สิ้นคำสั่งการของตี้เจียง กองทัพเผ่าอู๋ก็เคลื่อนพลออกปฏิบัติการอย่างเต็มรูปแบบ
จากการยั่วยุอย่างรุนแรงของเผ่าอู๋ ทั้งสองเผ่าจึงเตรียมการที่จะตัดสินผลแพ้ชนะกันในศึกเดียว ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเผ่าอู๋ เผ่าปีศาจกลับไร้ซึ่งหนทางเอาชนะโดยสิ้นเชิง
ภายใต้การกวาดล้างของเผ่าอู๋ เขตแดนของเผ่าปีศาจหดตัวลงอย่างรวดเร็ว จนดูเหมือนว่าความพินาศย่อยยับกำลังจะมาเยือนในไม่ช้า
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในสายตาของมรรคาจารย์หงจวิน ทว่าในขณะที่เผ่าอู๋กำลังจะลงมือขั้นเด็ดขาดเพื่อทำลายล้างเผ่าปีศาจ หงจวินก็ปรากฏกายขึ้นในที่สุด
ต่อหน้าสิบสองบรรพชนอู๋ หงจวินเพียงแค่ปรายตามองคราเดียว พลังอำนาจนั้นก็ตรึงพวกเขาทั้งหมดไว้กับที่ พลังอันมหาศาลและร่างกายที่แข็งแกร่งของเผ่าอู๋ เมื่ออยู่ต่อหน้าปราชญ์ กลับกลายเป็เพียงเื่ตลกขบขัน
บรรพชนอู๋ทั้งสิบสองที่เคยหยิ่งทระนงว่าไร้คู่ปรับ เมื่อได้เห็นอภิญญาของหงจวิน ต่างก็พากันขวัญเสีย ยามที่ยังมิได้ลงมือ พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าความต่างชั้นของพลังจะมหาศาลถึงเพียงนี้
ทางด้านตี้จวิ้น ตงหวง และเหล่าเผ่าปีศาจต่างพากันลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก การที่มรรคาจารย์หงจวินลงมือด้วยตนเองเช่นนี้ ย่อมพิสูจน์ได้ว่าพวกเขารอดพ้นจากความตายแล้ว
หงจวินจ้องมองลงไปยังฝูงชนเบื้องล่างก่อนจะสั่งการด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง
“นับจากนี้สืบไป อู๋คุมพิภพ ปีศาชคุม์! ภายในหนึ่งพันปี ห้ามมิให้เผ่าอู๋และเผ่าปีศาจมีเื่บาดหมางหรือเข่นฆ่ากันอีก!”
สิ้นวาจา ร่างของหงจวินก็เลือนหายไปต่อหน้าต่อตา แม้จะหามีคำข่มขู่ใดหลงเหลือไว้ แต่กลับไม่มีผู้ใดหาญกล้าขัดขืนคำสั่งนี้
เมื่อได้รับข่าวนี้ เหล่าเผ่าปีศาจต่างก็มีสีหน้ายินดีปรีดา ในขณะที่เผ่าอู๋กลับเต็มไปด้วยความคับแค้นใจที่ไม่สามารถเผด็จศึกได้ การลงมือของหงจวินครั้งนี้ได้สร้างความสั่นะเืไปทั่วทั้งมหาพิภพหงฮวง แม้แต่สวีทงที่ปิดด่านอยู่ก็ยังล่วงรู้ถึงเหตุการณ์นี้
ทว่าสวีทงหาได้ใส่ใจไม่ เพราะการประลองกำลังครั้งแรกของเผ่าอู๋และเผ่าปีศาจเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยที่บอกแก่สวีทงว่า ในไม่ช้า หกปราชญ์แห่งฟ้าดินจะต้องจุติขึ้นพร้อมกัน ช่องว่างของพลังบำเพ็ญที่เขาเพิ่งจะทิ้งห่างออกมานั้นกำลังจะถูกไล่ตามทันในไม่ช้า เขาจึงต้องใช้่เวลานี้เร่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากขึ้นไปอีกขั้น
หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปไม่นาน สุรเสียงของหงจวินก็ดังกังวานไปทั่วฟ้าดินอีกครั้ง
“วังจื่อเซียวเปิดการบรรยายเต๋าครั้งที่สาม ครั้งนี้จะบรรยายวิถีแห่งปราชญ์ ผู้มีวาสนาล้วนสามารถมาสดับฟังได้!”
เมื่อเสียง์แพร่กระจายออกไป เหล่าผู้บำเพ็ญระดับแนวหน้าจากทั่วทุกสารทิศต่างก็มุ่งความสนใจไปยังวังจื่อเซียวทันที
…
ณ เขาปู้โจว ฝูซีมีสีหน้าตื่นเต้นยิ่งนัก
“น้องหญิง! ท่านปราชญ์เปิดบรรยายเต๋าอีกครั้งแล้ว คราวนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด! หลายปีมานี้ ปราณม่วงหงเิในมือเ้ายังไม่มีความคืบหน้า บางทีครั้งนี้อาจจะเป็โอกาสสำคัญ!
หากเผ่าปีศาจของพวกเรามีปราชญ์จุติขึ้นสักคน สถานการณ์ย่อมต้องพลิกผันแน่นอน!”
ในยามนี้ ฝูซีในฐานะส่วนหนึ่งของเผ่าปีศาจ ย่อมมีความจงรักภักดีและห่วงใยในโชคชะตาของเผ่าพันธุ์
เดิมทีหนวี่วาไม่ได้สนใจความขัดแย้งระหว่างสองเผ่านัก แต่เมื่อได้ยินพี่ชายบอกว่าตนอาจจะได้รับความเข้าใจบางอย่างจากการบรรยายเต๋าครั้งนี้ นางจึงพยักหน้าตกลง ยามนี้นางมิใช่เพียงผู้บำเพ็ญไร้นามในหงฮวงอีกต่อไป แต่นางเป็ถึงศิษย์สายตรงของมรรคาจารย์หงจวิน ย่อมสมควรที่จะไปร่วมฟังการบรรยายเต๋า
ส่วนจุ่นถีและเจียอิ่นแห่งทิศประจิม แม้จะพยายามทำความเข้าใจปราณม่วงหงเิมานานหลายปี ทว่าผลลัพธ์ก็มิได้ต่างจากผู้อื่น เมื่อรู้ว่าหงจวินจะเริ่มบรรยายเต๋าอีกครั้ง ทั้งสองต่างก็ยินดีและรีบมุ่งหน้าไปยังวังจื่อเซียวอย่างไม่คิดชีวิต
ณ เขาคุนหลุน เล่าจื๊อและหยวนสื่อเมื่อได้รับแจ้งข่าว ก็เตรียมตัวออกจากด่านทันที
แต่ก่อนจะออกเดินทาง เล่าจื๊อก็ได้มาหาสวีทงอีกครั้ง
“น้องสาม ยามนี้ท่านปราชญ์เปิดการบรรยายเต๋าอีกครั้งแล้ว และแว่วมาว่าคราวนี้จะบรรยายถึงวิถีแห่งปราชญ์โดยเฉพาะ มิสู้พวกเราสามพี่น้องเดินทางไปพร้อมกันเถิด!”
เล่าจื๊อมีแผนการอยู่ในใจ หากทงเทียนฝึกฝนวิถีพิสูจน์มรรคาด้วยพละกำลังจริง หงจวินย่อมต้องมองออก และเมื่อถึงเวลานั้น ความสงสัยในใจของเขาก็จะได้รับคำตอบ
ทว่าแผนการของเล่าจื๊อก็ต้องพังทลายลงอีกครั้ง
สวีทงส่ายหน้าเมื่อได้รับคำชวนจากคนทั้งสอง
“พี่ใหญ่ พี่รอง เชิญพวกท่านเดินทางไปกันเถิด ข้าไม่ไปหรอก... เต๋าของข้าไม่ได้อยู่ที่นั่น”
พูดจบ สวีทงก็ปิดประตูลานเต๋าทันที
ตลกสิ้นดี วิถีแห่งปราชญ์งั้นรึ? ยามนี้ข้าบรรลุขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าไปแล้ว จะไปสนใจวิถีแห่งปราชญ์ของหงจวินทำไมอีก ให้พวกเขาไปไขว่คว้ากันเอาเองเถอะ
เมื่อเห็นทงเทียนยังคงรักษาท่าทีเ็าเช่นเดิม เล่าจื๊อและหยวนสื่อก็ได้แต่จำใจจากไปอย่างอับจนหนทาง
…
ณ โถง์เผ่าปีศาจ
ตี้จวิ้นนั่งอยู่บนบัลลังก์ั คิ้วของเขาขมวดมุ่นด้วยความกลัดกลุ้ม
นับจากศึกครั้งก่อน ตี้จวิ้นก็หามีความสุขไม่ เผ่าปีศาจที่เขาภาคภูมิใจกลับพ่ายแพ้แก่เผ่าอู๋ยับเยิน สถานการณ์ในสนามรบนั้นดูเหมือนการถูกไล่ต้อนฝ่ายเดียวเสียมากกว่า
ทำอย่างไรได้ ก็ร่างกายของพวกเผ่าอู๋มันแข็งแกร่งจนเกินขีดจำกัด การโจมตีส่วนใหญ่ของเผ่าปีศาจทำได้เพียงสะกิดผิวพวกมันเท่านั้น าเช่นนี้จะไปสู้ได้อย่างไร?
แม้ท่านมรรคาจารย์จะตั้งกฎแบ่งเขตปกครอง และสั่งห้ามปะทะกันในหนึ่งพันปี แต่หนึ่งพันปีนั้นผ่านไปเพียงชั่วพริบตา เมื่อเวลาครบกำหนดและาเริ่มขึ้นใหม่ เผ่าปีศาจจะรับมืออย่างไร?
ตี้จวิ้นครุ่นคิดถึงเื่นี้ทุกวันคืน แต่กลับมิอาจหาทางออกได้ กระทั่งเื่การไปฟังเต๋าที่วังจื่อเซียว เขาก็ยังมิอาจทำใจให้กระตือรือร้นได้
ปราณม่วงหงเิเขาก็ไม่มี ย่อมไม่มีหวังบรรลุเป็ปราชญ์ ส่วนวิถีกึ่งปราชญ์นั้น... สำหรับเขาแล้วมันก็เป็เพียงเื่ของเวลาและการเพียรบำเพ็ญสะสมตบะเท่านั้น ในฐานะผู้ปกครองเผ่าปีศาจ เขาย่อมไม่ขาดแคลนสมบัติวิเศษ การจะตัดสามกิเลสจนบรรลุขอบเขตกึ่งปราชญ์ขั้นสูงสุดนั้นย่อมทำได้แน่นอน แต่นั่นจะช่วยแก้ปัญหาที่รากเหง้าได้หรือ? ตราบใดที่ไม่ได้เป็ปราชญ์ ท้ายที่สุดก็เป็เพียงมดปลวกในสายตาผู้อยู่เหนือโลกอยู่ดี
ทว่าตงหวงไท่อีกลับมิได้คิดเช่นนั้น
“ท่านพี่ ท่านปราชญ์เปิดบรรยายเต๋าครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้ายแล้ว ข้าเห็นว่าพวกเราควรจะไปดูเสียหน่อย แม้จะไม่ได้เป็ปราชญ์ แต่การได้ล่วงรู้วิถีแห่งปราชญ์ย่อมเป็เื่ประเสริฐ
ไม่แน่ว่าในวันหน้า ท่านพี่อาจจะมีวาสนาบรรลุปราชญ์ เมื่อนั้นสถานการณ์ระหว่างเผ่าอู๋และเผ่าปีศาจย่อมถูกพลิกกลับมาอยู่ในกำมือของพวกเราแน่นอน”
คำพูดของตงหวงได้ผล ตี้จวิ้นที่เคยห่อเหี่ยวกลับเริ่มมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง
“ถูกต้อง! ยามนี้หนทางรอดเดียวของเผ่าปีศาจคือการบรรลุปราชญ์! ขอเพียงมีปราชญ์จุติขึ้นมา ข้าก็จะกวาดล้างเผ่าอู๋ให้สิ้นซากในคราวเดียว!”
เมื่อนึกถึงอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของหงจวิน แววตาของตี้จวิ้นก็ลุกโชนด้วยความปรารถนา การได้เป็ปราชญ์กลายเป็ความมุ่งมั่นเดียวในใจของเขาไปเสียแล้ว
ทางฝั่งเผ่าอู๋เองก็มิได้นิ่งนอนใจ
เมื่อทราบข่าวว่าท่านมรรคาจารย์จะเปิดบรรยายเต๋าอีกครั้ง สิบสองบรรพชนอู๋ก็มารวมตัวกัน
“ทุกท่าน คราวนี้ท่านปราชญ์จะบรรยายถึงวิถีแห่งปราชญ์ ตามหลักแล้วเื่นี้มิได้เกี่ยวข้องกับเผ่าอู๋ของพวกเรานัก แต่ข้าคาดว่าตี้จวิ้นกับตงหวงย่อมมิพลาดโอกาสแน่
ยามนี้ความแข็งแกร่งของเผ่าอู๋มาถึงทางตันแล้ว เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน พวกเราจะยอมให้เ้านกสองตัวนั้นเก่งกาจขึ้นไปอีกไม่ได้ ข้าจึงตัดสินใจว่าพวกเราควรจะไปวังจื่อเซียวด้วยกัน ต่อให้พวกเราจะฟังไม่เข้าใจ แต่การไปก่อกวนเ้านกสองตัวนั่นให้เสียกระบวนก็นับว่าเป็เื่ดี!”
ตี้เจียงตัดสินใจแน่วแน่ ต่อให้ตนไม่ได้ดี ก็ต้องขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นได้ดีเช่นกัน ซึ่งความคิดนี้ช่างถูกใจบรรพชนอู๋คนอื่น ๆ ยิ่งนัก
ทว่าในใจของโฮ่วถู่กลับครุ่นคิดถึงเื่อื่น
หรือว่าเผ่าอู๋ของพวกเราจะไม่มีวิถีการบรรลุเป็ปราชญ์อยู่จริง ๆ ?
แม้ทุกคนต่างมีความคิดแตกต่างกันไป แต่พวกเขากลับมีจุดหมายปลายทางเดียวกันคือ… วังจื่อเซียว
ในขณะเดียวกัน สวีทงที่นั่งอยู่ในลานเต๋าของตนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วมองไปยังทิศทางของวังจื่อเซียว
“หึหึ ไม่รู้ว่าตาแก่หงจวินนั่น หากรู้ว่าข้ายังคงไม่ไปฟังเขาบรรยายเต๋าอีก คราวนี้เขาจะลงมือกับข้าอย่างไร... เห็นทีข้าต้องวางแผนล่วงหน้าเสียหน่อยแล้ว”
พูดจบ สวีทงก็หยิบมุกโกลาหลออกมา