
สามเดือนต่อมา... หลังจากการเจรจากับราชินีโจรสลัด
รัชศกตวนผิง ปีที่สี่... วสันตฤดู
ณ โกดังสินค้าหมายเลขแปด ริมท่าเรือเฉวียนโจว
แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบเกล็ดสีขาวระยิบระยับที่กองพะเนินเป็ูเาเลากา กลิ่นเค็มของเกลือสมุทรลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ บรรดากุลีร่างกำยำนับร้อยชีวิตกำลังขนถ่ายกระสอบเกลือลงจากเรือสำเภาที่ติดธง "สกุลเฉิน" คู่กับธง "ฉลามโลหิต" ของเจ๊ใหญ่เจียว
เสียงลูกคิดดีดดัง เปาะแปะ รัวเร็วราวกับเสียงฝนตก
เฉินมู่ ยืนกอดอกมองดูอาณาจักรสีขาวของตนด้วยแววตาพึงพอใจ เพียงสามเดือน... เกลือสมุทรคุณภาพดีราคาถูกของเขา ได้ตีตลาดเกลือสินเธาว์จากแผ่นดินใหญ่จนแตกกระเจิง ร้านค้าเกลือทั่วเฉวียนโจวและเมืองใกล้เคียงต่างหันมารับสินค้าจากเขาแต่เพียงผู้เดียว
"นายน้อย..." ผู้จัดการร้านสาขาที่สามวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมถุงเงินใบเขื่อง "ยอดขายเดือนนี้ทะลุห้าพันตำลึงทองแล้วขอรับ! พวกพ่อค้าจากเจียงหนานแย่งกันวางมัดจำจนแทบจะตีกันตาย"
เฉินมู่รับบัญชีมาดูเพียงผ่านๆ รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
"ดี... ขยายส่วนแบ่งให้พวกเจียงหนานอีกสองส่วน แต่ขึ้นราคาอีกร้อยละห้า"
"จะดีหรือขอรับ? แค่นี้พวกเขาก็บ่นอุบแล้ว"
"บ่นแต่ก็ซื้อ..." เฉินมู่เอ่ยเสียงเรียบ "เพราะเกลือของเราขาวสะอาดที่สุด และไม่มีใครกล้าปล้นเรือที่มีธงฉลามโลหิตคุ้มกัน... พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น"
ในขณะที่เฉินมู่กำลังสั่งการ ยาสะ ยืนอยู่ข้างกายในชุดทะมัดทะแมงที่โชว์สัดส่วนวับๆ แวมๆ นางกำลังปอกผลไม้ให้นายน้อยทานด้วยมีดสั้นคมกริบ
"ท่านดูมีความสุขนะ..." ยาสะยื่นชิ้นแอปเปิ้ลให้เฉินมู่ "เงินพวกนี้ถมหลุมในใจท่านได้หรือยัง?"
เฉินมู่งับชิ้นแอปเปิ้ลจากปลายมีดนาง เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างอารมณ์ดี
"ยังหรอก... นี่แค่เศษเงิน" เขาปัดมือไปทีู่เาเกลือ "ข้ากำลังรอ 'ปลาตัวใหญ่' ที่กำลังจะดิ้นพล่านเพราะขาดน้ำต่างหาก"
ทันใดนั้น...
วูบ!
สัญชาตญาณสัตว์ป่าของยาสะตื่นตัว นางััได้ถึงจิตสังหารที่เบาหวิวแต่คมกริบ พุ่งตรงมาจากคานไม้้าโกดัง
"ระวัง!"
ยาสะผลักเฉินมู่ให้ล้มลงพร้อมกับตวัดมีดสั้นในมือขึ้นไปปัดป้อง
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังกังวาน ประกายไฟแลบแปลบปลาบ สิ่งที่ร่วงลงมาบนพื้นไม่ใช่ลูกธนู... แต่เป็ "เข็มเงิน" เล่มเล็กจิ๋วที่อาบด้วยยางไม้สีม่วงคล้ำ
"พิษ!" ยาสะคำราม นางดีดตัวลุกขึ้น จ้องมองไปที่ความมืดบนคานไม้
"ใคร! ออกมานะ!"
เงาร่างสายหนึ่งร่อนลงมาจากคานไม้อย่างแ่เบาราวกับขนนก... ไม่สิ ราวกับ "เงา" ที่ไร้น้ำหนัก
ผู้มาเยือนเป็ดรุณีวัยแรกแย้ม รูปร่างเล็กกะทัดรัดแต่สมส่วน สวมชุดรัดรูปสีม่วงเข้ม (สีประจำตระกูลถัง) ที่เต็มไปด้วยกระเป๋าและซ่อนอาวุธลับนับร้อยชิ้น ใบหน้าจิ้มลิ้มงดงามแต่แฝงความหยิ่งยโส ดวงตากลมโตฉายแววซุกซนและอำมหิต
"ถังเหยียน" คุณหนูเล็กแห่งตระกูลถัง ผู้ได้รับฉายา "ธิดาไร้เงา"
นางยืนทรงตัวอยู่บนยอดกองกระสอบเกลือด้วยปลายเท้าข้างเดียว มือข้างหนึ่งหมุนควง "ลูกตุ้มเหล็ก" ขนาดเท่าผลส้มเล่นไปมา
"ปฏิกิริยาไวดีนี่ แม่สาวผิวแทน..." ถังเหยียนเอ่ยเสียงใสแจ๋วเหมือนกระดิ่งแก้ว "แต่ท่าน่าเกลียดชะมัด เหมือนลิงป่าเลย"
"เ้า!" ยาสะโกรธจัด นางเกลียดคนที่ดูถูกชาติกำเนิดของนางที่สุด
"เ้าก็คือคนที่ขโมยส่วนแบ่งตลาดเกลือของตระกูลข้าสินะ? เฉินมู่?" ถังเหยียนปรายตามองเฉินมู่ที่ลุกขึ้นปัดฝุ่นอย่างใจเย็น
"ข้าได้รับคำสั่งจากท่านพ่อ ให้มา 'เจรจา'..." นางยิ้มหวานจนตาหยี "เจรจาด้วยชีวิตของเ้า!"
สิ้นคำ ถังเหยียนสะบัดข้อมือวูบเดียว
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
"ดาวกระจายกลีบบัว" สามดอกพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่เฉินมู่ในวิถีโค้งที่คาดเดายาก!
"อย่าหวัง!" ยาสะกระโจนเข้าขวาง นางมั่นใจในความเร็วและพละกำลังของตน
แต่ทว่า...
เมื่อดาวกระจายปะทะกับลมปราณของยาสะ มันกลับไม่ร่วงหล่น แต่ "เลี้ยว" เปลี่ยนทิศทางกลางอากาศ! ราวกับมีชีวิต!
"อะไรกัน!?" ยาสะเบิกตากว้าง นางเอี้ยวตัวหลบได้สองดอก แต่ดอกที่สามเฉียดไหล่นางไปจนเสื้อขาด เืสีแดงซึมออกมา
"ฮิฮิ... วรยุทธ์ชนเผ่าป่าเถื่อน หรือจะสู้เคล็ดวิชาตระกูลถัง?" ถังเหยียนหัวเราะเยาะ "ตัวใหญ่แต่โง่เง่า เป็เป้านิ่งชั้นดีเลยล่ะ"
นางะโไปมาบนกองเกลือด้วยวิชาตัวเบาอันเป็เลิศ รวดเร็วจนมองเห็นเป็ภาพติดตา ยาสะพยายามไล่ตามแต่คว้าได้เพียงอากาศ แถมยังถูกเข็มเงินปักเข้าที่แขนและขาจนเริ่มชาดิก
"จบกันแค่นี้แหละ!"
ถังเหยียนลอยตัวอยู่กลางอากาศ เล็งเป้าสังหารไปที่เฉินมู่ซึ่งยืนไร้การป้องกัน นางซัด "มีดบินไร้เงา" อาวุธสังหารระดับสูง พุ่งตรงเข้าแสกหน้าเฉินมู่ด้วยความเร็วเสียง!
เฉินมู่ไม่ขยับหนี เขายืนนิ่งประสานสายตากับนาง ราวกับมั่นใจว่ามีดเล่มนั้นจะไม่มีวันถึงตัวเขา
และมันก็เป็เช่นนั้น...
หมับ!
ในเสี้ยววินาทีที่ใบมีดห่างจากปลายจมูกเฉินมู่เพียงหนึ่งนิ้ว... ฝ่ามือหนาใหญ่ที่หยาบกร้านข้างหนึ่ง ก็โผล่ออกมาจากเงามืด คว้าจับใบมีดนั้นไว้ได้ด้วยมือเปล่า!
เืสีแดงสดหยดลงมาจากง่ามนิ้ว... แต่ใบมีดหยุดนิ่งสนิท
เงาร่างทะมึนของ จางเหว่ย ก้าวออกมาบังร่างของนายน้อยไว้จนมิด
เขาบีบมีดบินในมือจนหักเป็สองท่อน เปรี้ยะ! แล้วโยนเศษเหล็กลงพื้น
ดวงตาของจางเหว่ยจ้องมองไปที่ถังเหยียน... ไม่ใช่สายตาของจอมยุทธ์ที่มองคู่ต่อสู้ แต่เป็สายตาของ "สัตว์ร้าย" ที่มอง "แมลงหวี่" ที่น่ารำคาญ
"เล่นพอหรือยัง... ธิดาทารก?" จางเหว่ยถามเสียงต่ำ ลมหายใจพ่นออกมาแรงๆ
ถังเหยียนชะงัก รอยยิ้มจางหายไป นางไม่เคยเห็นใครใช้มือเปล่ารับมีดบินของนางได้มาก่อน โดยเฉพาะชายร่างั์ที่ดูเชื่องช้าเช่นนี้
"เ้า..." นางขมวดคิ้วสวยๆ "เ้ากล้าเรียกข้าว่าทารกเรอะ! ไอ้เ้าหมีควาย!"