ตอนที่4 นักเรียนดีเด่น
“น้องสาวคงไม่คุ้นเคยกับสถานที่ใหม่คุณย่าใจเย็นก่อนค่ะ” ซ่งจูหว่านเอ่ยแก้ตัวเสียงหวาน
“อะไรกัน?! จะไปเรียนวันแรก ทำไมต้องให้คนอื่นรอด้วย” ไป๋จูซีบ่นพึมพำอย่างไม่พอใจ
เธอหงุดหงิดที่พบว่าสามีหายตัวไปั้แ่เช้าโดยที่ไม่ได้บอกว่าไปที่ใด
“ผมจะไปตามเย่เอ๋อร์ก่อนครับ”ซ่งซ่านจิงเห็นบรรยากาศเริ่มตึงเครียด จึงอาสาลุกไปตามลูกสาวตน
แม่ครัวเดินมาเก็บถ้วยชามพอดีกับได้ยินคำพูดเ่าั้จึงอธิบายกับทุกคน
“อ้อ!คุณหนูรองทานเสร็จั้แ่เช้าแล้วค่ะ เธอไปออกกำลังกายมา”
สิ้นคำพูดของแม่ครัวเสียงฝีเท้าดังมาจากบันได
ซ่งเย่ปล่อยผมยาวสลวยปลายหยิกเล็กน้อยใบหน้ารูปไข่ คิ้วโก่ง ตาโตคมั์ตาสีม่วงอ่อนจางๆ
สวมกางเกงยีนส์และเสื้อยืดสีขาวขายาวเรียวตรงสวยงาม รูปร่างอันสมบูรณ์แบบเผยออก
ซ่งจูหว่านที่เห็นภาพนั้นเธอกำมือแน่นอย่างอิจฉากับรูปร่างหน้าตาของซ่งเย่ที่ดูโดดเด่นมากกว่าเธอ
“มาแล้วค่ะ”ซ่งเย่เอ่ยเสียงเรียบอย่างไม่สนใจสายตาของทุกคน
ซ่งซ่านจิงเมื่อมองเห็นซ่งเย่เดินลงมาเขาเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจที่พบว่าเธอสวยงามเหมือนแม่ของเธอมาก
“วันนี้ผมจะไปส่งลูกที่โรงเรียนให้ลุงโจวไปส่งหว่านเอ๋อร์ก็แล้วกันครับ” เขาบอกกับคนอื่นๆในครอบครัว
เขามีเื่ที่จะพูดคุยกับเธอเป็การส่วนตัวจึงอาสาไปส่งก่อนที่จะไปทำงาน
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ารับทราบ
“ไปกันเถอะเดี๋ยวจะสาย” ชายชราซ่งซ่านโจวโบกมือไล่ซ่งเย่และซ่งจูหว่าน
ในรถยนต์ของซ่งซ่านจิง
“เมื่อคืนลูกนอนหลับสบายไหม?”เขาถามด้วยความกังวลใจที่ดูแลลูกสาวของตนได้ไม่ดีพอ
“หลับสบายดีค่ะ”ซ่งเย่ตอบเสียงเบา
“ตอนบ่ายนี้พ่อไม่มีประชุมจะมารับไปทานข้าวกลางวันและพาไปซื้อเสื้อผ้าของใช้นะ นี่บัตรธนาคารเอาไว้ใช้ตามที่ลูก้า พ่อจะ
โอนเงินเข้าบัญชีให้เดือนละหนึ่งหมื่นหยวน”เขาขับรถไปพลางยื่นบัตรธนาคารให้กับเธอ
“ขอบคุณค่ะ”เธอยื่นมือมารับบัตรธนาคารด้วยความอบอุ่นใจ
ถึงแม้ว่าเขาจะอ่อนแอแต่เขาก็พยายามทำหน้าที่พ่อให้สมบูรณ์แบบ
“หากลูกมีเื่กังวลใจใดๆอย่าลืมโทรหาพ่อของลูกนะแล้วบ่ายนี้พ่อจะพาไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่”
ซ่งซ่านจิงเอ่ยด้วยความห่วงใยและเหล่ตามองโทรศัพท์เครื่องเก่าของเธอ
“เข้าใจแล้วค่ะพาไปเปิดบัญชีธนาคารด้วยได้ไหมคะ?” เธอเอียงคอถามอย่างคาดหวัง
“ได้สิ ลูกอยากไปที่ไหนอีกไหม?”ซ่งซ่านจิงรู้สึกยินดีที่เธอพึ่งพาเขา
“ไม่มีค่ะ”เธอตอบเบาๆพลางหยิบหูฟังมาฟังเนื้อหาความรู้ทางการแพทย์บทที่หนึ่ง
นั่นคือ โครงสร้างของร่างกายระดับเซลล์และเนื้อเยื่อ
เป็เพราะว่าซ่งเย่้าหาวิธีรักษาคุณตาของเธอที่นอนป่วยอยู่
พฤติกรรมของซ่งเย่ที่หยิบหูฟังขึ้นมาทำให้ซ่งซ่านจิงหยุดสนทนากับเธอทันที
ดูเหมือนว่าเธอจะมีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูงไหมนะ?
เขาแค่แปลกใจแต่กลับรู้สึกอบอุ่นใจมากกว่าที่ได้ลูกสาวตนเองกลับคืนมา
อันที่จริงเขาแทบหมดหวังไปแล้วั้แ่ที่หย่าร้างกับภรรยาของตน
จนกระทั่งนักสืบได้รายงานสถานะของซ่งเย่ที่ข้อมูลตรงกับการหายตัวไปของลูกสาวตน
ครั้งแรกที่ทราบข่าวเขาไม่แน่ใจและลังเล แต่เมื่อได้ทำการทดสอบดีเอ็นเอแล้วพบว่าพวกเขาเป็พ่อลูกกัน
นั่นทำให้เขาตื่นเต้นยินดีเป็อย่างยิ่ง!
แต่อนิจจา!!!
ภรรยาของเขาไม่ยอมรับรู้ข้อมูลที่น่ายินดีนี้!
เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเขาอีกเลย!
เขายังคงรักเธอเพียงคนเดียว!
เธอคนเดียวเท่านั้น!!!
ในเวลานี้ซ่งซ่านจิงขับรถมาถึงหน้าโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของเมืองกรีนแล้ว
เขาพาซ่งเย่ไปยังห้องผู้อำนวยการโรงเรียนที่คุ้นเคยกันดี
เนื่องจากเขาได้บริจาคเงินสำหรับพัฒนาโรงเรียนปีละหลายหมื่นหยวน
เป็เพราะว่าเขายังมีความหวังที่อาจจะได้พบกับลูกสาวของตนในวันหนึ่ง
“ก๊อก ก๊อกก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้องผู้อำนวยการ
“เข้ามา!” เสียงชายวัยกลางคนดังขึ้น
“สวัสดีครับผู้อำนวยการกง”ซ่งซ่านจิงเปิดประตูเข้าไปทักทายผู้อำนวยการโรงเรียนอย่างเป็กันเอง
“โอ้!ท่านประธานซ่งนี่เอง เรารอคุณอยู่ครับ” ผอ.กง รีบลุกขึ้นเดินมาทักทายอย่างอารมณ์ดี
“นี่คือ ซ่งเย่ลูกสาวของผมเองครับ” ซ่งซ่านจิงแนะนำซ่งเย่ให้กับ ผอ.กง
“เยี่ยม!ลูกสาวคุณสวยงามน่ารักมากครับ” ผอ.กงเอ่ยชมซ่งเย่อย่างไม่ตระหนี่คำพูด
ต้องอย่าลืมว่านี่คือผู้อุปถัมภ์โรงเรียนรายใหญ่และสำคัญ
“พวกเราเตรียมที่นั่งในห้องหนึ่งไว้ให้แล้วคุณคิดเห็นอย่างไรครับ?” ผอ.กงหันหน้ามาถามซ่งซ่านจิงอย่างเกรงใจ
ห้องหนึ่งคือห้องของนักเรียนที่เรียนเก่งระดับสุดยอดส่วนห้องที่สองถึงห้าเป็ห้องที่มีความเก่งลดลงตามลำดับ
“ห้องสามล่ะคะ?”ซ่งเย่เอ่ยขัดขึ้น เธอจำได้ว่าชีวิตก่อนนี้เธออยู่กับซูฉีที่ห้องสาม
“เย่เอ๋อร์ ลูกอยากอยู่ห้องนั้นหรือ?”ซ่งซ่านจิงแปลกใจที่เธอถามถึงห้องเด็กที่เรียนได้กลางๆ ไม่เก่งนัก
“ใช่ค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ารับคำ
ซ่งซ่านจิงเห็นลูกสาวตนยืนยันเขาจึงหันไปตกลงกับผู้อำนวยการกง ตามนั้น
เขาไม่กังวลใจว่าลูกสาวตนจะเรียนเก่งหรือไม่?
ขอแค่ได้เธอกลับคืนมานั่นมันดีที่สุดแล้ว
“ตกลงครับ อีกสักครู่ผมจะเรียกอาจารย์ประจำห้องมาพบตอนนี้เลยครับ”ผู้อำนวยการกงตามใจซ่งซ่านจิง
ห้านาทีต่อมา
ชายวัยกลางคนร่างท้วมวิ่งกระหืดกระหอบมาอย่างรวดเร็ว
“สวัสดีครับผู้อำนวยการกงมีอะไรหรือครับ?” อาจารย์ถงผานลุ่ยเปิดประตูเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงกังวล
“อาจารย์ถงนี่คือนักเรียนใหม่ในห้องของคุณครับ เธอชื่อซ่งเย่”
ผู้อำนวยการกงแนะนำซ่งเย่ที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกด้าน
“ยินดีต้อนรับนักเรียนซ่งเย่”อาจารย์ถงยิ้มรับอย่างยินดี
“ถ้าอย่างนั้น พ่อไปทำงานก่อนอย่าลืมนะลูกถ้ามีอะไรลูกสามารถโทรหาพ่อได้ตลอดเวลา”
ซ่งซ่านจิงกล่าวลาผู้อำนวยการกงกับอาจารย์ถงแล้วหันไปเน้นความห่วงใยกับซ่งเย่
“ไม่มีปัญหาครับพวกเราไปกันเถอะนักเรียนซ่งเย่ ตอนนี้กำลังจะเริ่มชั้นเรียนแรกพอดี”
อาจารย์ถงหันมาชวนซ่งเย่ให้เดินตามตนเอง
ซ่งเย่เดินตามหลังอาจารย์ถงอาจารย์ที่ใจดีและคอยช่วยเหลือนักเรียนทุกคนโดยไม่เลือกคนหรือฐานะ
เสียงพูดคุยเอะอะของนักเรียนดังเป็ระยะก่อนเริ่มเข้าสู่บทเรียนแรก
พวกเขาเดินมาที่ชั้นสองห้องที่สามกึ่งกลางอาคารเรียนหลังหนึ่ง
ซ่งเย่ยืนรออยู่หน้าประตูห้องเรียนที่สาม
อาจารย์ถงเดินเข้าห้องเรียนพลางะโแข่งกับเสียงนักเรียนที่ยังไม่สงบ
“อะแฮ่ม!นักเรียนทุกคน เงียบเสียงลงหน่อย”
“เฮ้!เพื่อนๆนั่งประจำที่ อาจารย์ประจำชั้นมาแล้ว”
ชายหัวหน้าห้อง ตันจิ่วตบโต๊ะเรียนของตนเพื่อให้เพื่อนสงบเสียงลง
“วันนี้พวกเรามีเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่มาเรียนด้วยเข้ามาแนะนำตัวเองสิ”
อาจารย์ถงหันหน้ามาส่งสัญญาณให้ซ่งเย่มาแนะนำตัวเองกับเพื่อนในห้อง
“สวัสดีฉันชื่อซ่งเย่” ซ่งเย่แนะนำตัวเองสั้นๆพลางกวาดสายตามองเห็นซูฉีสาวอวบผมยาวรวบหางม้านั่งอยู่หลังห้องซึ่งกำลังยิ้มให้ซ่ง
เย่อย่างเป็มิตร
เพื่อนร่วมห้องหลายคนต่างตกตะลึงที่เห็นสาวสวยอยู่หน้าห้องเพื่อนนักเรียนคนใหม่ผมยาวปล่อยสลวย ใบหน้าคมสวยตาโต ผิวขาว
เนียนราวหิมะส่วนสูงถึง 165 เิเ ใส่กางเกงยีนเสื้อยืดสีขาวสบายๆ ขายาวเรียวตรงสวยงาม
ชายหนุ่มหลายคนหายใจติดขัดและอึ้งตะลึงที่พบกับสาวสวยเช่นนี้
แต่เดิมพวกเขาคิดว่าซ่งจูหว่าน ดอกไม้ของโรงเรียนนั้นสวยหวานน่าทะนุถนอมมากที่สุด
แต่ในตอนนี้ที่ได้พบกับซ่งเย่
พวกเขารู้สึกได้ทันทีว่าความสวยงามที่แท้จริงเป็อย่างไร?
“ซ่งเย่ไปนั่งกับซูฉีด้านหลังนะ มีที่นั่งว่างตรงนั้นพอดี”อาจารย์ถงชี้นิ้วบอกตำแหน่งที่นั่งของเธอ
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่ตอบรับคำอาจารย์ถงเบาๆ
เมื่อเธอวางประเป๋าเป้บนโต๊ะข้างๆซูฉีแล้วนั่งลง
ซูฉีกระเถิบเข้ามาหาแล้วทักทายเธออย่างเป็กันเอง“สวัสดี ชั้นชื่อซูฉี ยินดีที่ได้รู้จัก”
“เช่นกัน”ซ่งเย่หันหน้ามาพยักหน้าให้เบาๆ
“เช้านี้พวกเรามีเรียนภาษาอังกฤษนะนี่คือหนังสือเรียนเช้านี้” ซูฉีขยับหนังสือเอียงมาให้ซ่งเย่ได้ดูด้วยกัน
ใน่พักเบรกเช้าเธอถึงจะไปรับหนังสือสำหรับการเรียนวิชานี้และวิชาอื่นๆที่ห้องฝ่ายวิชาการ
ซ่งเย่ส่งสายตาขอบคุณให้กับน้ำใจของซูฉี
ซูฉีดูเหมือนรับรู้ท่าทางของซ่งเย่เธอยิ้มรับอย่างดีใจ
เวลานี้อาจารย์เผิงหยานสาวสวยผมยาว อาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษ ได้เดินเข้ามาในห้อง
“เอาล่ะเช้านี้พวกเรามาเรียนรู้บทความจากภาพยนตร์เื่หนึ่งกัน เปิดหนังสือไปหน้าที่ 67มีใครจะอาสาอ่านให้เพื่อนฟังบ้างไหม?”
อาจารย์เผิงกวาดสายตามองนักเรียนทุกคนในห้องแล้วไปหยุดที่ซ่งเย่ซึ่งแปลกตาสำหรับเธอ
“นั่นน่ะ!นักเรียนมาใหม่คนนั้น ไหนลองอ่านดูสิ” เธอชี้นิ้วตรงไปที่ซ่งเย่
“เอ!คราวนี้อาจารย์เผิงไม่เรียกหัวหน้าชั้น”เสียงพึมพำของเพื่อนบางคนดังขึ้นด้วยความแปลกใจ
ซ่งเย่ที่ตอนนี้ใส่หูฟังเพื่อเรียนความรู้ทางการแพทย์อยู่เธอไม่ได้ยินเสียงคำสั่งของอาจารย์เผิงแต่อย่างใด
“นี่!ซ่งเย่ อาจารย์เผิงเรียกให้อ่านน่ะ” ซูฉีดึงชายเสื้อของซ่งเย่อย่างแรง
“อ้อ”ซ่งเย่ถอดหูฟังและได้ยินคำพูดของซูฉี เธอพยักหน้ารับคำ
อาจารย์เผิงที่กำลังจะบ่นให้ซ่งเย่ที่ไม่สนใจฟังการสอนของเธอ
แต่เมื่อมองเห็นซ่งเย่กำลังลุกขึ้นยืนและหยิบหนังสือมาอ่านเธอจึงสังเกตต่อไป
“The truth is I gave myheart away a long time ago
mywhole heart and I never really got it back”
ซ่งเย่อ่านประโยคภาษาอังกฤษพร้อมกับแปลให้เพื่อนฟัง“ความจริงคือฉันได้มอบหัวใจให้ใครคนหนึ่งไปทั้งดวงและฉันไม่สามารถเรียก
มันกลับคืนมาได้อีก” จากภาพยนตร์เื่ SweetHome Alablama
จากนั้นเธอนั่งลงอย่างเฉยเมยต่อสายตาของทุกคนในห้อง
อาจารย์เผิงและทุกคนในห้องต่างตกตะลึงที่พบว่าซ่งเย่อ่านได้เหมือนกับเ้าของภาษา
สำเนียงนั้นชัดเจนเหมือนคนอังกฤษแท้และยังมีคำแปลให้เพื่อนๆอีกด้วย
“.....” ซูฉีอ้าปากค้างด้วยความทึ่งกับความสามารถของเธอ
“.....” ตันจิ่วหัวหน้าชั้นของห้องสามตึงเครียดที่พบว่ามีคนเก่งมากกว่าตนเอง
อาจารย์เผิงตื่นเต้นที่พบว่าซ่งเย่มีทักษะด้านภาษาที่ดี
เธอทำการทดสอบซ่งเย่อีกโดยให้อ่านหน้าสุดท้ายทั้งหน้าซึ่งเป็บทความที่ยากและมีคำศัพท์ซับซ้อนมาก
อย่างไรก็ตามซ่งเย่สามารถอ่านพวกมันได้ทั้งหมดโดยไม่มีผิดพลาดแม้แต่น้อย
อาจารย์เผิงทดสอบไวยากรณ์และการเขียนประโยคที่กระดานหน้าห้อง
ซ่งเย่เอียงคอเล็กน้อยด้วยความแปลกใจที่พบว่าอาจารย์เผิงให้ความสนใจกับตนเอง
แต่เธอก็ลุกขึ้นไปตอบคำถามเ่าั้ทั้งหมดในเวลาอันรวดเร็ว
“นี่! ยอดเยี่ยมมากนักเรียนใหม่ เธอชื่ออะไร?” อาจารย์เผิงตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นและถามชื่อของเธอ
“ซ่งเย่ค่ะ” ซ่งเย่หันหน้ามาตอบเสียงเบา
“เอาล่ะ ในเมื่อเธอสามารถตอบคำถามในหนังสือได้ อาจารย์จะอนุญาตเป็กรณีพิเศษให้เธอทำอะไรในห้องก็ได้ที่ไม่เป็การรบกวน
เพื่อนนักเรียนคนอื่นถ้าหากเธอสามารถทำข้อสอบประจำเดือนได้คะแนนเต็ม”อาจารย์เผิงให้สิทธิพิเศษกับซ่งเย่ทันที
“โอ้โฮ!”เสียงฮือฮาจากเพื่อนนักเรียนดังขึ้นด้วยความประหลาดใจ
พวกเขาไม่เคยพบว่าอาจารย์เผิงจะใจดีเช่นนี้กับนักเรียน!
แต่เกณฑ์มาตรฐานของอาจารย์ก็สูงเช่นกัน!
ทำข้อสอบให้ได้คะแนนเต็ม!
นี่มันบ้ามาก!!!
แม้แต่นักเรียนที่เก่งที่สุดในโรงเรียน นักเรียนชายจากห้องหนึ่ง เจียซินหลงยังทำข้อสอบภาษาอังกฤษได้แค่ 135 คะแนนจากคะแนน
เต็ม 150 คะแนน
“ตกลงค่ะ” ซ่งเย่ตอบรับอย่างเรียบง่าย
เธอคิดแค่ว่านั่นจะทำให้มีเวลาสำหรับการเรียนรู้อย่างอื่น
“ดี! พรุ่งนี้เช้าเธอเตรียมตัวทำข้อสอบได้เลยนะจ๊ะ”อาจารย์เผิงกล่าวอย่างตื่นเต้น
เสียงกริ่งบอกสัญญาณหมดคาบเรียนภาษาอังกฤษ
ชั่วโมงต่อไปเป็วิชาคณิตศาสตร์โดยอาจารย์เข้มงวดที่สุดในโรงเรียนอู๋จ้วงจิน
ทันทีที่อาจารย์อู๋เดินเข้ามาในห้อง
นักเรียนนั่งตัวตรงและสงบเงียบทันที
ชายวัยกลางคนหน้าตาจริงจังกวาดสายตามองทุกคนทั่วทั้งห้อง
จากนั้นเขาหยิบหนังสือคณิตศาสตร์สำหรับมัธยมปลายมาเปิดแล้วเขียนโจทย์บนกระดาน
และหันหน้ามามองนักเรียน “ตอนนี้นักเรียนทุกคนต้องตั้งใจเรียนให้มากขึ้นปีหน้าพวกเธอจะต้องสอบเข้าวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยกัน
แล้วดังนั้นอย่าคิดว่าเวลายังมีอีกมาก ให้เร่งรัดตนเองอย่างเข้มงวด เข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้วค่ะ/ครับ” นักเรียนทุกคนตอบรับเสียงดัง
ซ่งเย่แปลกใจที่พบว่าเหตุการณ์ไม่เหมือนกับชีวิตก่อนหน้า
แต่เดิมอาจารย์อู๋ไม่เข้มงวดขนาดนี้
เสียงอาจารย์อู๋ดังขึ้นอีกครั้ง “ตอนนี้อาจารย์มีโจทย์สำหรับฝึกสอบเข้าวิทยาลัยมาให้นักเรียนทุกคนลองทำใครอาสาจะออกมาแก้โจทย์
ให้เพื่อนดูบ้าง”
“ตันจิ่วค่ะ” นักเรียนหญิงคนหนึ่งเสนอชื่อของหัวหน้าชั้นทันที
เธอชื่อ หรูเพ่ยเพ่ย เป็เพื่อนสนิทของซ่งจูหว่าน
ซ่งเย่จำเธอได้อย่างแม่นยำเด็กสาวคนนี้มักเก็บข้อมูลของเธอนำไปบอกซ่งจูหว่านอยู่เสมอ
แต่คราวนี้ซ่งเย่ไม่กังวล เพราะเธอไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
ตันจิ่ว ลุกขึ้นเดินไปเขียนคำตอบอย่างมั่นใจบนกระดาน
อาจารย์อู๋มองคำตอบของตันจิ่วอย่างพึงพอใจ
เขาเป็นักเรียนดีเด่นของโรงเรียนอยู่ในห้าอันดับแรกและทำหน้าที่เป็หัวหน้าห้องได้อย่างดี
อาจารย์ทุกคนล้วนชื่นชมเขา
ทันใดนั้นหรูเพ่ยเพ่ยส่งเสียงบอกอาจารย์อู๋เมื่อเธอเห็นตันจิ่วเดินกลับมานั่งที่เดิมแล้ว
“อาจารย์อู๋คะ หนูขอเสนอให้ซ่งเย่ออกไปแก้โจทย์นี้ด้วยค่ะ”
หรูเพ่ยเพ่ยหันหน้าจากหน้าห้องกลับมาทางหลังห้องตรงที่นั่งของซ่งเย่และกล่าวอย่างท้าทาย
“.....” ซ่งเย่ไม่มีความคิดเห็นใดๆ เธอกำลังรอดูท่าทีของอาจารย์อู๋
“ใครคือซ่งเย่?” อาจารย์อู๋แปลกใจที่ชื่อไม่คุ้นเคยสำหรับเขา
“ฉันเองค่ะ” ซ่งเย่ยกมือขึ้นแสดงตน
“ถ้าเช่นนั้นเธอแก้โจทย์นี้ได้ไหม?”อาจารย์อู๋ถามอย่างกังวลเพราะโจทย์นี้ถือได้ว่ายากสำหรับหลายคน
“.....” ซ่งเย่ไม่ตอบแต่พยักหน้ารับแทน แล้วลุกขึ้นเดินไปเขียนคำตอบบนกระดานอย่างรวดเร็ว
ปรากฏว่าซ่งเย่เขียนคำตอบเสร็จในเวลาอันรวดเร็วกว่าตันจิ่ว
และวิธีการหาคำตอบของเธอก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อนมันมีขั้นตอนง่ายๆเพียงแค่สองขั้นตอนเท่านั้น
“โอ้!” อาจารย์อู๋ดวงตาเป็ประกายเมื่อเห็นคำตอบของซ่งเย่
เขาตื่นเต้นยินดีคล้ายพบความแปลกใหม่ในชีวิต
จากนั้นอาจารย์อู๋เขียนโจทย์ใหม่บนกระดานซึ่งยากกว่าเดิม
ตันจิ่วมองเห็นโจทย์แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
หรูเพ่ยเพ่ยที่เห็นซ่งเย่แก้โจทย์ได้อย่างสวยงาม เธอไม่พอใจที่ไม่สามารถสร้างความอับอายให้กับซ่งเย่ได้
“ตอนนี้ให้นักเรียนทั้งสองคนมาแก้โจทย์นี้อีกครั้ง”
อาจารย์อู๋จ้องมองตันจิ่วและซ่งเย่เขาหวังเป็อย่างยิ่งว่าทั้งคู่สามารถแก้โจทย์ได้อย่างง่ายดาย
ปีนี้เขามีความหวังมากขึ้นที่จะส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์ประเทศและโอลิมปิก
“.....” ตันจิ่วไม่ได้กล่าวอะไรแต่เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปเขียนคำตอบหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อเขาเขียนเสร็จแล้วเขาไปยืนด้านข้างกระดานคล้ายหลีกทางให้กับซ่งเย่
แต่เขาไม่ได้กลับไปนั่งที่ในทันที
ซ่งเย่เห็นดังนั้น เธอลุกขึ้นเดินไปเขียนคำตอบอย่างรวดเร็วโดยไม่มีความกังวลใดๆ
ขั้นตอนหาคำตอบยังง่ายดายเช่นเดิม
ตันจิ่วจ้องมองขั้นตอนหาคำตอบของซ่งเย่ด้วยความประหลาดใจเขาพบว่ามันง่ายดายกว่าตนเองมาก
“เอาอีก!” อาจารย์อู๋ยิ่งตื่นเต้นมากกว่าเดิม
เขาลบกระดานแล้วเขียนโจทย์ใหม่อีกครั้งโดยเลือกโจทย์ยากกว่าเดิมมากขึ้น
ตันจิ่วเห็นโจทย์ใหม่นี้เขาอึ้งไปชั่วครู่และขมวดคิ้วแน่น
ซ่งเย่ไม่คิดอะไรมากเธอหยิบปากกามาเขียนคำตอบเสร็จในเวลาอันรวดเร็วเช่นเคย
ตันจิ่วตกตะลึงอีกครั้งเมื่อเขาเห็นว่าซ่งเย่ยังคงตอบคำถามได้อย่างสบาย
อาจารย์อู๋หันมามองตันจิ่ว
เขากัดฟันเดินเข้าไปเขียนคำตอบแต่ใช้เวลานานกว่าของซ่งเย่สามเท่า
ในขณะที่ตันจิ่วกำลังเขียนคำตอบ ซ่งเย่เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตนเองแล้วและหยิบหูฟังมาสวมไว้เพื่อเรียนภาษาเยอรมันต่อโดยไม่สนใจ
รอบข้าง
“.....” ซูฉีอ้าปากค้างครั้งแล้วครั้งเล่าเธอไม่คิดว่าเพื่อนใหม่จะเก่งกล้าสามารถเช่นนี้ เธอตื่นเต้นยินดีมากขึ้น
เมื่อตันจิ่วเขียนคำตอบเสร็จและถูกต้อง
อาจารย์อู๋ประกาศทันทีว่า“พรุ่งนี้นักเรียนทั้งสองคนจะต้องทำข้อสอบพิเศษ หากสามารถทำได้คะแนนเต็ม พวกเธอจะได้สิทธิพิเศษทำ
อะไรในห้องเรียนได้ทุกอย่างโดยที่ไม่รบกวนเพื่อน”
“โอ้โฮ!” เสียงฮือฮาจากเพื่อนนักเรียนดังขึ้นด้วยความประหลาดใจอีกครั้งมันเกิดอะไรขึ้นในวันนี้กันแน่
พวกเขาไม่เคยพบว่าอาจารย์เผิงและอาจารย์อู๋จะใจดีเช่นนี้กับนักเรียน!
ทำข้อสอบให้ได้คะแนนเต็ม!
นี่มันบ้ามาก!!!