตระกูลหลินตั้งอยู่ในสถานที่ที่ห่างไกลที่สุดของหมู่บ้านด้านหลังเป็ูเาฝูหนิว ด้านหน้ามีแม่น้ำไร้นามสายหนึ่งไหลผ่าน
เพียงแค่มองแวบเดียว หลินหร่วนก็รู้สึกชื่นชอบที่นี่แล้วห่างไกลและเงียบสงบ ูเาสวยน้ำใส มีทิวทัศน์ที่งดงามและอากาศก็บริสุทธิ์มากยิ่งนัก แน่นอนว่าหากตัวบ้านมิชำรุดทรุดโทรมเช่นนี้อารมณ์ของนางคงดีกว่านี้เป็แน่
บ้านเก่าหลังนี้เป็บ้านหลังแรกของตระกูลหลินมันถูกทิ้งร้างมานานหลายปี หลังคาที่มุงด้วยหญ้าจากพังทลายลงมานานแล้วเหลือเพียงกำแพงดินมิกี่ด้านที่ยังคงยืนหยัดอยู่
กำแพงเตี้ย ๆ รอบลานบ้านถล่มลงมาหลายจุดในลานบ้านมีวัชพืชขึ้นเต็มไปหมด จนมิมีแม้แต่ที่วางเท้าบ่อน้ำในลานบ้านก็ถล่มลงมาแล้วเช่นกัน แต่โชคดีที่ในบ่อยังคงมีน้ำอยู่
สภาพรกร้างเช่นนี้ ทำเอามุมปากของหลินหร่วนกระตุกขึ้นมาอีกครา
หลินซิ่วเอียงศีรษะแล้วเอ่ยถามว่า “พี่สาวเหตุใดพวกเราต้องมาที่นี่ด้วย ? ที่นี่น่ากลัวมาก พวกเรากลับบ้านกันเถิด”
“ต่อไป ที่นี่คือบ้านของพวกเรา ! ”
หลินหานพับแขนเสื้อขึ้นจากนั้นก็เดินเข้าไปในลานบ้านแล้วเริ่มถอนหญ้า
หลินซิ่วยังเยาว์ นางจึงมิเข้าใจความหมายในคำเอ่ยของหลินหานแต่เมื่อเห็นพี่ชายเริ่มทำงาน นางจึงรีบก้าวเข้าไปช่วยทันที
หลินหร่วนมองดูร่างใหญ่เล็กทั้งสอง มุมปากพลันยกยิ้มขึ้นมาทันใดนั้นนางก็รู้สึกความคาดหวังต่อวันข้างหน้า
จากนั้นหลินหร่วนก็เข้าร่วมขบวนการถอนหญ้าด้วยเช่นกัน
ในขณะที่ทั้งสามกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่นั้นพลันได้ยินเสียงสนทนาดังมาจากภายนอก
เมื่อหันไปมองดู เห็นเงาร่างสิบกว่าคนกำลังมุ่งตรงมาทางนี้ผู้ที่นำหน้ามาคือหลานชายของผู้นำหมู่บ้าน ‘หลินซานหลาง’คนที่ตามมาด้านหลังมีป้าโจวกับสามี รวมไปถึงบุตรชายและลูกสะใภ้ของนางด้วยทั้งยังมีคนในตระกูลหลินอีกหลายคน ในมือของพวกเขาล้วนถืออุปกรณ์ต่าง ๆ มาด้วย
“อาหัน อาหร่วน พวกเรามาช่วยพวกเ้าซ่อมแซมบ้านบ้านเก่าหลังนี้ทรุดโทรมมากยิ่งนัก อาศัยเพียงพวกเ้าจะเก็บกวาดจนหมดได้เยี่ยงไร ?”
“อาหาน เ้ามิต้องกังวลไปหรอก พวกเราจะช่วยเหลือเ้าเอง”
มิว่าเยี่ยงไรหลินหานก็ยังเป็เพียงแค่เด็กคนหนึ่งเมื่อได้ฟังดังนั้นก็อดที่จะตาแดงก่ำขึ้นมามิได้ จนต้องรีบหันหลังกลับไป
หลินหร่วนลูบศีรษะของเขาแล้วกล่าวกับทุกคนว่า“ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือพวกเรา บุญคุณครานี้ พวกเราจดจำเอาไว้แล้ว”
หลินซานหลางโบกมือปฏิเสธ “บุญคุณอันใดกัน พวกเราล้วนแซ่หลินบัดนี้พวกเ้าพี่น้องกำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ดังนั้นพวกเรามิอาจทนมองเฉย ๆได้เช่น เอาล่ะ...มิต้องเอ่ยอันใดให้มากความ รีบทำงานเถิดรีบกำจัดวัชพืชเหล่านี้ให้หมดก่อนฟ้ามืด พรุ่งนี้พวกเราค่อยมาก่อกำแพงกัน”
พวกเขาทั้งหมดมิเอ่ยอันใดให้มากความอีกต่างก็เริ่มลงมือทำงานอยู่ในลานบ้าน
เมื่อมีคนมาก งานย่อมเสร็จไวขึ้น ก่อนฟ้ามืดวัชพืชในลานบ้านก็ถูกกำจัดไปจนหมดแล้ว
ป้าโจวมองดูบ้านที่พังยับเยินจนดูมิได้ “อาหัน อาหร่วนบ้านหลังนี้ยังมิสามารถอยู่อาศัยได้ เช่นนั้นราตรีนี้ไปนอนที่บ้านของข้าก่อนเถิด”