บทที่ 146
งานเทศกาลเดือนแปด
เดือนแปดย่ามงานเทศกาลนั้นเดินทางมาถึง อากาศเริ่มเย็นตัวลงเป็นเพราะว่าฤดูเหมันต์ใกล้เข้ามาถึงอีกครั้ง
อีกเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ฤดูหนาวเองก็จะเดินทางมาถึง ภายในเมืองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนเช่นนี้
อันนี้ทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี พัฒนาเมืองอย่างก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ภายในเมืองมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไพรในเมืองจำนวนมาก
ในยามนี้มีงานเทศกาลประจำปีถูกจัดขึ้น ในปีนี้ผู้คนมากกว่าปีที่แล้วหลายเท่า เพราะว่าผู้ที่เข้ามาภายในเมืองมีจำนวนที่มากขึ้นคนที่เข้าร่วมงานเทศกาลเองก็มากขึ้นตามไปด้วย
หรือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้มันดีมากขึ้นกว่าเดิม งานเทศกาลที่ใหญ่โตผู้คนมากมายให้ความสนใจ
ซูฉีในฐานะที่นางอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ นางเองก็คิดเอาไว้เช่นเดียวกัน ว่างานเทศกาลเช่นนี้คงจะทำให้ร้านผักของนางขายดีมากขึ้นกว่าเดิม
ถึงปกติร้านผักของนางจะขายดีอยู่แล้วก็เถอะ แต่ว่าภายในงานเทศกาลนี้มันคงทำให้ผักของนางเป็นที่รู้จักให้กับผู้คนมากขึ้น
ผู้คนมากมายเดินพลุ่งพล่านภายในเมือง ภายในเมืองชายแดนตะวันออก ราตรีสว่างไสวงานเทศกาลมันจึงถูกจัดขึ้นทั้งวันทั้งคืน
โดยที่ผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้ พวกเขาเองก็หวังว่าจะร่วมงานเทศกาลได้ทั้งวันทั้งคืน
แม่ทัพหวงรับหน้าที่เป็นคนดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในยามนี้เขาแทบจะมีอำนาจเด็ดขาดภายในเมือง การได้แทบทุกอย่าง
ถึงแผนการพัฒนาเศรษฐกิจแม่ทัพหนุ่มเองก็เป็นคนจัดการ เห็นเช่นนี้แต่เขาเองก็ไม่ได้มีความสามารถเพียงแค่การดูแลและจัดการกองทัพ
เหมือนเขาเป็นคนที่แทบจะมีความสามารถในทุกๆอย่างเลย ถ้าทำได้ในทุกๆอย่างไม่ว่าจะเป็นการดูแลจัดการกองทัพการสู้รบ
แม้กระทั่งสิ่งที่เรียกว่าการบริหารจัดการบ้านเมือง เชียร์เองก็ประหลาดใจเช่นเดียวกันมีผู้ใดจะเก่งกว่าทุกๆด้านแบบนี้
เหมือนว่าที่ผู้เขียนนิยายรังสรรค์ตัวละครนี้ขึ้นมา เป็นไปตามที่ผู้เขียนนิยายรังสรรค์ขึ้นมาไม่มีผิดเลยแม้แต่น้อย
โดยผู้ที่เขียนนิยายบอกว่าแม่ทัพหนุ่มแม้จะเป็นคนเหี้ยมโหดในสายตาของผู้อื่น เขาเองก็คือบุรุษหนุ่มที่มีความสามารถ
ว่าจะเป็นในด้านใดล้วนเป็นคนที่มีความสามารถสูงส่ง เพราะว่ามีความสามารถสูงส่งแบบนั้นจึงโดนเนรเทศไปที่ชายแดน
ในยามนี้ซูฉียังตกตะลึงกับความสามารถนี้อยู่เลย เขาเป็นคนที่ดูแลจัดการงานเทศกาลในครั้งนี้ด้วย
หวงเจียวลู่วางแผนงานเทศกาลรวมไปถึงใช้กำลังทหารบางส่วนช่วยในการจัดงานเทศกาลไปทั่วทั้งเมือง
ที่จริงแล้วภายในเมืองหลวงพวกเขาจะมีหน่วยการจัดงานเทศกาลอยู่แล้ว วิธีจะแบ่งแยกย่อยออกมาเป็นผู้ที่ดูแลจัดการเลย
ก็ภายในเมืองชายแดนแห่งนี้ขุนนางมีน้อยยิ่งนัก พัฒนาเมืองหรือว่าการจัดงานสังสรรค์ร่าเริงมันก็เป็นเรื่องที่ยาก
เพราะแบบนั้นจึงต้องใช้กำลังทหารบางส่วนมาช่วยเกี่ยวกับเรื่องการจัดงานเทศกาลในครั้งนี้
ใช้เวลาจัดงานเพียงแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้นก่อนที่จะเข้าเดือน วันนี้งานเทศกาลถูกจัดและรังสรรค์ขึ้นมาจนเสร็จ
ทั่วทั้งเมืองถูกประดับและตกแต่งไปด้วยผ้าหลากหลายสีสัน กลิ่นหอมของดอกไม้รอยคละคลุ้งปกคลุมทั่วเมือง
แขกที่มาเยี่ยมชมเมืองในช่วงเวลานี้ พากันตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ตนเองพบเห็น
“ ยอดเยี่ยมไปเลย ”
“ มันไม่คิดเลยว่าจะงดงามขนาดนี้ ”
“ นั่นสิข้าเคยได้ยินว่าเมืองชายแดนเป็นสถานที่ที่ไม่น่าอยู่และมีแต่สงครามไม่ใช่หรือ ”
“ ไม่เสียแรงจริงๆที่เดินทางมาตามคำแนะนำของเหล่าผู้คน ”
“ งานเทศกาลยังถูกจัดขึ้นมาได้อย่างใหญ่โตไม่แพ้เมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย”
“ ยอดเยี่ยมงานเทศกาลจะถูกจัดขึ้นหนึ่งวันเต็มๆ เวลานี้คงจะมีอันใดให้ดูมากมาย”
เหล่าแขกผู้ที่เพิ่งเคยเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ เขาพากันตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเองนั้นพบเห็นอยู่เบื้องหน้า
บริเวณด้านหน้าของพวกเขางานเทศกาลอันใหญ่โตที่ปรากฏขึ้น ช่างน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเมืองชายแดนทางฝั่งตะวันออกที่ห่างไกล
มีผู้ใดจะคาดคิดเล่าเมื่อชายแดนที่ห่างไกลจะมาสามารถสร้างสรรค์งานเทศกาลที่ใหญ่โตและน่าสนใจเช่นนี้ขึ้นมาได้
ดูเหมือนว่าแม่ทัพหนุ่มจะสามารถสร้างสรรค์สถานที่แห่งนี้เป็นไปอย่างที่ผู้คนมากมายต้องการได้
ผู้คนที่เดินทางหลั่งไหลเข้ามาภายในเมืองชื่นชมภายในเมืองแห่งนี้กันอย่างไม่หยุดหย่อน
ซูฉีแม้ว่าเมืองจะมีงานเทศกาล นางเองก็ยังคงทำงานของตนเองอย่างไม่หยุด
….
ในบ้านของซูฉีนางกำลังนั่งตรวจตราเอกสารที่กองเป็นภูเขาอยู่เบื้องหน้า เมื่อกิจการมีขนาดใหญ่โตมากขึ้น
จึงทำให้สิ่งที่นางต้องจัดการดูแลมันเองก็มีมากขึ้นเช่นเดียวกัน ตอนแรกที่ดูแลเพียงแค่กิจการเดียว เอกสารพวกนี้มันก็มีเพียงแค่น้อยนิด
แต่ในตอนนี้เมื่อมีกิจการที่ต้องดูแลเพิ่มมากขึ้น มันก็ทำให้เอกสารเหล่านี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
รู้สึกตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าเอกสารพวกนี้ก็วางกองกันจนเป็นภูเขาด้านหน้าแล้ว
ซูฉีขมวดคิ้วเข้าหากันมองสิ่งที่อยู่ด้านหน้าพลางคิดในใจ ‘ หนีจากพนักงานบริษัทมาได้ มาอยู่ภายในยุคสมัยนี้ก็ต้องนั่งทำเอกสารเป็นตั้งๆอย่างนั้นหรอ เหตุใดเจ้าต้องใช้ชีวิตยากลำบากแบบนี้ด้วย ’
เห็นกองเอกสารกองโตที่อยู่ด้านหน้า ก็ทำให้นางนั้นนึกย้อนถึงอดีต อดีตนางเองก็ได้แต่จัดการเอกสารในบริษัท
ในยามนี้ไม่อยู่ภายในยุคสมัยแบบนี้นางคิดว่าตนเองจะไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเอกสารพวกนี้อีกแล้ว
ตนเองมาเป็นเจ้าของกิจการแม้แต่ในยุคสมัยเช่นนี้ ต้องมานั่งดูแลและจัดการเอกสารพวกนี้ไม่ต่างจากวันวานเลย
“ หนูเจ้าคะ ได้นะเจ้าคะ ” เสียงของลี่ถังขึ้นมาจากด้านข้าง เดินเข้ามาหาคุณหนูที่กำลังนั่งสะสางงานอยู่พร้อมกับยกน้ำชาและขนมของว่างมาให้
ซูฉีแสดงแววตาฉงนมองตรงไปยังบ่าวรับใช้คนสนิทของตน “ อันใดของเจ้า ”
“ ก็ในวันเทศกาลเช่นนี้เหตุใดคุณหนูถึงมานั่งหมกตัวอยู่ภายในห้องแล้วก็ทำเกี่ยวกับพวกเอกสารพวกนี้แหละเจ้าคะ ”
“ ผู้คนด้านนอกในยามนี้กำลังเที่ยวชมเมืองแล้วก็เพลิดเพลินไปกับงานเทศกาล ”
“ ขนาดคนงานของพวกเราคุณหนูยังบอกให้หยุดแล้วก็ไปเข้าร่วมงานเทศกาลเลย ”
“ เพราะแบบนั้นเหตุใดคุณหนูถึงมานั่งหมกตัวแล้วก็สะสางงานเช่นนี้ละเจ้าค่ะ ”
“ ท่านเองก็ไม่ได้ทักมาหลายเดือนแล้ว เพราะแบบนั้นวันนี้ท่านเองก็ควรจะไปเข้าร่วมงานเทศกาลที่อยู่ด้านนอกสิเจ้าคะ
” ลี่ถังฉุนเฉียวกับการกระทำของคุณหนู
สำหรับนางแล้วคุณหนูของนางเป็นคนที่เหน็ดเหนื่อยที่สุด หรือจะไม่เห็นแต่ว่าลี่ถังรู้ดีเป็นอย่างมาก
อ่านในช่วงเวลาที่ผ่านมาคุณหนูของนางแทบจะไม่ได้พักผ่อนเลยด้วยซ้ำ เพราะแบบนั้นในยามนี้งานเทศกาลนางคิดว่าคุณหนูของนางเองก็ควรจะได้รับความสุขจากงานเทศกาลบ้าง
ใช่ว่ามานั่งหมกตัวอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้และก็มานั่งสะสางงานที่มากมายจนกองเป็นภูเขาเช่นนี้
“ เฮ้อ… พูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ว่าเจ้าดูงานพวกนี้สิ ” ซูฉีถอนหายใจเฮือกใหญ่
มองกองเอกสารที่ตั้งอยู่ด้านหน้ารอให้นางเป็นคนสะสางพวกมัน เพียงแค่มองนางก็รู้สึกหนักใจ
“ ถึงแบบนั้นก็เถอะเจ้าค่ะหลังงานเทศกาลก็ได้ งานเทศกาลเช่นนี้ใน 1 ปีจะมีเพียงแค่หนเดียวนะเจ้าคะท่านรีบไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเถอะเจ้าคะ!!! ” ลี่ถังรีบพาคุณหนูของนางไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายอย่างรวดเร็ว
จบบท