หลังจากที่เหวินเริ่มเขียนเพื่อเด็กสาวทั้งสอง ความคิดของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะเขารู้ว่าทุกตัวอักษรที่เขาเขียน ไม่ได้มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่อ่าน แต่มีเด็กสาวทั้งสองที่คอยยืนดูอยู่ด้วยความหวัง
เด็กสาวผมสีทองนั่งลงข้างๆ โต๊ะทำงานของเหวิน แล้วใช้มือของเธอที่เปล่งประกายแตะที่กระดาษที่เขากำลังเขียนอยู่ ทันใดนั้นเอง เหวินก็รู้สึกถึงความทรงจำที่อบอุ่นที่ไหลเวียนเข้ามาในความคิดของเขา มันเป็ความทรงจำเกี่ยวกับความเมตตาของผู้สร้างสรรค์ที่คอยให้กำลังใจเื่เล่าของเขาเองเมื่อเขารู้สึกท้อแท้
“บางครั้งเราก็รู้สึกท้อแท้” เด็กสาวผมสีทองกล่าว “แต่เราก็ไม่เคยยอมแพ้ เพราะเราเชื่อว่ายังมีคนที่จะให้ความสำคัญกับเื่ราวของเรา”
คำพูดนั้นทำให้เหวินนึกถึงวันที่เขาเคยทิ้งความฝันของตัวเองไป และความรู้สึกผิดก็เข้ามารุมเร้าหัวใจของเขาอีกครั้ง
“ฉันขอโทษที่เคยทอดทิ้งพวกเ้า” เหวินกล่าวเสียงเบา
เด็กสาวผมสีเงินม่วงยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า “เ้าไม่ได้ทอดทิ้งเรา เ้าแค่ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจความหมายของการเขียนเท่านั้น”
เหวินเงยหน้าขึ้นมองพวกเธอแล้วก็รู้สึกถึงความจริงใจที่พวกเธอมีให้ การเขียนครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อทำให้เื่ราวสมบูรณ์ แต่เป็การเยียวยาาแที่อยู่ในใจของเขาเองและของผู้สร้างสรรค์ทุกคนที่เคยยอมแพ้
เขาเริ่มเขียนต่อไปด้วยความมุ่งมั่นและรักที่มากขึ้น ทุกตัวอักษรที่เขาเขียนลงบนกระดาษไม่ได้มีแค่เื่ราวของเด็กสาวทั้งสองเท่านั้น แต่ยังมีเื่ราวของเขาเองและเื่ราวของผู้สร้างสรรค์ทุกคนที่เคยยอมแพ้ การเขียนครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เพื่อความสุขของตัวเขาเอง แต่เพื่อความสุขของผู้อื่นด้วยเช่นกัน