ตอนที่ 70:เค้กในห้องเทพนิยาย
“มีเค้กด้วยหรือ ? ”
หลิวจือเซียเปลี่ยนหัวข้อสนทนาได้สำเร็จเยว่เยว่ถือเสือน้อยคริสตัลไว้ในมือ และทิ้งหัวข้อสนทนาเมื่อครู่ไปโดยปริยายดวงตาทั้งสองข้างของเธอมองไปยังหลิวจือเซียอย่างเปล่งประกาย แล้วพูดขึ้น
“คุณพ่อ เค้กอยู่ไหนหรือ ? เยว่เยว่อยากกินเค้กอยากกินเค้กที่สุด ! ”
“ลูกเล่นเป็นเพื่อนแม่ก่อน เดี๋ยวพ่อจะไปหยิบเค้กมาให้ ตกลงไหม? ” หลิวจือเซียอุ้มเยว่เยว่เข้าไปในอ้อมกอดของหลี่เมิ้งอีโดยไม่ได้สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเคืองและเขินอายของเธอ
จากนั้นก็หมุนตัวเดินออกจากห้องนั่งเล่นในตอนที่เดินมายังห้องครัว เขาได้ถือโอกาสปิดไฟในห้องนั่งเล่นเหลือไว้แค่แสงไฟสลัวรอบ ๆ ห้อง รวมทั้งไฟบนตู้โชว์กระจกเหล่านั้น
“ว้าว สวยที่สุดเลย ! ” ทันทีที่ไฟในห้องดับลงเยว่เยว่ก็ร้องตะโกนด้วยความชอบใจ
ส่วนปลายสุดของริบบิ้นที่ห้อยระโยงระยางลงมาจากด้านบนต่างก็ถูกแขวนด้วยดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับ ประกอบกับตัวอักษรเรืองแสงบนลูกโป่งล้อมรอบหุ่นปั้นจากหนังสือนิทานแต่ละตัว...ทำให้ทั่วทั้งห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยสีสันที่ดูลึกลับงดงามจนต้องกลั้นหายใจเลยทีเดียว
“Happy Birthday to you Happy Birthday to you...”
ทันใดนั้น เพลง ‘Happy Birthday’ โทนต่ำก็ดังขึ้นในขณะเดียวกันแสงไฟจากเทียนที่โบกไสวไปทั่วทั้งห้องก็ปรากฏขึ้นในห้องที่มืดสลัวแสงเทียนเล็ก ๆ ค่อย ๆ สว่างชัดเจนขึ้น
ภายใต้แสงไฟจากดวงดาวรวมทั้งแสงไฟจากตู้โชว์หลิวจือเซียได้เข็นรถเข็นที่มีเค้กขนาดใหญ่วางอยู่ก้อนหนึ่งเข้ามา
“เย้ ๆ กินเค้ก กินเค้ก ! ”
เมื่อเห็นเค้กที่มีลักษณะเหมือนกับบ้านไม้ขนาดเล็กภายใต้แสงไฟสลัวเยว่เยว่ถึงกับต้องร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น โยกตัวไปมาอยู่อ้อมกอดของหลี่เมิ้งอี
เยว่เยว่ขยับตัวอย่างฉับพลัน จนเกือบหลุดจากมือของหลี่เมิ้งอี
“เยว่เยว่ เดี๋ยวก่อน”หลี่เมิ้งอีปลอบประโลมความรู้สึกของเยว่เยว่ “รอให้พ่อมาถึง แล้วลูกค่อยลงไป”
“กึก กึก ! ”
รถเข็นที่เข็นเข้ามา มีเสียง ‘กึก กึก’จากการเสียดสีบนพรมสีเขียวดังขึ้นเป็นระลอก ส่วนหลี่เมิ้งอีกับเยว่เยว่ก็ได้เห็นเค้กที่มีลักษณะเหมือนอะไรสักอย่างอย่างชัดเจนในที่สุด
นี่คือเค้กรูปบ้านขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งหลังคาสีแดงถูกสร้างขึ้นมาจากช็อกโกแลตและผลไม้ ช่องหน้าต่างเป็นมิลค์เชคแช่แข็งกำแพงสีฟ้าอ่อนเป็นครีมที่หนาหนึ่งชั้นด้านบนประดับด้วยรูปตัวละครในเทพนิยายที่ถูกวาดด้วยแยมผลไม้บางส่วน
ด้านล่างของบ้านเป็นหญ้าสีเขียวสดซึ่งด้านบนของต้นหญ้าเบ่งบานไปด้วยดอกไม้สีแดง สีเหลือง และสีฟ้า ข้าง ๆดอกไม้มีคนแคระ มีหงส์ขาว ลูกเป็ดขี้เหร่...พวกมันต่างก็ถูกสร้างขึ้นมาจากช็อกโกแลต ถึงแม้ว่าหน้าตาจะไม่ชัดเจนขนาดนั้นแต่เมื่อดูจากเสื้อผ้าและรูปร่างแล้ว ก็ดูออกว่าพวกมันคือตัวอะไร
ถัดลงมา เป็นส่วนตัวเนื้อเค้ก นอกจากครีมที่ถูกโบกจนหนาเตอะแล้วก็ยังมีแยมผลไม้หลากสีประดับอย่างสวยงามหนึ่งชั้น
เทียนสี่เล่มที่บ่งบอกถึงวันเกิดในวัยสี่ขวบของเยว่เยว่เสียบอยู่บนตัวเค้กทั้งสี่ด้าน และแสงไฟจากเทียนที่โบกไสว ยิ่งขับให้เค้กรูปบ้านดูสว่างขึ้น
ส่วนตัวบ้าน คือบ้านในเมืองเทพนิยายแบบย่อส่วน!
“สวยมากเลย!” เยว่เยว่รู้สึกว่าเค้กวันเกิดนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา มันเป็นเค้กที่สวยที่สุดอีกด้วย
“เยว่เยว่ เป็นยังไงบ้าง ชอบเค้กก้อนนี้ไหม ? ”
หลิวจือเซียรับเยว่เยว่มาจากอ้อมกอดของหลี่เมิ้งอีตั้งใจอุ้มเข้ามาใกล้เค้กก้อนนั้น ทำให้เธอมองเห็นบางส่วนอย่างชัดเจน“พ่อใช้เวลานานมาก ถึงจะให้คนทำเค้กก้อนนี้ออกมาได้ ! ”
“อื้อ เยว่เยว่ชอบเค้กก้อนนี้ที่สุดในโลกเลย ! ”เยว่เยว่พยักหน้าอย่างรุนแรง ศีรษะพยักขึ้นลงคล้ายกับแมลงทับ
“คุณพ่อ เค้กที่สวยขนาดนี้ กินได้จริง ๆ ใช่ไหม ? ”เยว่เยว่เอียงคอถาม
“กินได้แน่นอน” หลิวจือเซียพยักหน้า “แต่ก่อนกินต้องทำสองเรื่องนี้ก่อน ! ”
เยว่เยว่ถามขึ้นด้วยความสงสัย “เรื่องอะไรคะ ? ”
หลี่เมิ้งอีมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยกินเค้กทั้งทีต้องพิถีพิถันขนาดนั้นเลยหรือ ?
หลิวจือเซียยิ้ม แล้วหยิบกล่องด้านล่างตู้โชว์สโนไวท์ออกมา
ข้างในคือมงกุฎประดับด้วยคริสตัลสามชิ้นออกมามีชิ้นใหญ่สองชิ้นและชิ้นเล็กหนึ่งชิ้น
“เยว่เยว่ ต้องใส่อันนี้ก่อน ! ” หลิวจือเซียหยิบมงกุฎที่ประดับด้วยคริสตัลชิ้นนั้นขึ้นมาแล้ววางลงบนศีรษะของเยว่เยว่ สุดท้ายก็ใช้กิ๊บขนาดเล็กติดให้มั่นคง
ตัวคริสตัลเปล่งประกายวิบวับภายใต้แสงไฟทำให้ทั่วทั้งห้องนั่งเล่นดูสว่างไสวขึ้น
“ฮิฮิ คุณแม่ เยว่เยว่กลายเป็นเจ้าหญิงสโนไวท์แล้ว ! ”
เยว่เยว่หันไปมองหลี่เมิ้งอีแสงไฟนั้นส่องสว่างให้แก่ใบหน้าที่แดงระเรื่อของเยว่เยว่เหมือนกับเจ้าหญิงสโนไวท์ขนาดย่อส่วน
“ใช่ เยว่เยว่เป็นเจ้าหญิงสโนไวท์ของเรา ! ”ใบหน้าของหลี่เมิ้งอีเต็มไปด้วยความอบอุ่น
“มานี่เลย เธอก็ต้องใส่ด้วย ! ” หลิวจือเซียมองไปยังหลี่เมิ้งอีแวบหนึ่งทันใดนั้นก็ยื่นมงกุฎคริสตัลในมือออกไป
“ฉันก็ต้องใส่ด้วยหรือ ? ” หลี่เมิ้งอีตื่นตกใจอย่างเห็นได้ชัด“วันนี้เยว่เยว่คือเจ้าภาพ ทำไมฉันต้องใส่ด้วยล่ะ ? ”
“ไม่ได้ ฉันตั้งใจเตรียมมงกุฎไว้สามชิ้น เราสามคนใส่กันคนละชิ้น! ” หลิวจือเซียมีความคิดที่แน่วแน่มากมือขวาที่ถือมงกุฎได้ยื่นออกไปข้างหน้าอีกครั้ง“อีกอย่างเยว่เยว่เองก็คาดหวังให้เธอใส่ด้วย ใช่ไหม เยว่เยว่ ? ”
“ใช่ค่ะ คุณแม่ ! ” เยว่เยว่บิดตัวเล็กน้อย“เยว่เยว่เป็นเจ้าหญิงสโนไวท์ คุณพ่อคุณแม่เป็นพระราชาและพระราชินีจะไม่ใส่มงกุฎได้ยังไง ? ”
เสี่ยวเยว่เยว่รู้สึกน้อยใจเล็กน้อยเธออยากให้ทั้งสามคนใส่มงกุฎ ถึงจะเป็นครอบครัวเดียวกัน !
เมื่อเห็นสีหน้าของเยว่เยว่ หลี่เมิ้งอีก็ใจอ่อน ยอมรับมงกุฎไป
ตอนนี้เอง จู่ ๆ หลี่เมิ้งอีก็รู้สึกถึงความหนักบนศีรษะตามมาด้วยฝ่ามือใหญ่ที่อบอุ่นกุมอยู่บนนั้น
ยังไม่ทันที่หลี่เมิ้งอีจะได้สติกลับมาฝ่ามือใหญ่นั้นก็ผละออกจากผมที่เกล้ามวยขึ้นของเธอแล้ว
“คุณแม่สวยมาก ! ”เมื่อเยว่เยว่เห็นความงามของหลี่เมิ้งอีใต้แสงไฟ ก็อดโพล่งออกไปไม่ได้
แก้มทั้งสองข้างของหลี่เมิ้งอีแดงก่ำราวกับโดนไอแดดท่าทางเขินอายนั้นทำให้หลิวจือเซียอดตะลึงนิ่งค้างไม่ได้
เมื่อถูกสายตาอันเร่าร้อนของหลิวจือเซียจ้องเขม็งใบหน้าของหลี่เมิ้งอีก็ยิ่งแดงระเรื่อไปอีก
“คุณพ่อ เราทำเรื่องแรกแล้ว งั้นเรื่องที่สองคืออะไรหรือคะ ? ”เยว่เยว่เป็นเด็กที่ไร้เดียงสาที่สุด เธอไม่สนใจว่าพ่อแม่กำลังทำอะไรอยู่
“อืม อ้อ ๆ ! ”
หลิวจือเซียดึงสติกลับมาจากนั้นก็ใส่มงกุฎที่เหลือในมือลงบนศีรษะของตัวเอง แล้วหยิบกล้องถ่ายรูปออกมาแล้วพูดว่า “เยว่เยว่ นี่คือครั้งแรกที่พ่อกับแม่อยู่ฉลองวันเกิดลูกด้วยกัน เรามาถ่ายรูปบันทึกความทรงจำดีกว่า ดีไหม ? ”
“ดีค่ะ ! ” เยว่เยว่ปรบมือพลางเอ่ยว่า“เยว่เยว่ชอบถ่ายรูปที่สุดเลย”
ระหว่างที่พูดนั้น เยว่เยว่ก็ใช้มือข้างหนึ่งโอบกอดหลิวจือเซียแล้วใช้อีกข้างโอบกอดหลี่เมิ้งอี ใบหน้าของเธอตอนนี้เผยรอยยิ้มที่สดใสออกมา
“แชะ แชะ ! ”
หลังจากตั้งเวลาถ่ายรูปแล้วทั้งสามคนก็เริ่มถ่ายรูปกันในท่าที่แตกต่างกัน
มีคนสองคนหอมแก้มทั้งสองข้างของเยว่เยว่หลิวจือเซียบีบจมูกในท่าประหลาด ส่วนหลี่เมิ้งอีก็อ้าปากด้วยความตกใจ… ในตอนแรกนั้นหลี่เมิ้งอีไม่ยอมปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติแต่ในตอนสุดท้ายเธอก็ปล่อยตัวตามใจตัวเอง
วันนี้เป็นวันที่เยว่เยว่ดีใจที่สุดในขณะเดียวกันก็เป็นวันที่หลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีก็ดีใจที่สุดเช่นกัน
“เอาล่ะ เรื่องแรกสำเร็จแล้ว ต่อไปก็เรื่องที่สอง”
หลังจากถ่ายรูปกันมาครึ่งชั่วโมง หลิวจือเซียก็เก็บกล้องถ่ายรูปวางไว้บนขาตั้งกล้อง ตั้งเป็นโหมดไฟสีเขียว วางอยู่กลางห้องนั่งเล่น “มา ๆเยว่เยว่อธิษฐานเร็วเข้า ! อธิษฐานเสร็จแล้วก็เป่าเทียน เราจะได้กินเค้กด้วยกัน !”
“อธิษฐาน ! ”
ดวงตาของเยว่เยว่เปล่งประกาย วันเกิดเมื่อสองสามครั้งที่ผ่านมาเยว่เยว่ยังเด็ก จึงไม่มีความทรงจำอะไร แต่ปีนี้ ไม่ว่าจะจากในละครโทรทัศน์หรือว่าในการ์ตูนเธอก็มักจะเห็นฉากเพื่อนตัวน้อยทำท่าอธิษฐานเด็กน้อยจึงคาดหวังว่าจะได้ทำเช่นนั้นมานานมากแล้ว
ดังนั้น เยว่เยว่จึงรีบผสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกัน และยกขึ้นมาหลับตาลง พร้อมกับอธิษฐานในวันเกิดของตัวเองในใจ
หลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีไม่มีใครพูดอะไรแค่มองเด็กน้อยอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น
ผ่านไปไม่นาน เยว่เยว่ก็ลืมตา “หนูจะเป่าเทียนละนะ ! ”
“ฟู่ ! ”
เยว่เยว่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อย่างรวดเร็วจากนั้นปากขนาดเล็กของเธอเป่าเทียนบนเค้กนั้น
แสงไฟจากเทียนขนาดเล็กนั้นก็ได้โบกไสวอยู่ในอากาศสองสามครั้ง ก่อนจะดับมอดลงในที่สุด!
หลิวจือเซียเดินมาหน้าระเบียงจากนั้นก็เปิดไฟในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง
เมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของเยว่เยว่หลี่เมิ้งอีก็พลันเอ่ยถามว่า “เยว่เยว่ บอกแม่ได้ไหม ว่าลูกอธิษฐานว่าอะไร ? ”
“ไม่ได้ ! ”
เยว่เยว่ย่นจมูกเล็กน้อย แล้วเอ่ยด้วยเสียงออดอ้อนแบบเด็ก ๆ“คุณพ่อเคยบอกไว้ ถ้าบอกคำอธิษฐานออกไปจะไม่กลายเป็นความจริง !เยว่เยว่ยังอยากให้พ่อและแม่อยู่ด้วยกัน... อ่า พูดไม่ได้ พูดไม่ได้เด็ดขาด ! ”
เด็กน้อยหลุดปากออกมาโดยไม่รู้ตัว ท่าทางปิดปากด้วยความไร้เดียงสานั้นทำให้หลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีรู้สึกขบขันไม่น้อย
หลังจากหัวเราะแล้ว ทั้งสองคนก็สบตากันโดยบังเอิญอีกครั้งแต่ครั้งนี้ความรู้สึกและสีหน้าที่แสดงออกซึ่งกันและกันมันฉายชัดอยู่ในแววตาของอีกฝ่าย
ผ่านไปเนิ่นนาน ทั้งสองคนก็ยิ้มให้กัน แล้วเมินหน้าไปทางอื่น
ดูเหมือนว่า ชีวิตของทั้งสามคนจะไม่เลวเลยทีเดียว !
“มานี่มา เยว่เยว่ ตัดเค้กเร็ว เราจะได้กินเค้กด้วยกัน ! ”หลิวจือเซียหยิบมีดพลาสติกด้ามหนึ่งขึ้นมา ให้เยว่เยว่จับปลายด้ามส่วนเขาก็กุมมือของเยว่เยว่เอาไว้
ตอนนี้เอง มือที่ขาวผุดผ่องข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากด้านข้างและเกาะกุมอยู่บนมือใหญ่ของหลิวจือเซียอีกชั้น
มือของหลิวจือเซียที่กำลังเคลื่อนไหวได้หยุดชะงักลงก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของมือนั้นด้วยความประหลาดใจ
ใบหน้าของหลี่เมิ้งอีแดงระเรื่อ ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์“มองอะไรเล่า ? ยังไม่รีบตัดเค้กอีก ! ”
หลิวจือเซียหัวเราะเบา ๆ จากนั้นทั้งสามก็ช่วยกันออกแรงแล้วตัดเค้กสองสามชิ้นบนบริเวณต้นหญ้าสีเขียวขจีนั้น
ถึงอย่างไรเค้กก้อนนี้มีขนาดถึงครึ่งเมตรทั้งสามคนไม่สามารถกินหมดได้แน่นอนประกอบกับเสี่ยวเยว่เยว่ค่อนข้างให้ความสนใจกับบ้านในเทพนิยายหลังนั้นด้วยแล้ว ดังนั้นทำได้แค่ต้องยอมตัดเค้กบริเวณต้นหญ้า
ความจริงแค่เค้กต้นหญ้านี้ พวกเขาก็กินกันไม่หมดแล้ว
เสี่ยวเยว่เยว่กินอย่างมีความสุขเธอตักเค้กใส่ปากอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ใบหน้าเปื้อนไปด้วยแยมผลไม้และครีมผ่านไปไม่กี่นาที ใบหน้าของเธอก็กลายเป็นแมวน้อยเสียอย่างนั้น
หลิวจือเซียไม่ค่อยชอบอาหารประเภทครีมที่ค่อนข้างหวานเกินไปดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ชิมเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
เมื่อหันไปมองหลี่เมิ้งอีอีกครั้ง
สองแม่ลูกช่างเหมือนกันจริง ๆนับตั้งแต่ที่หลี่เมิ้งอีแสดงความสามารถในการกินเหมือนกับราชาพุงโตไปเมื่อวานวันนี้เธอก็ยิ่งเข้าใกล้ความเป็นราชาพุงโตมากขึ้นเรื่อย ๆ
ดังนั้นเธอจึงตักเค้กแล้วทำเหมือนกับเยว่เยว่กินจนใบหน้าเปรอะเปื้อนไปหมด ไม่หลงเหลือความเป็นเทพธิดาเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามมันกลับแฝงไปด้วยความน่ารักและเสน่ห์ของหญิงสาวที่ซุกซน
คนที่มีโอกาสเห็นเทพธิดาจอเงินแสดงท่าทางแบบนี้คาดว่าคงมีแต่หลิวจือเซียเท่านั้น
“พรวด ! ”
เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็ทำให้หลิวจือเซียหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะนี้หลี่เมิ้งอีที่ก้มหน้าก้มตากินอยู่ก็ได้ผงกหัวขึ้นจากนั้นก็ถลึงตาใส่หลิวจืดเซียอย่างไม่สบอารมณ์
เมื่อก้มหน้าแล้วเห็นเค้กอยู่ในมือหลี่เมิ้งอีก็พลันเกิดความคิดชั่วร้าย จู่ ๆ เธอก็ยื่นมือออกไปปาดบนเค้กจากนั้นก็ป้ายบนหน้าของหลินจือเซียอย่างรวดเร็ว
“หืม ? ”
หลิวจือเซียที่กำลังยิ้มอย่างขมขื่นคาดไม่ถึงว่าหลี่เมิ้งอีจะจู่โจมแบบนี้ทำให้ตอนนี้แก้มข้างขวาของเขาเปื้อนไปด้วยครีม
คราวนี้หลี่เมิ้งอีเป็นฝ่ายหัวเราะเธอหัวเราะอย่างมีความสุขเหมือนกับเด็กน้อย ทั้งยังกำหมัดแน่นแสดงพลังก่อนจะยกใส่หลิวจือเซีย
อาสะใภ้อดทน แต่อาทนไม่ได้1 !
หลิวจือเซียปาดหน้าเค้กเช่นกันจากนั้นก็ถูลงบนใบหน้าของหลี่เมิ้งอีทันที
สงครามครีมเค้ก ได้เริ่มต้น ณ บัดนี้ !
1เรื่องนี้ทนได้แต่เรื่องอื่นใช่ว่าจะทนได้