มีฐานะเป็สาวใช้ข้างกายเพียงหนึ่งเดียวของพระชายาเอกอิ่นจูไม่ได้ตามไปถวายบังคมพระชายาผู้เฒ่าพร้อมกับพระชายาคนใหม่
ไม่ใช่ว่าอิ่นจูไม่อยากไปแต่นางไม่มีสิทธิ์ไป ในจวนแห่งนี้ สาวใช้แบ่งเป็นหลายระดับ พระชายาผู้เฒ่าฐานะสูงศักดิ์มีเพียงสาวใช้ขั้นหนึ่งเท่านั้นที่ปรากฏตัวต่อหน้านางได้ ชาติกำเนิดของอิ่นจูขาวสะอาด แต่เพราะล่วงเกินคนผู้หนึ่ง จึงถูกลดขั้นเป็นสาวใช้ขั้นสองหากไม่ใช่เพราะพระชายาคนใหม่ไม่เป็ที่ต้อนรับแต่ละคนต่างกลัวที่จะมาปรนนิบัติข้างกายนาง งานนี้ไม่มีทางหล่นมาบนหัวอิ่นจู
อิ่นจูกลับมาที่เรือนก่อน หนึ่งชั่วยามเต็มๆ ที่นางนั่งไม่ติด กลัวว่าพระชายาจะเกิดเรื่องอะไรนางเป็ห่วงพระชายา ไม่ใช่เพราะใจจงรักภักดี สาเหตุหลักๆคือหากพระชายาเกิดเื่อะไร นางเองก็จะไม่มีทางพบจุดจบที่ดีอะไรได้หากเปลี่ยนที่อีก นางคงไปเป็ได้แค่สาวใช้ทั่วไปแล้ว
ดังนั้น ในตอนที่กู้สุ่ยเย่ว์ก้าวเข้าเรือน จึงเห็นใบหน้าดีอกดีใจของอิ่นจู“พระชายา ท่านกลับมาแล้ว” อิ่นจูยินดียิ่งในตอนที่เห็นสาวใช้สามนางที่ตามหลังกู้สุ่ยเย่ว์มา เริ่มเกิดความสงสัย
กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย“นี่เป็คนที่พระชายาผู้เฒ่าตั้งใจเลือกเฟ้นมา อิ่นจูเ้ามอบหมายงานให้พวกนางสามคนแล้วกัน”
ตอนไปมีคนเดียว ทว่าตอนกลับมากลับพาสาวใช้มาด้วยสามคนครั้งนี้พระชายาไม่ได้เสียเปรียบ ยังได้ประโยชน์กลับมาอิ่นจูยิ่งรู้สึกว่าตนอาจได้ติดตามเจ้านายที่ดีคนหนึ่งแล้วก็ได้ จึงไม่ได้มีท่าทางหมองหม่นเหมือนก่อนหน้า แม้แต่เดินเหินก็ยังก่อลมสายหนึ่งกู้สุ่ยเย่ว์เช็ดล้างเครื่องประทินโฉมบนใบหน้าเผยให้เห็นใบหน้าใสสง่า นางนั่งพิงเก้าอี้ครู่หนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านนอก
“พระชายา คนของพระชายารองฝั่งนั้นมาเพคะ”อิ่นจูเอ่ยจากด้านนอก
ในจวนมีชายารองสองคน คนหนึ่งคืออาสื่อน่าซื่ออีกคนคือเมิ่งซื่อ กู้สุ่ยเย่ว์ไม่รู้ว่าคนที่มาเป็คนของผู้ใด
“ให้พวกนางไปรอในห้องโถง” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
นางลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปที่ห้องโถงที่นั่นมีสาวใช้สูงวัยพาสาวใช้เยาว์วัยสองนางมารออยู่สาวใช้สูงวัยพอเห็นกู้สุ่ยเย่ว์ก็พลันถวายบังคม “พระชายา”
การถวายบังคมนี้ทำได้เต็มพิธียิ่งกู้สุ่ยเย่ว์รู้ทันทีว่าสาวใช้นางนี้ไม่ใช่ของอาสื่อน่าเหยียนแต่เป็คนของเมิ่งซื่อ เมิ่งซื่อควบคุมดูแลจวนส่วนหลังการวางตัวดีกว่าอาสื่อน่าเหยียนมาก
“พระชายา เดิมทีพระชายารองอยากมาคารวะท่านด้วยตนเองแต่กลัวรบกวนท่านพักผ่อนจึงให้บ่าวส่งของมาให้เสื้อผ้าเครื่องประดับเหล่านี้เป็ของที่พระชายารองกำชับให้ซื้อไว้ก่อนแล้วเป็ของที่ตั้งใจเตรียมไว้ให้ท่าน หากท่านมีอะไรขาดเหลือ ขอให้แจ้งบ่าวได้ทันทีบ่าวจะไปรายงานให้พระชายารองทราบเพคะ” สาวใช้เอ่ย
วาจาของสาวใช้สูงวัยเอ่ยได้คล่องแคล่วไหลลื่นนัก
ทว่าพอกู้สุ่ยเย่ว์มองเสื้อผ้าและเครื่องประดับพวกนั้นแล้วกลับรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอยู่บ้าง
เมิ่งซื่อดูแลจวนเพราะพระชายาผู้เฒ่าไม่อยากยุ่งวุ่นวายในจวนยังไม่มีพระชายาเอก แต่ตอนนี้นางแต่งเข้าจวนอ๋องมาแล้ว เป็ชายาเอกเป็นายหญิงของจวนอ๋อง ที่เมิ่งซื่อควรทำไม่ใช่การจัดเตรียมของกินของใช้ให้นางแต่เป็การมอบอำนาจในการดูแลจวนมาให้นาง
ตอนนี้นางอยู่ในจวนอ๋องยังมีรากฐานตื้นเขินสิ่งเดียวที่ทำได้คือหยั่งเท้าให้มั่นคง เื่หลังจากนี้ค่อยๆจัดการทีละขั้นทีละตอน
สีหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ไร้อารมณ์ความรู้สึก เอ่ยขึ้น“น้องหญิงเมิ่งคิดอ่านรอบคอบนัก”
กู้สุ่ยเย่ว์ส่งสายตาให้อิ่นจู อิ่นจูพลันเข้ามารับของในมือสาวใช้สาวใช้สูงวัยเห็นชัดว่ายังมีวาจาอยากเอ่ยต่อ “พระชายาเกรงใจไปแล้วเพียงแต่ของพวกนี้ยังไม่ถือว่าดีอันใด ขอพระชายาได้โปรดอย่าถือสา ของดีจริงๆ ล้วนแต่เป็นของที่วังหลวงประทานให้ ของที่ประทานลงมา พระชายาผู้เฒ่าฝั่งนั้นเลือกแล้วที่เหลือทั้งหมดก็ไปอยู่ที่พระชายาอาสื่อน่าฝั่งนั้นแล้วท่านอ๋องบอกว่าพระชายาอาสื่อน่าเป็นจันทร์กระจ่างบนฟ้า มีเพียงของที่ดีที่สุดถึงจะเหมาะสมกับนาง ของเหล่านั้นต่อให้เอามาทำเป็นผ้าห่อเท้านางก็ไม่ยอมแบ่งให้ฮูหยินท่านอื่นๆ ” สาวใช้สูงวัยเอ่ยขึ้นท่าทางลำบากใจ “พระชายาขออภัยที่บ่าวต้องเอ่ยตรงๆ พระชายาอาสื่อน่าได้รับความโปรดปรานจากท่านอ๋องยิ่งพระชายาถอยให้พระชายาอาสื่อน่าจะเป็นการดี หลายวันก่อนมีอนุชั้นสูงท่านหนึ่งเพราะว่าชนอาภรณ์ของพระชายาอาสื่อน่าเข้า ถูกพระชายาอาสื่อน่ากรีดหน้าโยนออกจากจวนไปเดิมทีท่านอ๋องชอบอนุชั้นสูงนางนั้นยิ่ง แต่สำหรับเรื่องนี้กลับไม่ได้เอ่ยถามถึงแม้เพียงครึ่งประโยค”สาวใช้สูงวัยพูดคำกล่าวเหล่านี้จบแล้วถึงจากไป
ของที่สาวใช้สูงวัยส่งมาไม่เข้าตาจริงๆ นี่ไม่ใช่เพราะกู้สุ่ยเย่ว์เคยเป็นฮองเฮา รสนิยมสูง แต่ของพวกนี้หยาบเกินไปเสื้อผ้าพวกนั้นถึงกับใช้ผ้าหยาบทำเสื้อผ้าเช่นนี้มีแค่ชาวบ้านทั่วไปเท่านั้นที่ใส่กัน“อิ่นจู เ้าคิดว่าวาจาสาวใช้นางนั้นเป็อย่างไร”กู้สุ่ยเย่ว์นั่งอยู่ตรงนั้น เอียงศีรษะถามอิ่นจู
อิ่นจูครุ่นคิดก่อนเอ่ย “วาจาที่นางพูดไม่ผิด พระชายาอาสื่อน่าได้รับความโปรดปรานมาก สถานการณ์ของพระชายาในตอนนี้หากต้องเผชิญหน้ากับพระชายาอาสื่อน่า ดูแล้วเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด แต่ว่า...”นางขมวดคิ้ว เค้นสมองคิดหาคำศัพท์ “วาจาที่มามาชรานางนั้นเอ่ยฟังแล้วระคายหูยิ่ง” ความต้องการของหญิงชรานางนั้นชัดเจนเกินไปแล้วชัดเจนจนแม้แต่อิ่นจูก็ยังฟังออก นางกำลังกรอกหูบอกคนว่ากงซุนอี้ดีกับอาสื่อน่าเหยียนมาก หากนางเป็นหญิงธรรมดาไม่เคยผ่านความเป็นตาย แต่งให้สามีแล้วแต่กลับได้ยินว่าสามีรักใคร่อนุนางหนึ่งไฟโทสะคงลุกโชน ความหึงหวงพลิกตลบเป็นแน่ จ้องแต่จะหาเรื่องอนุนางนั้นนกกับหอยทะเลาะกันชาวประมงได้ประโยชน์[1]เห็นชัดว่าเมิ่งซื่ออยากเป็ชาวประมงผู้นั้น
ในจวนอ๋อง อาสื่อน่าเหยียนไม่ได้น่ากลัวที่น่ากลัวก็เป็คนเช่นเมิ่งซื่อพวกนี้
หากว่านางโง่กว่านี้คงติดกับเมิ่งซื่อไปแล้ว
แต่กระนั้นถึงกู้สุ่ยเย่ว์จะฉลาดทว่าก็ไม่ได้หมายความว่าอาสื่อน่าเหยียนจะฉลาดกู้สุ่ยเย่ว์คร้านที่จะสู้รบกับคนอกใหญ่ไร้สมอง ทว่าอาสื่อน่าเหยียนแค้นนางฝังลึกแล้ว เอาแต่คิดหาวิธีอยากกำราบนาง“พระชายา พระชายาอาสื่อน่ามาแล้วเพคะ”
ยามราตรี กู้สุ่ยเย่ว์กำลังจะพักผ่อน กลับได้ยินอิ่นจูรีบรุดวิ่งเข้ามารายงานท่าทางคร่ำเคร่ง
กู้สุ่ยเย่ว์ทำได้เพียงสวมอาภรณ์อีกครั้ง เดินไปที่ปากประตู ก่อนจะเห็นอาสื่อน่าเหยียนรุดมาท่าทางขึงขังอาสื่อน่าเหยียนไม่ได้มาคนเดียวข้างหลังยังพาสาวใช้ร่างกายกำยำมาด้วย อาสื่อน่าเหยียนเป็นชาวทูเจวี๋ยสาวใช้สองคนด้านหลังเป็นชาวทูเจวี๋ยเช่นเดียวกัน ร่างกายสูงใหญ่ หน้าตาถึกทึนแขนหนาพอๆ กับอาสื่อน่าเหยียนสองคนกู้สุ่ยเย่ว์มองกล้ามเนื้อบนแขนของสาวใช้ทั้งสองกับหน้าอกที่ไม่รู้ว่าเป็นหน้าอกหรือกล้ามอกนั่นเปลือกตาอดกระตุกไม่ได้ อาสื่อน่าเหยียนเห็นความร้ายกาจของกู้สุ่ยเย่ว์มาแล้ว รู้ว่าตนเทียบกับกู้สุ่ยเย่ว์แล้วเหมือนลูกแกะกับหมาป่าตัวใหญ่ นางเสียเปรียบคนรู้สึกนั่งไม่ติด อยากจะกู้คืนศักดิ์ศรี ทว่าไม่ควรส่งลูกแกะอย่างตนเข้าปากหมาป่าตรงๆ จึงพาผู้ช่วยมาด้วยสองคน ปีก่อนตอนนางแต่งให้อวิ๋นอ๋อง เสด็จพ่อนางกลัวนางถูกเอาเปรียบ มอบสาวใช้แต่งมาด้วยสองคน สาวใช้สองนางนี้ไม่ใช่สาวใช้ธรรมดาตรงกันข้าม พวกนางเป็นยอดฝีมือของทูเจวี๋ย เป็นพวกที่หมัดเดียวต่อยหมาป่าตายได้พวกนั้น มีสาวใช้สองนางนี้หนุนหลัง ความมั่นใจของอาสื่อน่าเหยียนจึงเปี่ยมล้น นางก้มหน้ามองกู้สุ่ยเย่ว์ แก้มจิ้มลิ้มฉายแต้มรอยยิ้มชั่วร้าย “พี่หญิง เจ้ายังไม่นอนรึ”กู้สุ่ยเย่ว์มองรอยยิ้มประสงค์ร้ายของนางเปลือกตาเลิกกระตุก “หากไม่มีอะไรมาเห่าหอน ข้าคงหลับไปแล้ว”
รอยยิ้มบนหน้าอาสื่อน่าเหยียนหุบลงทันใดถลึงตามองกู้สุ่ยเย่ว์ชิงชังสายตาหนึ่ง “เ้า!”
อาสื่อน่าเหยียนเหมือนคิดอะไรได้ฝืนกลืนความโกรธแค้นลงไปเหยียดยิ้มบิดเบี้ยว “พี่หญิง เหยียนเอ๋อร์เป็นห่วงท่าน วันนี้ พี่หญิงพูดประโยคหนึ่งน้องหญิงฝังใจมาตลอด พอคิดว่าพี่หญิงแต่งคนแล้วทว่ายามราตรีกลับต้องเฝ้าห้องอ้างว้างเงียบเหงา รู้สึกสงสารนัก พอคิดว่าพี่หญิงอยู่ในวัยดุจหมาป่าดุจพยัคฆ์ทว่ากลับต้องอดทนกับความเงียบเหงาเช่นนี้ น้องหญิงรู้สึกปวดใจแทนพี่หญิง”กู้สุ่ยเย่ว์ “...”
“หรือว่าน้องหญิงจะอุ่นเตียงให้ข้าแทนกัน”เผชิญหน้ากับคนไร้ยางอาย ทำได้เพียงไร้ยางอายตอบ กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย“เห็นเรือนร่างน้องหญิงแล้ว คงเหมาะกับการอุ่นเตียงจริงๆ ”
อาสื่อน่าเหยียนยิ้มบิดเบี้ยวยิ่งกว่าเดิม“พี่หญิงไม่ใช่บอกว่าเพราะฝีมือบนเตียงไม่ดีเท่าน้องหญิง ดังนั้นท่านอ๋องถึงไม่ชอบท่านไม่ใช่หรือ วันนี้น้องหญิงมา เพราะอยากสอนความสามารถบนเตียงให้พี่หญิงสักหน่อย”อาสื่อน่าเหยียนพาสาวใช้สองนางเข้าประตูของกู้สุ่ยเย่ว์สาวใช้นางหนึ่งไล่อิ่นจูที่นิ่งอึ้งออกไป หลังจากนั้นก็ปิดประตู
ในประตูมีทั้งหมดสี่คน กู้สุ่ยเย่ว์หนึ่งคนอาสื่อน่าเหยียนสามคน หนึ่งต่อสาม
“พี่หญิงเปลี่ยนชุดตัวนี้ก่อนเถิด” อาสื่อน่าเหยียนเอาของชิ้นหนึ่งมาจากมือสาวใช้ ของนั่นเรียกว่าเสื้อไม่ได้ด้วยซ้ำคงเรียกได้แค่ผ้าโปร่งผืนหนึ่ง ใส่ไว้บนตัว ไม่มีทางปกปิดอะไรได้อาสื่อน่าเหยียนอยากใช้โอกาสนี้หลู่เกียรตินาง
“พี่หญิงจะใส่เองหรือว่าให้น้องหญิงช่วยท่านใส่รึ” อาสื่อน่าเหยียนเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มตาหยี แววตาฉายแววได้ใจนางต้องกู้หน้าที่วันนี้เสียไปกลับคืนมาให้ได้
เห็นกู้สุ่ยเย่ว์ไม่ขยับ อาสื่อน่าเหยียนส่งสายตาสาวใช้ร่างกำยำนางหนึ่งคว้าแขนกู้สุ่ยเย่ว์ สาวใช้นางนั้นแรงเยอะมากคว้าจนแขนกู้สุ่ยเย่ว์เจ็บ กู้สุ่ยเย่ว์สะบัดไม่หลุดอยู่ชั่วขณะ
สาวใช้อีกคนเดินมาตรงหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ยื่นมือจะดึงเสื้อผ้านางออก สาวใช้นางนั้นพอดึงผ้าตรงหน้าอกกู้สุ่ยเย่ว์พลันฉีกขาด เผยให้เห็นผิวขาวนวล
“ช้าก่อน” กู้สุ่ยเย่ว์ร้องเอ่ย
“พี่หญิงคิดจะใส่เองแล้วรึ” อาสื่อน่าเหยียนเอ่ย
ตามจริงแล้วอาสื่อน่าเหยียนอยากเห็นกู้สุ่ยเย่ว์ใส่ผ้าโปร่งตัวนี้เองนางใส่แล้วก็เท่ากับนางยอมสยบ
“ข้าใส่เองได้ แต่พวกนางสองคนต้องออกไป” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
กั้นแค่หนึ่งบานประตู ขอเพียงนางออกเสียงสาวใช้ทั้งสองจะรีบเข้ามาทันที อาสื่อน่าเหยียนตอบรับโดยไม่คิด “ได้”
สาวใช้ทั้งสองออกจากประตูไป ทำเพียงปิดประตู ไม่ได้ลงกลอน
กู้สุ่ยเย่ว์ลุกขึ้น ถอดเสื้อตัวนอกออก อาสื่อน่าเหยียนนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ มองนางอย่างสุขสมสบายอารมณ์“ข้าใส่ ‘เสื้อ’ ตัวนี้แล้วหลังจากนั้นล่ะ”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถาม
“ข้าจะส่งพี่หญิงไปที่ท่านอ๋องฝั่งนั้นหากท่านอ๋องเห็นพี่หญิงในสภาพนี้ ต้องมีอารมณ์ไม่อาจหักห้ามแน่ พี่หญิงคงไม่ต้องเฝ้าห้องว่างเปล่าทุกราตรีแล้ว ท่านอ๋องคงทำให้พี่หญิงสุขสมเป็นแน่”อาสื่อน่าเหยียนหัวเราะจนเครื่องประดับสั่นไหวตามที่อาสื่อน่าเหยียนทำเช่นนี้เห็นชัดว่าไม่ได้คิดช่วยนางแต่้าเหยียดหยามนาง
นางเป็คนแข็งมาแข็งตอบ หากคืนวันแต่งงานกู้สุ่ยเย่ว์กินน้ำแกงนั่นแล้วท้องเสียทั้งคืน บางทีอาสื่อน่าเหยียนคงรามือไม่หาเื่นางอีก แต่กระนั้น กู้สุ่ยเย่ว์กลับไม่ทำเช่นนั้น
วันนี้ไม่ใช่วันที่ดีอะไร เวลานี้เมื่อเดือนก่อนมีสาวใช้คิดไต่เต้าขึ้นไม้สูง แอบซ่อนอยู่ในห้องท่านอ๋องทว่าสุดท้ายกลับถูกหามออกมา สภาพเละเทะแหลกละเอียด เหมือนพบเจอสัตว์ร้ายอะไรเข้าทว่าอาสื่อน่าเหยียนรู้ดีว่าที่นั่นไม่มีสัตว์ร้าย มีแต่ท่านอ๋อง...
“พี่หญิง รีบหน่อย หากเสียเวลาชักช้าคงไม่ดีนัก น้องหญิงคงทำได้เพียงเรียกสาวใช้เข้ามาช่วยพี่หญิงแล้ว”อาสื่อน่าเหยียนเท้าศีรษะมองนาง สีหน้ารอคอย
วันนี้นางจะให้กู้สุ่ยเย่ว์ได้เห็นว่านางอาสื่อน่าเหยียนไม่ใช่คนที่ล่วงเกินได้ง่ายๆ
[1] สำนวนจีนหมายถึง การที่คนสองฝ่ายทะเลาะกันจนคนฝ่ายที่สามได้ประโยชน์