เมื่อได้ยินเฉินเหมียวเหมี่ยวบอกว่าจะเดินกลับตำบลอวิ๋นหลัว ทุกคนถึงกับลมหายใจสะดุดทันที!
หากไม่รู้ว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวเป็ผู้าุโระดับแดนก่อกำเนิด พวกเขาต้องคิดว่านางจงใจกลั่นแกล้งพวกเขาอย่างแน่นอน!
เพราะจากที่นี่ หากเดินกลับตำบลอวิ๋นหลัว สามวันสามคืนก็นับว่าเร็วมากแล้ว นี่ยังไม่รวมถึงเวลาแวะพักระหว่างทางอีก
พวกเขาอยู่ระดับรวมชีพจรเท่านั้น ไม่เคยต้องอดอาหาร ย่อมไม่สามารถไม่กินไม่นอนได้
“ทำไม พวกเ้าไม่พอใจงั้นหรือ?”
“ผู้น้อยมิกล้า!”
“อืม เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
ทุกคนได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจ พร้อมกับเดินตามเฉินเหมียวเหมี่ยวไปยังตำบลอวิ๋นหลัว
ชาติก่อนเฉินเหมียวเหมี่ยวก็มีชีวิตและการทำงานที่ยากลำบากอยู่แล้ว ดักซุ่มแต่ละครั้งใช้เวลาหลายวันหลายคืน ไม่กินไม่นอนก็เคยมี บวกกับตอนนี้นางมีรองเท้าวิเศษ จึงทำให้ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด
แต่บรรดาคุณชายคุณหนูที่ถูกปรนนิบัติดูแลอย่างดีมาโดยตลอดข้างหลังกลับทนไม่ไหวเสียแล้ว เพียงแค่ครึ่งวันก็เหนื่อยล้า แขนขาไร้เรี่ยวแรง
เฉินเหมียวเหมี่ยวพิจารณาพวกเขาด้วยสายตาเ็า “รวบรวมพลัง มนุษย์เกิดจากไอพลังของฟ้าดิน สะสมพลังแห่งกฎตามเวลาที่ผ่านพ้นเพื่อเติบโตขึ้น พลังฟ้าดินรวมกันก่อเกิดเป็ชีวิต ไอพลังรวมกันชีวิตก่อเกิด ไอพลังสลายชีวิตสูญสิ้น จงอย่าได้ปล่อยให้พลังสลายไป ดังนั้นรวมพลังไว้ที่จุดตันเถียน และเคลื่อนที่ด้วยลมปราณ!”
พวกเฉินฉู่ชิงดวงตาเป็ประกาย คิดว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวกำลังชี้แนะพวกเขาอยู่ ในใจพลันตื่นเต้นอย่างมาก ก่อนจะรีบเอ่ยอย่างกระตือรือร้น “เ้าค่ะ ผู้าุโ!”
“ขอรับ ผู้าุโ!”
“ขอบคุณผู้าุโที่ชี้แนะ!”
“ขอบคุณผู้าุโ!”
“อืม”
เฉินเหมียวเหมี่ยวรับคำเสียงเย็น ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อ ทว่าในใจกลับรู้สึกร้อนรนขึ้นมา
นางไม่รู้เื่การบำเพ็ญเพียรมาก่อน ส่วนวาจาเหล่านี้ล้วนเป็คำพูดเหลวไหล เป็เพียงข้อคิดจากเคล็ดวิชาที่นางเคยฝึกการต่อสู้โบราณเมื่อชาติก่อนก็เท่านั้น
หวังว่าจะสามารถวางท่าทำตัวสูงส่งจนไปถึงตำบลอวิ๋นหลัวได้ โดยไม่ถูกเปิดโปงเสียก่อนนะ
แต่เฉินเหมียวเหมี่ยวหารู้ไม่ พวกเฉินฉู่ชิงหลังจากทำตามที่นางแนะนำแล้ว ร่างกายกลับสบายขึ้นมากจริง ๆ แม้แต่พลังิญญาที่รวบรวมก็แข็งแกร่งขึ้นหลายส่วน
เวลานี้ภาพลักษณ์ยอดฝีมือของเฉินเหมียวเหมี่ยวในใจของพวกเขาก็ยิ่งสูงส่งขึ้นไปอีก ลึกล้ำสุดจะหยั่ง ความเคลือบแคลงสงสัยที่พวกเขามีต่อเฉินเหมียวเหมี่ยวเมื่อครู่ มลายหายไปเป็ปลิดทิ้ง!
ยอดฝีมือ!
ผู้าุโต้องเป็ยอดฝีมือที่ไม่เปิดเผยตัวตนอย่างแน่นอน!
……
เส้นทางกลับตำบลอวิ๋นหลัวไม่ได้ไกลนัก แต่เพราะพวกเขาเดิน ๆ หยุด ๆ จึงใช้เวลาเดินทางถึงห้าวันเต็ม
ในห้าวันนี้ เฉินเหมียวเหมี่ยวกลับสบายอย่างมาก เพราะพวกเฉินฉู่ชิงนอบน้อมต่อนางยิ่งนัก เื่กินดื่มจึงไม่ขาดตกบกพร่อง อีกทั้งนางยังได้รู้เกี่ยวกับเื่พื้นฐานของโลกนี้จากปากของพวกเขาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็ระดับขั้นการบำเพ็ญเพียร ขั้วอำนาจต่าง ๆ ตอนนี้นางจึงไม่ใช่คนที่ไม่รู้เื่อะไรเลยอีกต่อไป
และหลังจากผ่านการฝึกฝนมาถึงห้าวัน เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรต่างก็นับถือเฉินเหมียวเหมี่ยวอย่างหมดใจ
แม้ผู้าุโจะเข้มงวดกับพวกเขา แต่ก็ไม่ได้ห้ามพวกเขาพักผ่อนหรือกินดื่ม เพื่อเป็การปลอบโยนพวกเขา ยังยอมลดตัวมากินข้าวร่วมกับพวกเขาอีกด้วย ช่างเป็คนเข้าถึงง่าย ภายนอกอาจดูเ็าทว่าภายในกลับเป็คนอบอุ่นมากจริง ๆ
ที่สำคัญที่สุดก็คือ ด้วยการชี้แนะและสั่งสอนของผู้าุโ ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนที่พบทางตันมาหลายปีก็เริ่มมีสัญญาณการบรรลุแล้ว หนึ่งในนั้นที่ทุกคนอิจฉาที่สุดก็คือ เฉินฉู่ชิง!
นางสามารถบรรลุระดับรวมชีพจรขั้นสี่ ขั้นห้า ไปจนถึงขั้นหกได้ภายในครั้งเดียว!
อีกอย่าง เฉินฉู่ชิงปีนี้เพิ่งจะมีอายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น!
อายุสิบแปดแต่กลับมีตบะบารมีระดับรวมชีพจรขั้นหกแล้ว แม้จะไม่นับว่ามีความสามารถสูงส่ง แต่ก็เพียงพอที่จะเข้าเป็ศิษย์สายนอกของนิกายใหญ่ ๆ ได้แล้ว
การที่พวกเขาติดตามเฉินฉู่ชิงราวกับสุนัขรับใช้ ก็เพื่อทรัพยากรในการบำเพ็ญเพียรของตระกูลเฉินไม่ใช่หรือ
ดังนั้นการได้พบกับยอดฝีมือที่ใจกว้างเช่นผู้าุโ พวกเขาต่างก็รู้สึกยินดีอย่างมาก
พวกเขาจึงแสดงความกระตือรือร้นต่อเฉินเหมียวเหมี่ยวอย่างแข็งขัน ไม่ว่านางจะถามสิ่งใด พวกเขาก็ยินดีตอบทุกอย่างที่รู้จนหมด แทบอยากจะเล่าเื่ของตระกูลตนเองให้เฉินเหมียวเหมี่ยวฟังเสียด้วยซ้ำ หนึ่งในนั้นยังมีเื่น่าขายหน้าที่เฉินเหมียวเหมี่ยวคนเก่าทำเอาไว้ คนเหล่านี้ก็อธิบายอย่างละเอียด
โดยเล่าว่า คนที่ลอบคบหากับเฉินเหมียวเหมี่ยวเป็บุตรชายของนายอำเภอหม่า บุตรชายของนายอำเภอหม่าไม่เพียงมีหน้าตาอัปลักษณ์ ยังเป็ลูกผู้ดีที่วัน ๆ ไม่ทำการทำงานอะไร แม้แต่ยอดบุรุษของตระกูลเซิ่งก็ยังไม่อยู่ในสายตาของเฉินเหมียวเหมี่ยว กลับไปชมชอบคนกะล่อนผู้หนึ่ง ช่างโง่เขลายิ่งนัก
ทว่าแม้เฉินเหมียวเหมี่ยวทำเื่หน้าขายหน้าเพียงนี้ ตระกูลเฉินแห่งเมืองฟ่านเฉิงกลับยอมปกปิดให้นาง เพื่อให้ตระกูลเซิ่งหายโกรธ จึงได้ให้เซียนจื่ออีที่มีพร์สูงส่งแต่งงานกับตระกูลเซิ่งแทน ตระกูลเฉินช่างดีกับเฉินเหมียวเหมี่ยวยิ่งนัก สมกับเป็ตระกูลใหญ่จริง ๆ...
แต่เฉินเหมียวเหมี่ยวกลับฟังด้วยความเพลิดเพลิน เฉินฉู่ชิงเห็นดังนั้นก็ทั้งโกรธและร้อนใจ กลัวว่าเ้าพวกเศษสวะที่ไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควรเหล่านี้จะแย่งความโปรดปรานของนางไป จึงสัญญาว่า เมื่อไปถึงตระกูลเฉินที่ตำบลอวิ๋นหลัวแล้ว จะแนะนำผู้าุโของตนให้เฉินเหมียวเหมี่ยวรู้จัก
“ดีเลย” เฉินเหมียวเหมี่ยวยิ้มกว้างออกมา “เช่นนั้นก็ต้องลำบากเ้าแล้ว”
ผู้าุโอะไรนั่นเฉินเหมียวเหมี่ยวต้องได้พบอยู่แล้ว ไม่ไปพบจะรู้ได้อย่างไรว่า การตายของเ้าของร่างเดิม กับการที่จู่ ๆ ตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวผงาดขึ้นมา เกี่ยวข้องกันหรือไม่
ใบหน้าของเฉินฉู่ชิงเต็มไปด้วยความยินดี ขอเพียงเอ่ยถึงผู้าุโของตระกูลนาง แม้แต่ผู้าุโระดับแดนก่อกำเนิดก็ยังต้องให้ความสนใจนางเลย
หลังจากเดินต่ออีกครึ่งชั่วยาม ในที่สุดพวกเขาก็เห็นตำบลอวิ๋นหลัวแล้ว
ตำบลอวิ๋นหลัวตั้งอยู่บนพื้นที่ราบ โดยรอบเต็มไปด้วยเรือกสวนไร่นา มีผู้คนสัญจรไปมาอย่างคึกคัก
พื้นที่ของตำบลแห่งนี้ไม่ได้กว้างใหญ่มาก แต่มีกำแพงเมืองแข็งแรง เรียบง่าย มีคนเฝ้าประตูทั้งสี่ทิศ ทุกคนที่้าเข้าไปล้วนต้องแสดงหลักฐานก่อน ถึงจะสามารถผ่านไปได้
หากเฉินเหมียวเหมี่ยวมาที่ตำบลอวิ๋นหลัวเพียงลำพัง เกรงว่าคงกลายเป็คนไร้บ้านที่ถูกกันเอาไว้นอกประตูอย่างแน่นอน
แต่มีเฉินฉู่ชิงอยู่ด้วย นางจึงกลายเป็ผู้สูงส่งทันที ไม่เพียงคนตระกูลเฉินจะออกมาต้อนรับด้วยตัวเองแล้ว แม้แต่นายอำเภอหม่าของตำบลอวิ๋นหลัวก็มารออยู่ที่ด้านนอกประตูเมืองด้วยเช่นกัน
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทราบข่าวที่เฉินฉู่ชิงส่งให้แล้ว และรู้ว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวเป็ผู้าุโลึกลับ ที่ช่วยให้นางบรรลุตบะบารมีถึงสองขั้นติดต่อกัน!
เื่การบรรลุของเฉินฉู่ชิง เฉินเหมียวเหมี่ยวเองก็คิดไม่ถึงเช่นกัน เพราะสิ่งที่นางบอกพวกเขาเป็เพียงการฝึกจิตใจของวิชาการต่อสู้โบราณ ที่เป็เื่พื้นฐานที่สุดเท่านั้นเอง
บางที ระหว่างการบำเพ็ญเพียรกับการฝึกวิชาการต่อสู้โบราณ อาจมีบางอย่างที่บังเอิญใกล้เคียงกันก็เป็ได้
……
ต่อให้ยังอยู่ไกล ๆ แต่ทุกคนก็สามารถมองเห็นสตรีชุดขาวที่เดินอยู่ด้านหน้าสุดได้ทันที
นางมีรูปร่างสูงเพรียว ผิวขาวราวกับหยก ผมยาวดำสนิท เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม เมื่อเข้ามาใกล้ รูปโฉมอันงดงามก็ยิ่งแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับไม่มีอยู่จริง
ราวกับดวงจันทร์บนเมฆา หิมะโปรยปรายท่ามกลางสายลม
ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ...พวกเขาไม่สามารถััได้ถึงตบะบารมีของสตรีผู้นี้ ในสายตาของพวกเขา นางเป็เพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
แต่คนธรรมดา เพียงสะบัดมือก็สามารถทำร้ายผู้บำเพ็ญเพียรระดับรวมชีพจรขั้นเก้าได้แล้วอย่างนั้นหรือ?
คนธรรมดา สามารถทำให้พวกเขาบรรลุในเวลาสั้น ๆ ได้อย่างนั้นหรือ?
เป็ไปไม่ได้!
สตรีชุดขาวผู้นี้ต้องเป็ผู้แข็งแกร่งที่พวกเขาไม่สามารถััถึงตบะบารมีได้ เป็ผู้สูงส่งที่พวกเขาทำได้เพียงแหงนหน้ามองเท่านั้น!
ดังนั้น ต่อให้เฉินเหมียวเหมี่ยวจะงดงามเพียงใด พวกเขาก็ไม่มีความคิดชมชอบในทางชู้สาว มีเพียงความหวั่นเกรงเท่านั้น
เฉินหง ผู้นำตระกูลเฉินตำบลอวิ๋นหลัวฉีกยิ้มประจบทันที พร้อมทั้งเดินเข้าไปต้อนรับเป็คนแรก
“ผู้น้อยเฉินหงจากตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวคารวะผู้าุโ ผู้าุโมาถึงตำบลอวิ๋นหลัวของเรานับเป็เกียรติของตำบลอวิ๋นหลัวอย่างยิ่ง ผู้น้อยจัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้าุโขึ้นที่บ้าน เชิญผู้าุโตามมาเถิดขอรับ”
เฉินเหมียวเหมี่ยวยิ้มออกมา เฉินหงผู้นี้อยู่ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ตอนนั้นเขายืนยันหนักแน่นว่าจะให้เฉินเหมียวเหมี่ยวพักรักษาตัวที่ตำบลอวิ๋นหลัวอย่างดี
ทว่าสุดท้ายแล้วเป็อย่างไร?
ทางที่ดี เขาควรภาวนาอย่าให้นางพบอะไรเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นไม่เพียงเฉินฉู่ชิงที่รังแกและทำร้ายเฉินเหมียวเหมี่ยวที่จะต้องชดใช้เท่านั้น ตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวทั้งตระกูล นางก็จะทำให้พวกเขาไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขเช่นกัน!